โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เว็บย่อ:
suankularb
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
ตราประจำโรงเรียน สวนกุหลาบวิทยาลัย
สุวิชาโน ภวํ โหติ
(ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ)
เลขที่ 88 ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
พิกัด 13°44′34″N 100°29′55″E / 13.742824°N 100.498579°E / 13.742824; 100.498579
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Suankularb Wittayalai School
อักษรย่อ ส.ก.(SK)
ประเภท รัฐบาล โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ
สถาปนา 8 มีนาคม พ.ศ. 2425
ผู้ก่อตั้ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รหัส 10105505
ผู้อำนวยการ ดร. เชิดศักดิ์ ศุภโสภณ
สี ██████ ชมพู - ฟ้า
เพลง เพลงประจำโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
สังกัดการศึกษา สพฐ.
ดอกไม้ กุหลาบพันธุ์จุฬาลงกรณ์
เว็บไซต์

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (อังกฤษ: Suankularb Wittayalai School) (อักษรย่อ: ส.ก., S.K.) เป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกของประเทศไทย เปิดสอนเฉพาะนักเรียนชายในระดับชั้นมัธยมศึกษา ปัจจุบันมีอายุ 132 ปี ก่อตั้งโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันอยู่ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เดิมใช้รหัสสถานศึกษาเป็น 00100101 ต่อมาเปลี่ยนเป็น 10105505 มีเนื้อที่ 11 ไร่ 2 งาน 23 ตารางวา ประกอบด้วยอาคารเรียน 6 หลัง ห้องเรียนทั้งหมด 88 ห้อง แบ่งตามแผนการจัดชั้นเรียนดังนี้ 12-12-12-14-14-14

นับแต่ปี พ.ศ. 2521 มีการจัดตั้งกลุ่มโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ตามนโยบายกระจายโอกาสทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งปัจจุบันมีรวมทั้งหมด 11 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย ปทุมธานี โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ชลบุรี โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เพชรบูรณ์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สระบุรี โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (จิรประวัติ) นครสวรรค์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี และโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นครศรีธรรมราช

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เป็นหนึ่งในกลุ่มโรงเรียนจตุรมิตรสามัคคี ซึ่งประกอบด้วย โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย มีการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมของทั้ง 4 โรงเรียน โดยแต่ละแห่งจะผลัดกันเป็นเจ้าภาพ รวมทั้งมีประกวดการแปรอักษรในทุก 2 ปีการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังร่วมกับกลุ่มโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จัดการแข่งขันกรีฑาประเพณีสวนกุหลาบสัมพันธ์ และงานชุมนุมลูกเสือ-เนตรนารีสวนกุหลาบสัมพันธ์ ขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งแต่ละโรงเรียนจะผลัดกันเป็นเจ้าภาพ

เนื้อหา

สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน[แก้]

  • คติพจน์ : "สุวิชาโน ภวํ โหติ" อ่านว่า "สุวิชาโน ภวัง โหติ" แปลว่า "ผู้รู้ดี เป็นผู้เจริญ"
  • คติประจำใจ : "เป็นผู้นำ รักเพื่อน นับถือพี่ เคารพครู กตัญญูพ่อแม่ ดูแลน้อง" คือสุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย[1]
  • สีประจำโรงเรียน : "ชมพู - ฟ้า"
    • สีชมพู เป็นสีประจำวันพระราชสมภพในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว พระพุทธเจ้าหลวง
    • สีฟ้า เป็นสีประจำวันพระราชสมภพในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระพันปีหลวง
  • ตราประจำโรงเรียน : ตราประจำโรงเรียนเป็นรูปหนังสือมีไม้บรรทัดดินสอปากกาคั่นอยู่ หน้าปกหนังสือมีพระเกี้ยวยอดหรือจุลมงกุฏ และอักษรย่อ จ.ป.ร. ด้านขวามีช่อดอกกุหลาบ มุมซ้ายล่างมีริบบิ้นผูกช่อดอกกุหลาบ ซึ่งมีตัวหนังสือกำกับว่า "โรงเรียนหลวงสวนกุหลาบ" ด้านบนปรากฏมีปรัชญาและคติพจน์ "สุวิชาโน ภวํ โหติ" ด้านล่างมีคำแปลว่า "ผู้รู้ดี เป็นผู้เจริญ"
  • ดอกไม้ประจำโรงเรียน : ดอกกุหลาบ

ประวัติโรงเรียน[แก้]

ย้อนหลังไปประมาณ 200 กว่าปีก่อน เมื่อแรกสร้างพระบรมมหาราชวังในสมัยรัชกาลที่ 1 บริเวณวังข้าง ด้านใต้หมดเพียงป้อมอนันตคิรีถนนมหาชัย กำแพงพระราชวังหักตรงไปทางตะวันตกจนถึงป้อมสัตบรรพตในระหว่าง กำแพงพระบรมมหาราชวังกับวัดพระเชตุพนมีบ้านเสนาบดีและวังเจ้า คั่นอยู่หลายบริเวณ

ครั้นเมื่อถึงรัชกาลที่ 2 จึงมีการขยายเขตพระราชวังออกไป ในพระราชวังด้านใต้มีที่ว่าง โปรดฯให้ทำสวนปลูกต้นกุหลาบ สำหรับเก็บดอกใช้ในราชการจึงเกิดมีสวนกุหลาบขึ้นในพระราชวัง ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 เป็นต้นมา และในสมัยรัชกาลที่ 3 โปรดฯให้แบ่งสวนกุหลาบส่วนหนึ่งสร้างคลังศุภรัตน ทำเป็นตึกรูปเก๋งจีน แต่พื้นที่นอกจากสร้างคลัง ศุภรัตน ยังคงเป็นสวนกุหลาบต่อมาอย่างเดิม

พระตำหนักสวนกุหลาบ คลังศุภรัตน ภายในพระบรมมหาราชวัง
สวนกุหลาบฝ่ายไทย วัดมหาธาตุ
คลังศุภรัตน ในปัจจุบัน

ต่อมาในรัชกาลที่ 4 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเจริญพระชันษาถึงเวลาจะเสด็จมาประทับอยู่พระราชวังชั้นนอก แต่พระบรมพระชนกนาถมีพระประสงค์ที่จะให้เสด็จประทับอยู่ในที่ใกล้พระองค์ จึงโปรดฯให้จัดตำหนักพระราชทานเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ในสวนกุหลาบ ตรงตึกคลังศุภรัตน ซึ่งสร้างไว้ในสมัยรัชกาลที่ 3 และได้เรียกพระตำหนักนี้ว่า พระตำหนักสวนกุหลาบ และหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว ก็โปรดฯให้กรมหลวงอดิศรอุดมเดช เสด็จไปประทับอยู่ที่พระตำหนักสวนกุหลาบแทน จนออกจากวัง และจากนั้นมาก็ใช้เป็นคลังเก็บของเรื่อยไป[2]

ยุคที่ 1 พระพุทธเจ้าหลวงทรงให้กำเนิด (ชื่อยุคพระราชทานกำเนิด)[แก้]

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว โปรดฯ ให้เลือกสรรลูกผู้ดีมาฝึกหัด จัดเป็นกรมทหารมหาดเล็กสำหรับรักษาพระองค์ และให้เป็นที่ศึกษาหาความรู้ในราชสำนักสำหรับราชการด้วย และพระองค์เองก็ทรงดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็ก ครั้นเมื่อกรมทหารมหาดเล็กเจริญขึ้นทรงพระราชดำริว่า เชื้อสายราชสกุลชั้นหม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์มีอยู่มากแต่มักไม่ได้รับการอบรม บางคนประพฤติเสเพลเป็นนักเลงหัวไม้ เมื่อเกิดถ้อยความก็ขึ้นชื่อว่า เชื้อเจ้านายไปรังแกผู้อื่น จึงโปรดให้หม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ ซึ่งมีอายุสมควรจะฝึกหัด เข้าเป็นทหารมหาดเล็ก

ต่อมากรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็ก ได้ทรงดำริที่จะจัดตั้งโรงเรียนขึ้นแห่งหนึ่ง เพื่อฝึกหัดหม่อมเจ้า และหม่อมราชวงศ์โดยเฉพาะ ให้เป็นทหารมหาดเล็ก ทั้งนี้เนื่องจากฐานะทหารมหาดเล็กได้เสื่อมไปไม่เหมือนแต่ก่อน ประกอบกับสมัยนั้นราชการกระทรวงต่างๆ เปลี่ยนแปลงแบบแผนเป็นอย่างใหม่ เป็นที่นิยมของคนหนุ่มๆขึ้นมาก ไม่เหมือนสมัยก่อนซึ่งมีเพียงทหารมหาดเล็กอย่างเดียว ดังนั้นกรมพระยาดำรงราชานุภาพจึงคิดว่าควรจะจัดตั้งโรงเรียนจะได้มีผู้สมัครเข้ามามาก กรมพระยาดำรงราชานุภาพจึงนำความเห็น ขึ้นกราบทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้รับความเห็นชอบด้วย พระองค์ดำรัสสั่งให้จัดตั้งโรงเรียน ตามที่คิดนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรับจะทรงอุดหนุน ครั้นจะเลือกหาที่ตั้งโรงเรียนในโรงเรียน มหาดเล็กก็ไม่มีที่พอแก่การจัด จึงได้เลือก พระตำหนักสวนกุหลาบ ซึ่งตอนนั้นใช้เป็นคลังรุงรังรกอยู่ไม่เป็นประโยชน์นัก จึงกราบทูลฯขอ ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นในที่นั้น อาศัย เหตุนั้นจึงได้เรียกชื่อว่า "โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ" เมื่อ พ.ศ. 2425 เป็นต้น

สวนกุหลาบอังกฤษสุนันทาลัย

โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบได้จัดทั้งการฝึกหัดอย่างทหาร และเรียนแบบสามัญเหมือนโรงเรียนทั้งปวงด้วย ต่อมากิจการงานของโรงเรียนเจริญก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ มีหม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์และบุตรหลานของข้าราชการ สมัครเรียนมากขึ้นทุกที จนเกินจำนวนตำแหน่งนายทหารมหาดเล็ก ฉะนั้น ณ จุดนี้เอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ทรงตัดสินพระทัยว่า ถ้าหากเปลี่ยนให้เป็นโรงเรียน สำหรับข้าราชการทั่วไป จะเป็นประโยชน์ แก่บ้านเมืองยิ่งกว่าเป็นโรงเรียนสำหรับนายทหารมหาดเล็กกรมเดียว และได้เปลี่ยนฐานะนักเรียนจากทหารมาเป็นนักเรียนพลเรือน นอกจากนั้นพระองค์ก็ได้โปรดฯให้สร้าง ตึกยาวทางพระราชวังด้านใต้ ใช้เป็นที่เล่าเรียนและที่อยู่นักเรียนอีกหลังหนึ่งด้วย การตั้งโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบจึงนับว่าสำเร็จบริบูรณ์เมื่อ ปี ระกา พ.ศ. 2427 นั่นเอง โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบมีนักเรียนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อ พ.ศ. 2436 จึงขยายออกไปตั้งนอกพระบรมมหาราชวัง และจากเหตุนี้เองจึงเรียกชื่อเพียง "โรงเรียนสวนกุหลาบ" กับได้แยกเป็น 2 แห่ง คือ โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบฝ่ายไทย และ โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบฝ่ายอังกฤษ

ยุคที่ 2 ขยายออกนอกวัง[แก้]

  • โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบฝ่ายไทย

หลังจากออกย้ายจากพระบรมมหาราชวัง โรงเรียนสวนกุหลาบก็ได้เคลื่อนย้ายไปยังศาลา 4 หลัง ของวัดมหาธาตุด้านทิศเหนือเรียกว่า โรงเรียนสวนกุหลาบวัดมหาธาตุด้านทิศเหนือ เพื่อรอการก่อสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ ซึ่งในช่วงนี้มีโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบฝ่ายไทยอยู่ 2 ที่ ซึ่งอีกที่หนึ่งอยู่ที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวงในพระบรมมหาราชวัง เรียกว่า โรงเรียนสวนกุหลาบไทยในโรงเรียนมหาดเล็กหลวง ซึ่งโรงเรียนนี้คาดว่าเกิดจากการเคลื่อนย้าย ไปยังวัดมหาธาตุนั้นเคลื่อนย้ายไปไม่หมด ต่อมากระทรวงธรรมการได้งบประมาณในการสร้างที่ว่าการกระทรวงใหม่ และกระทรวงต้องการให้โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบเป็นโรงเรียนสำหรับฝึกหัดทดลองวิธีสอนและตำราเรียน จึงยกตึกหลังแรกใน 3 หลัง ให้เป็นโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ เรียกว่า โรงเรียนสวนกุหลาบวังหน้า ซึ่งจริงๆ กระทรวงต้องการให้โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายอังกฤษมารวมกันที่นี่ แต่สถานที่คับแคบไป จึงนำมาเฉพาะโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบฝ่ายไทยเพียงฝ่ายเดียว ต่อมาในปี พ.ศ. 2452 กระทรวงธรรมการ ได้ย้ายสถานที่ใหม่ ดังนั้นโรงเรียนสวนกุหลาบจึงต้องย้ายด้วย ซึ่งได้ย้ายไปอาศัยอยู่ ณ บริเวณศาลาวัดมหาธาตุด้าน ใต้เป็นการชั่วคราว จนกระทั่งย้ายมาอยู่ที่โรงเลี้ยงเด็กริมคลองมหานาค (โรงเรียนสวนกุหลาบโรงเลี้ยงเด็กริมคลอง มหานาค) หลังจากโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบฝ่ายไทยได้ย้ายไปตามสถานที่ต่างๆ ถึง 5 แห่ง โรงเรียนสวนกุหลาบก็ได้กลับมารวมอีกครั้งที่ "ตึกแถวหลังยาววัดราชบูรณะ" โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้กรมโยธาธิการออกแบบ แล้วใช้งบประมาณของวัดราชบูรณะเพื่อเช่าสถานที่ และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้กำหนดเป็นโรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาพิเศษ แล้วให้ชื่อว่า "โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย" และการรวมตัวครั้งนี้เป็นการรวม "สวนกุหลาบ" ทั้งหมด ซึ่งรวมทั้งโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบฝ่ายอังกฤษด้วย

  • โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบฝ่ายอังกฤษ
ตึกแม้นนฤมิตร์

หลังจากโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบฝ่ายไทย ย้ายออกจากพระบรมมหาราชวังไปแล้ว แต่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบฝ่ายอังกฤษยังคงอยู่ในพระบรมหาราชวัง โดยย้ายจากที่เดิมมาอยู่ที่ตึก 2 หลังริมพระที่นั่งสุทไธสวรรย เรียกว่า "โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบริมพระที่นั่งสุทธัยสวรรค์" ต่อมาได้ย้ายไปตั้งอยู่ ณ วังพระองค์เจ้าภานุมาศ ซึ่ง หมายถึง "วังหน้า" เดิมในสมัยรัชกาลที่ 4 เรียกว่า โรงเรียนสวนกุหลาบวังหน้า โดยอาศัยเก๋งจีนที่เป็นฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นที่สอน หลังจากอาศัยอยู่ที่นี่ช่วงหนึ่ง ก็ได้ย้ายมาตั้งอยู่ที่สตรีสวนสุนันทาลัย ( ปากคลองตลาด ) เนื่องจากโรงเรียนนี้มีนักเรียนน้อยลงเรื่อยๆ จำต้องปรับปรุง มีการพักการเรียนการสอนไว้ก่อน โรงเรียนสวนกุหลาบซึ่งยังไม่มีสถานที่แน่นอน จึงได้ย้ายมา เปิดการสอนเป็นชั่วคราว เรียกว่า โรงเรียนสวนกุหลาบอังกฤษสุนันทาลัย จนกระทั่งสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ได้มีหนังสือขอพระราชทานที่โรงเรียนสตรีสุนันทาลัยเพื่อปรับปรุงให้เป็น "โรงเรียนราชินี" โรงเรียนสวนกุหลาบอังกฤษสุนันทาลัยจึงได้ย้ายมารวมอยู่กับโรงเรียนเทพศิรินทร์ เพราะว่าโรงเรียนเทพศิรินทร์ได้มีการปรับปรุงซ่อมแซมโรงเรียนครั้งใหญ่ ใช้งบประมาณในการสร้างโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบแห่งใหม่ โดยมีข้อตกลงในการก่อสร้าง "ตึกแม้นนฤมิตร์" เป็นตึกเรียนหลังใหม่ และให้ชื่อว่า โรงเรียนสวนกุหลาบตึกแม้นนฤมิตร์ ทั้งนี้โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการให้กรมศึกษาธิการเป็นผู้ดำเนินการทำสัญญาก่อสร้าง ต่อมาได้มีการเปลี่ยนนามโรงเรียนสวนกุหลาบเป็นโรงเรียนเทพศิรินทร์ตึกแม้นนฤมิตร์แทน โดยเหตุที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นว่าพระองค์ได้ออกเงินเพียงส่วนน้อยเท่านั้น

ยุคที่ 3 กลับมารวมตัว[แก้]

ตึกยาวหรืออาคารสวนกุหลาบ จากมุมมองด้านหน้าโรงเรียน
การชกมวยไทยโบราณ ระหว่างนายยัง หาญทะเล ทหารคนสนิทของกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ (คนขวา) กับนาย ไล่ หู นักมวยจีน (คนซ้าย) ที่สนามโรงเรียนสวนกุหลาบ เมื่อ พ.ศ. 2465 [3]

ต่อมาการเดินทางอันยาวนานของ "สวนกุหลาบ" จึงได้สิ้นสุดลงเมื่อปี พ.ศ. 2454 โดยโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ได้รวมกับฝ่ายไทยและได้แหล่งที่พำนักถาวร พร้อมกับนามว่า "โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย" ถึงตรงนี้ โรงเรียนสวนกุหลาบทั้งสองฝ่ายก็ได้มารวมกันอีกครั้งโดยอยู่ในพื้นที่ของวัดราชบุรณะ และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้สร้างตึกยาวขึ้นเพื่อดำเนินการสอน การที่พระองค์ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สร้างตึกยาวนี้ ทรงมอบให้กรมโยธาธิการเป็นผู้ออกแบบโดยใช้งบประมาณของวัดราชบูรณะ ซึ่งในเวลานั้นเงินสร้างตึกให้ชาวบ้านเช่าโดยเปลี่ยนเป็นให้โรงเรียนเช่า เพื่อใช้เป็นโรงเรียนแผนใหม่ ทั้งนี้ด้วยความคิดของเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล) ศิษย์เก่าเลขประจำตัวหมายเลข 2 ของโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ เสนาบดีกระทรวงธรรมการในขณะนั้น โดยมีการเซ็นสัญญาเช่ากับพระธรรมดิลก เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะในสมัยนั้น โดยมีนายเอง เลียงหยง เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 10,150 บาท จึงได้เกิดตึกยาว รวมนักเรียนสวนกุหลาบจากที่ต่างๆ

ในปี พ.ศ. 2453 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมาทอดพระเนตรการก่อสร้างด้วยพระองค์เอง ก่อนสวรรคตในปี พ.ศ. 2453 นั้นเอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าทรงเป็นผู้ก่อกำเนิดโรงเรียนนี้โดยแท้ นับเป็นมหากรุณาธิคุณแก่ทวยราษฎร์อย่าง ล้นเกล้าฯหาที่สุดมิได้

ตึกยาว ที่เคียงข้างตึกยาว(สวนกุหลาบ) ความจริงแล้วก่อนช่วงเกิดสงครามโลก ตึกยาวดังกล่าวเป็นของโรงเรียนเพาะช่าง ซึ่งมีหลักฐานเป็นภาพป้ายโรงเรียนเพาะช่างติดอยู่บริเวณทางเข้าตึกยาว

บทบาททางวิชาการ สังคม และการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม[แก้]

  • ริเริ่มโครงการฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์[4]
  • โรงเรียนมีความโดดเด่น ในด้าน ความรักความสมานสามัคคีกลมเกลียวระหว่างรุ่นพี่-รุ่นน้อง ความรักกตัญญูกตเวที ทั้งระหว่าง พ่อ-แม่ ระหว่างอาจารย์-ลูกศิษย์ มีความเป็นผู้นำ ดังคติประจำใจที่ว่า "เป็นผู้นำ รักเพื่อน นับถือพี่ เคารพครู กตัญญูพ่อ-แม่ ดูแลน้อง"
  • โรงเรียนมีความโดดเด่นด้านกิจกรรมมากมาย โดยจัดขึ้นในกลุ่ม ของนักเรียน (ตัวอย่าง ภายใน รร. คือ งานสมานมิตร และงานมุทิตาจิต ภายนอกโรงเรียน ได้แก่ สวนจาม สวนโดม สวนศรีตรัง เป็นต้น) ชึ่งในโรงเรียนก็ได้จัดกิจกรรมชุมนุมขึ้นของนักเรียนที่เปิดทำการทั้งหมดทั้งที่มีในคำสั่งโรงเรียนและไม่มีในคำสั่งโรงเรียน(ปีการศึกษา 2551) จำนวนทั้งหมดเฉลี่ย 30-50 ชุมนุมในแต่ละปีการศึกษา

บทบาททางการเมืองและการก้าวสู่ปัจจุบัน[แก้]

พ.ศ. 2475 มี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ซึ่งเป็นที่ไม่คาดคิดว่าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนหลวงแห่งแรกของประเทศไทย จะมีหน้าประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับการเมืองการปกครองในสมัยนั้นด้วย เมื่อ วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 คณะราษฎร ได้จับตัวพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นตัวประกัน รวมทั้ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ด้วย บรรยากาศขณะนั้นตึงเครียดมีการวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก บรรยากาศด้านการเมืองรุนแรงน่าหวาดกลัวแม้กระทั่งในโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ซึ่งเป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น มีรถถังแล่นมาจอดขวางประตูโรงเรียน มีนายทหารและพลเรือนของคณะราษฎร นำโดย นายสงวน ตุลารักษ์ ได้เข้ามาในโรงเรียน เชิญอาจารย์ใหญ่ ซึ่งขณะนั้นคือ อาจารย์เอซี เชอร์ชิล และนักเรียน ม.6-ม.8 เข้าหอประชุมสามัคคยาจารย์สมาคม ประกาศทุกคนได้รับทราบว่า ขณะนี้ได้มีการปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ

นักเรียนสวนกุหลาบได้ลุกขึ้นถามว่า "ทำไมต้องเปลี่ยนแปลงการปกครอง" นายสงวน ตอบว่า "ไม่ต้องถามเวลานี้ ถ้าต้องการรายละเอียดต้องตอบด้วยปืน ขณะนี้ได้จับเจ้านายไปแล้ว"

บรรยากาศตอนนี้มีความสับสน นักเรียนที่ไม่เข้าใจเหตุการณ์ บ้างก็หลบอยู่ตามห้องเรียน บ้างก็กระโดดหนีออกจากโรงเรียนไป ที่เข้าประชุมก็ไม่ค่อยเข้าใจแจ่มชัดนัก แต่การกระทำครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะควบคุมความสงบสุขของ ครูและนักเรียนในโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนใหญ่ และในขณะนั้นถือว่าใกล้ชิดกับราชวงศ์และข้าราชการชั้นสูงของกระทรวงธรรมการนั่นเอง

จากเหตุการณ์ตอนนี้พอสันนิษฐานว่า โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยเป็นโรงเรียนที่มีบทบาทสำคัญแห่งหนึ่ง ซึ่งคณะราษฎร์จำเป็นจะต้องควบคุมสถานการณ์ไว้ เพราะเป็นต้นแบบในด้านต่างๆของโรงเรียนทั่วไป ครูอาจารย์ และ นักเรียน ก็น่าจะเป็นพลังที่จะต่อต้านคณะปฏิวัติ ซึ่งก่อให้เกิดความระส่ำระสาย ยากที่คณะราษฎร์จะดูแลได้ จึงได้ใช้วิธีนำรถถังมาปิดโรงเรียนและควบคุมสถานการณ์ดังกล่าว

นอกจากนี้ กิจกรรมอีกประการหนึ่งที่เป็นผลสะท้อนให้เห็นว่า โรงเรียนสวนกุหลาบมีบทบาททางการเมืองการปกครอง สมัยนั้นคือ การที่ลูกเสือโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย มีส่วนช่วยรัฐบาลในการปราบกบฏบวรเดช ในกรณีของการปราบกบฏบวรเดชนี้ รัฐบาลขณะนั้นได้ขอความร่วมมือจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ให้ส่งอาสาสมัครที่เป็นลูกเสือไปช่วยเป็นกองกำลัง ด้านลำเลียงกระสุนปืนส่งเสบียงบริเวณบางซื่อบ้าง และหลักสี่ทำหน้าที่เฝ้าคุกเพื่อไม่ให้มีการจลาจลบ้าง โดยแต่งกายชุดลูกเสือไปช่วยเป็นพลรบ การสู้รบครั้งนี้มีลูกเสือโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยที่ช่วย เป็นกองกำลังสนับสนุนจนฝ่ายรัฐบาลได้รับชัยชนะ ต่อมาจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้มอบโล่เกียรติยศ จากการปราบกบฏครั้งนี้ ให้กับโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (อยู่ในห้องนิทรรศการ จาริกานุสรณ์) และนักเรียนรุ่นนั้นทุกคนได้รับเหรียญพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ซึ่งมีการประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษาด้วย

เมื่อในปี พ.ศ. 2541 เหตุการณ์ทางการเมืองที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นอีกเป็นหนที่สอง เมื่อนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กว่า 2,000 คน ได้เดินทางไปยังกระทรวงศึกษาธิการเพื่อสอบถามข้อข้องใจ ในเรื่องสาเหตุของการสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนในสมัยนั้น (ผอ.ธานี สมบูรณ์บูรณะ) จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ปรากฏไปตามสื่อต่าง ๆ ทั้ง โทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์

ประวัติสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย[แก้]

แผนที่-อาคาร ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2

ในระยะก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น ได้มีการสร้างอาคารต่างๆเพิ่มเติม รวมทั้งสิ้นแล้วมีอาคารอยู่ 10 หลัง คือ อาคารเรียนหลังยาว ซึ่งยังคงตั้งตระหง่านมาจนกระทั่งมาจนถึงทุกวันนี้ ตึกวิทยาศาสตร์ชั้นเดียว โรงอาหาร โรงพลศึกษา ตึกหลังกลางและบ้านพักครู ที่พักภารโรง รวม 5 หลัง ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น อาคารบางหลังได้รับความเสียหายจากลูกระเบิด และเมื่อสงครามสงบก็ได้รับการซ่อมแซมดังนี้คือ อาคารหลังยาว และตึกวิทยาศาสตร์ได้รับการซ่อมแซมจนใช้การได้ดี ส่วนโรงอาหาร โรงพลศึกษา และตึกหลังกลาง นั้นถูกระเบิดเมื่อ 14 กันยายน พ.ศ. 2488 ได้รับความเสียหายมากจนเกินกว่าจะซ่อมแซมให้ใช้ได้ดังเดิมได้

พ.ศ. 2496 ก็ได้สร้างหอประชุม"สวนกุหลาบรำลึก"เคียงข้างกับตึกหลังยาวทางด้านวิทยาลัยเพาะช่าง และมีสะพานลอยโยงถึงตึกเรียนหลังยาวด้วย หอประชุมนี้ภายหลังทรุดโทรมลง และได้ทุบในปี พ.ศ. 2534 สร้างเป็น "อาคารสวนกุหลาบรำลึก"(ปัจจุบัน)

พ.ศ. 2510 มีการสร้างตึกพลศึกษา ทางด้านทิศตะวันตกใกล้ตึกวิทยาศาสตร์และอีก 2 ปีต่อมาก็ ได้สร้างโรงอาหารขึ้นใกล้กับตึกพลศึกษา หลังจากนั้นก็ได้สร้างตึกสามัคยาจารย์สมาคม 3 ชั้น แทนที่สามัคยาจารย์สมาคม ทางด้านใต้ของโรงเรียน และสุดท้ายก็ได้สร้างอาคารสามัคยาจารย์ 4 ชั้น ติดกับตึกสามัคยาจารย์เดิมขึ้น พร้อมกับอาคารพระเสด็จ ซึ่งสร้างแทนที่ศาลาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี

พ.ศ. 2519 เปิดใช้สนามกีฬาเอนกประสงค์ "สนามไพศาล" เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2519 โดยที่มาของนาม "สนามไพศาล" เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ "นายไพศาล นันทาภิวัฒน์ ศิษย์เก่าสวนกุหลาบฯ ปี พ.ศ. 2481" ซึ่งถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจวาย เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2518 สนามไพศาลเป็นลานซีเมนต์ล้อมตาข่ายเหล็ก ใช้เป็น สนามบาสเก็ตบอล สนามตะกร้อ สนามเทนนิส ลานจัดกิจกรรมนักเรียน ภายหลัง ทุบเพื่อสร้าง "อาคาร 123 ปี สวนกุหลาบ" ปลายปี พ.ศ. 2547

พ.ศ. 2521 สร้างตึกดำรงราชานุภาพ บนพื้นที่เดิมซึ่งเป็นโรงอาหารเป็นอาคารเรียน 5 ชั้น ชั้นล่างเป็นโรงอาหาร ต่อมาเมื่อตึกปิยมหาราชานุสรณ์สร้างเสร็จแล้วได้ย้ายโรงอาหารไปชั้นล่างของตึกปิยมหาราชานุสรณ์ ส่วนชั้นล่างของตึกดำรงราชานุภาพได้กั้นเป็นห้องเรียนและห้องโสตทัศนศึกษา

พ.ศ. 2525 เนื่องในโอกาสที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยมีอายุครบ 100 ปี ได้ก่อสร้างตึกปิยมหาราชานุสรณ์ ซึ่งเดิมเป็นอาคารโรงยิมชั้นเดียว ครั้นก่อสร้างเสร็จแล้วได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นเกล้าล้นกระหม่อมจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงเปิดอาคารเมื่อ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2527

พ.ศ. 2530 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนอนุรักษ์อาคารหลังยาวเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เนื่องจากมีความสำคัญทางประวัติการศึกษาแห่งชาติ ในปีเดียวกันทางโรงเรียนได้ทำการรื้อถอนอาคารพระเสด็จฯ เพื่อก่อสร้างใหม่ เนื่องจากบริเวณที่ตั้งอาคารเกิดการทรุดตัว เกรงว่าจะเป็นอันตราย และได้สร้างอาคารพระเสด็จฯ ขึ้นมาใหม่ เสร็จสมบูรณ์และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคาร เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2535 และในปีเดียวกัน มีพิธีเปิดอาคารสุทธิ เพ็งปาน ซึ่งเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2534 ด้านหลังของอาคารสามัคยาจารย์ ใช้เป็นที่พักนักกีฬาและ สระว่ายน้ำ

ตึกยาว ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน

พ.ศ. 2537 ดำเนินการก่อสร้างอาคารหอประชุมสวนกุหลาบรำลึก หลังใหม่ขึ้น แทนหลังเดิมซึ่งชำรุดทรุดโทรม โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาพระราชดำเนินมา ทรงทำพิธีเปิดในวันที่ 8 มีนาคม 2538

พ.ศ. 2538 จุดรวมสำคัญของสวนกุหลาบวิทยาลัยในรอบ 113 ปี คืองาน "สวนกุหลาบวิทยาลัย ใน 12 ทศวรรษ" 8-11 มีนาคม พ.ศ. 2538 เพื่อรวบรวมประวัติศาสตร์อันยาวนานของสวนกุหลาบวิทยาลัยเพื่อจัดตั้ง พิพิธภัณฑ์การศึกษาแห่งชาติตึกยาว ปัจจุบันนี้ตึกยาวได้มีอายุ 102 ปีแล้ว และตึกยาวก็เป็นตึกที่ใช้อบรมนักเรียน ผลิตบุคลากรและเยาวชนที่มีคุณภาพออกไปรับใช้ประเทศชาติ ตึกยาวจึงเป็นที่รักใครของนักเรียนสวนกุหลาบยากยิ่งเสมอมาโดยตลอด

พ.ศ. 2547 รื้อสนามกีฬาเอนกประสงค์ "สนามไพศาล" สร้างอาคารเอนกประสงค์ "อาคาร ๑๒๓ ปี สวนกุหลาบ" เปิดใช้เมื่อ 9 มีนาคม 2549

พ.ศ. 2549 อัญเชิญ หลวงพ่อสวนกุหลาบองค์จำลอง ประดิษฐาน ณ บุษบก ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ ณ หน้า อาคาร ๑๒๓ ปี สวนกุหลาบวิทยาลัยเมื่อ 9 มิถุนายน 2549 ซึ่งตรงกับงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

จากบทนิพนธ์ของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ว่า

ประโยชน์ของโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ นอกจาก เป็นบ่อเกิดวิชาคุณของข้าราชการเป็นกันมาก ยังมีประโยชน์แพร่หลายอย่างอื่นอีก ที่เป็นสำคัญคือเมื่อปรากฏว่าจัดตั้ง โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบได้ดั่งพระราชประสงค์แล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริ ว่าสมควรจะจัดการตั้งโรงเรียนเขียนและสอนวิชาให้แพร่หลายออกไปเป็นการศึกษาสำหรับประเทศสยาม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้คิดจัดตั้งโรงเรียนขึ้นตามพระราชอารามหลวงทั้งในกรุงและหัวเมือง...

จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จากการพระราชทานรางวัลนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบ พ.ศ. 2427[5] ที่ว่า

ฉันมีความยินดีที่ได้มาเป็นผู้ให้รางวัลแก่เด็กนักเรียน ซึ่งได้ไล่หนังสือเป็นครั้งแรกในเมืองไทย เพราะการที่เคยไล่หนังสือมาแต่ก่อนนั้น ก็ได้ไล่แต่พระสงฆ์ วิชาหนังสือเป็นวิชาที่นับถือ แลเป็นที่สรรเสริญมาแต่โบราณ เพราะวิชาที่อาจทำให้การทั้งปวงสำเร็จไปได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ในกาลเวลานี้ผู้ซึ่งจะเป็นข้าราชการ ไม่รู้หนังสือแล้วเกือบจะเป็นอันใช้ไม่ได้ทีเดียว แต่เป็นการขัดข้องลำบากแก่หม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์อยู่มาก ด้วยไม่มีทางที่จะเข้ารับราชการได้ เพราะเป็นเจ้าเสียไม่ได้เป็นขุนนาง จึงคิดหาโอกาสที่จะให้เรียนหนังสือ ได้ไล่วิชา เหมือนหนึ่งได้ถวายตัว เช่น ข้าราชการ เจ้านายตั้งแต่ราชตระกูล ตั้งแต่ลูกฉันเป็นต้นลงไป ตลอดถึงราษฎรที่ต่ำที่สุด จะได้มีโอกาสเล่าเรียนเสมอกัน ไม่ว่าเจ้า ว่าขุนนาง ว่าไพร่ เพราะฉะนั้นจึงขอบอกได้ว่าการเล่าเรียนในบ้านเมืองเรานี้ จะเป็นข้อสำคัญที่หนึ่ง ซึ่งฉันจะอุตสาห์จัดขึ้นให้เจริญ ลงได้...

ได้แสดงให้เห็นว่าโรงเรียนสวนกุหลาบเป็นบ่อเกิดของความรู้รวมทั้งบุคลากรที่มีความสามารถมากมายเพื่อเผยแพร่วิชาความรู้แก่เยาวชนรุ่นหลัง ต่อไป

ปัจจุบันนี้โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยก็ได้จัดตั้งมาเป็นเวลากว่า 132 ปีแล้วและก็สามารถผลิตบุคลากรและเยาวชนที่มีคุณภาพออกไปรับใช้ประเทศชาติเสมอมาโดยตลอด สมกับคำนิพนธ์ของ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ และ พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้ก่อตั้งสถานศึกษาแห่งนี้ทุกประการ

รายนามผู้บริหารโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย[แก้]

ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 ม.อ.ต.พระยาศึกษาสมบูรณ์ (ม.ล.แหยม อินทรางกูร)
2 อ.อ.พระยาอุปการศิลปเสริฐ (อั๋น ชัชกุล)
3 Ernest Young พ.ศ. 2437 - 2438
4 W.G. Johnson พ.ศ. 2438 - 2440
5 E.S. Smith พ.ศ. 2438 - 2440
6 H.E. Spivey พ.ศ. 2446 - 2458
7 พระยาวินิจวิทยาการ (กร อมาตยกุล) พ.ศ. 2450 - 2457
8 นอร์แมน ซัตตัน พ.ศ. 2458 - 2473
9 พระปวโรฬารวิทยา (ป๋อ เชิดชื่อ) พ.ศ. 2473 - 2475
10 A.C. Churchill พ.ศ. 2475 - 2477
11 หลวงบุญปาลิตวิชชาสาสก์ พ.ศ. 2481 - 2496
12 นายนพ ปาลกวงศ์ ณ อยุธยา พ.ศ. 2498 - 2500
13 นายสำเนียง ตีระวนิช พ.ศ. 2500 - 2501
14 นายถวิล สุริยนต์ พ.ศ. 2501 - 2503
15 นายโปร่ง ส่งแสงเติม พ.ศ. 2503 - 2509
16 นายวินัย เกษมเศรษฐ พ.ศ. 2509 - 2513
17 นายสุวรรณ จันทร์สม พ.ศ. 2513 - 2519
18 นายกมล ธิโสภา พ.ศ. 2519 - 2521
19 นายประยูร ธีระพงษ์ พ.ศ. 2521 - 2522
20 นายสำเริง นิลประดิษฐ์ พ.ศ. 2522 - 2526
21 นายสุทธิ เพ็งปาน พ.ศ. 2526 - 2535
22 นางสมหมาย วัฒนะคีรี พ.ศ. 2535 - 2539
23 นายธานี สมบูรณ์บูรณะ พ.ศ. 2539 - 2541
24 นายศิริ สุงคาสิทธิ์ พ.ศ. 2541 - 2542
25 นายณรงค์ รักเดช พ.ศ. 2542 - 2543
26 นายสมพงษ์ รุจิรวรรธน์ พ.ศ. 2543 - 2545
27 นายสิทธิรักษ์ จันทร์สว่าง พ.ศ. 2545 - 2549
28 นายมนตรี แสนวิเศษ พ.ศ. 2549 - 2552
29 นายพีระ ชัยศิริ พ.ศ. 2552 - 2554
30 ดร.เชิดศักดิ์ ศุภโสภณ พ.ศ. 2554 - ปัจจุบัน

เพลงประจำโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย[แก้]

เพลงประจำโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ประพันธ์ขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คำร้องโดย หม่อมราชวงศ์เลื่อน สิงหรา ผู้เรียบเรียงคือ สุวัฒน์ เทียมหงษ์ ทำนองจากเพลงแขกต่อยหม้อ อัตราจังหวะสองชั้น เป็นเพลงไทยเดิมที่ใช้ประกอบการแสดง ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีจังหวะการเอื้อนทำนองโดยเฉพาะ[6][7]

กิจกรรม-ประเพณี[แก้]

  • วันละอ่อน
  • วันรับขวัญเสมา
  • วันแนะนำกิจกรรม
  • วันสมานมิตร
  • วันมุทิตาจิต
  • วันจากเหย้า
  • นิทรรศสวนฯ (Suankularb Exhibition)
  • จตุรมิตรสามัคคี (Jaturamitr)
  • ลูกเสือ-เนตรนารีสวนกุหลาบสัมพันธ์ (ร่วมกับโรงเรียนในเครือ)
  • กรีฑาสวนกุหลาบสัมพันธ์ (ร่วมกับโรงเรียนในเครือ)

คณะกรรมการนักเรียน โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย[แก้]

คณะกรรมการนักเรียน เป็นองค์กรนักเรียนที่ดำเนินการจัดตั้งอย่างถูกต้อง ภายใต้ระเบียบโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ว่าด้วยการทำกิจกรรมของนักเรียน พุทธศักราช 2539 โดยไม่มีหลักฐานการจัดตั้งในยุคเริ่มต้นอย่างเด่นชัด แต่คาดว่าน่าจะมีการจัดตั้งมาเป็นระยะเวลานานแล้ว

คณะกรรมการนักเรียน โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย มีบทบาทในการเป็นแกนนำนักเรียนที่ดำเนินการจัดกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน ทั้งกิจกรรมตามประเพณี และกิจกรรมตามวาระและโอกาสพิเศษต่างๆ เพื่อรักษาประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมสวนกุหลาบวิทยาลัย ให้สนองต่อความต้องการของนักเรียน สังคมและชุมชน ดูแลระบบการทำกิจกรรมชุมนุมของนักเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยทั้งระบบ มีส่วนช่วยในการสนับสนุน ส่งเสริม และให้คำแนะนำต่อการทำกิจกรรมของนักเรียนทุกประเภท ตลอดจนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเพื่อการตัดสินใจของคณะครูและผู้บริหารในมุมมองของนักเรียน รวมทั้งเป็นตัวแทนของนักเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เพื่อไปแสดงออกถึงความเห็นและมุมมองในเรื่องต่างๆ ต่อสังคมภายนอกในโอกาสที่เหมาะสม ซึ่งบทบาทเหล่านี้ยังคงได้รับการสืบทอดต่อจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันคณะกรรมการนักเรียน โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ดำเนินการโดยนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของแต่ละปีการศึกษา อยู่ภายใต้งานส่งเสริมกิจกรรมนักเรียน กลุ่มบริหารกิจการนักเรียน ในการควบคุมดูแลของคณาจารย์ที่ปรึกษา

ภารกิจและหน้าที่รับผิดชอบ[แก้]

  • รับผิดชอบการจัดกิจกรรมตามประเพณีของชาวสวนกุหลาบวิทยาลัย ที่ดำเนินการโดยฝ่ายนักเรียนเป็นผู้รับผิดชอบควบคู่กับทางโรงเรียน เช่น วันละอ่อน , วันสมานมิตร , วันจากเหย้า , วันแนะนำกิจกรรม และนิทรรศการสวนกุหลาบฯ เป็นต้น
  • ร่วมมือกับทางโรงเรียนในการจัดกิจกรรมของชาวสวนกุหลาบวิทยาลัยที่ทางโรงเรียนเป็นผู้รับผิดชอบหลัก เช่น ค่ายปฐมนิเทศและฝึกอบรมนักเรียนใหม่ ม.1 , การแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี รวมทั้งกิจกรรมตามวาระและโอกาสพิเศษอื่นๆ เช่น กิจกรรมวันแม่ วันพ่อ พิธีไหว้ครู กิจกรรมแห่เทียนพรรษา เป็นต้น
  • รับผิดชอบการจัดทำหนังสืออนุสรณ์ประจำปีของโรงเรียน (หนังสือสมานมิตร) ร่วมกับคณะกรรมการรุ่น
  • ดูแล จัดระบบ ส่งเสริม และให้คำแนะนำในการทำกิจกรรมในระบบชุมนุมของนักเรียนทั้งหมด อนึ่ง ในบางรุ่น คณะกรรมการนักเรียนอาจมีการตั้งคณะบุคคลเพื่อดูแลรับผิดชอบกิจการด้านนี้เป็นพิเศษโดยเฉพาะ
  • ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยในโรงเรียน ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน เพื่อนำมาสู่การจัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโรงเรียนในฐานะที่นักเรียนสามารถกระทำได้
  • รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน ตลอดจนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและแสดงความคิดเห็นต่างๆ ในเรื่องที่มีผลกระทบโดยตรงต่อทางโรงเรียนหรือตัวนักเรียนกับทางผู้บริหาร และคณาจารย์ที่เกี่ยวข้อง
  • รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน ตลอดจนมีส่วนร่วมในเสนอมุมมอง การตัดสินใจและแสดงความคิดเห็นต่างๆ ในประเด็นสาธารณะ ต่อองค์กรภายนอก หรือต่อสาธารณชนตามที่ได้รับมอบหมาย หรือตามที่โอกาสอำนวย
  • จัดกิจกรรม และ/หรือส่งเสริม สนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของชาวสวนกุหลาบวิทยาลัยทุกประเภท รวมทั้งกิจกรรมเพื่อเพิ่มพูนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสุภาพบุรุษสวนกุหลาบฯ
  • ร่วมพิจารณาและดูแล เฝ้าระวังความเปลี่ยนแปลงภายในสังคมของนักเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ในทางที่จะส่งผลกระทบต่อขนบธรรมเนียม ประเพณี จารีตของสังคมโดยรวม และนำเข้าสู่การหารือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา
  • ร่วมกับคณะกรรมการนักเรียนของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย 5 สถาบันในการจัดตั้งองค์กรเครือข่าย "กลุ่มมวลกุหลาบ" เพื่อเป็นแกนนำในการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างโรงเรียนในเครือสวนกุหลาบวิทยาลัยทั้ง 10 สถาบัน ตลอดจนเป็นแกนนำในการเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และถ่ายทอดขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามของชาวสวนกุหลาบวิทยาลัย ให้แก่นักเรียนของโรงเรียนในเครือสวนกุหลาบวิทยาลัยทั้ง 10 สถาบัน ให้มีแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งมีส่วนร่วมในกิจกรรมหลักของโรงเรียนเครือฯ ทั้งหมด ได้แก่ งานชุมนุมลูกเสือสวนกุหลาบสัมพันธ์ และการแข่งขันกรีฑาสวนกุหลาบสัมพันธ์ เป็นต้น
  • ประสานงานกับผู้บริหารและคณาจารย์ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการต่างๆ ของโรงเรียนเพื่อให้การดำเนินการเหล่านั้นเป็นไปอย่างเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพตามที่ได้รับมอบหมาย
  • จัดกิจกรรมหรือกระทำการใดๆ ตามนโยบายของคณะกรรมการนักเรียนที่ได้ประกาศไว้ครั้งลงสมัครรับเลือกตั้ง
  • หน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

ชุมนุมและกิจกรรมของ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย[แก้]

ชุมนุมและกิจกรรมของ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ได้มีประวัติมายาวนาน โดยประกอบด้วย ชุมนุมมากมายที่เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มของเด็กนักเรียน ด้วยความสมัครใจของตัวนักเรียนเอง และเป็นต้นแบบ ของกิจกรรม ให้กับโรงเรียนอื่นๆ อีกมากมาย

เช่น ชุมนุมลูกเสือ ชุมนุมวงดุริยางค์ ชุมนุมเชียร์และแปรอักษร ชุมนุมประชาสัมพันธ์ เป็นต้น

ศิษย์เก่าเกียรติยศ[แก้]

บุคคลที่มีชื่อเสียงที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°44′34″N 100°29′55″E / 13.742824°N 100.498579°E / 13.742824; 100.498579