วัดไชยวัฒนาราม
วัดไชยวัฒนาราม มุมจากโดรนเมื่อปี พ.ศ. 2565 | |
| ที่ตั้ง | ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา |
|---|---|
| ประเภท | วัด |
| ส่วนหนึ่งของ | อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา |
| ความเป็นมา | |
| ผู้สร้าง | สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง |
| สร้าง | พ.ศ. 2173 |
| ละทิ้ง | พ.ศ. 2310 |
| สมัย | อยุธยา |
| หมายเหตุเกี่ยวกับสถานที่ | |
| ขุดค้น | พ.ศ. 2530–2535 |
| ผู้ขุดค้น | กรมศิลปากร |
| สภาพ | ซากปรักหักพัง |
| ผู้บริหารจัดการ | กรมศิลปากร |
| การเปิดให้เข้าชม | ทุกวัน 08.00-18.30 น. |
| สถาปัตยกรรม | |
| รูปแบบสถาปัตยกรรม | อยุธยา |
วัดไชยวัฒนาราม หรือ วัดชัยวัฒนาราม เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทางฝั่งตะวันตกนอกเกาะเมือง[1] วัดไชยวัฒนาราม ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญของกรุงศรีอยุธยา
วัดไชยวัฒนารามเป็นวัดสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. 2173[2]โดยเดิมบริเวณที่ตั้งของวัดแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่ของพระราชมารดาที่ได้สิ้นพระชนม์ไปก่อนที่สมเด็จพระเจ้าปราสาททองได้เสวยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ เมื่อพระองค์ได้เสวยราชสมบัติพระองค์จึงได้สร้างวัดไชยวัฒนารามขึ้นเพื่ออุทิศผลบุญนี้ให้กับพระราชมารดา และอีกประการหนึ่งวัดนี้อาจถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือเขมรด้วย จึงทำให้มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมส่วนหนึ่งมาจากปราสาทนครวัด[3]
ประวัติ
[แก้]วัดไชยวัฒนาราม ได้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2173 โดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นบนที่ที่เป็นบ้านเดิมของพระองค์เพื่ออุทิศพระราชกุศลถวายพระราชมารดา
ก่อนกรุงแตก พ.ศ. 2310 วัดไชยวัฒนารามถูกแปลงเป็นค่ายตั้งรับศึก และค่ายนี้ก็แตกพ่ายภายในเวลา 9 วัน หลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง วัดไชยวัฒนารามได้ถูกปล่อยทิ้งให้ร้างเรื่อยมา
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเคยเสด็จฯ มาทอดพระเนตรวัดนี้ โดยพระยาโบราณราชธานินทร์ได้สั่งการให้ถางต้นไม้โดยรอบบริเวณจนสามารถเห็นตัวองค์พระปรางค์และโครงสร้างวัด
ใน พ.ศ. 2509 น. ณ ปากน้ำ เข้ามาสำรวจบริเวณนี้ก็กลับมาเป็นป่ารกชัฏไปหมด น. ณ ปากน้ำ บรรยายว่าภายในวัดก็มีแต่ซากปรักหักพังและชิ้นส่วนประติมากรรมก็โดนโจรเข้ามาลักไปขาย และวัดได้กลายเป็นที่หลบซ่อนตัวของโจรขโมยอีกด้วย[4]
ในปี พ.ศ. 2530 กรมศิลปากรได้เข้ามาอนุรักษ์จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2535
สถาปัตยกรรม
[แก้]
ฐานภายใน
[แก้]วัดไชยวัฒนาราม มีปรางค์ประธานและปรางค์มุมอยู่บนฐานเดียวกัน พระปรางค์ประธานนำรูปแบบของพระปรางค์สมัยอยุธยาตอนต้นมาก่อสร้าง แต่ปรางค์ประธานที่วัดไชยวัฒนารามทำมุขทิศยื่นออกมามากกว่า บนยอดองค์พระปรางค์ใหญ่อาจเคยประดิษฐานเจดีย์ขนาดเล็ก สื่อถึงพระเจดีย์จุฬามณีบนยอดเขาพระสุเมรุ รอบพระปรางค์ใหญ่ล้อมรอบไปด้วยระเบียงคตที่เดิมนั้นมีหลังคา ภายในระเบียงคตประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่เคยลงรักปิดทองจำนวน 120 องค์ เป็นเสมือนกำแพงเขตศักดิ์สิทธิ์ ตามแนวระเบียงคตตรงทิศทั้งแปดสร้างเมรุทิศ และ เมรุมุม (เจดีย์รอบ ๆ พระปรางค์ใหญ่) ภายในเมรุทุกองค์ประดิษฐานพระพุทธรูป ภายในซุ้มเรือนแก้วล้วนลงรักปิดทอง ฝาเพดานทำด้วยไม้ประดับลวดลายลงรักปิดทองเช่นกัน
พระอุโบสถ
[แก้]พระอุโบสถ สร้างอยู่ทางด้านหน้ากำแพงเมรุทิศเมรุราย นอกระเบียงคต ปัจจุบันเหลือแต่ฐาน ข้าง ๆ มีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง มีกำแพงล้อมรอบโบราณสถานสำคัญแหล่านี้ถึง 3 ชั้น และ มีปรางค์เจดีย์ขนาดย่อมอีกจำนวนหนึ่งซึ่งสร้างเพิ่มในภายหลัง
เมรุทิศเมรุราย
[แก้]เมรุทิศเมรุราย ตั้งล้อมรอบพระปรางค์อยู่ทั้งสิ้น 8 องค์ โดยผนังภายในเมรุเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังรูปใบไม้ใบกนก ซึ่งลบเลือนไปมากแล้ว ผนังด้านนอกของเมรุมีภาพปูนปั้นพุทธประวัติ จำนวน 12 ภาพ ซึ่งในปัจจุบันเลือนไปแล้วเช่นกัน แต่เมื่อ 20 ปีที่แล้วยังสามารถเห็นได้ชัด เมรุเป็นทรงปราสาท ซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไป 7 ชั้น รองรับส่วนยอดที่ ชื่อที่มานั้นนำมาจากเมรุ พระบรมศพพระมหากษัตริย์สมัยพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีแนวความคิด มาจากคติเขาพระสุเมรุอีกต่อหนึ่ง พระพุทธรูปปูนปั้นที่ประดิษฐานอยู่ภายในเมรุทิศเมรุมุม ของระเบียงคตวัดไชยวัฒนาราม มีลักษณะคล้ายคลึงกับพระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ (หรือพระพุทธนิมิต) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ ประดิษฐานอยู่ที่วัดหน้าพระเมรุ ซึ่งสันนิษฐานว่าได้รับการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เช่นเดียวกัน
อุทกภัย พ.ศ. 2554
[แก้]จากเหตุอุทกภัยในประเทศไทย พ.ศ. 2554 เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรหลังวัดไชยวัฒนาราม ระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร ซึ่งจากการตรวจสอบเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พบว่า โบราณสถานในเขตเกาะเมืองได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมดแล้ว ด้านกรมศิลปากรเตรียมบูรณะ คาดใช้งบไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท[5]
คลังภาพ
[แก้]- วัดไชยวัฒนาราม มุมมองจากทิศตะวันออก
- วัดไชยวัฒนาราม มุมมองจากทิศใต้
- เจดีย์ประธานเเละเจดีย์ประจำมุมทรงปรางค์ บนชุดฐานเดียวกัน
- เมรุทิศเมรุราย บนมุมเเละด้านระเบียงคดรอบเจดีย์ประธาน
- เจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ด้านซ้ายพระอุโบสถ
- เจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ด้านขวาพระอุโบสถ
- วัดไชยวัฒนารามในยามค่ำคืนเมื่อปี พ.ศ. 2561
อ้างอิง
[แก้]- ↑ วัดไชยวัฒนาราม | วัดโบราณในพระนครศรีอยุธยา
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-11-16. สืบค้นเมื่อ 2015-04-25.
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-11-16. สืบค้นเมื่อ 2015-04-25.
- ↑ ภาสุรี ลือสกุล. "โครงการ "ภาพความทรงจำอาณาจักรอินคาและอาณาจักรอยุธยา ใน เรือนมยุรา และ Los ríos profundos (สายน้ำลึก)"" (PDF). p. 72.
- ↑ อยุธยาอาการหนักน้ำ 2 เมตรท่วมวัดไชยวัฒนาฯ