ข้ามไปเนื้อหา

หองจูเปียน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก พระเจ้าฮั่นเซ่าตี้)
เล่าเปียน (หลิว เปี้ยน)
劉辯
หองจูเปียน (หฺวางจื่อเปี้ยน)
皇子辯
จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮั่น
ครองราชย์15 พฤษภาคม – 28 กันยายน ค.ศ. 189
ก่อนหน้าพระเจ้าเลนเต้
ถัดไปพระเจ้าเหี้ยนเต้
ผู้สำเร็จราชการโฮจิ๋น
ตั๋งโต๊ะ
อ๋องแห่งฮองหลง (弘農王 หงหนงหวาง)
ครองราชย์28 กันยายน ค.ศ. 189 – 6 มีนาคม ค.ศ. 190
ประสูติค.ศ. 176
สวรรคต6 มีนาคม ค.ศ. 190 (อายุ 1314)
พระชายาถังจี (唐姬)
พระนามเต็ม
ชื่อสกุล: เล่า (劉 หลิว)
ชื่อตัว: เปียน (辯 เปี้ยน)
รัชศก
พระสมัญญานาม
อ๋องหฺวายแห่งฮองหลง (弘農懷王 หงหนง-หฺวายหวาง)
ราชวงศ์ราชวงศ์ฮั่น
พระราชบิดาพระเจ้าเลนเต้ (漢靈帝 ฮั่นหลิงตี้)
พระราชมารดาโฮเฮา ((何后 เหอโฮ่ว)
เล่าเปียน (หลิว เปี้ยน)
จีนตัวเต็ม劉辯
จีนตัวย่อ刘辩
การถอดเสียง
ภาษาจีนมาตรฐาน
พินอินLiú Biàn
อ๋องแห่งฮองหลง (หงหนงหวาง)
จีนตัวเต็ม弘農王
จีนตัวย่อ弘农王
การถอดเสียง
ภาษาจีนมาตรฐาน
พินอินHóngnóng Wáng
จักรพรรดิฮั่นเช่าตี้
จีนตัวเต็ม漢少帝
จีนตัวย่อ汉少帝
การถอดเสียง
ภาษาจีนมาตรฐาน
พินอินHàn Shàodì

เล่าเปียน (ค.ศ. 176[a] – 6 มีนาคม ค.ศ. 190) มีชื่อในภาษาจีนกลางว่า หลิว เปี้ยน (จีน: 劉辯; พินอิน: Liú Biàn) เป็นที่รู้จักในประเทศไทยในพระนามที่ปรากฏในสามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ว่า หองจูเปียน[1] หรือ ห้องจูเปียน[2] ในภาษาจีนกลางเรียกว่า หฺวางจื่อเปี้ยน (จีน: 皇子辯; พินอิน: Huángzǐ Biàn) มีความหมายว่า "ราชบุตรเปียน (辯 เปี้ยน)" นอกจากนี้พระองค์ยังเป็นที่รู้จักในพระนามว่า จักรพรรดิฮั่นเช่าตี้ (จีน: 漢少帝; พินอิน: Hàn Shàodì) และ อ๋องแห่งฮองหลง หรือ หงหนงหวาง (จีน: 弘農王; พินอิน: Hóngnóng Wáng) เป็นจักรพรรดิลำดับที่ 13 ของราชวงศ์ฮั่นตะวันออกในประวัติศาสตร์จีน พระองค์ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิขณะพระชนมายุ 13 พรรษาหลังการสวรรคตของพระเจ้าเลนเต้ (漢靈帝 ฮั่นหลิงตี้) พระบิดา และปกครองเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมถึง 28 กันยายน ค.ศ. 189 ก่อนถูกปลดจากตำแหน่ง หลังจากนั้นพระองค์ถูกลดฐานันดรศักดิ์ลงเป็น "อ๋องแห่งฮองหลง" พระนามในฐานะจักรพรรดิของพระองค์คือ "เช่าตี้" (แปลว่า "จักรพรรดิน้อย") ซึ่งยังเป็นพระนามที่ใช้เรียกจักรพรรดิพระองค์อื่นที่ครองราชย์เป็นเวลาสั้นมาก ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 190 พระองค์ถูกปลงพระชนม์ด้วยยาพิษโดยตั๋งโต๊ะ (董卓 ต่ง จั๋ว) ขุนศึกผู้ปลดพระองค์จากตำแหน่งจักรพรรดิและตั้งหองจูเหียบ[b] (皇子協 หฺวางจื่อเสีย) หรือเล่าเหียบ (劉協 หลิว เสีย) พระอนุชาต่างมารดาของพระองค์ขึ้นเป็นจักรพรรดิแทนโดยภายหลังมีพระสมัญญานามว่าพระเจ้าเหี้ยนเต้ (漢獻帝 ฮั่นเซี้ยนตี้)

ภูมิหลังครอบครัว

[แก้]

หองจูเปียนประสูติเมื่อ ค.ศ. 176 พระองค์เป็นพระโอรสของพระเจ้าเลนเต้ (漢靈帝 ฮั่นหลิงตี้) หรือเล่าเหี้ยน[3] (劉宏 หลิว หง) ที่ประสูติด้วยพระสนมคนหนึ่งซึ่งมีชื่อสกุลว่าโฮ (何 เหอ) และภายหลังคือโฮเฮา (何后 เหอโฮ่ว) ในช่วงเวลาที่หองจูเปียนประสูตินั้น พระองค์เป็นพระโอรสเพียงองค์เดียวของพระเจ้าเลนเต้ เพราะพระโอรสองค์อื่น ๆ ของพระเจ้าเลนเต้ที่ประสูติก่อนหน้าหองจูเปียนล้วนสิ้นพระชนม์ขณะทรงพระเยาว์ พระเจ้าเลนเต้ทรงเชื่อว่าการที่พระองค์ทรงสูญเสียเหล่าพระโอรสองค์ก่อนหน้าไปเนื่องด้วยเคราะห์ร้าย จึงทรงมีรับสั่งให้นักพรตลัทธิเต๋าชื่อฉือ จื๋อเหมี่ยว (史子眇) ให้เลี้ยงดูพระโอรสแรกประสูติของพระองค์ หองจูเปียนจึงทรงถูกกล่าวถึงในคำเรียกว่า "ฉื่อโหว" (史侯) มีความหมายว่า "เฮา (侯 โหว) ผู้มีชื่อสกุลฉื่อ (史)"[4][5] พระมารดาของเล่าเปียนซึ่งมีชื่อสกุลโฮได้ขึ้นเป็นฮองเฮา (皇后 หฺวางโฮ่ว) หรือจักรพรรดินีเมื่อวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 181[6] ไม่กี่เดือนต่อมาในเดือนเมษายน อองบีหยิน (王美人 หวางเหม่ย์เหริน) พระสนมอีกคนของพระเจ้าเลนเต้ประสูติพระโอรสหองจูเหียบ (皇子協 หฺวางจื่อเสีย) หรือเล่าเหียบ (劉協 หลิว เสีย) โฮเฮาพระมารดาของหองจูเปียนทรงริษยา จึงทรงวางยาพิษอองบีหยินจนถึงแก่ความตาย หองจูเหียบที่กำพร้าพระมารดาจึงได้รับการเลี้ยงดูโดยตังไทฮอ (董太后 ต่งไท่โฮ่ว) ผู้เป็นพระอัยกี (ย่า) หองจูเหียบจึงทรงถูกกล่าวถึงในคำเรียกว่า "ต่งโหว" (董侯) มีความหมายว่า "เฮาผู้มีชื่อสกุลตัง (董 ต่ง)"[7]

เมื่อเหล่าข้าราชบริพารทูลเสนอพระเจ้าเลนเต้ให้ทรงแต่งตั้งพระโอรสองค์ใดองค์หนึ่งขึ้นเป็นรัชทายาท พระเจ้าเลนเต้ทรงลังเลระหว่างหองจูเปียนและหองจูเหียบซึ่งเป็นพระโอรส 2 พระองค์ที่ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ พระองค์ทรงเห็นว่าหองจูเปียนทรงไม่เหมาะสมกับตำแหน่งจักรพรรดิเพราะพระองค์ทรงเหลาะแหละและไม่อาจได้รับความเคารพ พระเจ้าเลนเต้จึงมีพระทัยโน้มเอียงไปในทางที่จะตั้งหองจูเหียบเป็นรัชทายาท แต่พระองค์ก็ทรงกังวลว่าหากพระองค์เลือกหองจูเหียบ โฮเฮาที่เป็นพระมเหสีของพระเจ้าเลนเต้และเป็นพระมารดาของหองจูเปียนก็จะหันไปขอความช่วยเหลือจากโฮจิ๋น (何進 เหอ จิ้น) ที่เป็นพี่ชายต่างมารดา โฮจิ๋นดำรงตำแหน่งเป็นมหาขุนพล (大將軍 ต้าเจียงจฺวิน) และเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลอย่างสูงในราชสำนัก พระเจ้าเลนเต้จึงยังไม่ได้แต่งตั้งพระโอรสองค์ใดองค์หนึ่งเป็นรัชทายาท[8]

รัชสมัย

[แก้]

เมื่อ ค.ศ. 189 พระเจ้าเลนต้ประชวรหนัก พระองค์ทรงฝากฝังหองจูเหียบซึ่งเวลานั้นมีพระชนมายุ 8 พรรษาไว้กับเกียนสิด[c] (蹇碩 เจี่ยน ชั่ว) ขันทีและผู้ช่วยคนสนิทโดยทรงฝากฝังอย่างเป็นการลับ หลังพระเจ้าเลนเต้สวรรคต เกียนสิดพยายามจะลวงโฮจิ๋นมาติดกับดักในพระราชวังเพื่อจะลอบสังหารแล้วจึงจะตั้งหองจูเหียบขึ้นครองบัลลังก์ แผนการที่เกียนสิดต้องการจะตั้งหองจูเหียบเป็นจักรพรรดินั้นนั้นล้มเหลวในท้ายที่สุด หองจูเปียนซึ่งเวลานั้นมีพระชนมายุ 13 พรรษาจึงได้ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิ เป็นที่รู้จักในประวัติศาสตร์ว่าจักรพรรดิเช่าตี้ (จักรพรรดิน้อย) โฮเฮาที่เป็นพระมารดาของจักรพรรดิได้ขึ้นเป็นไทเฮา (太后 ไท่โฮ่ว) หรือจักรพรรดินีพันปีหลวงและทรงเข้าร่วมการว่าราชการพร้อมกับพระโอรส หองจูเปียนยังทรงพระเยาว์ โฮจิ๋นผู้เป็นมหาขุนพลและอ้วนหงุย (袁隗 ยฺเหวียน เหว่ย์) ผู้เป็นราชครู (太傅 ไท่ฟู่) จึงรับหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์[10][11]

ในฤดูร้อนของ ค.ศ. 189 หลังโฮจิ๋นทราบเรื่องที่เกียนสิดต้องการลอบสังหารตน โฮจิ๋นและเหล่าผู้สนับสนุนจึงชิงดำเนินการจับกุมและประหารชีวิตเกียนสิด[12] หลายเดือนต่อมา อ้วนเสี้ยว (袁紹 ยฺเหวียน เช่า) เสนอโฮจิ๋นให้กำจัดกลุ่มขันทีและควบรวมอำนาจ แม้ว่าโฮเฮาจะทรงไม่เห็นด้วยอย่างมากกับแผนการของโฮจิ๋น แต่โฮจิ๋นก็ปฏิบัติตามคำแนะนำของอ้วนเสี้ยว โดยการกระตุ้นให้ขุนศึกระดับภูมิภาคจำหนวนหนึ่งให้นำกำลังพลมายังบริเวณใกล้เคียงของนครหลวงลกเอี๋ยง (洛陽 ลั่วหยาง) และเรียกร้องอย่างเปิดเผยให้ประหารชีวิตเหล่าขันที เพื่อกดดันให้โฮเฮาทรงเห็นชอบกับแผนการ แต่โฮเฮาก็ยังทรงเข้าข้างและปกป้องเหล่าขันที[13] ด้านเหล่าขันทีวางแผนจะลอบสังหารโฮจิ๋นเป็นการตอบโต้ จึงออกพระราชเสาวนีย์ปลอมในพระนามของโฮเฮา สั่งให้โฮจิ๋นเข้ามาในพระราชวังหลวง โฮจิ๋นหลงกลและถูกเหล่าขันทีสังหาร[14]

หลังการเสียชีวิตของโฮจิ๋น ผู้ใต้บังคับบัญชาของโฮจิ๋นคือเง่าของ (吳匡 อู๋ ควาง) และจาง จาง (張璋) พร้อมด้วยอ้วนเสี้ยว, อ้วนสุด (袁術 ยฺเหวียน ชู่) และคนอื่น ๆ นำกำลังพลบุกเข้าพระราชวังและสังหารเหล่าขันทีเพื่อแก้แค้น กำลังพลเหล่านี้สังหารผู้ที่ดูคล้ายขันทีโดยไม่เลือกหน้า ชายหนุ่มบางคนที่ไม่มีหนวดเคราจำใจต้องถกกางเกงของตนลงต่อหน้าเหล่าทหารเพื่อพิสูจน์ว่าตนไม่ใช่ขันที ในระหว่างมีการโจมตี เหล่าขันทีเข้ากุมองค์จักรพรรดิหองจูเปียน, หองจูเหียบผู้มีฐานันดรศักดิ์เป็นตันลิวอ๋อง (陳留王 เฉินหลิวหวาง) และโฮเฮาผู้เป็นไทเฮารวม 3 พระองค์เป็นองค์ประกันและหาทางหนีออกจากพระราชวัง โลติด (盧植 หลู จื๋อ) เข้าสกัดขันทีต๋วนกุย (段珪 ตฺว้าน กุย) และช่วยโฮเฮาจากต๋วนกุยไว้ได้[15] โฮเบี้ยว (何苗 เหอ เหมียว) น้องชายของโฮจิ๋นที่เป็นผู้เห็นอกเห็นใจเหล่าขันที ถูกสังหารโดยเง่าของและตั๋งบุ่น (董旻 ต่ง หมิน) ผู้คนมากกว่า 2,000 คนเสียชีวิตในระหว่างการโจมตีนั้น[16]

หองจูเปียนและหองจูเหียบที่ถูกขันทีพาออกนอกพระราชวังระหว่างความวุ่นวาย ในที่สุดก็มีพบทั้งสองพระองค์ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำ ทั้งสองพระองค์ทรงได้รับความช่วยเหลือจากโลติดและบินของ (閔貢 หมิ่น ก้ง)[17] ขณะที่โลติดและบินของถวายการคุ้มกันหองจูเปียนและหองจูเหียบกลับไปพระราชวังหลวง ก็ถูกสกัดโดยทัพใต้การบัญชาของตั๋งโต๊ะ (董卓 ต่ง จั๋ว) หนึ่งในขุนศึกที่ถูกเรียกตัวมาโดยโฮจิ๋นในตอนแรกเพื่อกดดันโฮเฮาให้ทรงเห็นด้วยการแผนการกำจัดเหล่าขันที เมื่อหองจูเปียนทรงเผชิญหน้ากับตั๋งโต๊ะ พระองค์ทรงตกตะลึงจนไม่อาจตรัสออกมาได้อย่างชัดเจน ในทางกลับกันหองจูเหียบพระอนุชาทรงสามารถอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ติดขัด ตั๋งโต๊ะรู้สึกประทับใจ เห็นว่าหองจูเหียบทรงเหมาะกับการเป็นจักรพรรดิมากกว่าหองจูเปียน ตั๋งโต๊ะจึงมีความคิดจะปลดหองจูเปียนจากตำแหน่งจักรพรรดิและตั้งหองจูเหียบขึ้นครองราชย์แทน

การพ้นจากราชสมบัติ

[แก้]

หลังตั๋งโต๊ะถวายการคุ้มกันหองจูเปียนและหองจูเหียบกลับไปถึงลกเอี๋ยงแล้ว ตั๋งโต๊ะก็ฉวยโอกาสที่เกิดสุญญากาศทางอำนาจจากความขัดแย้งระหว่างโฮจิ๋นและกลุ่มขันที ในการเข้ายึดอำนาจราชสำนัก ข้าราชการหลายคนและเหล่าทหารหลวงที่ประจำการในลกเอี๋ยงต่างรู้สึกหวาดกลัวเหล่าทหารผ่านศึกมากฝีมือที่ตั๋งโต๊ะนำมาด้วยจากมณฑลเลียงจิ๋ว (涼州 เหลียงโจว) ในที่สุดตั๋งโต๊ะก็ปลดหองจูเปียนจากการเป็นจักรพรรดิและตั้งหองจูเหียบขึ้นเสวยราชย์แทน ซึ่งในประวัติศาสตร์รู้จักในพระนามว่าพระเจ้าเหี้ยนเต้ (漢獻帝 ฮั่นเซี้ยนตี้) หองจูเปียนซึ่งเป็นอดีตจักรพรรดิได้รับฐานันดรศักดิ์กิตติมศักดิ์ "อ๋องแห่งฮองหลง" (弘農王 หงหนงหวาง) ต่อมาในปีเดียวกันนั้น ตั๋งโต๊ะสั่งให้วางยาพิษปลงพระชนม์โฮเฮาจนสิ้นพระชนม์ในพระราชวังหย่งอาน (永安宮 หย่างอานกง)[18][19]

ช่วงต้น ค.ศ. 190 หลังทัพพันธมิตรของเหล่าขุนศึกเริ่มเปิดศึกต่อต้านตั๋งโต๊ะโดยอ้างว่าเพื่อปลดปล่อยพระเจ้าเหี้ยนเต้และราชสำนักจากการควบคุมของตั๋งโต๊ะ ตั๋งโต๊ะกังวลว่าเหล่าขุนศึกอาจช่วยให้หองจูเปียนผู้เป็นอ๋องแห่งฮองหลงให้กลับมาขึ้นครองราชย์ ซึ่งจะเป็นภัยคุกคามต่อความชอบธรรมของราชสำนักที่ตั๋งโต๊ะปกครองในลกเอี๋ยง ภายในหนึ่งเดือนหลังศึกเริ่มต้นขึ้น ตั๋งโต๊ะส่งลิยู (李儒 หลี่ หรู) ผู้เป็นที่ปรึกษาของตนให้ไปบังคับหองจูเปียนให้ทรงกระทำอัตวินิบาตกรรมโดยการเสวยน้ำจัณฑ์พิษ หองจูเปียนทรงได้รับอนุญาตให้ตรัสอำลากับพระชายาถังจี (唐姬) และพระสนมคนอื่น ๆ ก่อนจะทรงกระทำอัตวินิบาตกรรม พระศพของหองจูเปียนได้รับการฝังในสุสานที่เดิมสร้างขึ้นสำหรับขันทีเตียวต๋ง (趙忠 เจ้า จง) ภายหลังหองจูเปียนได้รับพระสมัญญานามว่า "อ๋องหฺวายแห่งฮองหลง" (弘農懷王 หงหนง-หฺวายหวาง)

ชื่อศักราช

[แก้]

พระชายา

[แก้]

ดูเพิ่ม

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. บันทึกประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ระบุว่าหองจูเปียนประสูติในปี ค.ศ. 176 แต่โฮ่วฮั่นชูระบุในบทพระประวัติโฮเฮาว่าหองจูเปียนสิ้นพระชนม์ด้วยพระชนมายุ 17 พรรษาในปี ค.ศ. 190 ซึ่งหมายความว่าพระองค์ประสูติในปี ค.ศ. 173 เนื่องจากปี ค.ศ. 176 ปรากฏในบันทึกประวัติศาสตร์บ่อยครั้งกว่า จึงอนุมานว่าน่าจะเป็นปีที่ถูกต้อง
  2. "หองจูเหียบ" เป็นพระนามที่ปรากฏในสามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) มีความหมายว่า "ราชบุตรเหียบ (協 เสีย)"
  3. ในสามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) มีการเรียกเกียนสิดด้วยชื่อ "เกนหวน" อีกชื่อ[9]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ("เหตุทั้งนี้เพราะพระเจ้าฮั่นเต้ หาพระราชบุตรมิได้ ขอเลนเต้มาเลี้ยง จนเลนเต้ได้เสวยราชย์มีพระราชบุตรสององค์ ชื่อหองจูเปียนหนึ่ง หองจูเหียบหนึ่ง") "สามก๊ก ตอนที่ ๑". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ July 7, 2025.
  2. ("พระเจ้าเลนเต้มีอัคมเหษีคนหนึ่งชื่อนางโฮเฮา มีพระราชบุตรองค์หนึ่งชื่อห้องจูเปียน แลนางอองบีหยินสนมเอกมีพระราชบุตรองค์หนึ่งชื่อหองจูเหียบ แลนางโฮเฮานั้นมีพี่ชายคนหนึ่งชื่อโฮจิ๋น ๆ นั้นพระเจ้าเลนเต้ตั้งให้เปนขุนนางผู้ใหญ่เปนที่ปรึกษา") "สามก๊ก ตอนที่ ๒". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ January 5, 2026. เทียบกับ (那何進起身屠家;因妹入宮為貴人,生皇子辯,遂立為皇后,進由是得權重任。帝又寵幸王美人,生皇子協。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 2.
  3. ("พระเจ้าฮวนเต้เสวยราชสมบัติบำรุงราษฎรหัวเมืองอยู่เย็นเป็นสุขมาถึงยี่สิบเอ็ดปี พระชันษาสามสิบหกปีเสด็จสู่สวรรคต พระมเหสีหาพระราชบุตรมิได้ ครั้นทำการฝังพระศพแล้ว จึงประชุมขุนนางพร้อมกันเชิญเล่าเหี้ยนเชื้อพระวงศ์พระชันษาสิบสองปีมามอบราชสมบัติ ถวายพระนามพระเจ้าเลนเต้") "ตั้งฮั่น ๒๘". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ July 7, 2025.
  4. (長七尺一寸。生皇子辯,養於史道人家,號曰史侯。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 10 (บรรพหลัง).
  5. (道人謂道術之人也。獻帝春秋曰:「靈帝數失子,不敢正名,養道人史子眇家,號曰史侯。」) อรรถาธิบายในโฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 10 (บรรพหลัง).
  6. (光和三年,立為皇后。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 10 (บรรพหลัง). อย่างไรก็ตาม ในบทพระราชประวัติหองจูเปียนในโฮ่วฮั่นชูระบุว่าพระมารดาของหองจูเปียนได้รับการสถาปนาเป็นฮองเฮาในวันจี๋ซื่อ (己巳) ของเดือน 12 ในปีนั้น เทียบได้กับวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 181 ในปฏิทินจูเลียน
  7. (四年,生皇子恊,后遂酖殺美人。 ... 董太后自養協,號曰董侯。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 10 (บรรพหลัง).
  8. (初,何皇后生皇子辯,王貴人生皇子協。羣臣請立太子,帝以辯輕佻無威儀,不可為人主,然皇后有寵,且進又居重權,故乆不決。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 69.
  9. ("ครั้นอยู่มาณเดือนหกพระเจ้าเลนเต้ทรงพระประชวรหนัก จึงมีขันทีคนหนึ่งชื่อเกนหวน นอกจากขันทีสิบคน กราบทูลพระเจ้าเลนเต้ว่า ซึ่งพระองค์รับคำตังไทฮอผู้เปนพระมารดาว่า จะให้หองจูเหียบเสวยราชสมบัตินั้น ข้าพเจ้ามีความยินดีด้วย แต่ว่าจะมิฆ่าโฮจิ๋นเสียก่อนนั้นเห็นไม่ได้ พระเจ้าเลนเต้เห็นชอบด้วย") "สามก๊ก ตอนที่ ๒". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ July 9, 2025.
  10. (六年,帝疾篤,屬協於蹇碩。碩旣受遺詔,且素輕忌於進兄弟,及帝崩,碩時在內,欲先誅進而立協。及進從外入,碩司馬潘隱與進早舊,迎而目之。進驚,馳從儳道歸營,引兵入屯百郡邸,因稱疾不入。碩謀不行,皇子辯乃即位,何太后臨朝,進與太傅袁隗輔政,錄尚書事。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 69.
  11. (中平六年,帝崩,皇子辯即位,尊后為皇太后。太后臨朝。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 10 (บรรพหลัง).
  12. (進素知中官天下所疾,兼忿蹇碩圖己,及秉朝政,陰規誅之。 ... 進乃使黃門令收碩,誅之,因領其屯兵。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 69.
  13. (袁紹復說進曰:「前竇武欲誅內寵而反為所害者, ... 我柰何楚楚與士人對共事乎?」進難違太后意,且欲誅其放縱者。紹以為中官親近至尊,出入號令,今不悉廢,後必為患。 ... 紹等又為畫策,多召四方猛將及諸豪傑,使並引兵向京城,以脅太后。進然之。 ... 進謀積日,頗泄,中官懼而思變。 ... 子婦言於舞陽君,入白太后,乃詔諸常侍皆復入直。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 69.
  14. (八月,進入長樂白太后,請盡誅諸常侍以下,選三署郎入守宦官廬。諸宦官相謂曰:「大將軍稱疾不臨喪,不送葬,今欻入省,此意何為?竇氏事竟復起邪?」又張讓等使人潛聽,具聞其語,乃率常侍段珪、畢嵐等數十人,持兵竊自側闥入,伏省中。及進出,因詐以太后詔召進。入坐省闥,讓等詰進曰:「天下憒憒,亦非獨我曹罪也。先帝甞與太后不快,幾至成敗,我曹涕泣救解,各出家財千萬為禮,和恱上意,但欲託卿門戶耳。今乃欲滅我曹種族,不亦太甚乎?卿言省內穢濁,公卿以下忠清者為誰?」於是尚方監渠穆拔劔斬進於嘉德殿前。讓、珪等為詔,以故太尉樊陵為司隷校尉,少府許相為河南尹。尚書得詔板,疑之,曰:「請大將軍出共議。」中黃門以進頭擲與尚書,曰:「何進謀反,已伏誅矣。」) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 69.
  15. (進部曲將吳匡、張璋,素所親幸,在外聞進被害,欲將兵入宮,宮閤閉。袁術與匡共斫攻之,中黃門持兵守閤。會日暮,術因燒南宮九龍門及東西宮,欲以脅出讓等。讓等入白太后,言大將軍兵反,燒宮,攻尚書闥,因將太后、天子及陳留王,又劫省內官屬,從複道走北宮。尚書盧植執戈於閣道䆫下,仰數段珪。段珪等懼,乃釋太后。太后投閣得免。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 69.
  16. (匡遂引兵與董卓弟奉車都尉旻攻殺苗,弃其屍於苑中。紹遂閉北宮門,勒兵捕宦者,無少長皆殺之。或有無須而誤死者,至自發露然後得免。死者二千餘人。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 69.
  17. (張讓、段珪等困迫,遂將帝與陳留王數十人步出穀門,奔小平津。公卿並出平樂觀,無得從者,唯尚書盧植夜馳河上,王允遣河南中部掾閔貢隨植後。貢至,手劔斬數人,餘皆投河而死。明日,公卿百官乃奉迎天子還宮,以貢為郎中,封都亭侯。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 69.
  18. (董卓遂廢帝,又迫殺太后,殺舞陽君,何氏遂亡,而漢室亦自此敗亂。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 69.
  19. (并州牧董卓被徵,將兵入洛陽,陵虐朝庭,遂廢少帝為弘農王而立協,是為獻帝。 ... 董卓又議太后踧迫永樂宮,至令憂死,逆婦姑之禮,乃遷於永安宮,因進酖,弒而崩。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 10 (บรรพหลัง).

บรรณานุกรม

[แก้]
ก่อนหน้า หองจูเปียน ถัดไป
พระเจ้าเลนเต้ จักรพรรดิจีน
(ค.ศ. 189)
พระเจ้าเหี้ยนเต้