คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คณะสัตวแพทยศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
VetCU.JPG
ชื่ออังกฤษ Faculty of Veterinary Science, Chulalongkorn University
ที่อยู่ ถนนอังรีดูนังต์ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
วันก่อตั้ง พ.ศ. 2478
คณบดี ศ.น.สพ.ดร.รุ่งโรจน์ ธนาวงษ์นุเวช[1]
วารสาร เวชชสารสัตวแพทย์
(The Thai J. of Veterinary Medicine)
สีประจำคณะ      สีฟ้าหม่น
เว็บไซต์ www.vet.chula.ac.th
    

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2478 โดยมีพันธกิจหลักในด้านการเรียนการสอน การวิจัยและบริการวิชาการทางด้านสัตวแพทย์ ปัจจุบันคณะสัตวแพทยศาสตร์ เปิดสอนในระดับปริญญาบัณฑิต 1 หลักสูตร ประกาศนียบัตรบัณฑิต 4 แขนงวิชา ปริญญามหาบัณฑิต 10 สาขาวิชา และปริญญาดุษฎีบัณฑิต 6 สาขาวิชา ผลิตบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม เพื่อรับใช้สังคมอย่างมีคุณภาพ ตลอดจนผลิตผลงานวิจัยที่ยังประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ปี 2559 คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นคณะสัตวแพทยศาสตร์อันดับ 1 ของประเทศไทย จากการจัดอันดับของ QS World University Rankings by Subject 2016[2]

ประวัติ[แก้]

แผนกสัตวแพทยศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ถูกโอนย้ายไปสังกัดมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยมหิดล) ในปี 2485 ก่อนจะถูกโอนสังกัดอีกครั้งในปี พ.ศ. 2500 เข้าสู่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้ปรับปรุงหลักสูตรสัตวแพทยศาสตร์ จาก 5 ปีเป็น 6 ปี โดยศึกษาเตรียมสัตว์แพทย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้นศึกษาระดับปรีคลินิกและคลินิกที่คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ ในพื้นที่เดิมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมาในปี พ.ศ. 2507 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำเรื่องถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อขอโอนคณะสัตวแพทยศาสตร์ซึ่งยังคงตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกลับคืนเช่นเดิม แต่ทางสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไม่เห็นด้วย จึงเตรียมสร้างอาคารสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อย้ายออกจากพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม คณะสัตวแพทยศาสตร์ได้ทำเรื่องไม่ขอย้ายออกจากที่ตั้งเดิม และขอโอนกลับไปสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปี 2515 ส่วนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เปิดหลักสูตรสัตวแพทย์ศาสตร์ขึ้นมาในพื้นที่ที่ได้จัดเตรียมไว้แล้ว และแยกการบริหารกับส่วนที่โอนคืนให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [3]

อาคารคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • พ.ศ. 2478 มีการจัดตั้งแผนกสัตวแพทยศาสตร์ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีหลักสูตรสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต 4 ปี
  • พ.ศ. 2482 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ปรับปรุงหลักสูตรขั้นปริญญาสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต จาก 4 ปีเป็น 5 ปี
  • พ.ศ. 2485 แผนกสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถูกโอนย้ายไปสังกัดมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน) และจัดตั้งขึ้นเป็นคณะสัตวแพทยศาสตร์
  • พ.ศ. 2497 โอนคณะสัตวแพทยศาสตร์ ได้โอนย้ายจากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ไปขึ้นอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • พ.ศ. 2500 คณะสัตวแพทยศาสตร์ได้ปรับปรุงหลักสูตรสัตวแพทยศาสตรบัณฑิตจากเดิม 5 ปีเป็น 6 ปี
  • พ.ศ. 2502 คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โอนไปอยู่ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี
  • พ.ศ. 2510 คณะสัตวแพทยศาสตร์ โอนย้ายมาอยู่ในสังกัดของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักนายกรัฐมนตรี
  • พ.ศ. 2515 คณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้โอนจากสำนักนายกรัฐมนตรีไปอยู่ในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย

หลักสูตร[แก้]

ระดับปริญญาตรี[แก้]

คณะสัตวแพทยศาสตร์ เปิดสอนหลักสูตรในระดับปริญญาบัณฑิต 2 หลักสูตร ได้แก่

  • สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตร 6 ปี
  • วิทยาศาสตรบัณฑิต (สัตวศาสตร์) สำหรับนิสิตสัตวแพทย์ที่มีความประสงค์ขอรับปริญญาในชั้นปีที่ 4 โดยไม่ประสงค์ที่จะศึกษาต่อในชั้นปีที่ 5-6 (ถือว่าเป็นปริญญาสาขาสัตวศาสตร์ ปริญญาแรกในประเทศไทย)

ระดับบัณฑิตศึกษา[แก้]

คณะสัตวแพทยศาสตร์ เปิดสอนหลักสูตรในระดับบัณฑิตศึกษา ในสาขาวิชา ดังนี้

ภาควิชา[แก้]

โรงพยาบาลสัตว์[แก้]

โรงพยาบาลสัตว์เล็ก

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จัดให้มีบริการรักษาสัตว์โดยมี

  • โรงพยาบาลสัตว์เล็ก ซึ่งตั้งอยู่ ณ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนอังรีดูนังต์ กรุงเทพมหานคร

บริการรักษา สุนัข แมว สัตว์ต่างถิ่น สัตว์ป่า สัตว์ชนิดพิเศษ โดยจัดให้มีคลินิกพิเศษ ได้แก่ คลินิกโรคตา คลินิกโรคผิวหนัง คลินิกโรคไต คลินิกโรคหัวใจ คลินิกโรคระบบฮอร์โมนและเมตาบอลิสม คลินิกโรคมะเร็ง คลินิกม้า คลินิกสัตว์น้ำ คลินิกอัลตราซาวนด์ คลินิกศัลยกรรมเนื้อเยื่อ คลินิกศัลยกรรมกระดูกและข้อ คลินิกทันตกรรมและสุขภาพช่องปาก คลินิกสูติกรรม คลินิกฉุกเฉิน และมีหน่วยชันสูตรโรคสัตว์ ให้บริการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ

  • โรงพยาบาลปศุสัตว์ ซึ่งตั้งอยู่ ณ ศูนย์ฝึกนิสิต (ไร่ฝึกจารุเสถียร) ณ จังหวัดนครปฐม

ข้างกรมการสัตว์ทหารบก ถนนทหารบก ตำบลบ่อพลับ อำเภอเมืองนครปฐม บริการรักษาโค กระบือ แพะ แกะ สุกร สัตว์ปีก สัตว์น้ำ สัตว์ป่า ทั้งนี้โรงพยาบาลได้จัดตั้ง คลินิกสัตว์เล็ก เพื่อบริการรักษาสุนัข แมวและสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนทุกชนิด

ซึ่งทั้งสองแห่งใช้เป็นสถานที่ฝึกงานเพื่อเสริมสร้างทักษะในการตรวจรักษาสัตว์ให้กับนิสิตสัตวแพทย์และให้บริการตรวจวินิจฉัย บำบัดรักษาโรคสัตว์ แก่สัตว์เลี้ยงของประชาชนโดยทั่วไป

ห้องสมุดและศูนย์เอกสารการสัตว์[แก้]

คณะสัตวแพทยศาสตร์ได้เริ่มก่อตั้งในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ก่อตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2478 พัฒนาการของห้องสมุดและศูนย์เอกสารการสัตว์จึงค่อยๆ เริ่มขึ้นตามความจำเป็นเพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอน พร้อมการจัดตั้งคณะ ห้องสมุดและศูนย์เอกสารการสัตว์ ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารคณะทุกสมัย จึงพัฒนาและขยายพื้นที่กว้างขวางขึ้นตามลำดับเพื่อให้เหมาะสมกับทรัพยากรต่างๆ ของห้องสมุดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นทุกปี ห้องสมุดและศูนย์เอกสารการสัตว์ เป็นห้องสมุดอ้างอิงเฉพาะทางการสัตว์ ที่ได้เก็บรวบรวมหนังสือวารสารและเอกสารสิ่งพิมพ์ตลอดจนฐานข้อมูล ทั้งของไทย และต่างประเทศด้านการสัตว์ไว้มากที่สุดในประเทศไทย โดยเฉพาะ Collection พิเศษที่ห้องสมุดพยายามเก็บรวบรวม เช่นเอกสารรายงานการประชุมวิชาการด้านการสัตว์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ งานวิจัยด้านปศุสัตว์ในประเทศไทย เป็นต้น

พัฒนาการของห้องสมุดและศูนย์เอกสารการสัตว์[แก้]

  • พ.ศ. 2477 มีพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พุทธศักราช 2477 จัดตั้งแผนกอิสระชื่อแผนกสัตวแพทยศาสตร์
  • พ.ศ. 2478 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเริ่มมีนิสิตเตรียมสัตวแพทยศาสตร์เป็นครั้งแรก
  • พ.ศ. 2481 ห้องสมุดสัตวแพทยศาสตร์ มีพัฒนาการขึ้นมาพร้อมๆกับการต่อตั้งแผนกอิสระสัตวแพทยศาสตร์ ขึ้นในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยวางโครงการสร้างอาคารสถานศึกษา อย่างทันสมัยของแผนกสัตวแพทย์ขึ้นที่ปลาย ถนนพญาไท ในที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ปัจจุบันอาคารดังกล่าวได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลราชวิถี) โดยในระยะแรกมีลักษณะเป็นเพียงห้องอ่านหนังสือสำหรับอาจารย์ ค่อยๆ ขยับขยายมาเป็นห้องสมุดเมื่อศาสตราจารย์ พ.ท.หลวง ชัยอัศวรักษ์ M.R.C.V.S., สพ.ด. มารับตำแหน่งหัวหน้าแผนกวิชาอิสระแพทย์ ในปี พ.ศ. 2481
  • พ.ศ. 2482 ทางแผนกวิชาสัตวแพทย์ ได้ว่าจ้าง Dr.R.P. Jones M.R.C.S. และ Dr.Winther M.R.C.V.S., M.A. ซึ่งเป็นสัตวแพทย์ชาวอังกฤษทั้ง 2 ท่าน มาเป็นอาจารย์ประจำ ซึ่งอาจารย์ทั้งสองมีส่วนอย่างมากในการสนับสนุนการจัดตั้งห้องสมุด ในระยะแรกรวมทั้งการบริจาคหนังสือส่วนตัว เกี่ยวกับสัตวแพทย์หลายเล่มให้แก่ห้องสมุด
  • พ.ศ. 2495 ห้องสมุดย้ายมาอยู่ตึกเก่าของคณะสัตวแพทยศาสตร์ ถนนสนามม้า หรือ อังรีดูนังต์ปัจจุบัน
  • พ.ศ. 2499 ห้องสมุดคณะสัตวแพทยศาสตร์ ย้ายมาอยู่ที่อาคาร 2 อาคารเก่า (อาคาร 2 ชั้นรูปตัวยู) ของคณะ ที่ถนนสนามม้าหรืออังรีดูนังต์ในปัจจุบัน ห้องสมุดคณะสัตวแพทย์ได้รับการเอาใจใส่ดูแลจากคณบดีเป็นอย่างดีทุกสมัย
  • พ.ศ. 2500 ศาสตราจารย์ เตียง ตันสงวนให้ลูกจ้างประจำมาทำงานประจำในห้องสมุดโดยตัวท่านเองทำหน้าที่บรรณารักษ์ เมื่อศาสตราจารย์ ดร.อายุ พิชัยชาญณรงค์ เป็นคณบดีก็ได้รับมอบหมายให้ รองศาสตราจารย์ ระบิล รัตนพานี เลขานุการคณะเป็นผู้รับผิดชอบ
  • พ.ศ. 2514 เมื่อสร้างอาคารใหม่ (อาคาร 5 มักเรียกว่าอาคารหัวโต) ของคณะสัตวแพทยศาสตร์สร้างเสร็จห้องสมุดจึงย้ายอยู่ในส่วนหนึ่งบนชั้น 2 ของสำนักคณบดีด้วย
  • พ.ศ. 2517 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประจักษ์ พุ่มวิเศษ (ตำแหน่งในขณะนั้น) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าห้องสมุดคณะสัตวแพทยศาสตร์ เนื่องจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประจักษ์ พุ่มวิเศษ เป็นผู้ที่สนใจกิจกรรมห้องสมุดเป็นอย่างมาก ตั้งแต่เมื่อศึกษาอยู่ในต่างประเทศ โดยได้ศึกษาการบริหารงานห้องสมุดของมหาวิทยาลัยและของศูนย์การแพทย์ต่างๆ รวมทั้งห้องสมุดสัตวแพทย์ในประเทศต่างๆ ทั้งในสหราชอาณาจัก ยุโรป แคนาดา และสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังได้ศึกษาการปฏิบัติงาน Commonwealth Bureau of Animal Health ซึ่งเป็นสถาบันหนึ่งของ Commonwealth Agricultural Bureaux (CAB) อีกด้วย จึงได้ทำการปรับปรุงกิจการห้องสมุดคณะสัตวแพทยศาสตร์มากมาย
  • พ.ศ. 2519 บรรจุบรรณารักษ์ อัตราและตำแหน่งแรกเข้าทำงาน
  • พ.ศ. 2540 ห้องสมุดและศูนย์เอกสารการสัตว์ ได้ย้ายจากชั้น 2 อาคาร 5 ชั้น (ตึกหัวโต) มาอยู่ที่ชั้น 9 อาคาร 60 ปี สัตวแพทยศาสตร์ ซึ่งเป็นอาคาร 14 ชั้น สร้างใหม่และได้มีการวางแผนการใช้พื้นที่อาคารชั้น 9 ไว้ตั้งแต่ทำแปลนการก่อสร้างอาคารหลังนี้ ให้พื้นที่ 1,200 ตารางเมตร เป็นห้องสมุดและศูนย์เอกสารการสัตว์ หัวหน้าห้องสมุดได้มีโอกาสให้ข้อมูล ระบุพื้นที่ใช้สอยให้กับสถาปนิกผู้ออกแบบ ทำให้ห้องสมุดมีการจัดสรรพื้นที่ ที่ดูแลโปร่งสบายตา เป็นที่ชื่นชอบของผู้ปฏิบัติงานและผู้มาเยี่ยมชม
  • พ.ศ. 2542 ได้รับการคัดเลือกจากสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ ให้เป็นห้องสมุดดีเด่น
  • พ.ศ. 2544 ได้มีการประกาศจากสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่อง มาตรฐานห้องสมุดเฉพาะ พ.ศ. 2544 โดยที่สมาชิกของสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ ควรปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานห้องสมุดเฉพาะให้สอดคล้องกับการพัฒนาดังกล่าวตามการเปลี่ยนแปลงของห้องสมุดยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีการกำหนดโครงสร้างการบริหารห้องสมุดอย่างชัดเจน หน้าที่ความรับผิดชอบ การบริการและความร่วมมือระหว่างห้องสมุด ทรัพยากรสารสนเทศ บุคลากร เป็นต้น[4]

อ้างอิง[แก้]

  1. คณะผู้บริหาร คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  2. http://www.topuniversities.com/subject-rankings/2016
  3. http://www.vet.chula.ac.th/memorial_hall/history.html หอประวัติและหอเกียรติยศ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  4. http://lib.vet.chula.ac.th/history-th.html ประวัติห้องสมุดและศูนย์เอกสารการสัตว์

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]