งานฟุตบอลประเพณี ราชภัฏฯ–ราชมงคลอีสาน
| ชื่ออื่น | งานฟุตบอลประเพณีชิงโล่พระราชทานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร |
|---|---|
| กีฬา | ฟุตบอล |
| ที่ตั้ง | จังหวัดนครราชสีมา |
| ทีม | 2 |
| พบกันครั้งแรก |
|
| พบกันครั้งล่าสุด |
|
| สนาม |
|
| รางวัล | โล่พระราชทานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร |
| สถิติ | |
| การพบกันทั้งหมด | 54 ครั้ง |
| ชนะสูงสุด | มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา (17 สมัย) |
| สถิติรวม |
|
งานฟุตบอลประเพณีชิงโล่พระราชทานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ระหว่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน หรือ ศึกสองราช[1] เป็นการแข่งขันฟุตบอลระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวัดนครราชสีมา สร้างความสัมพันธ์ระหว่าง 2 สถาบัน การแข่งขันฟุตบอลระหว่าง 2 สถาบันจัดมามากกว่า 50 ปีแล้ว นอกจากการแข่งขันฟุตบอล มีขบวนพาเหรด และ ยังมีการแปรอักษรของทั้งสองสถาบัน การตกแต่งสแตนเชียร์ และเชียร์ลีดเดอร์ และเพลงพี่น้องสองราช เป็นประจำการแข่งขัน [2][3]

ประวัติ
[แก้]นับตั้งแต่อดีต การแข่งขันฟุตบอลประเพณีระหว่างวิทยาลัยครูนครราชสีมาและวิทยาลัยเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2500 โดยการริเริ่มของอาจารย์เตรียม ทิพวงศา และอาจารย์ สุวัฒน์ พินิจพงศ์ ในครั้งแรกๆนั้น ได้จัดแข่งขันฟุตบอลระหว่างอาจารย์ของวิทยาลัยครูและวิทยาลัยเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่ พ.ศ. 2500 ความมุ่งหมายในขณะนั้นก็เพื่อเป็นการแข่งระหว่างคณาจารย์ของทั้งสองสถาบันซึ่งในอดีตนั้นตั้งบนท้องทุ่งตะโกราย ซึ่งไม่มีรั้วรอบขอบกั้นเช่นสมัยนี้ การแข่งขันในปีนั้นประสบความสำเร็จ คณาจารย์และผู้อำนวนการของทั้งสองสถาบันในสมัยนั้นจึงมีแนวคิดที่จะเชื่อมความสัมพันธ์ของนักศึกษาทั้งสองสถาบันให้เป็นหนึ่งเดียว จึงริเริ่มให้มีการจัดเป็นประจำทุกปี แต่ให้ปรับเปลี่ยนจากการแข่งขันฟุตบอลของคณาจารย์มาเป็นการแข่งขันของนักศึกษาแทน โดยมีการจัดครั้งแรกในปี 2501 การแข่งขันปรากฏว่าวิทยาลัยครูนครราชสีมาชนะวิทยาลัยเทคนิคภาคตะวัน ออกเฉียงเหนือ ผลการการแข่งขันเป็นที่น่าพึงพอใจมาก ผู้ที่เป็นเจ้าภาพจะเลี้ยงอาหารให้กับอีกสถาบันในช่วงเย็น ทั้งสองสถาบันจึงได้ตกลงให้มีการจัดเป็นประจำทุกปี โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพ โดยมีข้อยุติในสาระสำคัญอสรุปได้ดังนี้[4]
1. สลับกันเป็นเจ้าภาพสถาบันละปี รายได้เป็นของเจ้าภาพ
2. เจ้าภาพจัดเลี้ยงอาหารหลังการแข่งขัน สถานที่ของเจ้าภาพ
3. มีรายการแสดงรื่นเริงร่วมกันทั้งสองสถาบันหลังการแข่งขัน
4. ให้ทั้งสองสถาบันจัดขบวนพาเหรดเดินโชว์ก่อนการแข่งขัน
5. ให้มีการแข่งขันฟุตบอลหญิงก่อนการแข่งขันฟุตบอลชิงโล่พระราชทาน (ปัจจุบันไม่มีการแข่งขันฟุตบอลหญิง)
6. นักกีฬาผู้เข้าร่วมการแข่งขันประกอบด้วยนักศึกษาปัจจุบันและศิษย์เก่า (ปัจจุบันให้เฉพาะศิษย์ปัจจุบัน)
ในปี พ.ศ. 2502 ทั้งสองสถาบันได้ร่วมกันขอพระราชทานโล่จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร[5] เพื่อเป็นรางวัลและเป็นสิริมงคลของทั้งสองสถาบัน จึงได้เริ่มตั้งชื้อนี้ว่า "งานฟุตบอลประเพณี ชิงโล่พระราชทาน" เพราะเป็นการพระราชทานโล่รางวัลแก่ทั้งสองมหาวิทยาลัยเป็นแห่งแรกในภูมิภาค[6] มีการบันทึกไว้ว่าการได้รับเกียรติยศ ในการได้รับพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรในการแข่งขันกีฬาฟุตบอลประเพณีที่เก่าแก่นั้น มีเพียง 4 สถาบันเท่านั้น ในประเทศไทย นั่นคือ ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ และ งานฟุตบอลประเพณีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา-มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

ในการแข่งขันฟุตบอลประเพณีชิงโล่พระราชทาน ระหว่าง มหาวิทยาลัย ราชภัฏนครราชสีมา และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ซึ่งมีการแข่งขัน ติดต่อกันมาหลายปี มีระเบียบการครองโล่ดังนี้[7]
โล่พระราชทาน ซึ่งได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ที่ได้ครองได้แก่ มหาวิทยาลัยที่ชนะ การแข่งขันในแต่ละครั้ง โดยครองไว้เป็นเวลาหนึ่งปี หรือจนกว่าจะมีการแข่งขันใหม่ ในกรณีที่เสมอกัน ให้ผลัดกันครองสถาบันละครึ่งของเวลาที่ได้ครอง โดยถ้าเสมอกัน 0 : 0 ให้ผู้ชนะในการเสี่ยงครองก่อน ถ้าเสมอกัน 1 : 1 ประตูขึ้นไป ให้ผู้ที่ทําประตูได้ก่อนครองก่อน
การรักษาโล่
1. ให้สถาบันรักษาโล่ที่ชนะเลิศไว้จนกว่าจะมีการแข่งขันฟุตบอลประเพณี ชิงโล่พระราชทาน คราวต่อไป
2. ให้ผู้ที่ต้องครองโล่ ตกแต่ง รักษาความสะอาดให้โล่อยู่ในสภาพเรียบร้อย แล้วนําไปมอบให้ประธานในพิธีในวันที่มีการแข่งขันเพื่อเตรียมมอบให้ผู้ชนะเลิศนําไปครองต่อไป
สถานที่จัดการแข่งขัน
[แก้]- พ.ศ. 2500 ใช้สนามวิทยาลัยเทคนิค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา (ม.เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ปัจจุบัน)
- พ.ศ. 2502 เป็นปีที่ได้รับพระราชทานโล่ ฯ จึงได้ย้ายมาแข่งขันที่ สนามกีฬาหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา
- ประมาณ พ.ศ. 2520 ได้มีการย้ายไปจัดการแข่งที่สนามกีฬาของทั้งสองสถาบัน สลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในระยะหนึ่ง (อันเนื่องมาจากสนามฟุตบอลหน้าศาลากลางจังหวัดได้ถูกปรับปรุงให้เป็นลานคนเมือง)
- ประมาณ พ.ศ. 2530 มีการย้ายไปจัดการแข่งขันที่ สนามกีฬากลางค่ายสุรนารี
- พ.ศ. 2549 สนามกีฬากลางค่ายสุรนารี ทรุดโทรมลงตามระยะเวลาในการใช้งาน จึงได้ย้ายไปจัดการแข่งขันที่ สนามกีฬากลางเทศบาลนครนครราชสีมา
- พ.ศ. 2550 งดจัดการแข่งขัน เนื่องจากมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 24
- พ.ศ. 2551 จัดการแข่งขันที่สนามกีฬากลางเทศบาลนครนครราชสีมา อีกครั้ง
- พ.ศ. 2553 เนื่องจากเหตุการอุทกภัยใหญ่ ของจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้สนามกีฬาเทศบาลฯ ชำรุดไม่สามารถใช้จัดกิจกรรมใดๆ ได้ และด้วยคณะกรรมการนักศึกษา ในสมัยนั้นได้เล็งเห็นถึงความไม่ยิ่งใหญ่ของสนามที่ใช้ในการแข่งขัน รวมถึงการเดินทางเข้าไปสนามนั้นอยู่ในมุมอับเกินไป จึงได้สำรวจสนามแข่งขันในจังหวัดและคัดเลือกคือ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (สนามกีฬาที่ใช้จัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์) และสนามกีฬาค่ายสุรนารี และได้ตัดสินสินใจเลือกสนามกีฬากลางค่ายสุรนารี เป็นสนามหลักในการแข่งขัน ซึ่งสนามกีฬาแห่งนี้ได้มีการปรับปรุงและเสริมความแข็งแรงของอัฒจรรย์ เพื่อใช้รองรับกองเชียร์ของสองสถาบัน หัวใจหลักของการแข่งขันนั่นเอง
- พ.ศ 2562 หรือการแข่งขันครั้งที่ 51 ใช้สนามกีฬากลางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นสนามแข่งขัน
- พ.ศ 2563 หรือการแข่งขันครั้งที่ 52 ใช้สนามกีฬากลางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นสนามแข่งขัน
- พ.ศ 2566 หรือการแข่งขันครั้งที่ 53 ใช้สนามกีฬามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เป็นสนามแข่งขัน (มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ขอเป็นเจ้าภาพเนื่องจาก ฉลองครบรอบ 100 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา)ภายใต้แนวคิด “100 ดวงใจ สานสายใยสองราช พัฒนาชาติด้วยศาสตร์ศิลป์แผ่นดินไทย”
- พ.ศ. 2567 หรือการแข่งขันครั้งที่ 54 ใช้สนามกีฬากลางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นสนามแข่งขัน
- พ.ศ. 2568 หรือการแข่งขันครั้งที่ 55 ใช้สนามกีฬากลางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานเป็นสนามแข่งขัน (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ขอเป็นเจ้าภาพเนื่องจาก ฉลองครบรอบ 70 ปี เทคโนตะโกราย) ภายใต้แนวคิด "สองราชสานไมตรี 70 ปี เทคโนตะโกราย ร้อยดวงใจภักดี ใต้ร่มพระบารมีแม่ของแผ่นดิน"ข่าวฟุตบอลประเพณี ครั้งที่ 55
เพลงประจำการแข่งขัน
[แก้]“ พี่น้องสองราช” เพลงพี่น้องสองราช เป็นเพลงที่ถูกแต่งขึ้นเพื่อใช้ในการแข่งขันฟุตบอลประเพณีชิงโล่พระราชทานฯ ของราชภัฏ-ราชมงคล ซึ่งแต่งโดยอาจารย์สาขาวิชาดนตรี ม.ราชภัฏนครราชสีมา ใช้เป็นเพลงที่ร้องร่วมกันทั้งเปิดการแข่งขันและปิดการแข่งขัน
ในอดีต มีการออกแบบตราสัญลักษณ์ขึ้นมาใช้เป็นประจำทุก ๆ ปีแตกต่างกันไป ซึ่งการออกแบบตราสัญลักษณ์นั้นจะคัดเลือกนักศึกษาหรือคณาจารย์ของแต่ละมหาวิทยาลัยมาร่วมกันออกแบบ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2553 เป็นการแข่งขัน ครั้งที่ 43 มีสรุปกันให้มีการออกแบบสัญลักษณ์ฟุตบอลประเพณี ที่เป็นมาตรฐานและให้ใช้เป็นสัญลักษณ์ ถาวร

![]() |
เพลิงที่พันเป็นเกลียว ถูกจุดขึ้นล้อมรอบลูกฟุตบอลอันสื่อถึงมิตรภาพและความสามัคคีของสถาบันทั้งสองที่ได้ร่วมกันก่อกำเนิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลประเพณีของทั้งสองสถาบัน เหนือสิ่งอื่นใดยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระราชทานโล่รางวัลเป็นมิ่งขวัญมงคลสืบมา |
![]() |
เกลียวสีแสด แทน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ซึ่งรังสรรค์เป็นรูปดอกแคแสด อันเป็นดอกไม้ประจำสถาบัน ปลายดอกชูรับแสงแห่งดวงอาทิตย์ หมายถึงความเข้มแข็ง ความสามัคคีและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งต้องการเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เป็นเลิศในการผลิตบัณฑิตแห่งเทคโนโลยี อันเป็นวิสัยทัศน์และพันธกิจที่สำคัญของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน |
![]() |
เกลียวสีเขียวและเหลือง แทน มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ซึ่งรังสรรค์เป็นรูปดอกราชพฤกษ์สีเหลืองแซมใบสีเขียว อันเป็นดอกไม้ประจำสถาบัน ซึ่งมีความหมายถึงที่ตั้งของมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกที่ล้วนตั้งอยู่ในบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรต่างๆ และหมายถึงความดีงามแห่งปราชญ์ของ “คนของราชา ข้าของแผ่น” ที่ประสาทวิชาความรู้ให้กับบัณฑิตนำไปพัฒนาท้องถิ่นได้ตลอดมา |
![]() |
ตัวเลขครั้งที่....สีเทาเข้ม แทนประวัติอันยาวนานของการแข่งขันฟุตบอลประเพณีชิงโล่พระราชทานที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องกลายเป็นความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งบัดนี้ล่วงเลยมาเป็นครั้งที่ 54 แล้ว แต่กีฬาฟุตบอลประเพณีนี้จะยังคงอยู่เป็นมิตรภาพและความภาคภูมิใจของสองสถาบัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานและมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา สืบไป ออกแบบร่วมกันสองสถาบัน |
ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
| ราชภัฏ ชนะ | ราชมงคล ชนะ | เสมอ |
|
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
- หมายเหตุ
- วิทยาลัยครูฯ / มรภ. คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
- วิทยาลัยเทคนิคฯ / สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน / มทร.อีสาน คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
อ้างอิง
[แก้]- ↑ ม.ราชภัฏนครราชสีมา แถลงความพร้อมการเป็นเจ้าภาพฟุตบอล “ศึกสองราช"[ลิงก์เสีย], สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์, สืบค้นวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554
- ↑ มทร.อีสานชูกีฬาลดภาวะโลกร้อน, คมชัดลึก, 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
- ↑ เกมจบแต่มิตรภาพยืนยาว ศึกสมานฉันท์"พี่น้องสองราช", ข่าวสดรายวัน, 5 มีนาคม พ.ศ. 2553, ปีที่ 19, ฉบับที่ 7036
- 1 2 3 "สูจิบัตรฟุตบอล - ดาวน์โหลดหนังสือ | 1-50 หน้า | FlipHTML5". fliphtml5.com. สืบค้นเมื่อ 2025-02-22.
- ↑ สนุก-สร้างสรรค์ -สามัคคี 44ปีฟุตบอลประเพณีราชมงคล-ราชภัฏ, ข่าวสดรายวัน, 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554, ปีที่ 20, ฉบับที่ 7384
- ↑ ฟุตบอลประเพณี ครั้งที่ 43 “มทร.อีสาน-มรภ.นครราชสีมา” เก็บถาวร 2016-03-05 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, ASTVผู้จัดการออนไลน์, 5 กุมภาพันธ์ 2553
- 1 2 "สูจิบัตรฟุตบอล - ดาวน์โหลดหนังสือ | 1-50 หน้า | FlipHTML5". fliphtml5.com. สืบค้นเมื่อ 2025-02-22.
https://www.rmuti.ac.th/2019/2020/02/23/news230263/ เก็บถาวร 2020-09-25 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน เก็บถาวร 2020-09-25 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน,RMUTI News,23 กุมภาพันธ์ 2563
มทร.อีสาน เปิดศึกดวลแข้ง มรนม. ฟุตบอลประเพณีชิงโล่พระราชทานฯ ครั้งที่ 53 สานสัมพันธ์ “พี่น้องสองราช”



