วชิราวุธวิทยาลัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก โรงเรียนมหาดเล็กหลวง)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
วชิราวุธวิทยาลัย
197 ถนนราชวิถี แขวงดุสิต
เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Vajiravudh College
ประเภท โรงเรียนประจำชายล้วน
โรงเรียนเอกชน
สังกัด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
สถาปนา 29 ธันวาคม 2453 (109 ปี 299 วัน)
ผู้ก่อตั้ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
รหัส 1110100022
ผู้บังคับการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรวุธ กิจกุศล
จำนวนนักเรียน 995 คน (พฤษภาคม 2563)
เพลง เพลงมหาวชิราวุธราชสดุดี
เว็บไซต์

วชิราวุธวิทยาลัย เป็นโรงเรียนประจำชายล้วน สถาปนาขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้มีพระบรมราชโองการให้รวมโรงเรียนมหาดเล็กหลวง กรุงเทพ และโรงเรียนราชวิทยาลัยเข้าด้วยกัน โดยให้นักเรียนย้ายมาเรียนรวมกันที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวงกรุงเทพ พร้อมทั้งได้พระราชทานนามโรงเรียนขึ้นใหม่ว่า “วชิราวุธวิทยาลัย” เพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

วชิราวุธวิทยาลัยมีตึกที่พักนักเรียน เรียกว่า "คณะ" เป็นเสมือนบ้านของนักเรียน แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือ คณะเด็กโต สำหรับนักเรียนชั้นมัธยม แบ่งออกเป็น ๖ คณะ คือ คณะผู้บังคับการ คณะดุสิต คณะจิตรดา คณะพญาไท คณะจงรักภักดี คณะศักดิ์ศรีมงคล ส่วนคณะเด็กเล็กสำหรับนักเรียนชั้นประถม แบ่งออกเป็น ๓ คณะ คือ คณะสนามจันทร์ คณะนันทอุทยาน และ คณะสราญรมย์ นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังส่งเสริมให้นักเรียนได้เล่นกีฬาต่าง ๆ เช่น รักบี้ฟุตบอล แบดมินตัน นอกจากนี้ ยังมีการจัดการแข่งขันรักบี้ประเพณีกับมาเลย์ คอลเลจ (Malay College Kuala Kangsar) จากประเทศมาเลเซีย เป็นประจำทุก ๆ ปี

ปัจจุบัน ดำเนินการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตั้งอยู่ที่ ถนนราชวิถี แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ประวัติ[แก้]

หอประชุมวชิราวุธวิทยาลัย

พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานกำเนิดโรงเรียนมหาดเล็กหลวงขึ้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2453 เพื่อให้โรงเรียนแห่งนี้เป็นสถาบันที่ให้การศึกษาอย่างแท้จริงแก่กุลบุตรชาวไทย และเป็นเสมือนพระอารามหลวงประจำรัชกาล ซึ่งมิได้โปรดฯ ให้สร้างขึ้น เพราะมีพระราชดำริว่า ในรัชสมัยของพระองค์พระอารามหลวงต่างๆ มีอยู่มากแล้ว หากจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระอารามหลวงขึ้นอีกก็จะเป็นพระราชภาระในการปฏิสังขรณ์อีกโดยมิควร ประกอบกับในรัชสมัยของพระองค์นั้นการศึกษาได้เปลี่ยนแปลงไป มิได้อยู่กับวัดดังเช่นกาลก่อน นักเรียนต้องการครูบาอาจารย์ที่เป็นคฤหัสถ์ เพื่อทำการอบรมสั่งสอน[1] ดังนั้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาโรงเรียนขึ้นตามแบบโรงเรียนรัฐบาลของประเทศอังกฤษ และพระราชทานนามโรงเรียนแห่งนี้ว่า "โรงเรียนมหาดเล็กหลวง"[2]

ในการสถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กหลวง พระองค์ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดสร้างอาคารเรียนชั่วคราวเป็นเรือนไม้ หลังคามุงจากขึ้นก่อนในที่ดินส่วนพระองค์ที่สวนกระจัง ริมคลองเปรมประชากร ตำบลสวนดุสิต แล้วโปรดฯ ให้ย้ายนักเรียนมหาดเล็กหลวงซึ่งเปิดการสอนเป็นการชั่วคราวจากโรงเรียนราชกุมาร (เก่า) ใกล้หอพิธีพราหมณ์ในพระบรมมหาราชวัง มาดำเนินการสอนในสถานที่ซึ่งพระราชทานให้ใหม่นี้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2454 ต่อมาใน พ.ศ. 2458 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้กรมศิลปากรมาดำเนินการก่อสร้างอาคารถาวรของโรงเรียนมหาดเล็กหลวง ซึ่งประกอบด้วยหอประชุมและอาคารที่พักของนักเรียนที่มุมโรงเรียนอีก 4 หลัง[3] และได้ทรงพระมหากรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาพระฤกษ์สร้างอาคารโรงเรียนเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2458[1] ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2459 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โอนโรงเรียนราชวิทยาลัยจากกระทรวงยุติธรรมมาไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กหลวงขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่อีกแห่งหนึ่งใน พ.ศ. 2459

การดำเนินการศึกษาในโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จำต้องยุติลง เนื่องจากพระองค์ได้ด่วนเสด็จสู่สวรรคาลัย เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ในรัชสมัยต่อมา ประเทศสยามต้องประสบสภาวะฝืดเคืองทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง จึงทำให้พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจำต้องทรงตัดทอนรายจ่ายส่วนพระองค์ลง ทั้งนี้เพื่อให้การเงินในประเทศเข้าสู่สมดุล ดังนั้น ใน พ.ศ. 2469 ได้มีพระบรมราชโองการให้รวมโรงเรียนมหาดเล็กหลวงกรุงเทพฯ และ โรงเรียนราชวิทยาลัยเข้าด้วยกัน โดยให้ย้ายนักเรียนมาเรียนรวมกันที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวงกรุงเทพ และได้พระราชทานนามโรงเรียนให้ใหม่ว่า “วชิราวุธวิทยาลัย” เพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกำเนิดโรงเรียนสืบต่อไป[4]

ในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเมื่อพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีและสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จนิวัติประเทศไทยเป็นการถาวรในปี พ.ศ. 2502 ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระประสงค์จะสนองพระเดชพระคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ทรงเป็นพระบรมชนกนาถ และ พระราชสวามี จึงทรงต้องพระประสงค์จะอุปถัมภ์กิจการที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงริเริ่มไว้ ดังนั้นพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีและสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี จึงทรงรับวชิราวุธวิทยาลัยไว้ในพระอุปถัมภ์ โดยจะทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อบำรุงวชิราวุธวิทยาลัย และทรงเสด็จพระดำเนินมาบำเพ็ญพระกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แม้เมื่อพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี จะเสด็จสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ก็ยังทรงพระราชทานเงินเพื่อบำรุงไว้เช่นเดิมจนถึงปัจจุบัน

อาคารเรียน[แก้]

อาคารเรียน พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานกำเนิดโรงเรียนมหาดเล็กหลวง โดยพระราชทานที่ดินและพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ซึ่งลักษณะของหอประชุม หอนาฬิกา อาคารจิตรลดา และตึกขาว เป็นอาคารที่มีรูปแบบของสถาปัตยกรรมไทย ผสมผสานสถาปัตยกรรมตะวันตก โดยได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ในปี พ.ศ. 2525 [5]

ไฟล์:วชิราวุธวิทยาลัย.jpg
อาคารภายในวชิราวุธวิทยาลัย

กิจกรรมนักเรียน[แก้]

กีฬา[แก้]

วชิราวุธวิทยาลัยส่งเสริมให้นักเรียนได้เล่นกีฬา รวมทั้ง มีการจัดการแข่งขันกีฬาภายในทุกปี โดยมีการแบ่งประเภทกีฬาออกเป็นภาคการศึกษา ดังนี้

( ระเบียบแถว ) เป็น กีฬาที่ไม่ใช้แรงในการเล่นแต่เป็นการใช้ความอดทนการฝึกฝนที่ได้มาอย่างเป็นระเบียบ

โดยกีฬาแต่ละประเภทที่แข่งขัน คณะที่ชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัลซึ่งแต่ละถ้วยรางวัลจะเป็นถ้วยรางวัลที่ได้รับพระราชทาน อาทิ ถ้วยชนะเลิศรักบี้ฟุตบอลรุ่นใหญ่ เป็นถ้วยพระราชทานของ กีฬาหลักของโรงเรียน คือ รักบี้ โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่ารักบี้นั้นจะเป็นกีฬาที่สอนให้นักเรียนรู้จักแพ้ ชนะ และอภัย และจะฝึกให้นักเรียนเป็นสุภาพบุรุษอย่างสมบูรณ์แบบ รักบี้ประเพณีกับมาเลย์ คอลเลจ (Malay College Kuala Kangsar) จากประเทศมาเลเซียจะถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุก ๆ ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 และรักบี้ประเพณีกับ Saad foundation school ประเทศมาเลเซีย[6]

หอพัก หรือคณะ[แก้]

วชิราวุธวิทยาลัยมีหอพัก หรือที่เรียกว่า "คณะ" เพื่อให้นักเรียนใช้เป็นที่พักอาศัยในช่วงระหว่างที่อยู่โรงเรียนสองอาทิตย์ คณะหนึ่งนั้นจะมีนักเรียนประมาณ 80 คน แต่ละคณะนั้นจะแบ่งกระจายนักเรียนของแต่ละชั้นเรียนให้เท่า ๆ กัน แบ่งเป็นสองฝั่ง คือ คณะเด็กใน และ คณะเด็กเล็ก โดยที่คณะเด็กในจะใช้เป็นที่พักพิงของนักเรียนตั้งแต่ชั้น ม.1 ถึง ม.6 ทั้งนี้ มีด้วยกันอยู่ 6 คณะ คือ คณะผู้บังคับการ คณะดุสิต คณะจิตรดา คณะพญาไท คณะจงรักภักดี คณะศักดิ์ศรีมงคล ส่วนคณะเด็กเล็กนั้นจะใช้เป็นที่พักของเด็กนักเรียนชั้น ป.4 ถึง ป.6 เมื่อนักเรียนแต่ละคนเข้าเรียนชั้น ม.1 แล้วจะทำการย้ายเข้าไปอยู่เด็กในกับรุ่นพี่ คณะของคณะเด็กเล็ก ได้แก่ คณะสนามจันทร์ คณะนันทอุทยาน และคณะสราญรมย์ การปกครองของคณะเด็กใน และเด็กเล็กนั้นจะต่างกันเพียงเล็กน้อย โดยคณะเด็กเล็กนั้นจะมีหัวหน้าครูคณะ และครูคณะมาช่วยดูแล และควบคุมเด็ก ๆ ส่วนคณะเด็กในนั้นจะมีเพียงผู้กำกับคณะคอยดูแล และหน้าที่ควบคุมเด็กในคณะนั้นจะตกอยู่กับรุ่นพี่หัวหน้าคณะโดยมีผู้กำกับคณะเป็นที่ปรึกษา การปกครองในคณะเด็กในนั้นจะเป็นระบบรุ่นพี่ รุ่นน้อง โดยจะเน้นอยู่ว่า "การจะเป็นผู้นำที่ดีได้ ต้องเคยเป็นผู้ตามที่ดีมาก่อน" ดังนั้น ก่อนที่นักเรียนแต่ละคนจะมาเป็นหัวหน้าคณะปกครองรุ่นน้อง ก็จะเคยเป็นผู้ตามถูกปกครองโดยรุ่นพี่มาก่อน และเรียนรู้การปกครองนั้นมาปกครองรุ่นน้องถัด ๆ ไป

ประเพณีโรงเรียน[แก้]

เพลงโรงเรียน[7][แก้]

หนึ่งในประเพณีของวชิราวุธวิทยาลัย คือ การร้องเพลงในงานสำคัญต่างๆ รวมถึงเพลงเชียร์กีฬา โดยเพลงที่มักจะได้ยินบ่อยๆ มีดังนี้

  • เพลงมหาวชิราวุธราชสดุดี ประพันธ์โดยท่านผู้หญิงดุษฎี มาลากุล ณ อยุธยา และทำนองโดย โฉลก เนตรสูตร เป็นเพลงประจำโรงเรียนมักถูกขับร้องในงานพิธีสำคัญ เพื่อเทิดทูนพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้สถาปนาโรงเรียน
  • เพลง Graduates Song Goodbye เป็นเพลงภาษาอังกฤษทำนองและเนื้อร้องโดย F.Rico ถูกขับร้องในงานพระราชทานประกาศนียบัตรนักเรียนเก่า โดยนักเรียนปัจจุบันที่กำลังจะจบการศึกษา เนื้อหาของเพลงนั้นเพื่อนึกถึงอนาคตเมื่อออกไปจากโรงเรียน และรำลึกถึงชีวิตในโรงเรียน
  • เพลงอีกสี่สิบปี ประพันธ์โดยท่านผู้หญิงดุษฎี มาลากุล ณ อยุธยา ทำนองนั้นคัดมาจาก Forty Years On ของโรงเรียนแฮร์โรว ในอังกฤษ มักถูกร้องในงานราชพิธีสำคัญ เนื้อหาในเพลงเพื่อรำลึกถึงชีวิตในโรงเรียน
  • เพลงเราเด็กในหลวง พระราชนิพนธ์โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำนอง สิงโตเล่นหาง เป็นเพลงกลอนบรรเลงโดยวงดนตรีไทย เป็นเพลงปฏิญาณนึกถึงความสำคัญของนักเรียนมหาดเล็ก ดังมีตัวอย่างท่อนจบว่า "รักษาชาติศาสนากว่าจะตาย เป็นผู้ชายชาติไทยไม่ลืมเอย"
  • เพลงเชียร์กีฬา มักถูกขับร้องในการแข่งขันรักบี้ระหว่างโรงเรียน นอกจากนั้นสำหรับการแข่งขันภายใน แต่ละคณะก็จะมีเพลงเชีย์กีฬาของตัวเองอีกด้วย
  • เพลงจรรยานักกีฬา เป็นเพลงกลอนมักถูกขับร้องก่อนการแข่งขันกีฬาระหว่างคณะ เพื่อนึกถึงจรรยาของนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย

ผู้บังคับการ[แก้]

ผู้บังคับการ เป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบสูงสุดในการดูแลจัดการวชิราวุธวิทยาลัย เป็นทั้งหัวหน้าฝ่ายบริหาร และครูใหญ่ รวมทั้งผู้รับใบอนุญาตผู้จัดการโรงเรียน ทั้งนี้ เมื่อตำแหน่งผู้บังคับการว่างลง คณะกรรมการอำนวยการวชิราวุธวิทยาลัย จะดำเนินการสรรหาผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย และนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อขอพระบรมราชานุมัติ จึงจะสามารถดำรงตำแหน่งผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัยโดยสมบูรณ์

อาจารย์ใหญ่/ผู้บังคับการ
ลำดับ ชื่อ ตำแหน่ง ระยะเวลา
1 พระยาโอวาทวรกิจ (เหม ผลพันธิน) อาจารย์ใหญ่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2454 - 8 กันยายน พ.ศ. 2455
2 พระยาบริหารราชมานพ (ศร ศรเกตุ) อาจารย์ใหญ่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง
ผู้บังคับการโรงเรียนมหาดเล็กหลวง
8 กันยายน พ.ศ. 2455 - 11 เมษายน พ.ศ. 2458
11 เมษายน พ.ศ. 2458 - 26 มีนาคม พ.ศ. 2460
3 พระยาบรมบาทบำรุง (พิณ ศรีวรรธนะ) ผู้บังคับการโรงเรียนมหาดเล็กหลวง
ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย
26 มีนาคม พ.ศ. 2460 - 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2469
4 พฤษภาคม พ.ศ. 2476 - 1 สิงหาคม พ.ศ. 2478
4 พระยาปรีชานุสาสน์ (เสริญ ปันยารชุน) ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2469 - 16 เมษายน พ.ศ. 2476
5 อำมาตย์เอก พระพณิชยสารวิเทศ (ผาด มนตธาตุผลิน) ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย 1 สิงหาคม พ.ศ. 2478 - 1 มกราคม พ.ศ. 2486
6 มหาอำมาตย์ตรี พระยาภะรตราชา (ม.ล.ทศทิศ อิศรเสนา) ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย 1 มกราคม พ.ศ. 2486 - 28 ธันวาคม พ.ศ. 2518
7 ศาสตราจารย์ ดร.กัลย์ อิศรเสนา ณ อยุธยา ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2519 - 30 มิถุนายน พ.ศ. 2539
8 ศาสตราจารย์ ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย 30 มิถุนายน พ.ศ. 2539 - 28 มิถุนายน พ.ศ. 2550
9 ดร.สาโรจน์ ลีสวรรค์ ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย 28 มิถุนายน พ.ศ. 2550 - 8 มิถุนายน พ.ศ. 2559
10 ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรวุธ กิจกุศล ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559 - ปัจจุบัน

รายพระนามและรายนามนักเรียนเก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]

นักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง
ลำดับ พระนาม/นาม เกียรติประวัติ
1 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา [8] ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
2 พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย [9] รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
3 หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล [10] นักโบราณคดี อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร
4 หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล [11] ผู้กำกับภาพยนตร์ และศิลปินแห่งชาติ
5 หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี [12] ประธานมูลนิธิโครงการหลวง
6 หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณ [13] สถาปนิก ผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมสถาปนิกสยามฯ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
7 หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล [14] นักการเกษตร
8 หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล [15] ผู้กำกับภาพยนตร์
10 หม่อมราชวงศ์เกษมสโมสร เกษมศรี [16] อดีตรองนายกรัฐมนตรี

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

11 พลตรี หม่อมทวีวงศ์ถวัลยศักดิ์
(หม่อมราชวงศ์เฉลิมลาภ ทวีวงศ์)
[17]
องคมนตรี เลขาธิการพระราชวัง
12 หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล [18] บุคคลสำคัญของโลก ศิลปินแห่งชาติ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ
13 หม่อมหลวงทวีสันต์ ลดาวัลย์ [19] องคมนตรี ราชเลขาธิการ
16 จุลนภ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา [20] อดีตองคมนตรี

อดีตสมาชิกวุฒิสภา
อดีตกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา

17 พลากร สุวรรณรัฐ [21] องคมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
18 เชาวน์ ณ ศีลวันต์ [22] องคมนตรี สมาชิกวุฒิสภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
19 พูนเพิ่ม ไกรฤกษ์ [23] เลขาธิการพระราชวัง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
20 จักรพันธุ์ โปษยกฤต [24] ศิลปินแห่งชาติ
21 นิธิ สถาปิตานนท์ [25] ศิลปินแห่งชาติ
22 วิจิตร คุณาวุฒิ [26] ศิลปินแห่งชาติ
23 เสวกตรี นายลิขิตสารสนอง (ชัพน์ บุนนาค) [27] [28] ลูกเสือคนแรกของไทย
25 ศ. ชัยอนันต์ สมุทวณิช [29] อดีตผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย

อดีตนายกราชบัณฑิตยสถาน

26 ศ. (พิเศษ) ประกอบ หุตะสิงห์ [30] อดีตองคมนตรี อดีตประธานศาลฎีกา
27 สุเมธ ตันติเวชกุล [31] เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
28 อดิศัย โพธารามิก [32] อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตกระทรวงพาณิชย์

อดีตกระทรวงศึกษาธิการ

30 พลตำรวจเอก เภา สารสิน [33] อดีตอธิบดีกรมตำรวจ
31 พลตำรวจเอก อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช [34] อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
32 ประสพสุข บุญเดช [35] อดีตประธานวุฒิสภา, ผู้พิพากษาศาลฎีกา
33 จุลสิงห์ วสันตสิงห์ [36] อดีตอัยการสูงสุด
34 พระนาย สุวรรณรัฐ [37] ปลัดกระทรวงมหาดไทย
36 รศ. วุฒิชัย กปิลกาญจน์ [38] อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
37 พชร อิศรเสนา ณ อยุธยา [39] ปลัดกระทรวงพาณิชย์, สมาชิกวุฒิสภา
38 ดุสิต นนทะนาคร [40] ประธานสภาหอการค้าไทย
39 ศ. (พิเศษ) อำนวย วีรวรรณ [41] รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
40 ศ. (พิเศษ) พรเพชร วิชิตชลชัย [42] ประธานวุฒิสภา ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้พิพากษาศาลฎีกา
42 พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา [43] ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สมาชิกวุฒิสภา
44 พันตำรวจเอก ดุษฎี อารยวุฒิ [44] รองปลัดกระทรวงยุติธรรม
45 พันเอก วินธัย สุวารี [45] โฆษกกองทัพบก
46 เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ [46] อธิบดีกรมสรรพากร
47 นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร [47] ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี
49 บรรยง พงษ์พานิช [48] นักธุรกิจ
50 พิภู พุ่มแก้ว [49] ผู้ประกาศข่าว
51 ธนากร โปษยานนท์ [50] นักแสดง พิธีกร
52 ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา [51] นักแสดง พิธีกร
54 ธราวุธ นพจินดา [52] อดีตผู้ประกาศข่าวกีฬา

อดีตผู้บรรยายการแข่งขันกีฬาทางโทรทัศน์

55 ปรัชฌา สนั่นวัฒนานนท์ [53] นักแสดง
56 วรชาติ มีชูบท [54] นักประวัติศาสตร์
57 พลตำรวจเอก สมาน ธูปะคุปต์ [55] ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ
58 ศาสตราจารย์กิตติคุณเติมศักดิ์ กฤษณามระ [56] อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
59 ภราเดช พยัฆวิเชียร [57] ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
60 พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา [58] สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานกรรมการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
61 สยาม สังวริบุตร [59] ผู้กำกับละคร
62 ชาติเชื้อ กรรณสูต [60] สมาชิกวุฒิสภา กรรมการช่อง 7
63 ชวลิต เสริมปรุงสุข [61] ศิลปินแห่งชาติ

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 ราชกิจาจานุเบกษา, การก่อพระฤกษ์โรงเรียนมหาดเล็กหลวง , เล่ม ๓๒, ตอน ง, ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๘, หน้า ๒๒๖๔
  2. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความโรงเรียนมหาดเล็กหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ส่วนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง ย้ายโรงเรียนมหาดเล็กข้าหลวงเดิม, เล่ม ๒๘, ตอน ๐ง, ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๔, หน้า ๑๕
  3. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกระแสพระบรมราชโองการ ซึ่งบรรจุไว้ในศิลาพระฤกษ์โรงเรียนมหาดเล็กหลวง, เล่ม ๓๒, ตอน ง, ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๘, หน้า ๒๒๖๖
  4. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศ วางรูปการและพระราชทานนามโรงเรียนมหาดเล็กหลวง, เล่ม ๔๓, ตอน ๐ก, ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๙, หน้า ๙๕
  5. สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ : อาคารอนุรักษ์ ประจำปี 2525 อาคารเรียน โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย
  6. วชิราวุธาสาส์น : รายงานประจำปี 2548 หน้า 52 จาก โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย
  7. วชิราวุธวิทยาลัย. (2543). เพลงโรงเรียน. ม.ป.ท.: ม.ป.พ.
  8. วรชาติ มีชูบท. (2561). ราชสำนักรัชกาลที่ 6. กรุงเทพฯ: มติชน, หน้า 82-83
  9. วิวัฒนไชย : ผู้ว่าการธนาคารชาติคนแรก
  10. ชีวิตและงาน ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล
  11. ประวัติศิลปินแห่งชาติ (หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล)
  12. สายสัมพันธ์นักเรียนเก่าวชิราวุธ
  13. วชิราวุธวิทยาลัย โรงเรียนมหาดเล็กหลวงที่ถอดแบบการศึกษาจากอังกฤษ
  14. นักเรียนเก่าที่มีชื่อเสียง : หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล
  15. คุณชายอดัม'มองเรื่องโค้ชเช ชี้เรียนวชิราวุธเจอหนัก
  16. ประวัติย่อ หม่อมราชวงค์เกษมสโมสร เกษมศรี
  17. วรชาติ มีชูบท. (2561). ราชสำนักรัชกาลที่ 6. กรุงเทพฯ: มติชน, หน้า 82-83
  18. ปิ่น มาลากุล - ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง
  19. สายสัมพันธ์นักเรียนเก่าวชิราวุธ
  20. นักเรียนเก่าที่มีชื่อเสียง : จุลนภ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
  21. ประวัติพลากร สุวรรณรัฐ
  22. ประวัติเชาวน์ ณ ศีลวันต์
  23. สายสัมพันธ์นักเรียนเก่าวชิราวุธ
  24. ข้อมูลศิลปิน (จักรพันธุ์ โปษยกฤต)
  25. ประวัติศิลปินแห่งชาติ (นิธิ สถาปิตานนท์)
  26. ประวัติศิลปินแห่งชาติ (วิจิตร คุณาวุฒิ)
  27. ชมรมสายสกุลบุนนาค
  28. ลูกเสือคนแรกแห่งสยามประเทศ
  29. ข่าวการถึงแก่อนิจกรรม ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช
  30. สายสัมพันธ์นักเรียนเก่าวชิราวุธ
  31. ประว้ติสุเมธ ตันติเวชกุล
  32. ประวัติย่อ ดร.อดิศัย โพธารามิก (ครม.ชุดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร)
  33. พล.ต.อ.เภา สารสิน อดีตรองนายกฯ-อธิบดีกรมตำรวจ ถึงแก่อนิจกรรมด้วยวัย 83
  34. พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช
  35. ประวัติประสพสุข บุญเดช
  36. ประวัติจุลสิงห์ วสันตสิงห์
  37. โปรดเกล้าฯพระนายนั่งปลัดมท.-มีผล7ต.ค.
  38. รองศาสตราจารย์ วุฒิชัย กปิลกาญจน์
  39. ประวัติชีวิตและผลงานพชร อิศรเสนา ณ อยุธยา
  40. ดุสิต นนทะนาคร นายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย
  41. สายสัมพันธ์นักเรียนเก่าวชิราวุธ
  42. เปิดบันทึกความเก่ง 'พรเพชร วิชิตชลชัย' ประธานวุฒิสภามีมาตั้งแต่เด็ก
  43. ประวัติพล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา
  44. ชีวิตที่พลิกผันของ ดุษฎี อารยวุฒิฯ
  45. ประวัติวินธัย สุวารี
  46. ชีวิตที่มีแบบแผนของดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
  47. ผู้ว่าอุดรใหม่ “สิงห์ดำ” หนุ่มวัย 47 ปี
  48. OPTIMISE - Aim to Be The Best : เปิดปรัชญาที่หล่อหลอม บรรยง พงษ์พานิช
  49. ดีกรีนักเรียนนอก “ต๊ะ พิภู” ผู้ประกาศข่าวหนุ่มหล่อ “ข่าวเช้า MONO 29”
  50. ประวัติธนากร โปษยานนท์
  51. ประวัติณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา
  52. ธราวุธ นพจินดา สิ้นใจกะทันหัน อาการเดียวกับพี่ชาย
  53. บีเจ - ปรัชฌา สนั่นวัฒนานนท์ องค์ดำตอนเด็ก
  54. แด่ อาจารย์วรชาติ มีชูบท หอสมุดวชิราวุธานุสรณ์เคลื่อนที่ผู้จากลา
  55. สายสัมพันธ์นักเรียนเก่าวชิราวุธ
  56. หอเกียรติยศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  57. สายสัมพันธ์นักเรียนเก่าวชิราวุธ
  58. เว็บไซต์กรมกิจการผู้สูงอายุ : นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา
  59. 'สยาม สังวริบุตร' ชกต่อย มะเร็ง และวงการบันเทิง
  60. สายสัมพันธ์นักเรียนเก่าวชิราวุธ
  61. ชวลิต เสริมปรุงสุข

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°46′32″N 100°31′08″E / 13.775497°N 100.518785°E / 13.775497; 100.518785