พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ[1] อดีตวุฒิสมาชิกและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อดีตประธานกรรมการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ประวัติ[แก้]

เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2470 เป็นผู้มีบทบาทสำคัญผู้หนึ่งในการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศไทย บิดา คือ พระยาอิศรพงษ์พิพัฒน์ (หม่อมหลวงศิริ อิศรเสนา) มารดาคือ ม.ล.สำลี อิศรเสนา (นามสกุลเดิม กุญชร) และเป็นหลานปู่ เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์(หม่อมราชวงศ์เย็น อิศรเสนา) อดีตเสนาบดีกระทรวงวัง การศึกษาเมื่อปีพ.ศ. 2479 เข้ารับการศึกษาชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ เลขประจำตัวนักเรียน ท.ศ.5270 ป.และสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาที่วชิราวุธวิทยาลัย เข้ารับการศึกษาต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปีพ.ศ. 2493 ได้รับวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (ไฟฟ้า) (เกียรตินิยม)จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและในปีถัดมาในปีพ.ศ. 2494ได้รับวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (เครื่องกล) คณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกหนึ่งสาขา และได้เดินทางไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา และในปีพ.ศ. 2497ได้รับวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตในสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์MIT สหรัฐอเมริกา และในปีพ.ศ. 2529ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เสนอให้ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารธุรกิจ จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและในปีพ.ศ. 2535 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เสนอให้ได้รับปริญญาวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมทั้งในปีพ.ศ. 2542 ได้รับเกียรติจากทางวิทยาลัยโยนกเสนอให้ได้รับปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการ วิทยาลัยโยนกนับว่าได้รับเกียรติให้เป็นด๊อกเตอร์กิตติมศักดิ์จาก3แห่ง

ประวัติการทำงาน[แก้]

ในหน้าที่การทำงาน ได้เข้าเริ่มทำงาน อยู่ที่บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทยนานถึง 12 ปี และได้เข้าร่วมงานกับทางกลุ่มปูนซิเมนต์ไทย ดำรงตำแหน่งจากผู้บริหารระดับกลาง จนสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรแห่งนี้ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทปูนซีเมนต์ไทยมหาชนกลุ่มปูนซีเมนต์ไทยหรือเครือซิเมนต์ไทย(SCG)ในปัจจุบัน เน้นในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทำให้กลุ่มธุรกิจนี้มีความพร้อมสามารถแข่งขันและดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงต่อมา และจากความรู้ความสามารถได้รับการยอมรับให้เป็นนายกสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยชินวัตร รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประธานกรรมการ มูลนิธิเพื่อสถาบันการศึกษาวิชาการจัดการแห่งประเทศไทย ประธานกิตติมศักดิ์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกรรมการอำนวยการ สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยรองประธานกรรมการ มูลนิธิไทยคมที่ปรึกษา คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การเพิ่มผลผลิตของประเทศ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการดำเนินการปฏิรูปการส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และไม่นานมานี้เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2551 เป็นประธานคณะกรรมการที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นหนึ่งในร้อยท่านที่ได้รับรางวัลนักทรัพยากรมนุษย์ดีเด่นประจำปี 2550 และท่านได้เป็นผู้บุกเบิกและริเริ่มโรงเรียนดรุณสิกขาลัยซึ่งเป็นโรงเรียนในแนว Contructionism ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆคิดได้ตัวตนเอง ในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเนื่องจากดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ[2]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]