พระพณิชยสารวิเทศ (ผาด มนตธาตุผลิน)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อำมาตย์เอก พระพณิชยสารวิเทศ
(ผาด มนธาตุผลิน)
ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย
ดำรงตำแหน่ง
1 สิงหาคม พ.ศ. 2478 – 1 มกราคม พ.ศ. 2486
(7 ปี 153 วัน)
ก่อนหน้า พระยาบรมบาทบำรุง (พิณ ศรีวรรธนะ)
ถัดไป มหาอำมาตย์ตรี พระยาภะรตราชา (หม่อมหลวงทศทิศ อิศรเสนา)
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 11 มกราคม พ.ศ. 2431
จังหวัดธนบุรี
เสียชีวิต 30 ธันวาคม พ.ศ. 2513 (82 ปี 353 วัน)
บิดา นายสิบเอกพร้อม มนธาตุผลิน
มารดา นางทองอยู่ มนธาตุผลิน

อำมาตย์เอก พระพณิชยสารวิเทศ (ผาด มนธาตุผลิน) อดีตผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย เกิดเมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2431 เป็นบุตรคนแรกของนายสิบเอกพร้อม มนธาตุผลิน นายทหารสังกัดกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ และนางทองอยู่ มนธาตุผลิน เกิดที่บ้านข้างวัดศรีสุดาลัย (วัดหนัง) ตำบลบางค้อ อำเภอบางขุนเทียน จังหวัดธนบุรี

ประวัติ[แก้]

เมื่อยังเล็กบิดาได้ให้ไปหัดหนังสือกับพระครูภาวนาโกศล (พระครูทอง) เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาลัย (วัดหนัง) เมื่ออายุได้ 8 ขวบ เข้าเรียนที่โรงเรียนวัดศรีสุดาราม (วัดชีปะขาว) และเข้าศึกษาที่โรงเรียนวัดประยุรวงศาวาส และโรงเรียนมัธยมวัดราชบูรณะ ท่านผู้ใหญ่เห็นว่าเป็นเด็กที่มีความสามารถในการศึกษา จึงสนับสนุนให้เรียนชั้นสูง โดยนำตัวไปฝากกับเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล) เพื่อให้เป็นมหาดเล็กในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าพระยาพระเสด็จฯ ได้ส่งเข้าโรงเรียนมัธยมสายสวลี และได้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบ จนจบมัธยม 6 ก็ออกเพราะโรงเรียนย้ายไปที่อื่นทำให้เดินทางลำบาก

ต่อมาบิดาจึงนำไปฝากกับพระยาสังกรณ์ (ตาบ จารุรัตน์) ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เพื่อให้ฝึกงานในศาลและเรียนกฎหมาย แต่เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีแนะนำว่าไม่ควรทิ้งภาษาอังกฤษที่เรียนมาจึงขอให้มาเข้าโรงเรียนฝึกหัดครู และทำการสอนภาษาอังกฤษอยู่ที่โรงเรียนวัดอนงคาราม และย้ายไปสอนยังโรงเรียนบ้านสมเด็จเจ้าพระยา สอนอยู่ปีเศษจึงได้ทุนรัฐบาลไปศึกษาที่โชรสเบอรี่ พับลิกสกูล ประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2452 แล้วจึงเข้าศึกษาต่อยังมหาวิทยาลัยมิงแฮมทางด้านพาณิชยการและวิชาครู

ชีวิตครอบครัว[แก้]

พระพณิชยสารวิเทศ สมรสกับนางสาวเสงี่ยม สุวรรณปัทม์ บุตรี พระยาสวัสดิคิริศรีสมันตราษฎร์นายก อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2458 มีบุตร ธิดารวม 8 คนคือ

  • นายผงาด มนธาตุผลิน
  • นางสาวสงบ มนธาตุผลิน
  • นางผสม สีมานันท์
  • นางสาวพรสุข มนธาตุผลิน
  • นางสาวสงวน มนธาตุผลิน
  • เด็กหญิงแดง มนธาตุผลิน
  • นายผสาน มนธาตุผลิน
  • นางโสภา บุราคม

ตำแหน่งหน้าที่การงาน[แก้]

เมื่อสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ ในปี พ.ศ. 2457 ก็ได้รับราชการที่กระทรวงศึกษาธิการครั้งแรกในตำแหน่งอาจารย์โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ได้รับพระราชทานยศบรรดาศักดิ์ เป็นรองอำมาตย์เอก หลวงพณิชยสารวิเทศ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2458 และได้รับเชิญจากอธิบดีกรมศึกษาธิการให้ไปสอนพิเศษในวิชาบัญชี ภูมิศาสตร์ และภาษาอังกฤษแก่เสมียนในเวลากลางคืน และสอนพิเศษวิชาอังกฤษแก่นักเรียนเพาะช่าง

พ.ศ. 2459 ได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา [1] ได้รับพระราชทานยศเป็นอำมาตย์ตรี และท่านได้สมัครเข้าเป็นเสือป่า ในกองเสือป่าหลวงรักษาดินแดน มณฑลนครศรีธรรมราช เป็นผู้บังคับกองร้อยที่ 2 ด้วย

พ.ศ. 2465 ได้ย้ายมารับตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนวัดเบญจบพิตรอยู่ 4 ปี[2] ได้รับพระราชทานยศ บรรดาศักดิ์เป็น อำมาตย์โท พระพณิชยสารวิเทศ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2466

จากนั้นย้ายมาเป็นผู้กำกับคณะในโรงเรียนมหาดเล็กหลวง (ซึ่งในขณะนั้นชื่อคณะ ใช้ชื่อตามราชทินนามของผู้กำกับคณะ ซึ่งคือ คณะพณิชยสารวิเทศ หรือคณะพญาไท วชิราวุธวิทยาลัยในปัจจุบัน)

วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2469 พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร เสนาบดีกระทรวงธรรมการโปรดให้ย้ายไปทำงานในหน้าที่การเงินในกระทรวง เป็นผู้ตรวจบัญชี (หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้วจึงเปลี่ยนเป็นชื่อตำแหน่งหัวหน้ากองคลัง และยังเป็นหัวหน้ากองศาสนสมบัติที่โอนมาจากกระทรวงวังด้วย หากธรรมการจังหวัด ธรรมการมณฑลใดมีเรื่องเกี่ยวกับการเงิน ต้องให้ท่านออกไปสะสางทุกราย)

วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2472 ได้รับตำแหน่งเป็นผู้ช่วยปลัดทูลฉลองกระทรวงธรรมการ แล้วจึงได้รับพระราชทานยศเป็น อำมาตย์เอก

วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2477 ท่านได้รับตำแหน่งเป็นผู้รักษาการแทนในตำแหน่งอธิบดีกรมศึกษาธิการ

วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2478 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย [3] และออกรับพระราชทานบำนาญเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2480 แต่ยังคงเป็นผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัยต่อจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2485 สาเหตุที่ลาออกเพราะไม่ใคร่สบายเกี่ยวกับโรคกระเพาะ แต่ก็ยังมีผู้เชิญไปสอนพิเศษยังที่ต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โรงเรียนเทเวศน์ศึกษา

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2492 พระยาสฤษดิการบรรจง อาจารย์ใหญ่โรงเรียนวิศวกรรมรถไฟได้เชิญท่านไปสอนที่โรงเรียน และบรรจุเป็นข้าราชการรถไฟด้วย และสอนอยู่จนเกษียณอายุ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย[แก้]

เมื่อพระยาบรมบาทบำรุง (พิณ ศรีวะะธนะ) ได้พ้นจากหน้าที่ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้พระพณิชยสารวิเทศย้ายจากกระทรวงธรรมการมาดำรงตำแหน่งผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2478 จึงขาดจากราชการกระทรวงศึกษาธิการอีกครั้ง และโดยที่คณะรัฐมนตรีในยุคแรกเปลี่ยนแปลงการปกครองได้มีมติว่า วชิราวุธวิทยาลัยเป็นโรงเรียนราษฎร์ แต่ครูและพนักงานเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการจึงไม่ชอบด้วยแนวนโยบายแห่งรัฐ จึงให้ปลดครูและพนักงานทั้งหมดออกจากราชการ เพื่อสนองนโยบายของรัฐ เมื่อพระพณิชยสารวิเทศย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย จึงได้ลาออกจากราชการเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2480 และมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัยเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2486

ถึงแก่กรรม[แก้]

พระพณิชยสารวิเทศ ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2513 ด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองแตก สิริอายุ 83 ปี

อ้างอิง[แก้]

ก่อนหน้า พระพณิชยสารวิเทศ (ผาด มนตธาตุผลิน) ถัดไป
พระยาบรมบาทบำรุง (พิณ ศรีวรรธนะ) 2leftarrow.png 40x40px
ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย
(1 สิงหาคม พ.ศ. 2478 - 1 มกราคม พ.ศ. 2486)
2rightarrow.png มหาอำมาตย์ตรี พระยาภะรตราชา
(หม่อมหลวงทศทิศ อิศรเสนา)