หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณ
Votyakorn 01.JPG
ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณ ประมาณ พ.ศ. 2500
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณ
สัญชาติ ไทย
วันเกิด
สถานที่เกิด  ไทย
สถานศึกษา
การทำงาน
อาคารเด่น

ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณ (9 พฤศจิกายน 2443 - 27 สิงหาคม 2524) พระโอรสองค์ที่ 20 ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ และเป็นองค์ที่ 3 ของหม่อมบุญ วรรวรรณ ณ อยุธยา สถาปนิกกรมรถไฟ ผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ อาจารย์พิเศษและต่อมาป็นอาจารย์ประจำและคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาปนิกรุ่นบุกเบิกผู้นำเอาเอกลักษณ์ไทยมาประยุกต์กับการออกแบบอาคารสมัยใหม่ ได้ทรงพัฒนาวัสดุก่อสร้างที่มีใช่ในท้องถิ่นให้เหมาะสม เช่นกระเบื้องปิดหัวจั่วกันผุ รวมทั้งการทดลองการใช้วัสดุพื้นถิ่นเช่นไม้ไผ่ ไม้ระแนงเสริมปูนฉาบซึ่งพบว่าใช้งานได้ดีในระดับเศรษฐกิจขณะนั้น

ประวัติ[แก้]

ชีวิตเมื่อทรงพระเยาว์และการศึกษา[แก้]

เมื่อครั้งเยาว์วัยหม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณได้รับการศึกษาในวังแพร่งนราฯ ต่อมาเมื่อพระชนมายุได้ 11 ปีจึงเข้าศึกษาในโรงเรียนมหาดเล็กหลวง (วชิราวุธวิทยาลัย) เริ่มจากชั้นมูลแต่เรียนดีและได้ข้ามชั้นหลายครั้งจนจบการศึกษามัธยมปีที่ 8 เมื่อ พ.ศ. 2460 หลังจบการศึกษาก็ได้เข้ารับราชการในกรมราชเลขานุการในพระองค์และทรงเขียนภาพการ์ตูนสะท้อนสังคมลงในหนังสือพิมพ์ดุสิตสมิต บางกอกรีคอร์ดเดอร์ในสมัยดุสิตธานีเป็นประจำ ภาพพระเจ้าไกเซอร์แวดล้อมด้วยผู้ประสบภัยพิบัติเป็นที่พอพระทัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้มีรับสั่งให้เข้าเฝ้าและได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นนักเรียนทุนส่วนพระองค์ไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ โดยได้เดินทางโดยเรือ "ไมตู" และมีนักเรียนไทยร่วมเดินทางไปในเที่ยวเดียวกันประมาณ 20 คน อาทิ หม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์วงศ์สนิท สวัสดิวัฒน์ หม่อมเจ้าชิดชนก กฤดากร ฯลฯ นับเป็นนักเรียนไทยรุ่นแรกหลังสงครามโลกครั้งที่ 1

เมื่อถึงประเทศอังกฤษ ได้ทรงเข้าเรียนกวดวิชาพิเศษหลายแห่งเพื่อเตรียมเข้ามหาวิทยาลัยและสามารถสอบเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้ด้งพระประสงค์เมื่อ พ.ศ. 2464 ช่วงเวลา 4 ปี ที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยนี้ หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณได้รับไม่เพียงวิชาความรู้ แต่ยังได้รับความรู้และประสบการณ์เกี่ยวชีวิต ระบบการศึกษาประเพณีของทั้งนักศึกษา ครูบาอาจารย์ตลอดคนทั่วไป ทำให้พระองค์ได้รับความสนุกสนานและความเพลิดเพลินในชีวิตการศึกษามหาวิทยาลัยและยังได้ทรงบันทึกประสบการณ์ต่างๆ เหล่านี้ไว้โดยละเอียดอีกด้วย เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. 2470 ได้ทรงเข้าฝึกงานปฏิบัติวิชาชีพที่ "ไวท์ฮอลล์" เป็นเวลา 8 เดือนแล้วจึงเสด็จกลับประเทศไทย และหลังจากนั้นอีก 26 ปี มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้ทูลเชิญหม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณเข้ารับปริญญาโท (M.A.) เมื่อ พ.ศ. 2496

ชีวิตการทรงงานและผลงาน[แก้]

สถานีรถไฟเชียงใหม่

เมื่อกลับถึงประเทศไทยได้เข้าทำงานในกรมรถไฟหลวง[1] ในตำแหน่งสถาปนิก ในขณะนั้นประเทศไทยมีสถาปนิกเพียง 5 คน ได้รับหมอบหมายหน้าที่งานด้านสถาปัตยกรรมทั้งหมดของกรมรถไฟหลวงทั้งหมด หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณ นับเป็นสถาปนิกฝีมือดีผู้หนึ่งจึงมีผลงานจำนวนมากและหลายชิ้นยังปราฏอยู่ถึงปัจจุบัน งานชิ้นหลักๆ โดยสังเขปของหม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณ รวมทั้งที่ทรงทำหลังโอนไปสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้วมีดังนี้

ผลงานชิ้นสุดท้ายของหม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณได้แก่อนุสาวรีย์ราชสกุลวรวรรณเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ที่ชายหาดชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

นอกจากนี้หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณ ยังมีความสนใจในการค้นคว้าวิจัยประเทศที่อาจเรียกในปัจจุบันว่า "ภูมิปัญญาชาวบ้าน" ได้ทรงใช้ไม้ไผ่ขัดแตะผสมฟางกับดินฉาบเป็นผนัง การใช้โครงสร้างไม้กับผนังอิฐและอื่นๆ ที่เหมาะกับภูมิอากาศและความประหยัด ซึ่งอาคารที่ได้ทรงทดลองสร้างหลายแห่งยังคงสภาพดีแม้เวลาจะผ่านมามากกว่า 60 ปีแล้วก็ตาม

การก่อตั้งสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปภัมภ์[แก้]

หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณได้ทรงร่วมกับสถาปนิกอาวุโสไทยที่มีอยู่จำนวนน้อยในขณะนั้นก่อตั้ง "สมาคมอาชีพ" ซึ่งต่อมาคือสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ในปัจจุบัน โดยมีพระสาโรจน์ รัตนนิมมานท์เป็นนายกสมาคมคนแรก ส่วนหม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณเป็นกรรมการผู้ก่อตั้งและกรรมการอำนวยการ สมาคมฯ ดำเนินการได้ 3 ปีก็ต้องยุติชั่วคราวเนื่องจากภาวะสงคราม เมื่อสงครามสงบ หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณได้รับทูลเชิญให้เป็นองค์ประธานกลุ่มฟื้นฟูจนสมบูรณ์ตามกฎหมายแต่ไม่ทรงรับเป็นนายกสมาคมจนผ่านไปหลายสมัยและหาผู้รับเป็นไม่ได้จึงทรงยอมรับเป็นนายกสมาคม หลังหมดวาระก็ยังทรงติดตามและให้ความช่วยเหลือสมาคมตลอดมา

การเริ่มเกี่ยวข้องการศึกษาสถาปัตยกรรม[แก้]

ในขณะที่ประจำอยู่กรมรถไฟ นายนารถ โพธิประสาท สถาปนิกไทยได้ทุนรัฐบาลที่สำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษได้กลับมารับราชการที่โรงเรียนเพาะช่างได้เสนอรัฐบาลให้ยกระดับวิชาสถาปัตยกรรมที่เพาะช่างขึ้นเป็นระดับอุดมศึกษา ซึ่งรัฐบาลก็ได้เห็นชอบให้โอนไปเป็นแผนกวิชาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณซึ่งได้มีส่วนร่วมหารือเพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่ต้นจึงได้ได้รับเชิญไปสอนเป็นอาจารย์พิเศษในแผนกวิชาสถาปัตยกรรมดังกล่าวเป็นประจำ

ชีวิตการสอน[แก้]

หลังเป็นแผนกวิชาอิสระมา 8 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงสถาปนาแผนกนี้ขึ้นเป็นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เปิดสอนระดับปริญญาตรีเป็นครั้งแรกในปีการศึกษา 2481 ก่อนหน้านั้นเปิดสอนถึงเพียงระดับอนุปริญญา เมื่อการเรียนการสอนเริ่มเข้มข้นและมีจำนวนนิสิตมากขึ้น หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณได้รับการทาบทามให้โอนมาเป็นอาจารย์ประจำ แต่ไม่ทรงมาได้เนื่องจากยังมีงานสำคัญจำนวนมากอยู่ที่กรมรถไฟ อย่างไรก็ดี ในปี พ.ศ. 2492 จึงสามารถโอนมารับตำแหน่งหัวหน้าแผนกวิชาสถาปัตยกรรมและรักษาการหัวหน้าแผนกศิลปกรรมอีกตำแหน่งหนึ่ง

พ.ศ. 2497 มหาวิทยาลัยได้แต่งตั้งหม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณให้ดำรงตำแหน่งคณบดี และได้ทรงดำรงตำแหน่งนี้จนเกษียณอายุราชการเมื่อ พ.ศ. 2507 ในระหว่างการดำรงตำแหน่งได้ทรงปรับปรุงการเรียนการสอน ติดต่อขอความช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัยและองค์กรต่างประเทศจัดส่งเครื่องมือและผู้เชี่ยวชาญมาร่วมจัดตั้งแผนกศิลปอุตสาหกรรมสำเร็จเป็นแห่งแรกของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีภารกิจที่ทรงทำให้แก่มหาวิทยาลัยและหน่วยงานอื่นๆ ระหว่างการรับราชการในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีกมากสรุปสังเขปได้ดังนี้

  • กรรมการสภาการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2498-พ.ศ. 2508)
  • กรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (พ.ศ. 2498-พ.ศ. 2508)
  • ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้แก่ World Craft Council (พ.ศ. 2507- พ.ศ. 2508)

นอกจากนี้ยังทรงได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นราชบัณฑิต สาขาศิลปกรรมศาสตร์รุ่นแรกของราชบัณฑิตยสถาน ตั้งแต่ พ.ศ. 2485 เป็นอุปนายกราชบัณฑิตยสถาน เมื่อ พ.ศ. 2518-2519 แต่ได้ขอลาออกในปีต่อมาเนื่องประชวรด้วยโรคต้อ

ชีวิตในบั้นปลายและชีวิตครอบครัว[แก้]

หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณได้รับพระราชทานสมรสกับนางสาวจิตรา ปันยารชุน (บุตรพระยาปรีชานุสาสน์ (เสริญ ปันยารชุน) และคุณหญิงปฤกษ์ ปรีชานุสาสน์ (ปฤกษ์ ปันยารชุน) และเป็นพี่สาวของนายอานันท์ ปันยารชุน) เมื่อ พ.ศ. 2480 มีบุตรคนเดียว คือ รองศาสตราจารย์หม่อมราชวงศ์ชาญวุฒิ วรวรรณ (ปัจจุบันเกษียณราชการจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ซึ่งสมรสกับดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา (สกุลเดิมจาติกวนิช) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน และมีบุตรชายเพียงคนเดียว คือ หม่อมหลวงวรุตม์ วรวรรณ อนึ่งก่อนสมรสกับหม่อมจิตราฯ หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณมีบุตรชาย 1 คน เกิดจากนางสพราค์ บูรณะปินท์ คือ หม่อมราชวงศ์วิวัฒน์ วรวรรณ

แม้หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณมีงานที่ต้องทรงดูแลรับผิดชอบมาก แต่ก็ยังทรงปลีกเวลาให้แก่ญาติมิตรเสมอ รวมทั้งได้ดูแลเอาใจใส่ตรอบครัวเป็นอย่างดี ยามว่างหลังเกษียณแล้วก็โปรดเขียนบทความและภาพล้อเลียนสังคมอยู่เสมอและโปรดการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ

หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณมีพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ไม่ใคร่เจ็บป่วย แต่เมื่อ พ.ศ. 2524 ทรงเริ่มประชวร เข้าออกโรงพยาบาลบ่อยครั้ง หลังการผ่าตัดต้อกระจกอาการป่วยหนักขึ้นและได้สิ้นชีพตักษัย เมื่อมีพระชนมายุได้ 80 ปี 10 เดือน 18 วัน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  • พระประวัติของหม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณ จัดพิมพ์เนื่องในงานพระราชทานเพลิงพระศพหม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณ ณ เมรุวัดธาตุทอง วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2524