ข้ามไปเนื้อหา

รชฏ พิสิษฐบรรณกร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
รชฏ พิสิษฐบรรณกร
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด28 เมษายน พ.ศ. 2516 (52 ปี)
พรรคการเมืองไทยรักไทย (2547–2550)
มัชฌิมาธิปไตย (2550–2551)
ภราดรภาพ (2561–2565)
สร้างอนาคตไทย (2565)
พลังประชารัฐ (2565–ปัจจุบัน)

ร้อยเอก รชฏ พิสิษฐบรรณกร (เกิด 28 เมษายน พ.ศ. 2516) อดีตหัวหน้าพรรคภราดรภาพ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร อดีตนายทหารสัญญาบัตรกองทัพบก[1] และอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พัชรวาท วงษ์สุวรรณ)

ประวัติ

[แก้]

เกิดเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2516 สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนทิวไผ่งาม และสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย, ได้เข้าศึกษาต่อโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 34 ขณะเข้ารับการศึกษาได้รับเลือกเป็นหัวหน้าทีมบาสเก็ตบอลทีมโรงเรียนเตรียมทหารและได้รับการไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งประธานรุ่นที่ 34, เข้าศึกษาโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 45 ได้รับเลือกให้เป็น หัวหน้านักเรียนหลักสูตรส่งทางอากาศ ศูนย์สงครามพิเศษ และหัวหน้านักเรียนหลักสูตรจู่โจมศูนย์การทหารราบ หัวหน้านักเรียนหลักสูตรชั้นนายร้อยทหารราบ, ปริญญาโทหลักสูตรนักบริหารจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ได้รับการอบรมหลักสูตรจากสถาบันพระปกเกล้าเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2 สมัยและอดีตเลขานุการคณะรัฐมนตรี 3 สมัย

การทำงาน

[แก้]

เมื่อสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยได้รับราชการที่กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 8 จังหวัดเลย และกรมทหารพรานกองทัพภาคที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่นายทหารเสริมกำลังพิเศษ กองทัพภาคที่ 2 (ทหารเสือ) ก่อนจะย้ายมารับราชการ ทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ และกองบังคับการ กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ โดยทำหน้าที่ถวายอารักขา พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ จากนั้นได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร 2 สมัย และเลขานุการรัฐมนตรีพาณิชย์ 3 สมัย

ด้านธุรกิจ

[แก้]

เป็นประธานกรรมการ บริหารสายการบิน R Airlines มีอากาศยานแบบ Airbus A321 และ A320 และ A 319โดยมีภารกิจเช่าเหมาลำจากกองทัพบกรับส่งทหารใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ในปี 2561 ร.อ.รชฎ พิสิษฐบรรณกรได้เป็นประธาน กรรมการบริหาร สหมงคลประกันภัยจำกัด (มหาชน) และกลุ่มอาร์กรุ๊ป

ปี 2563 ร.อ.รชฎ พิสิษฐบรรณกรได้เป็นประธาน กรรมการบริหาร สหมงคลประกันภัยจำกัด (มหาชน) และกลุ่มอาร์กรุ๊ป

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธาน กรรมการบริษัทสหมงคลประกันภัย จำกัด (มหาชน) และกลุ่มอาร์กรุ๊ป

ด้านกีฬา

[แก้]

เป็นประธานสโมสรฟุตบอลเลยซิตี้ซึ่งเป็นทีมที่เคยได้แชมป์ลีกภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาแล้วถึง 2 สมัย รวมถึงเป็นโปรโมเตอร์ของสนามมวยเวที ลุมพินี จัดรายการมวยในชื่อ "ศึกอาร์แอร์ไลน์"

งานการเมือง

[แก้]

รชฏลาออกจากราชการ เพื่อมาทำงานด้านการเมืองการเมือง โดยได้ลงรับสมัครเลือกตั้งในเขต 4 กรุงเทพมหานคร (เขตพญาไท) สังกัดพรรคไทยรักไทย ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 โดยคู่แข่งคนสำคัญ คือ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่ง ร.อ.รชฏ สามารถเอาชนะไปได้อย่างเฉียดฉิว (ร.อ.รชฏได้ 30,352 คะแนน, นายพุทธิพงษ์ได้ 28,423 คะแนน)[2]

ปีต่อมาในการเลือกตั้งเดือนเมษายน เขาได้รับการเลือกตั้งเข้ามาอีกครั้งเป็นสมัยที่ 2 แต่ผลการเลือกตั้งในครั้งนั้นถือเป็นโมฆะจากคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ และหลังจากรัฐประหารในเดือนกันยายนปีเดียวกัน แล้ว ร.อ.รชฎพร้อมกับสมาชิกพรรคไทยรักไทยบางส่วน ได้ย้ายไปสังกัดพรรคมัชฌิมาธิปไตย ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมา และ ร.อ.รชฏก็ได้มีตำแหน่งเป็นรองเลขาธิการพรรค และเป็นรองหัวหน้าพรรคตามลำดับ

ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 เขาได้ลงเลือกตั้งอีกครั้งในเขต 4 กรุงเทพมหานคร (เขตบางซื่อ, เขตหลักสี่, เขตจตุจักร) ซึ่งในครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งในเขตใหญ่และเป็นการเลือกตั้งแบบ 3 คน ตามรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2550 ปรากฏว่า ร.อ.รชฏและทีมพรรคมัชฌิมาธิปไตยไม่ได้รับการเลือกตั้ง[3]

ในสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ร.อ.รชฏ ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 3 สมัย ก่อนที่เขาจะถูกศาลตัดสินให้เพิกถอนสิทธิ์รับสมัครเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี จากคำพิพากษายุบพรรค[4]

ในสมัยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ร.อ.รชฏ ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการองค์การคลังสินค้า ต่อมาในปี พ.ศ. 2561 เขาสังกัด พรรคภราดรภาพ และได้รับเลือกเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค โดยลงสมัครเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2563 รอ. รชฏ พิสิษฐบรรรกร ได้ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพรรคภราดรภาพ ซึ่งมีบุญญา หลีเหลด ดำรงตำแหน่งรองหัวพรรค และสมบูรณ์ จิตตระบูรณ์ เป็นเลขาธิการพรรค

ต่อมาในปี 2565 เขาได้ย้ายไปร่วมงานกับพรรคสร้างอนาคตไทย[5] และในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2566 เขาได้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตของกรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 6 สังกัดพรรคพลังประชารัฐ[6] แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

ในเดือนตุลาคม 2566 ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี[7]ประจํากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ย้อนรอย ‘พรรคภราดรภาพ’ อยู่จุดไหนในการเมืองไทย?
  2. จากสนุกดอตคอม
  3. "เปิดชื่อ 109 กก.บริหาร "พปช.-ชาติไทย-มัชฌิมาฯ" ถูกยุบ-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-08-18. สืบค้นเมื่อ 2011-06-10.
  4. ‘สร้างอนาคตไทย’ เปิดตัวคนดังการเมือง 26 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พร้อมทำงาน
  5. "ถึงคิว 'พรรคพลังประชารัฐ' เปิดหมายเลข 33 ผู้สมัครส.ส.กรุงเทพ". 2023-04-03.
  6. มติครม. แต่งตั้งพรึบ ชัยเกษม-สงคราม ไขก๊อกส.ส. รับที่ปรึกษานายกฯ มีชื่อนิพัทธ์-พิชัย
  7. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสายสะพาย ประจำปี ๒๕๖๗, เล่ม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑ ข หน้า ๓, ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๗
  8. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๒๒ ตอนที่ ๒๑ ข หน้า ๓, ๓ ธันวาคม ๒๕๔๘