โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
ประเภทโรงพยาบาลทั่วไป และ โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์
ที่ตั้ง๖๗๙ ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร
ข้อมูลทั่วไป
ก่อตั้ง๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๕
สังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
ผู้อำ-
นวยการ
นายแพทย์สมบูรณ์ ทศบวร
เว็บไซต์www.nopparat.go.th

โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เป็นโรงพยาบาลของรัฐ  ตั้งอยู่เลขที่ 679 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร แต่เดิมชื่อ โรงพยาบาลชานพระนคร ต่อมาได้พระกรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานนามว่า โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2525

ประวัติ[แก้]

นับแต่ก่อตั้ง "กรมการแพทย์" ในปี ๒๔๘๕ จนถึงปี ๒๕๑๐ "กรมการแพทย์"มีหน้าที่รับผิดชอบโรงพยาบาลของรัฐทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ทั้งโรงพยาบาลบำบัดโรคทั่วไปและโรงพยาบาลเฉพาะโรค รวมโรงพยาบาลในสังกัด"กรมการแพทย์"ทั้งสิ้นถึง ๑๐๒ แห่ง เป็นโรงพยาบาลในส่วนกลาง ๑๑ แห่ง สถาบัน ๒ แห่ง และโรงพยาบาลในส่วนภูมิภาค ๘๙ แห่ง

๒๕๑๐ ประชากรในเขตกรุงทพฯและปริมณฑลมีปริมาณเพิ่มขึ้นมาก และโรงพยาบาลในส่วนกลางก็รับผู้ป่วยจนเต็มล้น ซึ่งหนังสือพิมพ์หลายฉบับก็ได้หยิบยกมาเป็นประเด็นปัญหาสังคมในขณะนั้น กระทรวงสาธารณสุขจึงได้มอบหมายให้กรมการแพทย์ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องโรงพยาบาลรับไปศึกษาปัญหาดังกล่าว 

กรมการแพทย์ (นายแพทย์ประเทือง สิงคาลวณิช อธิบดีกรมการแพทย์ในขณะนั้น) จึงได้มอบหมายให้นายแพทย์วิทุร แสงสิงแก้ว (อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในขณะนั้นทำงานอยู่ที่กองโรงพยาบาลส่วนภูมิภาค) ทำการศึกษาวิจัยถึงแนวคิดเรื่องโรงพยาบาลชานพระนคร โดยมีนายแพทย์ รังสรรค์ มหาสันทนะ (ผู้ช่วยผู้อำนวยการกองโรงพยาบาลส่วนภูมิภาคในขณะนั้น) เป็นที่ปรึกษาในการศึกษานี้ ผลการศึกษาสนับสนุนแนวความคิดดังกล่าว กรมการแพทย์จึงได้ตั้งคณะกรรมการโดยมีอธิบดีเป็นประธานพิจารณาผลการศึกษาวิจัย และเห็นสอดคล้องกับผลการศึกษาวิจัย จึงได้ทำโครงการเสนอไปยังกระทรวงสาธารณสุข (ในขณะนั้น ผู้ที่ดำรงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือ พระบำราศนราดูร) ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากทั้งกระทรวง และ จากสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ด้วยเหตุที่มีการขยายตัวของเมืองอย่างมากทางทิศตะวันออก มีประชากรในพื้นที่ถึง ๒ ล้านคน และมีโรงงานจำนวนมากถึง ๑,๐๐๐ แห่ง จึงเริ่มดำเนินการ “โครงการโรงพยาบาลชานพระนคร” ทางด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ (เขตบางกะปิ)

๒๕๑๕  สภาบริหารคณะปฏิวัติมีมติให้กรมการแพทย์ดำเนินการจ้างเอกชนดำเนินการออกแบบแปลนและก่อสร้าง นายแพทย์เชิด โทนะวณิก อธิบดีกรมการแพทย์ได้แต่งตั้งนายแพทย์สมศักดิ์ สืบแสง เป็นผู้ดำเนินการโครงการ

๒๕๑๖  กรมการแพทย์ ("กรมการแพทย์และอนามัย" ในขณะนั้น) ได้จัดซื้อที่ดินจำนวน ๒๘ ไร่ ๖๐ ตารางวา ด้วยงบประมาณ ๕ ล้าน ๕ แสนบาท เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๑๖ และได้รับบริจาคที่ดินจากผู้ขายที่ดินเดิมให้อีก ๓๑ ไร่ ๓๙ ตารางวา รวมเป็นพื้นที่ดินทั้งหมด ๕๙ ไร่ ๙๙ ตารางวา

๒๕๑๗  กรมการแพทย์ ได้รับการกำหนดบทบาทให้เป็นกรมวิชาการของกระทรวงสาธารณสุข ในด้านการรักษาพยาบาลและฟื้นฟูสุขภาพ การก่อสร้างโรงพยาบาลดังกล่าวจึงถูกระงับชั่วคราว

๒๕๒๐ กรมการแพทย์ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างโรงพยาบาลชานพระนคร (ด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ) ขนาด ๖๕๐ เตียง โดยได้รับงบประมาณผูกพัน ๒๕๒๐ – ๒๕๒๒ วงเงิน ๓๓ ล้านบาท (โดยประมาณ) เพื่อก่อสร้างอาคารอำนวยการ ถมดิน และ ทำรั้วรอบโรงพยาบาล ต่อมาระหว่าง พศ. ๒๕๒๓ – ๒๕๒๕ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรรัฐบาลเพื่อจัดสร้างอาคารอื่นๆ ที่เหลือ วงเงินรวมทั้งสิ้น ๓๑๗ ล้านบาท (โดยประมาณ)

วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๒๕  โรงพยาบาลเริ่มให้บริการผู้ป่วยนอก

วันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๕  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ได้ทรงพระราชทานนามโรงพยาบาลแห่งนี้ว่า “โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี” ตามหนังสือของสำนักราชเลขาธิการ ที่ รล. ๐๐๐๒/๓๐๘๑

วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๕ โรงพยาบาลได้เริ่มเปิดบริการผู้ป่วยใน

รายนามผู้อำนวยการโรงพยาบาล[แก้]

ลำดับ รายนามผู้อำนวยการ เริ่มวาระ สิ้นสุดวาระ
1 นายแพทย์สัมฤทธิ์ โปรา พ.ศ. 2522 พ.ศ. 2531
2 นายแพทย์เสกสม สุวรรณกร พ.ศ. 2531 พ.ศ. 2537
3 นายแพทย์ชาตรี บานชื่น พ.ศ. 2537 พ.ศ. 2540
4 นายแพทย์ประสาท โหตรภวานนท์ พ.ศ. 2540 พ.ศ. 2546
5 แพทย์หญิงอภิรมย์ เวชภูติ พ.ศ. 2546 พ.ศ. 2549
6 นายแพทย์สวัสดิ์ เถกิงเดช พ.ศ. 2549 พ.ศ. 2552
7 นายแพทย์ภาสกร ชัยวานิชศิริ พ.ศ. 2552 พ.ศ. 2555
8 นายแพทย์อุทัย ตัณศรารักษ์ พ.ศ. 2555 พ.ศ. 2559
9 นายแพทย์สมบูรณ์ ทศบวร พ.ศ. 2559 ถึงปัจจุบัน

อ้างอิง[แก้]

http://www.nopparat.go.th/nrhweb/history.php

หนังสือ "โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข" เนื่องในโอกาสเปิดอาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน และ ครบรอบ ๑๔ ปี