คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
คณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยสยาม
Faculty of Medicine, Siam University logo png
ชื่ออังกฤษFaculty of Medicine
Siam University
ที่อยู่เลขที่ 38 ถนนเพชรเกษม แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
วันก่อตั้ง17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
คณบดีศาสตราจารย์คลินิก นพ.สุวัฒน์ เบญจพลพิทักษ์
สีประจำคณะ███ เขียวหัวเป็ดแมลลาร์ดตัวผู้
สัญลักษณ์งูพันคฑา ล้อมรอบด้วยฟันเฟือง
สถานปฏิบัติโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า (ศูนย์แพทยศาสตร์ชั้นคลินิก โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า)
เว็บไซต์www.medsiamu.com/newmedsiam

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม (Faculty of Medicine Siam University) เป็นคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยสยาม โดยเป็นสถาบันแพทยศาสตร์ลำดับที่ 21 ของประเทศไทย และลำดับที่ 2 ของมหาวิทยาลัยเอกชน และผ่านการรับรองหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตจากแพทยสภาแล้ว

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม

เกิดจากกลุ่มแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงทั้งด้านการเรียนการสอนในโรงเรียนแพทย์ชั้นนำของประเทศและประสบความสำเร็จอย่างสูงในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมท่านเหล่านี้มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนแพทย์ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2558 การเคลื่อนย้ายผู้ประกอบวิชาชีพต่างๆโดยเฉพาะผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจะสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างไร้พรมแดน รวมถึงจะมีการเข้ามารับบริการทางการแพทย์ในประเทศมากขึ้น รัฐจึงต้องเตรียมความพร้อมโดยเฉพาะจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความสามารถและเพียงพอที่จะกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆของประเทศเพื่อรองรับและตอบสนองการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้

มหาวิทยาลัยสยามในฐานะสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาจึงตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและได้พัฒนาประเทศในด้านการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพสู่สังคมมายาวนานอีกทั้งคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสยาม ได้รับการสนับสนุนทางด้านการศึกษาจากมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามอีกด้วย

ประวัติ[แก้]

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม เกิดจากกลุ่มแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงร่วมกันเสนอขอเปิดดำเนินการหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ต่อสภามหาวิทยาลัยสยามและได้รับความเห็นชอบเมื่อวันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553 พร้อมทั้งได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาเปิดดำเนินการหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตในการประชุมคราวเดียวกัน ต่อมาคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยสยามอนุมัติหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร ใหม่ พ.ศ. 2555) เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2556 ต่อมาคณะกรรมการแพทยสภาในการประชุมเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2556 ให้การรับรองหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2555) นับเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งที่ 2 ของประเทศไทยที่ได้รับอนุมัติจากแพทยสภาให้เปิดรับนักศึกษาจำนวน 48 คน ในปีการศึกษา 2556 และให้จัดการเรียนการสอนภาคการศึกษาที่ 1 ในเดือนสิงหาคม 2556 โดยมีรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ชูเกียรติ อัศวาณิชย์เป็นคณบดี ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์อมร ลีลารัศมี และศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์เฉลิม วราวิทย์ เป็นที่ปรึกษา

คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสยามเกิดจากกลุ่มแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงทั้งด้านการเรียนการสอนในโรงเรียนแพทย์ชั้นนำของประเทศและประสบความสำเร็จอย่างสูงในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมท่านเหล่านี้มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนแพทย์ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2558 การเคลื่อนย้ายผู้ประกอบวิชาชีพต่างๆโดยเฉพาะผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจะสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างไร้พรมแดน รวมถึงจะมีการเข้ามารับบริการทางการแพทย์ในประเทศมากขึ้น รัฐจึงต้องเตรียมความพร้อมโดยเฉพาะจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความสามารถและเพียงพอที่จะกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆของประเทศเพื่อรองรับและตอบสนองการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ มหาวิทยาลัยสยามในฐานะสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาจึงตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและได้พัฒนาประเทศในด้านการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพสู่สังคมมายาวนานอีกทั้งคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสยาม ได้รับการสนับสนุนทางด้านการศึกษาจากมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามอีกด้วย

ปี พ.ศ. 2553 ขอเปิดดำเนินการหลักสูตร[แก้]

ขอเปิดดำเนินการหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตต่อสภามหาวิทยาลัยสยามและ ได้รับความเห็นชอบในการประชุมครั้งที่ 1/2553 เมื่อวันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553 พร้อมทั้งได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาเปิดดำเนินการหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตในการประชุมคราวเดียวกัน

ปี พ.ศ. 2556 อนุมัติหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต[แก้]

คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยสยามอนุมัติหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร ใหม่ พ.ศ. 2555) ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ร่างขึ้นใหม่โดยเน้นการสอนแบบบูรณาการและใช้ system-based curriculum เป็นฐานในการจัดการเรียนการสอนในระดับปรีคลินิก

ปี พ.ศ. 2556 ให้การรับรองหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต[แก้]

คณะกรรมการแพทยสภาในการประชุมครั้งที่ 7/2556 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2556 ให้การรับรองหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2555) นับเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งที่ 2 ของประเทศไทยที่ได้รับอนุมัติจากแพทยสภาให้เปิดรับนักศึกษาจำนวน 48 คน ในปีการศึกษา 2556

ปี พ.ศ. 2556 เปิดการศึกษา[แก้]

จัดการเรียนการสอนภาคการศึกษาที่ 1 ในเดือนสิงหาคม 2556 โดยมีรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ชูเกียรติ อัศวาณิชย์เป็นคณบดี ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์อมร ลีลารัศมี และศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์เฉลิม วราวิทย์ เป็นที่ปรึกษา

ทำเนียบคณบดี[แก้]

ลำดับที่ รายนามคณบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
1 รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ชูเกียรติ อัศวาณิชย์ 2553 - 2556
2 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อมร ลีลารัศมี 2556 - 2562
3 ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สุวัฒน์ เบญจพลพิทักษ์ 2562 - ปัจจุบัน

สาส์นจากคณบดี[แก้]

กระผมมีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้มีโอกาสเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งคณบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ซึ่งอยู่ในระยะปลายทศวรรษแรกของการก่อตั้งคณะแพทยศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยเอกชน นับเป็นลำดับที่สองของประเทศไทย ด้วยความภาคภูมิใจในฐานะสถาบันผลิตแพทย์เอกชน ที่สนับสนุนนโยบายภาครัฐในด้านการสาธารณสุขและช่วยแก้ไขภาวะขาดแคลนแพทย์ของสังคมไทย โดยความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ผ่านโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าและโรงพยาบาลในกลุ่มเครือข่ายสุขภาพ ได้แก่ โรงพยาบาลบางกรวย โรงพยาบาลบางใหญ่ โรงพยาบาลบางบัวทอง โรงพยาบาลไทรน้อย โรงพยาบาลปากเกร็ด รวมถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลต่าง ๆ  ในปัจจุบันคณะฯ มีนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาไปแล้ว 1 รุ่น ซึ่งเป็นผลงานที่ต้องขอกล่าวขอบคุณอดีตคณบดีทุกท่าน ผู้อำนวยการและผู้บริหารโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า คณาจารย์และบุคลากรทุกท่าน สำหรับการปฏิบัติหน้าที่และอุทิศตนอย่างเต็มความสามารถ เพื่อช่วยกันพัฒนาพันธกิจในด้านต่าง ๆ และผลักดันคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามเข้าสู่เป้าหมายในการมุ่งสู่มาตรฐานความเป็นสากลและความเป็นเลิศด้านวิชาการ ด้วยปณิธานที่จะผลิตแพทยศาสตรบัณฑิตที่เป็นแพทย์ทรงภูมิปัญญา รอบรู้คู่คุณธรรม ดุจรัตนแห่งสยาม เป็นที่พึ่งพาของสังคม ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักและเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและพัฒนาระบบสาธารณสุขทั้งในระดับชุมชน จังหวัด และประเทศชาติ

      ในการนำพาคณะแพทย์แห่งนี้ต่อไปในอนาคต กระผมมีความมุงมั่นตั้งใจที่จะผลักดันศักยภาพของคณะฯ ให้มุ่งสู่ความเป็นสากล โดยเร่งดำเนินการการปรับปรุงหลักสูตรใหม่ให้มีมาตรฐานระดับนานาชาติ การสร้างความสัมพันธ์และสนับสนุนการยกระดับโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าให้เป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นสถาบันร่วมผลิตแพทย์ชั้นนำ พัฒนาคุณลักษณะบัณฑิตแพทย์ที่มีสมรรถนะด้านการจัดการ การบริหาร และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Future Leader Doctor for Community) ทั้งนี้เพื่อเป็นการขยายโอกาสแก่บัณฑิตแพทย์ให้มีศักยภาพในระดับสากล มีประสบการณ์ที่มากขึ้นจากการได้รับการศึกษาดูงานในสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ และยังเป็นการตอบสนองนโยบายของประเทศชาติในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical hub) กระผมจึงขอเชิญชวนคณาจารย์และเจ้าหน้าที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าและโรงพยาบาลในกลุ่มเครือข่ายสุขภาพ ก้าวสู่ความสำเร็จที่ท้าทายนี้ร่วมกันต่อไปครับ

ปณิธาน[แก้]

“มุ่งผลิตบัณฑิตแพทย์ให้เป็นผู้มีปัญญา มีความรู้ มีทักษะและเจตคติที่ดีต่อการให้บริการสุขภาพแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การตรวจวินิจฉัย การรักษาและการฟื้นฟูสุขภาพของบุคคล ครอบครัว และชุมชน  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์อย่างมีเหตุผลและเป็นระบบ มีทักษะในการติดต่อสื่อสารและสร้างสัมพันธภาพ สามารถเรียนรู้และพัฒนาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่องบนความหลากหลายทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและความเชื่อต่างๆ โดยคำนึงถึงหลักคุณธรรม จริยธรรมที่ดีงามแห่งวิชาชีพอันจะนำไปสู่ความสำเร็จในการครองตน ครองคนและครองงาน”

พันธกิจ[แก้]

เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพระดับสากล มีคุณธรรม จริยธรรม ส่งเสริมงานวิจัย

เพื่อประยุกต์ในการเรียนการสอนและชี้นำด้านสุขภาพแก่ชุมชนและสังคม ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม

วัตถุประสงค์[แก้]

  1. มีคุณธรรม จริยธรรม และเจตคติอันดีงามต่อการประกอบวิชาชีพ และต่อสังคม
  2. มีความรู้ ความสามารถ และทักษะพื้นฐานในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยสามารถให้บริการสุขภาพแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การตรวจวินิจฉัย การรักษาและการฟื้นฟูสุขภาพของบุคคลครอบครัวและชุมชน และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีความสามารถด้านนิติเวชศาสตร์เพื่อช่วยเหลือและผดุงความยุติธรรมในสังคม
  3. มีความสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและแก้ปัญหาด้านสุขภาพ ได้อย่างมีเหตุผลตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ครอบคลุมแง่มุมต่างๆ แบบองค์รวม
  4. มีเจตคติที่ดีในการศึกษาต่อเนื่องตลอดเวลา ติดตามความก้าวหน้าของวิทยาการใหม่ๆ และสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมและถูกกาลเทศะ มีทักษะทางการสื่อสารกับคนทุกกลุ่มอายุ ทั้งด้านการฟัง พูด เขียน ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และการทำงานเป็นทีม
  5. มีความสามารถผสมผสานและประยุกต์ความรู้ความสามารถทางวิชาการแพทย์กับวิชาการแขนงต่างๆ ในการปฏิบัติงานและการให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน มีมนุษย์สัมพันธ์ดีและสามารถทำงานร่วมกับบุคลากรสาขาวิชาชีพอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  6. มีทัศนคติเชิงบวก รู้เท่าทันต่อบริบททางสังคม กฎระเบียบ กฎหมาย และนโยบายสาธารณะต่างๆที่ควบคุม กำกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรมทั้งในปัจจุบันและที่จะมีขึ้นในอนาคต

หลักสูตรการศึกษา[แก้]

ปัจจุบันคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม เปิดทำการเรียนการสอนในสาขาวิชา ดังต่อไปนี้

ปริญญาตรี

หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) 6 ปี

สถาบันร่วมผลิตแพทย์[แก้]

โรงพยาบาลที่ผลิตแพทย์ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ในระดับชั้นคลินิก มีทั้งสิ้น 1 โรงพยาบาล มีดังนี้

สถาบันร่วมผลิตแพทย์ จังหวัด สังกัด
โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

(ศูนย์แพทยศาสตร์ชั้นคลินิกโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า)

  • บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการเป็นหน่วยงานฝึกปฏิบัติงานสำหรับนักศึกษาแพทย์ในชั้นคลินิก ระหว่างมหาวิทยาลัยสยามและกระทรวงสาธารณสุข ในปี พ.ศ. 2559 และ 2560
จังหวัดนนทบุรี สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ความร่วมมือ[แก้]

โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า[แก้]

เดิมชื่อว่าโรงพยาบาลนนทบุรี  สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข  ตั้งอยู่เลขที่ 91 ถนนนนทบุรี  ตำบลบางกระสอ  อำเภอเมือง  จังหวัดนนทบุรี  มีเนื้อที่ทั้งหมด มีพื้นที่ทั้งหมด 24 ไร่ 1 งาน 2.6 ตารางวา   เปิดให้บริการวันที่  24  มิถุนายน  2500 เป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดในปี พ.ศ. 2532 ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาติให้เปลี่ยนชื่อเป็น “ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ที่พระราชชนนี กรมหลวง พระศรีสุลาลัย  เป็นชาวจังหวัดนนทบุรี

มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม[แก้]

วัตถุประสงค์ของมูลนิธินี้ คือ เพื่อให้การสนับสนุนงานด้านการพัฒนาการแพทย์ เพื่อให้การสนับสนุนและส่งเสริมวิจัยแพทยศาสตร์ เพื่อดำเนินการ หรือ ร่วมมือกับองค์กรการกุศล เพื่อการกุศลและองค์การสาธารณประโยชน์ เพื่อสาธารณประโยชน์ ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]