แม่น้ำเจ้าพระยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ลุ่มน้ำเจ้าพระยา)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แม่น้ำเจ้าพระยา
แม่น้ำ
Chao Phraya River photo D Ramey Logan.jpg
แม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงกรุงเทพมหานคร
ประเทศ ประเทศไทย
จังหวัด นครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, ปทุมธานี, นนทบุรี, กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ
แม่น้ำสาขา
 - ซ้าย แม่น้ำป่าสัก
 - ขวา แม่น้ำสะแกกรัง
ต้นกำเนิด ไหลรวมจากแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน
 - ตำแหน่ง ปากน้ำโพ, อำเภอเมืองนครสวรรค์, จังหวัดนครสวรรค์
ปากแม่น้ำ ปากน้ำ
 - ตำแหน่ง อ่าวไทย, อำเภอเมืองสมุทรปราการ, จังหวัดสมุทรปราการ
 - ระดับ
ความยาว 372 km (231 mi)
พื้นที่ลุ่มน้ำ 160,400 ตร.กม. (61,931 ตร.ไมล์)
การไหล for นครสวรรค์
 - เฉลี่ย 718 m3/s (25,356 cu ft/s)
 - สูงสุด 5,960 m3/s (210,475 cu ft/s)
แผนที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา (สีเหลืิอง) ระบบพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่รวมกับพื้นที่ลุ่มน้ำสาขาต่าง ๆ
แผนที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา
(สีเหลืิอง) ระบบพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่รวมกับพื้นที่ลุ่มน้ำสาขาต่าง ๆ

แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแม่น้ำสายสำคัญของประเทศไทย เกิดจากการรวมตัวของแม่น้ำสาขาหลัก 2 สายจากภาคเหนือ คือ แม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน โดยมาบรรจบกันบริเวณหน้าเขื่อนในตัวเมือง ที่ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ โดยจะเห็นความแตกต่างของสายน้ำทั้งสองได้อย่างชัดเจน กล่าวคือ แม่น้ำน่านจะมีสีค่อนข้างแดง และแม่น้ำปิงจะเป็นสีค่อนข้างไปทางเขียว เมื่อมาบรรจบกันแล้วจึงค่อย ๆ รวมตัวเข้าด้วยกันกลายเป็นแม่น้ำสายใหญ่[1] ซึ่งถือได้ว่าจังหวัดนครสวรรค์เป็นเมืองต้นกำเนิดแม่น้ำ[2] จากนั้นไหลลงไปทางทิศใต้ ผ่านจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร ก่อนออกสู่อ่าวไทยที่ปากน้ำในอำเภอเมืองสมุทรปราการ และอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ

ข้อมูลทางภูมิศาสตร์[แก้]

จุดเริ่มของแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่บริเวณปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ โดยการรวมของแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน แม่น้ำทั้งสองรับน้ำมาจากทิวเขาถนนธงชัยและทิวเขาผีปันน้ำ ที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยามีพื้นที่ 20,125 ตารางกิโลเมตร (ไม่รวมลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน สะแกกรัง ป่าสัก และท่าจีน)[3] และมีความยาวถึง 372 กิโลเมตร โดยแยกออกเป็นแม่น้ำท่าจีน (คลองมะขามเฒ่า) ที่จังหวัดชัยนาท

ชื่อ[แก้]

พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา ระบุว่า เมื่อ พ.ศ. 2041 ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ได้มีการขุดลอกคลองสำโรงเนื่องจากคลองตื้นเขิน เรือใหญ่เดินทางไปมาผ่านคลองสำโรงไม่สะดวก และมีการขุดพบรูปเทพารักษ์ 2 องค์ได้แก่ พระยาแสนตาและพระยาบาทสังขกร จึงเรียกชุมชนบริเวณนี้ว่า บางเจ้าพระยา ซึ่งต่อมาได้นำชื่อชุมชนบริเวณปากน้ำนี้มาตั้งเป็นชื่อแม่น้ำ[4]

การขุดลัดแม่น้ำ[แก้]

แผนที่การขุดลัดแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสามครั้งในสมัยอยุธยา เส้นสีน้ำเงินคือแนวแม่น้ำเจ้าพระยาเดิม เส้นสีเขียวคือแนวคลองลัด

การขุดลัดแม่น้ำเจ้าพระยาในบริเวณกรุงเทพมหานคร ทั้ง 3 ครั้งในสมัยอยุธยา ซึ่งประกอบด้วย คลองลัดบางกอก พ.ศ. 2065[5] รัชสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราช คลองลัดบางกรวย พ.ศ. 2081 รัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ คลองลัดนนทบุรี พ.ศ. 2179 รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง และในสมัยรัตนโกสินทร์ คลองลัดโพธิ์ บริเวณตำบลทรงคะนองและตำบลบางยอ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อช่วยในการระบายน้ำและผลิตกระแสไฟฟ้า[ต้องการอ้างอิง]

ลำน้ำสาขา[แก้]

ด้วยความที่แม่น้ำเจ้าพระยามีความสำคัญเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของภาคกลาง ทั้งในด้านการเดินทางและวิถีชีวิต นอกจากจะมีการสร้างสะพานและท่าน้ำจำนวนมากแล้ว ยังมีลำน้ำสาขา คลองธรรมชาติ และคลองขุด ซึ่งเชื่อมโยงแม่น้ำเจ้าพระยากับพื้นที่ภายใน ให้สามารถติดต่อถึงกันได้ โดยลำน้ำสาขาและคลองมีจำนวนมาก แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้

ต้นน้ำ[แก้]

ต้นน้ำซึ่งได้ไหลมาลงยังแม่น้ำเจ้าพระยาประกอบด้วย

ลำน้ำสาขาฝั่งซ้าย[แก้]

ใช้เป็นเส้นทางคมนาคม สัญจร ทัศนาจร และการท่องเที่ยว ใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้า ใช้เล่นกีฬาทางน้ำ ใช้อาบน้ำล้างภาชนะ ใช้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและวิถีชีวิต ใช้ทำการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และทำประมง ใช้อุตสาหกรรม ผลิตไฟฟ้า และระบายน้ำ ลำน้ำสาขาทั้งคลองธรรมชาติและคลองขุดในฝั่งขวา หรือฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย

จังหวัดชัยนาท[แก้]

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา[แก้]

จังหวัดปทุมธานี[แก้]

จังหวัดนนทบุรี[แก้]

กรุงเทพมหานคร[แก้]

จังหวัดสมุทรปราการ[แก้]

ลำน้ำสาขาฝั่งขวา[แก้]

ใช้เป็นเส้นทางคมนาคม สัญจร ทัศนาจร และท่องเที่ยว ใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้า ใช้เล่นกีฬาทางน้ำ ใช้อาบน้ำล้างภาชนะ ใช้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและวิถีชีวิต ใช้ทำการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และทำประมง ใช้อุตสาหกรรม ผลิตไฟฟ้า และระบายน้ำ ลำน้ำสาขาทั้งคลองธรรมชาติและคลองขุดในฝั่งซ้าย หรือฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา[แก้]

จังหวัดปทุมธานี[แก้]

จังหวัดนนทบุรี[แก้]

กรุงเทพมหานคร[แก้]

จังหวัดสมุทรปราการ[แก้]

ท่าน้ำ[แก้]

แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นทางคมนาคมอีกเส้นทางสำหรับคนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงทำให้มีการสร้างท่าน้ำจำนวนมากเพื่อรองรับการขนส่งทางน้ำ โดยท่าน้ำในการเดินเรือโดยสารในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีดังนี้[6]

สถานที่สำคัญที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ[แก้]

จังหวัดนครสวรรค์

วัดศรีสวรรค์สังฆาราม

จังหวัดชัยนาท[แก้]

จังหวัดสิงห์บุรี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี

วัดอัมพวัน (จังหวัดสิงห์บุรี)

จังหวัดอ่างทอง

วัดไชโยวรวิหาร

วัดต้นสน (จังหวัดอ่างทอง)

วัดอ่างทองวรวิหาร

ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง

วัดป่าโมกวรวิหาร

● วัดสระแก้ว

วัดท่าสุทธาวาส (จังหวัดอ่างทอง)

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา[แก้]

จังหวัดปทุมธานี[แก้]

จังหวัดนนทบุรี[แก้]

กรุงเทพมหานคร[แก้]

จังหวัดสมุทรปราการ[แก้]

การนำน้ำผลิตน้ำประปา[แก้]

แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแหล่งผลิตน้ำประปาสำคัญของการประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่ภาคกลาง ส่วนเขตจังหวัดนนทบุรี กรุงเทพมหานคร และจังหวัดสมุทรปราการ รับผิดชอบโดยการประปานครหลวง โดยมีสถานีสูบน้ำดิบวัดสำแล ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านกระแชง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี

การใช้เส้นทางทางน้ำในการพระราชพิธีทางชลมารค[แก้]

ในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม พ.ศ. 2562 กรมเจ้าท่าได้ประกาศกำหนดควบคุมการจราจรทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อการซ้อมรูปขบวนเรือพระราชพิธี ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

สัตว์น้ำหายากที่พบ[แก้]

  • วาฬบรูด้า[10]
  • ปลาทรงเครื่อง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Epalzeorhynchos bicolor อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) มีรูปร่างคล้ายปลากา (Labeo chrysophekadion) ซึ่งเป็นปลาในวงศ์เดียวกัน แต่มีรูปร่างที่เพรียวยาว มีขนาดเล็กกว่ามาก สีลำตัวสีแดงอ่อน ครีบหางสีแดงเข้ม มีขนาดโตเต็มที่ไม่เกิน 12 เซนติเมตร และยังเป็นปลาน้ำจืดเฉพาะถิ่นของไทย และพบได้ในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบนเท่านั้น[11]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. https://nakhonsawan.mots.go.th/more_news.php?cid=7
  2. https://www.museumthailand.com/th/3651/storytelling/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2/
  3. ลุ่มน้ำเจ้าพระยา[ลิงก์เสีย] กรมชลประทาน
  4. สุจิตต์ วงษ์เทศ. "แม่น้ำเจ้าพระยา ได้ชื่อ "เจ้าพระยา" จากเทวรูป พบที่คลองสำโรง สมุทรปราการ". มติชน.
  5. การบันทึกน่าจะคลาดเคลื่อน เพราะในปีนั้น สมเด็จพระไชยราชาธิราย ยังไม่ขึ้นครองราชย์
  6. https://www.md.go.th/stat/index.php/transport-information/item/424
  7. https://www.md.go.th/stat/images/pdf_report_stat/2562/report_port_MD_build2562.pdf
  8. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2019-07-21. สืบค้นเมื่อ 2019-08-05.
  9. https://www.egat.co.th/index.php?option=com_content&view=article&id=2552&Itemid=117
  10. https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000072947
  11. https://www.amarintv.com/lifestyle-update/articles-1239/383822/
  • จารุภัทร วิมุตเศรษฐ์. สะพานข้ามเจ้าพระยา. พิมพ์ครั้งแรก. กรุงเทพมหานคร. 2553.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°32′25″N 100°35′23″E / 13.54028°N 100.58972°E / 13.54028; 100.58972