เจิมมาศ จึงเลิศศิริ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เจิมมาศ จึงเลิศศิริ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2502 (58 ปี)
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์
คู่สมรส เอก จึงเลิศศิริ
ศาสนา พุทธ

นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตสภากรุงเทพมหานคร

ประวัติ[แก้]

นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ เกิดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2502 จบการศึกษาระดับประถมศึกษาจาก โรงเรียนคริสต์ธรรมวิทยา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจาก โรงเรียนสีตบุตรบำรุง ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนอัสสัมชัญพณิชยการ (ACC) ระดับปริญญาตรี จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโท คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

ชีวิตส่วนตัว สมรสกับนายเอก จึงเลิศศิริ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

การเมือง[แก้]

นางเจิมมาศ เคยเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายสังกัดพรรคประชาธิปัตย์มาก่อน ในการเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2548 นางเจิมมาศได้ลาออกจากตำแหน่ง ส.ก. เพื่อลงรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในเขต 1 กรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบด้วย เขตพระนคร, เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งจะต้องพบกับ นายศิริ หวังบุญเกิด ผู้สมัครเจ้าของพื้นที่เดิมจากพรรคไทยรักไทย การสำรวจความนิยมช่วงก่อนการเลือกตั้ง นายศิริมีคะแนนนำนางเจิมมาศ แต่ว่า ภายหลัง ปรากฏข่าวว่า นายศิริได้มอบพวงหรีดติดป้ายชื่อตัวเองไปในงานศพแห่งหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นการผิดกฎหมายการเลือกตั้ง แต่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ในขณะนั้น วินิจฉัยว่า ไม่เป็นความผิด เนื่องจากนายศิริไม่ได้ไปมอบด้วยตนเอง[1][2][3] คะแนนของนางเจิมมาศจึงกระเตื้องขึ้น และได้รับการเลือกตั้งไปในที่สุด

ในการเลือกตั้งในปลายปี พ.ศ. 2550 นางเจิมมาศได้รับเลือกตั้งอีกครั้งในเขตเดิม โดยลงคู่กับ หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล และ นางสาวอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ ซึ่งได้รับเลือกตั้งไปหมดทั้ง 3 คน

ในการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2554 นางเจิมมาศได้รับเลือกเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อีกครั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 กรุงเทพมหานคร (เขตพระนคร - เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย - เขตสัมพันธวงศ์) ในนามพรรคประชาธิปัตย์[4]

วิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557[แก้]

ในช่วงวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557 นางเจิมมาศได้สนับสนุนการชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ตั้งแต่วันแรกที่มาชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์ ในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556 ด้วยการลงพื้นที่ดูแลผู้ชุมนุมและจัดหาข้าวของที่จำเป็นช่วยเหลือ รวมถึงเป็นผู้ออกความคิดในเรื่องการใช้สัญลักษณ์ธงไตรรงค์หรือธงชาติไทย ในการชุมนุมของกปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) และเป็นผู้ที่จัดหาข้าวของและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการชุมนุม โดยหลายครั้งเป็นการจัดหาแบบปัจจุบันทันด่วน แต่ก็ยังสามารถหาได้ทันการ[5] [6]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. กกต.มีมติยกคำร้อง “ศิริ” ทำผิดเลือกตั้ง! กรณีวางพวงหรีดงานศพ
  2. ฝ่ายกฎหมาย ทรท.อุ้ม“ศิริ”โทษกกต.เขียนระเบียบไม่ชัด
  3. กกต.ยื้อตัดสินกรณี"ศิริ"เหตุมีสิทธิถูก"ใบแดง"
  4. ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร พ.ศ. 2554
  5. เถกิง สมทรัพย์. สู่ฝันฟ้าวันใหม่. กรุงเทพฯ : บลูสกายแชนแนล, 2558. 303 หน้า. หน้า 219. ISBN 978-616-374-913-0
  6. หน้า 061, ทวนเส้นทาง'มวลมหาประชาชน'. "สวัสดีปีใหม่ <เป็น อยู่ คือ : ในหมู่บ้าน> ราชดำเนิน 2557" โดย จำนง ศรีนคร, กองบรรณาธิการ. นิตยสาร ฅ คน Magazine ปีที่ 9 ฉบับที่ 2 (97): มกราคม 2557
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๕, เล่ม ๑๒๙, ตอน ๓๕ ข , ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
  8. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๒ [ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ รวมทั้งสิ้น ๘,๙๓๔ ราย]