ฟาโรห์ยานาสซิ
| ยานาสซิ | ||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ยานาสซี, ยานซัส-อะเดน | ||||||||||
จารึกแห่งยานาสซิ จากตัล อัดฎ็อบอะฮ์ | ||||||||||
| รัชกาล | มากกว่า 10 ปี | |||||||||
| ก่อนหน้า | คยาน? | |||||||||
| ถัดไป | อาเปปิ? | |||||||||
| ||||||||||
| พระราชบิดา | คยาน | |||||||||
| ราชวงศ์ | ราชวงศ์ที่ 15 | |||||||||
ยานาสซิ (หรือเขียนได้อีกรูปแบบว่า ยานาสซี หรือ ยานซัส-อะเดน ซึ่งอาจมีรากศัพท์จากกลุ่มภาษาเซมิติกตะวันตก *Jinaśśi’-Ad) เป็นเจ้าชายชาวฮิกซอส และอาจจะทรงเป็นฟาโรห์ของราชวงศ์ที่สิบห้าแห่งอียิปต์ พระองค์เป็นพระราชโอรสพระองค์โตของฟาโรห์คยาน และอาจจะเป็นมกุฎราชกุมาร ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นผู้สืบทอดพระราชบัลลังก์ของฟาโรห์คยาน พระองค์อาจจะทรงสืบพระราชบัลลังก์ต่อจากพระราชบิดาของพระองค์ ซึ่งอาจเป็นที่มาของการปรากฏพระนามของกษัตริย์ "เอียนนาส" (Iannas) ในแอกิปเทียกาของแมนิโธ ซึ่งกล่าวกันว่าน่าจะทรงปกครองหลังจากรัชสมัยของฟาโรห์อาเปปิ
อีกข้อสันนิษฐานหนึ่ง คิม ไรโฮลต์ ซึ่งเป็นนักไอยคุปต์วิทยา ได้เสนอว่า ฟาโรห์อะโพฟิสทรงสืบทอดพระราชบัลลังก์ต่อจากฟาโรห์คยาน และเนื่องจากพระองค์เป็นพระราชโอรสพระองค์โตของฟาโรห์คยาน ไรโฮลต์จึงได้เสนอว่า ฟาโรห์อะโพฟิสทรงเป็นผู้แย่งชิงพระราชบัลลังก์[1] แต่ข้อสันนิษฐานดังกล่าวกลับถูกปฏิเสธว่าเป็นเพียงการสันนิษฐานโดยนักวิชาการรวมถึง เดวิด แอสตัน[2] หลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบในช่วงคริสต์ทศวรรษ 2010 บ่งชี้ว่ารัชสมัยของฟาโรห์คยานอาจต้องถูกปรับให้ย้อนหลังไปไกลกว่าที่เคยคาดการณ์ ซึ่งส่งผลให้เกิดความเป็นไปได้ทั้งในด้านเวลาและลำดับเหตุการณ์ของการมีอยู่ของฟาโรห์หนึ่งพระองค์หรือมากกว่านั้นระหว่างรัชสมัยของฟาโรห์คยานและฟาโรห์อะโพฟิส นอกจากนี้ บันทึกพระนามแห่งตูริน ซึ่งเป็นบันทึกพระนามของฟาโรห์อย่างละเอียดที่จัดทำขึ้นในรัชสมัยของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ยังสามารถตีความได้ว่าได้ระบุให้ฟาโรห์พระองค์หนึ่งซึ่งทรงครองราชย์ก่อนหน้ารัชสมัยของฟาโรห์อะโพฟิสและหลังรัชสมัยของฟาโณห์คยาน มีระยะเวลาครองราชย์มากกว่า 10 ปี ซึ่งฟาโรห์พระองค์ดังกล่าวอาจเป็นเจ้าชายยานาสซี หากพระองต์เป็นผู้ครองราชย์ต่อจากฟาโรห์อะโพฟิสโดยตรง[2]
หลักฐานทางประวัติศาสตร์
[แก้]ถึงแม้ว่าพระราชสถานะของพระองค์จะเป็นพระราชโอรสของฟาโรห์คยานที่ทรงครองราชย์เป็นระยะเวลาหลายปี แต่ปรากฎหลักฐานยืนยันเกี่ยวข้องกับฟาโรห์ยานาสซิเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น คือ จารึกหินที่ชำรุด (ไคโร ทีดี-8422 [176]) ซึ่งพบที่ตัล อัดฎ็อบอะฮ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงของชาวฮิกซอสโบราณนามว่า อวาริส[3][4] บนจารึก ซึ่งอาจจะสร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่เทพเจ้าเซธ เจ้าแห่งอวาริส พระองค์ทรงถูกเรียกว่า พระราชโอรสพระองค์โตของกษัตริย์ในฟาโรห์คยาน[1]
ถ้าหากเจ้าชายยานาสซิทรงขึ้นเป็นฟาโรห์จริง ๆ พระองค์อาจจะปกครองระหว่างรัชสมัยของฟาโรห์คยานและรัชสมัยของฟาโรห์อโพฟิส ในบันทึกพระนามแห่งตูริน ข้อความก่อนหน้าที่เกี่ยวข้องกับฟาโรห์อะโพฟิสในคอลัมน์ที่ 10 บรรทัดที่ 26 ซึ่งได้รับความเสียหาย จนทำให้พระนามของฟาโรห์สูญหายไป และระยะเวลาการครองราชย์ของพระองค์หลงเหลือเพียงบางส่วน อาจจะอ่านได้ว่า 10, 20 หรือ 30 บวกกับจำนวนปีที่แน่นอน[2]
นอกจากนี้ หลักฐานยืนยันของพระองค์ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่หลักฐานร่วมสมัยแต่ก็อาจจะพบได้ในคอนตรา เอพีโอเนมของโยเซฟุส ซึ่งโยเซฟุสได้บันทึกว่าอ้างข้อมูลโดยตรงจาก ไอกึพติอากา (Αἰγυπτιακά) ของนักบวชชาวอียิปต์นามว่าแมนิโธ ซึ่งจะเขียนขึ้นในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาลระหว่างรัชสมัยของฟาโรห์ปโตเลมีที่ 2 (ทรงครองราชย์ระหว่าง 283 – 246 ปีก่อนคริสตกาล) โดยไม่หลงเหลือสำเนาของไอกึพติอากามาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว และในปัจจุบันเป็นที่ทราบผ่านการอ้างอิงในภายหลังโดยเซ็กตุส จูลิอุส อะฟริกานุส โยเซฟุส และยูเซบิอุสเท่านั้น ตามงานเขียนของโยเซฟุส ผู้สืบทอดพระราชบัลลังก์ในราชวงศ์ที่สิบห้าของแมนิโธคือ ซาลิทิส, บนอน, อะปัชนัน, เอียนนาส, อาร์คลีส/อัซซิส และอะโพฟิส ซึ่งโดยทั่วไปเข้าใจว่า อะปัชนัน เป็นพระนามในภาษากรีกของฟาโรห์คยาน ในขณะที่พระนาม เอียนนาส (กรีกโบราณ: Iαννας) จะเข้าใจได้ดีที่สุดว่าเป็นการเขียนพระนามที่ผิดพลาดของฟาโรห์ยานาสซิ โดยยืนยันว่าพระองค์ทรงขึ้นครองพระราชบัลลังก์แห่งฮิกซอส และโยเซฟุสก็บันทึกเพิ่มเติมอีกว่า แมนิโธได้ระบุว่าฟาโรห์เอียนนาสทรงครองราชย์ที่ยาวนานอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ถึง 50 ปีกับอีก 1 เดือน[5][6][7] ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ประเด็นดังกล่าวหมายความว่า แมนิโธต้องถือว่ายานาสซิเป็นฟาโรห์ จนถึงปี ค.ศ. 2010 ความเห็นดังกล่าวได้ถูกปฏิเสธโดยความเห็นพ้องทางวิชาการในไอยคุปต์วิทยา ซึ่งถือว่าฟาโรห์อะโพฟิสทรงเป็นผู้สืบทอดพระราชบัลลังก์โดยตรงจากฟาโรห์คยาน ตามที่เสนอโดยไรโฮลต์ ซึ่งในความเข้าใจดังกล่าว ดูเหมือนว่าในบันทึกของแมนิโธที่กล่าวถึงทั้งฟาโรห์เอียนนาส/ยานาสซิ และฟาโรห์คยานนั้น โยเซฟุสได้เลือกอย่างผิดๆ แทนที่จะเลือกเป็นพระองค์อย่างหลัง[6] ซึ่งความเห็นดังกล่าวได้ถูกคัดค้านโดยการค้นพบทางโบราณคดีซึ่งบอกเป็นนัยว่า ฟาโรห์คยานอาจจะทรงขึ้นครองราชย์เร็วกว่าที่เคยคาดไว้ถึง 80 ปี ทำให้ต้องมีฟาโรห์หนึ่งหรือหลายพระองค์ที่จะต้องขึ้นครองราชย์ระหว่างพระองค์กับฟาโรห์อะโพฟิส[8]
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 Ryholt 1997, p. 256.
- 1 2 3 Aston 2018, p. 16.
- ↑ Bietak 1981, pp. 63–73.
- ↑ Ryholt 1997, p. 57 n.159.
- ↑ Gardiner 1961, p. 156.
- 1 2 Ryholt 1997, pp. 120–121.
- ↑ Aston 2018, p. 18.
- ↑ Aston 2018, p. 17.
บรรณานุกรม
[แก้]- Aston, David A. (2018). "How Early (and How Late) Can Khyan Really Be. An Essay Based on "Conventional Archaeological Methods"". ใน Moeller, Nadine; Forstner-Müller, Irene (บ.ก.). The Hyksos ruler Khyan and the Early Second Intermediate Period in Egypt: Problems and Priorities of Current Research. Proceedings of the Workshop of the Austrian Archaeological Institute and the Oriental Institute of the University of Chicago, Vienna, July 4 – 5, 2014. Leberstraße 122 A-1110 Wien: Verlag Holzhausen GmbH. pp. 15–56. ISBN 978-3-902976-83-3.
{{cite book}}: CS1 maint: location (ลิงก์) - Bietak, Manfred (1981). "Eine Stele des ältesten Königssohnes des Hyksos Chajan". Mitteilungen des Deutschen Archäologischen Instituts, Abteilung Kairo (MDAIK). 37: 63–73.
- Gardiner, Alan (1961). Egypt of the Pharaohs: an introduction. Oxford University Press. p. 156. ISBN 978-0-19-500267-6.
- Ryholt, Kim (1997). The Political Situation in Egypt during the Second Intermediate Period, c. 1800–1550 B.C. CNI publications, 20. Carsten Niebuhr Institute of Near Eastern Studies, University of Copenhagen : Museum Tusculanum Press. ISBN 978-87-7289-421-8.