จังหวัดสมุทรสงคราม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก สมุทรสงคราม)
จังหวัดสมุทรสงคราม
ตราประจำจังหวัดสมุทรสงคราม
ตราประจำจังหวัด
เมืองหอยหลอด ยอดลิ้นจี่ มีอุทยาน ร.2
แม่กลองไหลผ่าน นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย สมุทรสงคราม
อักษรโรมัน Samut Songkhram
ชื่อไทยอื่น ๆ แม่กลอง
ผู้ว่าราชการ คันฉัตร ตันเสถียร
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2559)
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 416.707 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 77)
ประชากร 194,189 คน[2] (พ.ศ. 2557)
(อันดับที่ 76)
ความหนาแน่น 465.83 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 7)
ISO 3166-2 TH-75
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
ต้นไม้ จิกเล
ดอกไม้ จิกเล
สัตว์น้ำ หอยหลอดชนิด Solen regularis
ศาลากลางจังหวัด
ที่ตั้ง ถนนเอกชัย ตำบลแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม 75000
โทรศัพท์ (+66) 0 3471 1997
เว็บไซต์ จังหวัดสมุทรสงคราม
แผนที่
 
ประเทศมาเลเซีย ประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล จังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง จังหวัดกระบี่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครนายก จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดชัยนาท จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดตาก จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอนแผนที่ประเทศไทย จังหวัดสมุทรสงครามเน้นสีแดง
เกี่ยวกับภาพนี้

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

สมุทรสงคราม เป็นจังหวัดในภาคกลาง (หน่วยงานบางแห่งถือเป็นส่วนหนึ่งของภาคตะวันตก) มีขนาดพื้นที่เล็กที่สุดของประเทศ คือประมาณ 416.7 ตารางกิโลเมตร ทั้งยังมีจำนวนประชากรน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศด้วย นับเป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและมีชายฝั่งทะเลติดอ่าวไทยยาวประมาณ 23 กิโลเมตรซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์มากเพราะเป็นดินดอนปากแม่น้ำ มีภูเขา 1 ลูก (เขายี่สาร) ไม่มีเกาะ มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มโดยพื้นที่ฝั่งตะวันตกจะสูงกว่าฝั่งตะวันออกเล็กน้อย

ปลายปี พ.ศ. 2550 ผลการสำรวจดัชนีความมั่นคงของมนุษย์พบว่า สมุทรสงครามเป็นจังหวัดที่มีความมั่นคงของมนุษย์สูงที่สุดในประเทศไทย[3]

เนื้อหา

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

ประวัติ[แก้]

จังหวัดสมุทรสงครามหรือเมืองแม่กลอง ในอดีตคือแขวงบางช้างของเมืองราชบุรี ชื่อบางช้างอาจตั้งตามพระนามในเจ้าพลาย (ในปี พ.ศ. 2173 เจ้าพลายและเจ้าแสนซึ่งเป็นพระราชโอรสองค์ที่หนึ่งและพระราชโอรสองค์ที่สองตามลำดับในสมเด็จพระเอกาทศรถ (องค์ขาว) ซึ่งเป็นพระอนุชาพระองค์เดียวที่เราทราบในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (องค์ดำ) ซึ่งไม่มีพระราชโอรส ได้หนีราชภัยมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่แขวงบางช้าง) แขวงบางช้างมีศูนย์กลางอยู่ที่ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม (ตามการแบ่งเขตการปกครองในปัจจุบัน) แขวงบางช้างมีอีกชื่อว่าสวนนอก (มีคำกล่าวที่ว่า "สวนในบางกอก สวนนอกบางช้าง") ต่อมาปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาต่อเนื่องกับสมัยกรุงธนบุรี แขวงบางช้างแยกออกจากจังหวัดราชบุรีเรียกว่า "เมืองแม่กลอง" สมุทรสงครามมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี พม่าส่งกองทัพผ่านเข้ามาถึงบริเวณตำบลบางกุ้ง พระเจ้าตากสินมหาราชทรงรวบรวมผู้คนสร้างค่ายป้องกันทัพพม่าจนข้าศึกพ่ายแพ้ไป ณ บริเวณค่ายบางกุ้ง นับเป็นการป้องกันการรุกรานของพม่าเข้ามายังไทยครั้งสำคัญในช่วงเวลานั้น

ชื่อเมืองแม่กลองเปลี่ยนเป็นสมุทรสงครามในปีใดนั้นไม่ปรากฏแน่ชัด แต่สันนิษฐานไว้ว่าเปลี่ยนราวปี พ.ศ. 2295 ถึงปี พ.ศ. 2299 เพราะจากหลักฐานในหนังสือกฎหมายตราสามดวงว่าด้วยพระราชกำหนดเรื่องการเรียกสินไหมพินัยความ ได้ปรากฏชื่อเมืองแม่กลอง เมืองสาครบุรี และเมืองสมุทรปราการอยู่ และต่อมาพบข้อความในพระราชกำหนดซึ่งตราขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เมื่อปี พ.ศ. 2299 ความระบุว่าโปรดเกล้าฯ ให้พระยารัตนาธิเบศร์ สมุหมณเฑียรบาล เอาตัวขุนวิเศษวานิช (จีนอะปั่นเต็ก) ขุนทิพ และหมื่นรุกอักษร ที่บังอาจกราบบังคมทูลขอตั้งบ่อนเบี้ยในแขวงเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม เมืองราชบุรี และเมืองสมุทรปราการทั้ง ๆ ที่มีกฎหมายสั่งห้ามไว้ก่อนแล้ว มาลงโทษ (ปุถุชน บุดดาหวัง, 2543, หน้า 9)

จังหวัดสมุทรสงครามเป็นแผ่นดินที่เกิดขึ้นใหม่จากการทับถมของโคลนตะกอนบริเวณปากแม่น้ำ เกิดเป็นที่ดอนจนกลายมาเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำขนาดใหญ่ ปรากฏชื่อครั้งแรกในนาม “แม่กลอง” นอกจากนั้นตามประวัติของราชินิกุลบางช้าง (ดูเพิ่มเติม ณ บางช้าง) สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินีซึ่งเป็นพระราชินีในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและพระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และพระญาติวงศ์ มีพระนิวาสสถานดั้งเดิมอยู่ที่แขวงบางช้าง สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินีทรงสืบเชื้อสายจากกษัตริย์ราชวงศ์สุโขทัยแห่งอาณาจักรอยุธยาและราชวงศ์พระร่วง (ราชวงศ์สุโขทัย) แห่งอาณาจักรสุโขทัยโดยที่เจ้าพลายและเจ้าแสน แห่งราชวงศ์สุโขทัยแห่งอาณาจักรอยุธยา ทรงหนีราชภัยมาตั้งถิ่นฐานที่แขวงบางช้าง จังหวัดสมุทรสงครามจึงเป็นเมืองราชินิกุลบางช้างและราชสกุลแห่งราชวงศ์สุโขทัย มีการสืบทอดนาฏศิลป์ วรรณศิลป์ และการทำอาหาร (โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารชาววัง) ของสมัยสุโขทัยเป็นต้นมา สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีซึ่งเคยประทับกับสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินีที่แขวงบางช้างทรงรับถ่ายถอดการทำอาหารจากที่นี่และทรงเป็นผู้ทำอาหารในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานและว่าด้วยงานนักขัตฤกษ์

สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง[แก้]

หลวงพ่อบ้านแหลม วัดเพชรสมุทรวรวิหารหรือวัดบ้านแหลม[4] ในสมัยโบราณมีชื่อเรียกว่า วัดศรีจำปา ตั้งอยู่ในตำบลแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม ซึ่งเหตุที่ว่าชื่อวัดเป็นชื่อสถานที่ในพื้นที่แห่งหนึ่งในเมืองใกล้เคียงนั้น ก็เพราะว่าในสมัย พ.ศ. 2307 พม่าได้มารุกรานประเทศไทย เข้าตีเมืองตะนาวศรี เมืองทวาย เมืองมะริด เมืองเพชรบุรี โดยเข้ามาทางด่านสิงขร ราชสำนักกรุงศรีอยุธยาได้ส่งพระยาพิพัฒน์โกสากับพระยาตากสินเข้ามาตั้งรับข้าศึกที่เมืองเพชรบุรี การสู้รบครั้งนั้นชาวบ้านแหลมในเมืองเพชรบุรี ต้องประสบชะตากรรมสงคราม อพยพไปอยู่ในลุ่มแม่น้ำแม่กลองบริเวณเหนือวัดจำปาซึ่งไม่ไกลจากทะเล อันเป็นพื้นที่สามารถประกอบอาชีพ (ประมง) จึงได้ตั้งรกรากกันในบริเวณนี้ แล้วไปมาหาสู่กันระหว่างแม่กลองกับอำเภอบ้านแหลม

มาวันหนึ่งขณะออกเรือหาปลา ชาวประมงบ้านแหลม ได้พระพุทธรูป 2 องค์ ขณะกำลังจะกลับฝั่ง ปรากฏว่ามีพายุลมแรง ชาวประมงจึงตัดสินใจนำเรือเข้าฝั่งมาทางแม่กลอง แล้วเข้ามาในแม่น้ำแม่กลองเพื่อหลบพายุ แต่เรือก็ยังโคลงเคลงอยู่จนกระทั่งมาถึงวัดศรีจำปา พระพุทธรูปยืนอุ้มบาตรได้ตกลงน้ำ ทำให้ชาวประมงบ้านแหลมกลุ่มนั้นต้องลงไปในแม่น้ำงมหา แต่ก็ไม่พบ จนชาวบ้านแหลมที่มาตั้งรกรากที่แม่กลองได้งมหาเจอ จึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดศรีจำปา ความทราบถึงพี่น้องชาวบ้านแหลมที่อยู่ที่เพชรบุรีเข้า ก็ยกขบวนมาทวงพระคืน พี่น้องบ้านแหลมที่มาตั้งรกรากที่แม่กลองขอพระพุทธรูปประดิษฐานไว้ที่วัดศรีจำปา โดยยินยอมที่จะเปลี่ยนชื่อวัดจากชื่อวัดศรีจำปาเป็น วัดบ้านแหลม เพื่อเป็นเกียรติไว้แก่ชาวบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรีที่เป็นผู้ได้พระพุทธรูปองค์นี้ ชาวบ้านแหลมเพชรบุรีจึงได้กลับไป พระพุทธรูปยืนอุ้มบาตรขนาดเท่าคนจริง สูงประมาณ 167 เซนติเมตร ส่วนอีกองค์ (หลวงพ่อทอง) ได้ไปประดิษฐาน ณ วัดเขาตะเครา ตำบลบางครก อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

อาณาเขตติดต่อ[แก้]

พื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามมีพื้นที่ติดกับจังหวัดอื่น ๆ ดังนี้

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

การปกครองแบ่งออกเป็น 3 อำเภอ 36 ตำบล 284 หมู่บ้าน 1 เทศบาลเมือง 6 เทศบาลตำบล 28 องค์การบริหารส่วนตำบล

ข้อมูลอำเภอในจังหวัดสมุทรสงคราม (31 ธันวาคม พ.ศ. 2555)
ลำดับ[# 1] ชื่ออำเภอ พื้นที่
(ตร.กม.)
ห่างจากตัวจังหวัด
(ก.ม.)[6]
ตั้งเมื่อ
(พ.ศ.)
ตำบล
[# 2][7]
หมู่บ้าน
[# 3][7]
ประชากร
(คน) [8]
แผนที่
1 169.0 - - 11 87
 76,162  
แผนที่
2 77.5 - - 13 101
  28,691  
3 170.2 - - 12 96
 49,076  
  1. เรียงตามรหัสเขตการปกครองของกรมการปกครอง
  2. รวมตำบลในเขตเทศบาลเมืองและเทศบาลนครด้วย
  3. เฉพาะหมู่บ้านนอกเขตเทศบาลเมืองและเทศบาลนคร (ทั้งเต็มหมู่และบางส่วน) เท่านั้น สำหรับจำนวนหมู่บ้านทั้งหมด ให้ดูในบทความของแต่ละอำเภอ

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

อำเภอเมืองสมุทรสงคราม[แก้]

  • เทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแม่กลองทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลบางจะเกร็ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางจะเกร็งทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบางขันแตก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางขันแตกทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลลาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลลาดใหญ่ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านปรก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านปรกทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางแก้วทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลท้ายหาด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลท้ายหาดทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลแหลมใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแหลมใหญ่ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลคลองเขิน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคลองเขินทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลคลองโคน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคลองโคนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลนางตะเคียน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนางตะเคียนทั้งตำบล

อำเภอบางคนที[แก้]

  • เทศบาลตำบลกระดังงา ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลกระดังงา
  • เทศบาลตำบลบางนกแขวก ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลบางคนทีและตำบลบางนกแขวกทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลบางยี่รงค์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางยี่รงค์ทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลบางกระบือ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางกระบือทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลกระดังงา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกระดังงา (นอกเขตเทศบาลตำบลกระดังงา)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบางสะแก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางสะแกและตำบลบ้านปราโมทย์ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโรงหีบ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโรงหีบและตำบลบางกุ้งทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบางคนที ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางคนที (นอกเขตเทศบาลตำบลบางคนที) และตำบลยายแพงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลดอนมะโนรา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลดอนมะโนราทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบางพรม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางพรมทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลจอมปลวก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลจอมปลวกทั้งตำบล

อำเภออัมพวา[แก้]

  • เทศบาลตำบลอัมพวา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลอัมพวาทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลเหมืองใหม่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลเหมืองใหม่
  • เทศบาลตำบลสวนหลวง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสวนหลวงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลท่าคา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่าคาทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลวัดประดู่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลวัดประดู่ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเหมืองใหม่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเหมืองใหม่ (นอกเขตเทศบาลตำบลเหมืองใหม่)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบางช้าง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางช้างทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลแควอ้อม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแควอ้อมทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลปลายโพงพาง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลปลายโพงพางทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบางแค ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางแคทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลแพรกหนามแดง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแพรกหนามแดงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลยี่สาร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลยี่สารทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบางนางลี่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางนางลี่ทั้งตำบล

รายพระนาม รายนาม ผู้ว่าราชการเมือง ข้าหลวงประจําจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม[แก้]

ผู้ว่าราชการเมือง[แก้]

  1. พระแม่กลอง (เสม วงศาโรจน์) สมัยกรุงธนบุรี
  2. พระแม่กลอง (สอน ณ บางช้าง) สมัยรัชกาลที่ 1
  3. พพระแม่กลอง (ตู้ณ บางช้าง) สมัยรัชกาลที่ 2
  4. พระแม่กลอง (ทองคํา ณ บางช้าง) สมัยรัชกาลที่ 2
  5. พระแม่กลอง (นุช วงศาโรจน์) สมัยรัชกาลที่ 3
  6. พระแม่กลอง (โนรี วงศาโรจน์) สมัยรัชกาลที่ 3
  7. พระราชพงษานุรักษ์ศิริศักดิ์สมบูรณ์ มนูญอัธยาศัยอภัยพิริยพาหะ (กุน ณ บางช้าง) พ.ศ.2413 - 2419
  8. พระราชพงษานุรักษ์ศิริศักดิ์สมบูรณ์ มนูญอัธยาศัยอภัยพิริยพาหะ (ชม บุนนาค) พ.ศ.2419 - 2437
  9. พระราชพงษานุรักษ์ศิริศักดิ์สมบูรณ์ มนูญอัธยาศัยอภัยพิริยพาหะ (แฉ่ บุนนาค) พ.ศ.2438 - 2439
  10. หลวงอร่าม เรืองฤทธิ์ (ชวน บุนนาค) พ.ศ. 2439 - 2441
  11. พระยาวรวิไชย (ปลอด บุนนาค) พ.ศ.2442 - 2443

ผู้ว่าราชการจังหวัด[แก้]

  1. พระยาราชพงษานุรักษ์ (ชาย บุนนาค) พ.ศ.2443 - 2460
  2. พระยารัษฎานุประดิษฐ์ (สิน เทพหัสดิน ณ อยุธยา) พ.ศ.2460 - 2462
  3. พระยาบริหารราชการอาณาเขต (เจิม วิเศษรัตน์) พ.ศ.2462 - 2466
  4. พระยาวิชิตภักดีศรีสุราษฎร์ธานินทร์ (รอด สาริมาน) พ.ศ.2466 - 2471
  5. พระราชญาติรักษา (ประกอบ บุนนาค) พ.ศ.2471 - 2474
  6. พระนิกรบดี (จอน สาลิกานนท์) พ.ศ.2474 - 2477
  7. หลวงบุเรศบํารุงการ (เจริญ วงศ์ตลาดขวัญ) พ.ศ.2477 - 2478
  8. พระบํารุงบุรีราช (วิง สิทธิเทศานนท์) พ.ศ.2478 - 2479
  9. หลวงอรรถวิจิตรจรรยารักษ์ (กิมฮ๊อก วงษ์สกุล) พ.ศ.2479 - 2481
  10. นายอุดม บุญประกอบ พ.ศ.2481 - 2482
  11. หลวงอรรถวิจิตรจรรยารักษ์ (กังวาน วงษ์สกุล) พ.ศ.2482 - 2484
  12. ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ (สุวงศ์ วัฏฏสิงห์) พ.ศ.2484 - 2487
  13. นายจรัส ธารีสาร พ.ศ.2487 - 2491
  14. นายเวศน์ เพชรรานนท์ พ.ศ.2490 - 2491
  15. ขุนบริรักษ์บทวสัญช์ (ชุ่ม เธียรพงศ์) พ.ศ.2491 - 2492
  16. นายแสวง รุจิรัตน์ พ.ศ.2492 - 2492
  17. ขุนอารีราชการัณย์ (ชิต สุมนดิษฐ์) พ.ศ.2492 - 2493
  18. นายวิฑูร จักกะพาก พ.ศ.2493 - 2495
  19. นายเกษม สุขุม พ.ศ.2495 - 2497
  20. นายเจริญ ภมรบุตร 10 ก.ค.2497 – 12 ก.พ.2501
  21. นายชาติ อภิศลย์ บุญยะรัตน์พันธ์ 17 ก.พ.2501 – 26 เม.ย.2502
  22. นายกาลัญ อมาตยกุล 18 มิ.ย.2502 – 24 พ.ย.2502
  23. นายชูสง่า ไชยพันธ์ 25 พ.ย.2502 – 18 ธ.ค.2504
  24. นายประสิทธิ์ อุไรรัตน์ 19 ธ.ค.2504 – 10 ต.ค.2510
  25. นายธวัชชัย เดชาติวงศ์ณ อยุธยา 11 ต.ค.2510 – 30 ก.ย.2515
  26. นายชาญ กาญจนาคพันธ์ 1 ต.ค.2515 – 30 ก.ย.2519
  27. นายพิบูลย์ ธุรภาคพิบูลย์ 1 ต.ค.2519 – 30 ก.ย.2521
  28. นายเสถียร จันทรจํานง 14 ต.ค.2521 – 23 ส.ค.2522
  29. นายชัยวัฒน์ หุตะเจริญ 24 ส.ค.2522 – 30 ก.ย.2523
  30. นายวุฒินันท์ พงศ์อารยะ 1 ต.ค.2523 – 30 ก.ย.2528
  31. นายบรรโลม ภุชงคกุล 1 ต.ค.2528 – 30 ก.ย.2530
  32. นายวิธาน สุวรรณทัต 1 ต.ค.2530 – 30 ก.ย.2535
  33. นายมนุชญ์ วัฒนโกเมร 1 ต.ค.2535 – 30 ก.ย.2537
  34. นายประวิทย์ สีห์โสภณ 1 ต.ค.2537 – 30 ก.ย.2539
  35. นายสุรพล กาญจนะจิตรา 1 ต.ค.2539 – 19 ต.ค.2540
  36. นายคงศักดิ์ ลิ่วมโนมนต์ 20 ต.ค.2540 – 30 ก.ย.2543
  37. นายนาวิน ขันธหิรัญ 1 ต.ค.2543 – 30 ก.ย.2544
  38. นายอัครพงศ์ พยัคฆันตร 1 ต.ค.2544 – 30 ก.ย.2546
  39. นายวรเกียรติ สมสร้อย 21 เม.ย.2546 – 30 ก.ย.2547
  40. นายวิชชา ประสานเกลียว 1 ต.ค.2547 – 30 ก.ย.2548
  41. นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ 1 ต.ค.2548 – 12 พ.ย.2549
  42. นายวีระยุทธ เอี่ยมอําภา 13 พ.ย.2549 – 30 ก.ย.2550
  43. ว่าที่ร้อยตรีโอภาส เศวตมณี 1 ต.ค.2550 – 19 ต.ค.2551
  44. นายประภาศ บุญยินดี 20 ต.ค.2551 – 27 พ.ย.2554
  45. นายธนน เวชกรกานนท์ 28 พ.ย.2554 – 30 ก.ย.2556
  46. นายชนม์ชื่น บุญญานุสาสน์ 1 ต.ค.2556 – 30 ก.ย.2557
  47. นายปัญญา งานเลิศ 3 พ.ย.2557 – 30 ก.ย.2558
  48. นางสาวจิตรา พรหมชุติมา 1 ต.ค. 2558 – 30 ก.ย.2559
  49. นายคันฉัตร ตันเสถียร 1 ต.ค. 2559 – ปัจจุบัน

ทรัพยากรน้ำ[แก้]

แหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับน้ำส่วนใหญ่จากแม่น้ำแม่กลอง

  1. คลองสุนัขหอน เป็นคลองเชื่อมระหว่างแม่น้ำท่าจีนกับแม่น้ำแม่กลอง ไหลผ่านเริ่มจากอำเภอเมืองสมุทรสาคร ออกสู่แม่น้ำแม่กลองที่จังหวัดสมุทรสงคราม
  2. คลองดำเนินสะดวก ไหลผ่านอำเภอบ้านแพ้ว ผ่านอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี และผ่านอำเภอบางคนฑี จังหวัดสมุทรสงคราม

เศรษฐกิจ[แก้]

ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและการประมง ส่วนอุตสาหกรรมนั้นส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็ก โดยอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตน้ำปลา อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ อุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และมีโรงงานทั้งสิ้น 270 โรงงาน ทุนจดทะเบียนรวม 5,068,084,947 บาท จำนวนการจ้างงาน 7,099 คน สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดสมุทรสงครามขยายตัวเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย และการประมงเป็นสาขาการผลิตในภาคเกษตรที่ทำรายได้สูงสุดของจังหวัด รองลงมาก็คือ กสิกรรม และการแปรรูปสินค้าเกษตรอย่างง่าย

การคมนาคม[แก้]

ทางบก[แก้]

รถยนต์[แก้]

มีทางหลวงแผ่นดินทั้งหมด 2 สาย ประกอบด้วย

รถไฟ[แก้]

ปัจจุบันเป็นสายแม่กลอง - วงเวียนใหญ่ ส่วนใหญ่จะใช้สำหรับการสัญจร และขนส่งเสบียงอาหารของประชาชน การคมนาคมทางรถไฟ แบ่งเป็น 2 ตอน

  1. จากสถานีรถไฟแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม - สถานีรถไฟบ้านแหลม อำเภอเมืองสมุทรสาคร ระยะทาง 33.10 กม. แล้วลงเรือข้ามแม่น้ำท่าจีนไปขึ้นรถไฟตอนที่ 2 ที่สถานีรถไฟมหาชัย จ.สมุทรสาคร
  2. จากสถานีรถไฟมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร - สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ เขตธนบุรี ระยะทาง 33.80 กม.

ทางน้ำ[แก้]

จังหวัดสมุทรสงครามมีแม่น้ำไหลผ่านทั้ง 3 อำเภอ เป็นระยะทางประมาณ 30 กม. ออกสู่ปากอ่าวแม่กลอง มีคลองเล็ก ๆ อีกประมาณ 300 คลอง การคมนาคมในจังหวัดจึงใช้เรือเป็นสำคัญ ซึ่งโดยมากได้แก่ เรือยนต์ เรือหางยาว เรือแจว และมีท่าเทียบเรืออีก 7 แห่ง การติดต่อกันระหว่างจังหวัดก็มีทางเรือ คือ

โรงพยาบาล[แก้]

อำเภอเมืองสมุทรสงคราม
อำเภออัมพวา
อำเภอบางคนที

สถานีตำรวจ[แก้]

อำเภอเมืองสมุทรสงคราม

การศึกษา[แก้]

โครงการอัมพวาชัยพัฒนาอนุรักษ์[แก้]

อุทยาน ร.๒[แก้]

สถาบันอุดมศึกษา[แก้]

จังหวัดสมุทรสงครามมีสถาบันอุดมศึกษาเพียงแห่งเดียว คือ สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2553[9] จัดการเรียนการสอนด้านการพัฒนาท้องถิ่น และการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน ทั้งในระดับปริญญาตรี และระดับปริญญาโท

  • วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

โรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐ[แก้]

โรงเรียนประถมศึกษาของรัฐ[แก้]

ชาวจังหวัดสมุทรสงครามที่มีชื่อเสียง[แก้]

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

ตลาดน้ำอัมพวา

อ้างอิง[แก้]

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_57.pdf 2558. สืบค้น 1 มีนาคม 2558.
  3. พม. เผยภาคอีสานครองแชมป์ภาพรวมค่าดัชนีความมั่นคงของมนุษย์สูงสุด 0.7290 ในขณะที่ค่าดัชนีภาพรวมของประเทศ เท่ากับ 0.6924 - กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
  4. http://www.charoenpron.com/banleam_2.htm ประวัติวัดเพชรสมุทรวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม
  5. 2549, 6 กรกฎาคม). พระราชบัญญัติกำหนดเขตจังหวัดในอ่าวไทยตอนใน พ.ศ. 2502. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: <1>. (เข้าถึงเมื่อ: 11 มกราคม 2552).
  6. กรมทางหลวง. "สอบถามระยะทางระหว่างจังหวัดหรืออำเภอ."
  7. 7.0 7.1 ฐานข้อมูลสารสนเทศ ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดนนทบุรี. "รายชื่อหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ/กิ่งอำเภอ เทศบาล อบต. และขนาดพื้นที่อำเภอ เทศบาล อบต. ในแต่ละอำเภอ." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://203.151.46.31/Chocolate/Program45/A090101.php?id_topic=A0901 2551. สืบค้น 13 มกราคม 2552.
  8. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "รายงานสถิติจำนวนประชากรและบ้าน รายจังหวัด รายอำเภอ และรายตำบล ณ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2555." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.dopa.go.th/xstat/p5575_02.html 2555. สืบค้น 23 เมษายน 2556.
  9. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การจัดตั้งสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°25′N 100°00′E / 13.42°N 100°E / 13.42; 100