ข้ามไปเนื้อหา

อุทิศ นาคสวัสดิ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ศาสตราจารย์ อุทิศ นาคสวัสดิ์ เป็นนักดนตรี นักแต่งเพลงไทย ผู้ส่งเสริมดนตรีไทย นักเขียน นักจัดรายการวิทยุโทรทัศน์ นักเขียนบทละคร และนักเศรษฐศาสตร์ผู้วางรากฐานทางสาขาเศรษฐศาสตร์เกษตรและการจัดการฟาร์ม

ประวัติ

[แก้]

อุทิศ เกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2466 ที่อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นบุตรนายสังวาลย์ กับนางอบเชย นาคสวัสดิ์ ด้านครอบครัวสมรสกับนางวิไล นาคสวัสดิ์ เมื่อ พ.ศ. 2493 มีบุตรี 4 คน และบุตร 1 คน โดยเป็นนักดนตรีทุกคน

สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนเทเวศร์วิทยาลัย ระดับอนุปริญญา สาขาวิชาสหกรณ์ จากวิทยาลัยเกษตรกรรมแม่โจ้ (มหาวิทยาลัยแม่โจ้) และวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) จนได้รับอนุปริญญาสาขาวิชาสหกรณ์เมื่อ พ.ศ. 2485 ต่อมารับราชการเป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ลาออกมาเรียนจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แล้วเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อมาได้รับทุนรัฐบาลไทยไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ สหรัฐอเมริกา จนสำเร็จระดับปริญญาเอกเมื่อ พ.ศ. 2500 และจึงรับราชการต่อที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จนถึง พ.ศ. 2523 จึงลาออกจากราชการ

อุทิศได้ฝึกดนตรีไทยกับบิดาซึ่งเป็นครูสอนดนตรีไทย ตั้งแต่อายุ 7 ปี จากนั้นเรียนซอสามสายจากพระยาภูมีเสวิน (จิตร จิตตเสวี) และเป็นศิษย์ของหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) โดยหลวงประดิษฐ์ได้ทำพิธีมอบให้เป็นครูอ่านโองการได้ เมื่อราว พ.ศ. 2497 อุทิศได้เป็นอนุกรรมการจัดบทเรียน บทขับร้อง สำหรับวิทยุโรงเรียนกระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดรายการดนตรีไทยออกอากาศทางโทรทัศน์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2503 นอกจากนั้น ยังได้แต่งเพลงไทยไว้เป็นจำนวนมาก เช่น ตับพระยาโคตรตระบอง ตับราชาธิราช ตอนประหารชีวิตพ่อลาวแก่นท้าว ศึกมังรายมังกะยอชวา ตับเรื่องพระจ้าสามตา มาร์ชชาวไทย เพลงแรงสามัคคี เชิญรำวง เขมรไทรโยค เขมรพวง แขกเงาะ เพลงยูนนานรำลึก เพลงพม่าแปลงเถา ครุ่นคำนึงเถา โยสลัมเถา เป็นต้น ได้ประดิษฐ์ระนาดอะลูมิเนียม ระบบครึ่งเสียง 14 เสียง เมื่อ พ.ศ. 2515

อุทิศ ป่วยด้วยโรคของต่อมไทรอยด์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2523 จากนั้นป่วยด้วยโรคมะเร็งลุกลามขึ้นสมอง จนถึงแก่อนิจกรรมเมื่อ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2525 สิริอายุ 59 ปี

เกี่ยวข้องกับ 6 ตุลา 2519

[แก้]

อุทิศ มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เขาเป็นนักจัดการรายวิทยุและโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และยังทำงานเป็นอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บทบาทของอุทิศคือการเผยแพร่ทัศนะโจมตีขบวนการนักศึกษา ผ่านการออกอากาศรายการประจำวันชื่อ ‘เพื่อแผ่นดินไท’ บางครั้งอุทิศโจมตีและประณามขบวนการนักศึกษาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ หลายต่อหลายครั้งเขาจะกล่าวหาว่านักศึกษาเป็นญวน และเรียกร้องให้ประชาชนร่วมมือพร้อมใจกันออกมาต่อต้านนักศึกษา โดยอ้างว่าทนไม่ได้ที่นักศึกษากระทำการดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์ ทำร้ายจิตใจคนไทย และยังให้สัมภาษณ์ว่าในธรรมศาสตร์มีอุโมงค์สำหรับซ่องสุมอาวุธเพื่อใช้โจมตีเจ้าหน้าที่ ตัวอย่างสำคัญคือบันทึกเสียงทีวีช่อง 5 ในช่วงบ่ายของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ที่อุทิศจัดรายการอยู่ สะท้อนให้เห็นความคิด อารมณ์ ความรู้สึกในเหตุการณ์ดังกล่าวได้อย่างคมชัด

นอกจากนั้นอุทิศยังพูดว่า บรรดาผู้ที่ไปชุมนุมในธรรมศาสตร์นั้นใช้รองเท้าแตะเป็นจำนวนมาก แสดงว่าเป็นผู้ก่อการร้ายคอมฯ เพราะผู้ก่อการร้านคอมฯใช้รองเท้าแตะ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้คนในเมืองไทย 40 ล้านคน (จำนวนคนขณะนั้น) ซึ่งใช้รองเท้าแตะก็เป็นผู้ก่อการร้ายหมด

อุทิศได้เชิญ พันตำรวจโท สล้าง บุนนาค รองผู้กำกับการ 2 มายังรายการ สล้างมีบทบาทสำคัญในการคุมกำลังตำรวจเพื่อรักษาความสงบบริเวณสนามหลวงและหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อุทิศเริ่มต้นสัมภาษณ์สล้างว่า รู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นภาพแขวนคอ (ละครล้อเลียนโดยกลุ่มนักศึกษา) ก่อนที่สล้างจะตอบว่า “รู้สึกทนไม่ได้ที่สถาบันอันเป็นที่รักของคนไทยถูกย่ำยี”

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำตักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๙๑ ตอนที่ ๒๒๙ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๔๘, ๓๑ ธันวาคม ๒๕๑๗
  2. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๘๗ ตอนที่ ๑๒๒ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๓๔, ๓๑ ธันวาคม ๒๕๑๓
  3. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา, เล่ม ๘๘ ตอนที่ ๑๕๑ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๑๐๗๓, ๓๑ ธันวาคม ๒๕๑๔