ข้ามไปเนื้อหา

เตียวเหยียง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เตียวเหยียง (จาง ร่าง)
張讓
ขันทีผู้ถวายงานกลาง (中常侍 จงฉางชื่อ)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. ? (?)  ค.ศ. 189 (189)
กษัตริย์พระเจ้าเลนเต้
หองจูเปียน
ขันทีสำนักประตูเหลือง
(小黃門 เสี่ยวหฺวางเหมิน)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. ? (?)  ค.ศ. ? (?)
กษัตริย์พระเจ้าหวนเต้
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิดไม่ทราบ
นครสฺวี่ชาง มณฑลเหอหนาน
เสียชีวิตค.ศ. 189
แม่น้ำฮองโห นครลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน
บุตรจาง เฟิ่ง (張奉)
ญาติ
  • จาง ชั่ว (張朔) (น้องชาย)
  • จาง ยฺหวี (張輿) (น้องชาย)
อาชีพขันทีราชสำนัก, ขุนนาง
บรรดาศักดิ์เลี่ยโหว (列侯)
ชื่อภาษาจีน
จีนตัวเต็ม張讓
จีนตัวย่อ张让
การถอดเสียง
ภาษาจีนมาตรฐาน
พินอินZhāng Ràng

เตียวเหยียง[1] (เสียชีวิต ค.ศ. 189) มีชื่อในภาษาจีนกลางว่า จาง ร่าง (จีน: 張讓; พินอิน: Zhāng Ràng) เป็นขันทีราชสำนักและขุนนางชาวจีนในช่วงปลายยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก (東漢 ตงฮั่น) เป็นหัวหน้าของขันทีกลุ่มสิบเสียงสี (十常侍 ฉือฉางชื่อ) ซึ่งเป็นกลุมขันทีที่มีอิทธิพลในรัชสมัยพระเจ้าเลนเต้ (漢靈帝 ฮั่นหลิงตี้)

การรับราชการในรัชสมัยพระเจ้าหวนเต้

[แก้]

เตียวเหยียงเป็นชาวเมืองเองฉวน (潁川郡 อิ่งชฺวานจฺวิ้น) ซึ่งปัจจุบันอยู่บริเวณนครสฺวี่ชาง (许昌市 สฺวี่ชางชื่อ) มณฑลเหอหนาน (河南)[2] เตียวเหยียงได้เป็นขันทีตั้งแต่วัยเยาว์ และได้ดำรงตำแหน่งขันทีสำนักประตูเหลือง (小黃門 เสี่ยวหฺวางเหมิน) ในรัชสมัยพระเจ้าหวนเต้ (漢桓帝 ฮั่นหฺวานตี้)[3]

การรับราชการในรัชสมัยพระเจ้าเลนเต้

[แก้]

หลังพระเจ้าเลนเต้ (漢靈帝 ฮั่นหลิงตี้) ขึ้นครองราชย์เมื่อ ค.ศ. 168 พระองค์ทรงแต่งตั้งเตียวเหยียงให้มีตำแหน่งเป็นขันทีผู้ถวายงานกลาง (中常侍 จงฉางชื่อ) และเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเลี่ยโหว (列侯)[4]

ในรัชสมัยพระเจ้าเลนเต้ อำนาจของเตียวเหยียงขึ้นมาถึงจุดสูงสุด พระเจ้าเลนเต้ถึงกับเคยตรัสว่า "เตียวเหยียงคือบิดาของเรา เตียวต๋ง (趙忠 เจ้า จง) เป็นมารดาของเรา"[5] ขุนนางผู้ใหญ่หลายคนถวายฎีกาประณามการผูกขาดอำนาจของเหล่าขันที ขุนนางเหล่านี้ส่วนใหญ่ เช่น หลิว เหอ (劉郃), หยาง ฉิว (陽球)[6], เซี่ยง สฺวี่ (向栩)[7], เตียวกิ๋น (張鈞 จาง จฺวิน)[8] และคนอื่น ๆ ถูกสังหารโดยเตียวเหยียง เตียงเหยียงยังทูลเสนอพระเจ้าเลนเต้ให้ทรงเก็บภาษีมากเกินควร เช่น "ภาษีบูรณะพระราชวัง" และภาษีอื่น ๆ[9] ตัวเตียงเหยียงเองยังรับสินบนจากขุนนางผู้ใหญ่ด้วย[10] การกระทำเหล่านี้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อสถานการณ์ทางการเมืองของราชวงศ์ฮั่นตะวันออกในเวลานั้น และอาจถือว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดกบฏโพกผ้าเหลืองและการลุกฮือของราษฎรกลุ่มอื่น ๆ

เสียชีวิต

[แก้]

เมื่อ ค.ศ. 189[a] พระเจ้าเลนเต้สวรรคต เกิดความขัดแย้งระหว่างโฮจิ๋น (何進 เหอ จิ้น) ผู้เป็นมหาขุนพล (大將軍 ต้าเจียงจฺวิน) และพระญาติฝ่ายจักรพรรดินี กับเกียนสิด[b] ทำให้ในวันฝังพระศพของพระเจ้าเลนเต้ โฮจิ๋นอ้างว่าป่วยและไม่เข้าร่วมพระราชพิธี ต่อมาด้วยการช่วยเหลือของขันทีกุยเสง (郭勝 กัว เชิ่ง) โฮจิ๋นจึงสามารถจับกุมเกียนสิดมาประหารชีวิตได้สำเร็จ แล้วโฮจิ๋นก็เริ่มคิดการจะกำจัดเหล่าขันทีราชสำนักทั้งหมด ภายใต้การเรียกร้องอย่างหนักหน่วงของโฮจิ๋น และการกดดันจากตั๋งโต๊ะ (董卓 ต่ง จั๋ว) ผู้เป็นขุนพลหน้า (前將軍 เฉียนเจียงจฺวิน) ที่โฮจิ๋นเรียกให้นำกำลังพลเข้าประชิดนครหลวง โฮเฮา (何后 เหอโฮ่ว) ผู้เป็นไทเฮา (太后 ไท่โฮ่ว) หรือจักรพรรดินีพันปีหลวงและเป็นน้องสาวของโฮจิ๋นจึงทรงยินยอม[12] และทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ปลดขันทีทั้งที่มีตำแหน่งเป็นขันทีผู้ถวายงานกลาง (中常侍 จงฉางชื่อ) และขันทีสำนักประตูเหลือง (小黃門 เสี่ยวหฺวางเหมิน) ออกจากตำแหน่งทั้งหมด เตียวเหยียงและขันทีคนอื่น ๆ ไปขอขมาต่อโฮจิ๋น โฮจิ๋นจึงทำเพียงสั่งให้ขันทีเหล่านั้นกลับไปยังเขตศักดินาของแต่ละคน[13] อ้วนเสี้ยว (袁紹 ยฺเหวียน เช่า) นายกองพันมณฑลราชธานี (司隸校尉 ซือลี่เซี่ยวเว่ย์) ใต้บังคับบัญชาของโฮจิ๋นถือโอกาสนี้แจ้งไปยังทุกเมืองทุกมณฑลให้จับกุมครอบครัวของเหล่าขันที เตียวเหยียงหมดหนทางจึงไปขอความช่วยเหลือจากบุตรสะใภ้ซึ่งยังเป็นน้องสาวของโฮเฮาด้วย[14] เป็นผลทำให้โฮเฮาทรงยอมผ่อนปรนและทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้เหล่าขันทีกลับมารับใช้ในพระราชวังดังเดิม

เมื่อโฮจิ๋นได้ยินเรื่องที่เหล่าขันทีได้กลับเข้าพระราชวัง โฮจิ๋นจึงเข้าพระราชวังฉางเล่อ (長樂宮 ฉางเล่อกง) เพื่อขอเฝ้าโฮเฮาและทูลขอให้ประหารขีวิตขันทีทั้งหมด เตียวเหยียงและขันทีคนอื่น ๆ สงสัยว่าโฮจิ๋นที่อ้างว่าป่วยไม่เข้าร่วมพระราชพิธีฝังพระศพพระเจ้าเลนเต้ แต่เวลานี้กลับเข้าออกพระราชวังด้วยท่าทางแข็งแรงกระฉับกระเฉง[15] เหล่าขันทีจึงส่งคนไปลอบฟังการสนทนาระหว่างโฮจิ๋นและโฮเฮา จึงล่วงรู้แผนการของโฮจิ๋น จากนั้นเตียวเหยียงและพรรคพวกจึงดำเนินการตอบโต้ โดยการจัดกำลังคนหลายสิบคนดักซุ่มในพระราชวัง รอจนกระทั่งโฮจิ๋นเดินออกมาจากพระราชวัง แล้วไปอ้างกับโฮจิ๋นว่าโฮเฮาทรงเรียกตัวโฮจิ๋นให้เข้าเฝ้าอีกครั้งเพราะมีอีกเรื่องจะตรัส โฮจิ๋นไม่ระแวงสงสัยและเดินกลับไปในพระราชวัง ทันใดนั้นก็ถูกเตียวเหยียงและพรรคพวกล้อมไว้ เตียวเหยียงด่าโฮจิ๋นว่าเป็นคนไม่รู้คุณคน[16] ฉฺวี มู่ (渠穆) ขันทีตำแหน่งผู้กำกับโรงซ่อมสร้างหลวง (尚方監 ช่างฟางเจียน) ถือโอกาสนี้ชักกระบี่ออกมาตัดศีรษะโฮจิ๋น ณ พระที่นั่งแกเต๊กเตี้ยน (嘉德殿 เจียเต๋อเตี้ยน) จากนั้นเตียวเหยียงและต๋วนกุย (段珪 ตฺว้าน กุย) จึงปลอมพระราชโองการแต่งตั้งให้สฺวี่ เซียง (許相) ขันทีคนสนิทให้มีตำแหน่งเป็นนายกองพันมณฑลราชธานี (司隸校尉 ซือลี่เซี่ยวเว่ย์) และแต่งตั้งให้ฝาน หลิง (樊陵) เป็นเจ้าเมืองโห้หล้ำ (河南尹 เหอหนานอิ่น) เหล่าขุนนางสำนักราชเลขาธิการสงสัยในพระราชโองการ เตียวเหยียงและพรรคพวกจึงโยนศีรษะของโฮจิ๋นออกไป พร้อมประกาศว่าโฮจิ๋นคิดการก่อกบฏจึงถูกประหารชีวิตแล้ว

เง่าของ (吳匡 อู๋ ควาง) และผู้ใต้บังคับบัญชาของโฮจิ๋นคนอื่น ๆ ทราบข่าวการเสียชีวิตของโฮจิ๋นขณะอยู่ด้านนอกพระราชวัง จึงร่วมกับกับอ้วนสุด (袁術 ยฺเหวียน ชู่) ผู้เป็นขุนพลราชองครักษ์พยัคฆ์หาญ (虎賁中郎將 หู่เปินจงหลางเจี้ยง) บุกเข้าไปในพระราชวัง เตียวเหยียงและพรรคพวกเข้าจับกุมโฮเฮา, จักรพรรดิเล่าเปียน (劉辯 หลิว เปี้ยน) หรือหองจูเปียน[c] (皇子辯 หฺวางจื่อเปี้ยน) และเล่าเหียบ (劉協 หลิว เสีย) หรือหองจูเหียบ[d] (皇子協 หฺวางจื่อเสีย) ผู้เป็นตันลิวอ๋อง (陳留王 เฉินหลิวหวาง) เป็นองค์ประกัน แต่โฮเฮาทรงได้รับการช่วยเหลือจากโลติด (盧植 หลู จื๋อ) ขุนนางตำแหน่งราชเลขาธิการ (尚書 ช่างชู) ด้านอ้วนเสี้ยวและคนอื่น ๆ ก็บุกเข้ามาถึงตำหนักที่ประทับ เตียวเหยียงและต๋วนกุยจึงลักพาจักรพรรดิหองจูเปียนและตันลิวอ๋องหองจูเหียบออกนอกพระราชวังไปยังท่าข้ามเสี่ยวผิง (小平津 เสี่ยวผิงจิน; ปัจจุบันอยู่ในเขตเมิ่งจิน นครลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน) แต่ถูกโลติดและบินของ (閔貢 หมิ่น ก้ง) ผู้เป็นผู้ช่วยหน่วยทหารกลาง (中部掾 จงปู้เยฺวี่ยน) ประจำนครลกเอี๋ยง (洛陽 ลั่วหยาง) ไล่ตามมาจนทัน บินของประณามเตียวเหยียงและพรรคพวก แล้วลงมือสังหารผู้คุ้มกันของเตียวเหยียงไปหลายคน เตียวเหยียงและต๋วนกุยหมดหนทางรอด จึงประสานมือคุกเข่าถวายบังคมหองจูเปียนแล้วทูลว่า "พวกกระหม่อมถูกกวาดล้างสิ้น สุดท้ายแผ่นดินจะโกลาหล ฝ่าบาทขอทรงรักษาพระองค์เองด้วยเถิด" จากนั้นทั้งสองก็ก็กระโดดลงแม่น้ำฮองโห (黃河 หฺวางเหอ) เพื่อฆ่าตัวตาย[17][18]

ดูเพิ่ม

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. ศักราชจงผิง (中平) ปีที่ 6
  2. ในสามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) มีการเรียกเกียนสิดด้วยชื่อ "เกนหวน" อีกชื่อ[11]
  3. "หองจูเปียน" เป็นพระนามที่ปรากฏในสามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) มีความหมายว่า "ราชบุตรเปียน (辯 เปี้ยน)"
  4. "หองจูเหียบ" เป็นพระนามที่ปรากฏในสามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) มีความหมายว่า "ราชบุตรเหียบ (協 เสีย)"

อ้างอิง

[แก้]
  1. ("แลพวกเทาเจียดขันทีซึ่งเปนผู้ใหญ่นั้นเก้าคน ชื่อเตียวต๋งหนึ่ง เตียวเหยียงหนึ่ง ฮองสีหนึ่ง ต๋วนกุยหนึ่ง เหาลำหนึ่ง เกียนสิดหนึ่ง เห้หุยหนึ่ง ก๊กเสงหนึ่ง เชียกงหนึ่ง เปนสิบคนทั้งเทาเจียด ถ้าขุนนางผู้ใดมิได้อยู่ในโอวาทก็ให้ถอดเสีย ผู้ใดอยู่ในบังคับบัญชานั้นก็ให้ยกตั้งแต่งขึ้น แลเทาเจียดกับพวกเก้าคนนั้นตั้งชื่อตัวเปนสิบเสียงสี") "สามก๊ก ตอนที่ ๑". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ July 9, 2025. เทียบกับ (後張讓、趙忠、封諝、段圭、曹節、侯覽、蹇碩、程曠、夏惲、郭勝十人朋比為奸,號為「十常侍」。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 1.
  2. (張讓者,熲川人。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 78.
  3. (少皆給事者中,桓帝時為小黃門。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 78.
  4. (靈帝時,讓、忠並遷中常侍,封列侯,與曹節、王甫等相為表裡。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 78.
  5. (上常言:「張常侍是我公,趙常侍是我母。」) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 58.
  6. (其冬,司徒劉郃與球議收案張讓、曹節,節等知之,共誣白郃等。語已見陳球傳。遂收球送洛陽獄,誅死,妻子徙邊。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 77.
  7. (侍中河內向栩上便宜,譏刺左右。張讓誣栩與張角同心,欲為內應,收送黃門北寺獄,殺之。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 58.
  8. (郎中中山張鈞上書曰:「竊惟張角所以能興兵作亂,萬民所以樂附之者,其源皆由十常侍多放父兄、子弟、婚親、賓客典據州郡,辜榷財利,侵掠百姓,百姓之冤,無所告訴,故謀議不軌,聚為盜賊。宜斬十常侍,縣頭南郊,以謝百姓,遣使者佈告天下,可不須師旅而大寇自消。」帝以鈞章示諸常侍,皆免冠徒跣頓首,乞自致雒陽詔獄,並出家財以助軍費。有詔,皆冠履視事如故。帝怒鈞曰:「此真狂子也!十常侍固常有一人善者不!」御史承旨,遂誣奏鈞學黃巾道,收掠,死獄中。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 58.
  9. (中常侍張讓、趙忠說帝斂天下田,畝十錢,以修宮室、鑄銅人。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 58.
  10. (中常侍張讓私求錢五千萬,嵩不與。) โฮ่วฮั่นชู เล่มที่ 71.
  11. ("ครั้นอยู่มาณเดือนหกพระเจ้าเลนเต้ทรงพระประชวรหนัก จึงมีขันทีคนหนึ่งชื่อเกนหวน นอกจากขันทีสิบคน กราบทูลพระเจ้าเลนเต้ว่า ซึ่งพระองค์รับคำตังไทฮอผู้เปนพระมารดาว่า จะให้หองจูเหียบเสวยราชสมบัตินั้น ข้าพเจ้ามีความยินดีด้วย แต่ว่าจะมิฆ่าโฮจิ๋นเสียก่อนนั้นเห็นไม่ได้ พระเจ้าเลนเต้เห็นชอบด้วย") "สามก๊ก ตอนที่ ๒". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ July 9, 2025.
  12. (進於是以紹為司隸校尉,假節,專命擊斷;從事中郎王允為河南尹。紹使雒陽方略武吏司察宦者,而促董卓等使馳驛上奏,欲進兵平樂觀。太后乃恐,悉罷中常侍、小黃門使還裡捨,唯留進素所私人以守省中。諸常侍、小黃門皆詣進謝罪,唯所措置。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 59.
  13. (進謂曰:「天下匈匈,正患諸君耳。今董卓垂至,諸君何不早各就國!」) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 59.
  14. (張讓子婦,太后之妹也,讓向子婦叩頭曰:「老臣得罪,當與新婦俱歸私門。唯受恩累世,今當遠離宮殿,情懷戀戀,願復一入直,得暫奉望太后陛下顏色,然後退就溝壑,死不恨矣!」子婦言於舞陽君,入白太后,乃詔諸常侍皆復入直。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 59.
  15. (中常侍張讓、段珪相謂曰:「大將軍稱疾,不臨喪,不送葬,今欻入省,此意何為?竇氏事竟復起邪?」使潛聽,具聞其語。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 59.
  16. (讓等詰進曰:「天下憒憒,亦非獨我曹罪也。先帝嘗與太后不快,幾至成敗,我曹涕泣救解,各出家財千萬為禮,和悅上意,但欲托卿門戶耳。今乃欲滅我曹種族,不亦太甚乎!」於是尚方監渠穆拔劍斬進於嘉德殿前。) จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 59.
  17. (張讓、段珪等困迫,遂將帝與陳留王數十人步出穀門,奔小平津。公卿並出平樂觀,無得從者,唯尚書盧植夜馳河上,王允遣河南中部掾閔貢隨植後。貢至,手劔斬數人,餘皆投河而死。明日,公卿百官乃奉迎天子還宮,以貢為郎中,封都亭侯。) โฮ่วฮันชู เล่มที่ 69.
  18. (讓等數十人劫質天子走河上。追急,讓等悲哭辭曰:「臣等殄滅,天下亂矣。惟陛下自愛!」皆投河而死。) โฮ่วฮันชู เล่มที่ 78.

บรรณานุกรม

[แก้]