พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์
พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์1.jpg
ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า
ดำรงตำแหน่ง พ.ศ. 2438 - พ.ศ.2446
ถัดไป พระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์)
หม่อม หม่อมเชื้อสาย วัฒนวงศ์ ณ อยุธยา
หม่อมนุ่ม วัฒนวงศ์ ณ อยุธยา
หม่อมชุ่ม วัฒนวงศ์ ณ อยุธยา
พระบิดา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมารดา เจ้าจอมมารดาบัว
ราชวงศ์ ราชวงศ์จักรี
พระบุตร 7 พระองค์
ประสูติ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2406
สิ้นพระชนม์ 5 เมษายน พ.ศ. 2466 (59 ปี)

มหาอำมาตย์โท พลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนมรุพงศ์สิริพัฒน์ อดีตผู้บังคับการกรมทหารรักษาพระองค์ อัครราชทูตพิเศษประจำกรุงปารีส และข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า และต้นราชสกุลวัฒนวงศ์[1]

พระประวัติ[แก้]

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนมรุพงศ์สิริพัฒน์ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 63 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาบัว ประสูติเมื่อวันพุธ เดือน 7 ขึ้น 10 ค่ำ ปีกุนเบญจศก จ.ศ. 1225 ตรงกับวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2406 มีพระเชษฐา พระเชษฐภคินีและพระอนุชาร่วมเจ้าจอมมารดา 5 พระองค์ ได้แก่

พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ ทรงรับราชการในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2434 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นราชองครักษ์[2] ต่อมาในปี พ.ศ. 2438 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็น กรมหมื่นมรุพงศ์สิริพัฒน์ รับราชการในกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภ ราชองครักษ์ ต่อมาทรงรับตำแหน่งอัครราชทูตประจำกรุงปารีส เสด็จกลับถึงกรงเทพฯ วันที่ 3 มิถุนายน ร.ศ. 114[3]

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงจัดระเบียบการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ภายใต้ดูแลของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ได้รวมเอา 8 หัวเมือง คือ กรุงเก่า (พระนครศรีอยุธยา) อ่างทอง สระบุรี ลพบุรี อินทบุรี (ปัจจุบันคืออำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี) พรหมบุรี (ปัจจุบันคืออำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี) พระพุทธบาท (ปัจจุบันคืออำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี) และสิงห์บุรีเข้าเป็นมณฑลกรุงเก่า และตั้งที่ว่าการมณฑลที่มณฑลกรุงเก่า เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2438 (ร.ศ. 114) พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์ทรงดำรงตำแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาลของมณฑลกรุงเก่าพระองค์แรก และวันที่ 29 มีนาคม ร.ศ. 114 โปรดให้สถาปนาเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ทรงศักดินา 15000[4]

พระตำหนักของ พลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมรุพงศ์สิริพัฒน์ ตั้งอยู่ท้ายเกาะลอย เรียกว่าตำหนักตะพานเกลือ เนื่องมีวัดตะพานเกลือ หรือ สะพานเกลือเป็นวัดโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยาตั้งอยู่ในละแวกนั้น (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของวิทยาลัยต่อเรือพระนครศรีอยุธยา)

วันที่ 28 มกราคม ร.ศ. 114 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้รับตำแหน่งรัฐมนตรี[5] (คือกรรมการกฤษฎีกาในปัจจุบัน) ถึง 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2446 (ร.ศ. 122) โปรดให้เป็นข้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลปราจีณบุรีแทนพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอลังการ ที่ลาออกจากตำแหน่ง[6]

พลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมรุพงศ์สิริพัฒน์ เป็นผู้สำเร็จราชการมณฑลกรุงเก่า และมณฑลปราจีณบุรีในคราวเดียวกัน จนเมือ พ.ศ. 2449 (ร.ศ. 125) พระองค์ได้ทรงขอพระราชทานพ้นจากตำแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า เพื่อปกครองมณฑลปราจีณบุรีแต่เพียงมณฑลเดียว[7]

วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2455 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการดำรังสั่งให้เลื่อนขึ้นเป็น พระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ทรงศักดินา 15000[8]

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนมรุพงศ์สิริพัฒน์ ประชวรพระวักกะพิการมานาน อาการทรงและทรุดเรื่อยมาจนสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2466 เวลา 01:45 น. สิริพระชันษา 59 ปี 313 วัน เวลา 18:00 น. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ มาพระราชทานน้ำสรงพระศพ เจ้าพนักงานตั้งพระลองบนแว่นฟ้า 2 ชั้น แล้วประกอบพระโกศกุดั่นน้อย ตั้งเครื่องยศ[9]

พระโอรสและธิดา[แก้]

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ทรงเป็นต้นราชสกุลวัฒนวงษ์ มีหม่อม 3 ท่าน ได้แก่

  1. หม่อมเชื้อสาย (สกุลเดิม: บุนนาค) ธิดาพระยาราชพงษานุรักษ์ (ชม บุนนาค)
  2. หม่อมนุ่ม (สกุลเดิม: บุนนาค)
  3. หม่อมชุ่ม

โดยมีพระโอรสพระธิดารวมทั้งหมด 7 พระองค์ ดังนี้

พระรูป พระนาม หม่อมมารดา ประสูติ สิ้นชีพิตักษัย คู่สมรส
Emblem of the House of Chakri.svg 1. หม่อมเจ้าสุวัฒนวิสัย ที่ 1 ในหม่อมเชื้อสาย พ.ศ. 2439 9 กุมภาพันธ์ 2447
หม่อมเจ้าเกรียงไกรมรุพล.JPG 2. หม่อมเจ้าเกรียงไกรมรุพล ที่ 2 ในหม่อมเชื้อสาย กันยายน 2441 5 มกราคม 2464
Emblem of the House of Chakri.svg 3. หม่อมเจ้าสุวคนธ์ประทุม ที่ 3 ในหม่อมเชื้อสาย พ.ศ. 2444 1 พฤษภาคม 2448
หม่อมเจ้าจงกลนี.JPG 4. หม่อมเจ้าจงกลนี ที่ 4 ในหม่อมเชื้อสาย 10 เมษายน 2452 1 มิถุนายน 2508
Emblem of the House of Chakri.svg 5. หม่อมเจ้าตรีอนุวัตน์ ที่ 1 ในหม่อมนุ่ม 23 มกราคม 2457 12 กันยายน 2491 หม่อมนิดาภา (ปุณฑริก)
Emblem of the House of Chakri.svg 6. หม่อมเจ้ารัตนกมล หม่อมชุ่ม 29 พฤษภาคม 2461 1 กันยายน 2550
หม่อมเจ้าวัตนานุวัฒน์.JPG 7. หม่อมเจ้าวัตนานุวัฒน์ ที่ 2 ในหม่อมนุ่ม 7 มีนาคม 2464 22 กรกฎาคม 2547 หม่อมประทุม (ศิริทรัพย์)
พระองค์เจ้าวัฒนานุวงศ์.jpg
หม่อมเชื้อสาย วัฒนวงศ์ ณ อยุธยา

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ
  1. "ประกาศกรมราชเลขานุการ เรื่อง พระราชทานนามสกุล สำหรับสืบเชื้อพระวงศ์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้น ๔". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 32 (0 ง): 138. 18 เมษายน พ.ศ. 2458. สืบค้นเมื่อ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561. 
  2. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานสัญญาบัตร, เล่ม ๘, ตอน ๒๔, ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๔, หน้า ๒๒๐
  3. "ข่าวพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าวัฒนานุวงษ์เสด็จกลับจากประเทศยุโรป". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 12 (10): 75. 9 มิถุนายน ร.ศ. 114. สืบค้นเมื่อ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561. 
  4. "พระบรมราชโองการ ประกาศการสถาปนา พระเจ้าน้องยาเธอ พระวรวงษ์เธอ เปนต่างกรม แลสถาปนา หม่อมเจ้าเปนพระองคเจ้า แลเลื่อนตำแหน่งยศข้าราชการผู้ใหญ่". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 13 (1): 18. 5 เมษายน ร.ศ. 114. สืบค้นเมื่อ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561. 
  5. "การรับตำแหน่งรัฐมนตรี". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 12 (44): 431. 2 กุมภาพันธ์ ร.ศ. 114. สืบค้นเมื่อ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561. 
  6. "แจ้งความกระทรวงมหาดไทย เรื่อง พระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าอลังการ ขอลาออกจากตำแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาล มณฑลปราจีนบุรี ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมมหมื่นมรุพงษ์ศิริพัฒน์ สำเร็จราชการมณฑลปราจีนบุรี ให้พระยาโบราณบุรานุรักษ์ รั้งตำแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 20 (36): 629. 6 ธันวาคม ร.ศ. 122. สืบค้นเมื่อ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561. 
  7. "แจ้งความกระทรวงมหาดไทย [เรื่อง พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นมรุพงษ์ขอพระราชทานพ้นจากข้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลกรุงเก่า และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระยาโบราณบุรานุรักษ์เป็นข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า]". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 23 (9): 183. 3 มิถุนายน ร.ศ. 125. สืบค้นเมื่อ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561. 
  8. "พระบรมราชโองการ ประกาศ เลื่อนและตั้งกรมพระองค์เจ้า และเจ้าพระยา". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 29 (ก): 245–246. 13 พฤศจิกายน ร.ศ. 131. สืบค้นเมื่อ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561. 
  9. "ข่าวสิ้นพระชนม์". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 40 (ง): 78. 8 เมษายน 2466. สืบค้นเมื่อ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561. 
  10. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๘, ตอน ๕๒, ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๓๔, หน้า ๔๖๙
  11. ราชกิจจานุเบกษา, รายพระนามและนามผู้ที่จะได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในงานพระราชพิธีฉัตรมงคล, เล่ม ๒๙, ตอน ๐ ง, ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๕, หน้า ๑๘๒๙
  12. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ วันที่ ๕ ธันวาคม รัตนโกสินทร์ ศก ๑๓๑, เล่ม ๒๙, ตอน ๐ ง, ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๕, หน้า ๒๒๐๗
  13. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๔, เล่ม ๒๑, ตอน ๓๒, ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๗, หน้า ๕๖๔
  14. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา, เล่ม ๑๗, ตอน ๓๐, ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๔๓, หน้า ๓๙๖
บรรณานุกรม
  • สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. ราชสกุลวงศ์. พิมพ์ครั้งที่ 14, กรุงเทพฯ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2554. 296 หน้า. หน้า 74. ISBN 978-974-417-594-6

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • Jeffy Finestone. 2542. สมุดพระรูป พระราชโอรส พระราชธิดา พระราชนัดดาใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. ปรียนันทนา รังสิต,ม.ร.ว. โลมาโฮลดิ้ง