สุริโยไท

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สุริโยไท
กำกับ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
อำนวยการสร้าง หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา
เขียนบท หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์
นำแสดง หม่อมหลวงปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ศรัณยู วงศ์กระจ่าง
ฉัตรชัย เปล่งพานิช
จอนนี่ แอนโฟเน่
ใหม่ เจริญปุระ
สรพงษ์ ชาตรี
อำพล ลำพูน
จีระนันท์ กิจประสาน
ดนตรีประกอบ ริชาร์ด ฮาร์วีย์
กำกับภาพ ไอกอร์ ลูเธอร์
สตานิสลาฟ ดอร์ซิก
อานุภาพ บัวจันทร์
ตัดต่อ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
หม่อมราชวงศ์ปัทมนัดดา ยุคล
โคลลิน กรีน
ค่าย พร้อมมิตร โปรดักชั่น
จำหน่าย/เผยแพร่ สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
ฉาย 17 สิงหาคม พ.ศ. 2544
ความยาว 185 นาที (ปกติ)
300 นาที (ฉบับสมบูรณ์)
ภาษา ภาษาไทย
ภาษาพม่า
รายได้ 550 ล้านบาท
ต่อจากนี้ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากสยามโซน

สุริโยไท เป็นภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ เน้นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของตัวละครเอก คือ พระสุริโยไท พระมเหสีของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา

เนื้อเรื่อง[แก้]

พระสุริโยไท (รับบทวัยรุ่นโดย พิมลรัตน์ พิศลยบุตร) เจ้านายฝ่ายเหนือราชวงศ์พระร่วง เมื่อพระชนมายุ 15 ชันษา ได้ทรงอภิเษกสมรสกับพระเยาวราชจากราชวงศ์สุพรรณภูมิ คือ พระเฑียรราชา (รับบทวัยรุ่นโดย วิทยา โกมลฐิติกานต์) พระราชโอรสในสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 มีพระอนุชา ทรงพระนามว่า พระอาทิตยา ซึ่งครองเมืองพิษณุโลกอยู่ในเวลานั้น

เมื่อสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 (พิศาล อัครเศรณี) สวรรคตในปี พ.ศ. 2072 พระอาทิตยาจึงได้ขึ้นครองราชย์ ทรงพระนาม สมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูร (สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4) ทุกพระองค์เสด็จย้ายจากพิษณุโลกไปประทับ ณ กรุงศรีอยุธยาเมืองหลวง พระเฑียรราชา (รับบทวัยหนุ่มโดย ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) และ พระสุริโยไท (รับบทวัยสาวโดย หม่อมหลวงปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี) มีโอรสธิดาทั้งสิ้น 5 พระองค์ คือ พระราเมศวร (เกียรติศักดิ์ ศักดานุภาพ), พระมหินทร (อภิญญ์ รัชตะหิรัญ), พระบรมดิลก (ชมพูนุท เศวตวงศ์), พระสวัสดิราช หรือ(พระวิสุทธิ์กษัตริย์) (พิมลรัตน์ พิศลยบุตร) และ พระเทพกษัตรี (จีระนันท์ กิจประสาน) ประทับอยู่ ณ วังชัย ดำรงอิสริยยศเป็นพระเยาวราช

เมื่อสมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูรสวรรคตด้วยโรคไข้ทรพิษ พระไชยราชา (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) ผู้ซึ่งดำรงพระยศเป็นพระอุปราช ควรจะได้สืบสันตติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์ แต่สมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูรทรงขอให้ สมเด็จพระรัษฎาธิราชกุมาร (ลูคัส อดัม บุญธนากิจ) พระโอรสวัย 5 พรรษา อันเกิดแต่พระอัครชายา (วรรณษา ทองวิเศษ) วัย 17 พรรษา เป็นผู้ขึ้นครองราชย์แทน ระหว่างนั้น บ้านเมืองถูกบริหารโดยขุนนางทุจริต ติดสินบนเถลิงอำนาจ โดยเฉพาะ เจ้าพระยายมราช (มีศักดิ์ นาครัตน์) บิดาของพระอัครชายา

5 เดือนให้หลังสมเด็จพระไชยราชาธิราชจึงเข้ายึดราชบัลลังก์ และให้สำเร็จโทษพระรัษฏาธิราช ตามราชประเพณีโบราณ รวมถึงสั่งประหารขุนนางทุจริตทุกคน และทรงขึ้นครองราชย์ แผ่บุญญาธิการ เป็นที่ประจักษ์โดยทั่วไป ทรงออกรบปราบหัวเมืองอยู่เนือง ๆ และได้แต่งตั้งพระเฑียรราชาขึ้นเป็นพระมหาอุปราชา ว่าราชการแทนพระองค์ อยู่ที่กรุงอโยธยา ส่วนพระมเหสีของพระไชยราชา คือ ท้าวศรีสุดาจันทร์ (ใหม่ เจริญปุระ) ได้ลักลอบมีความสัมพันธ์กับ ขุนชินราช (จอนนี่ แอนโฟเน่) ผู้ดูแลหอพระ เชื้อราชวงศ์อู่ทองด้วยกัน และได้สมคบคิดกัน ลอบวางยาพิษปลงพระชนม์พระไชยราชา พระยอดฟ้า (ปรมัติ ธรรมมล ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น พชร ธรรมมล) พระโอรสของพระไชยราชา ที่ประสูติจาก ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ (สินจัย เปล่งพานิช) ได้ขึ้นครองราชย์แทน ในขณะที่มีพระชนม์เพียง 10 พรรษา แต่ต่อมาไม่นาน ก็ถูกท้าวศรีสุดาจันทร์ปลงพระชนม์อีกองค์หนึ่ง แล้วสถาปนาขุนชินราชขึ้นเป็นกษัตริย์ ทรงพระนามว่า สมเด็จพระวรวงศาธิราช (ขุนวรวงศาธิราช)

นับตั้งแต่สิ้นรัชกาลพระไชยราชา พระเฑียรราชาก็ได้ผนวชเพื่อเลี่ยงภัย ส่วนพระสุริโยไททรงเตรียมฝึกทหาร โดยมีผู้จงรักภักดี คือ ขุนพิเรนทรเทพ (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ขุนอินทรเทพ (อำพล ลำพูน) หมื่นราชเสน่หานอกราชการ (สรพงษ์ ชาตรี) หลวงศรียศลานตากฟั (ศุภกร กิจสุวรรณ) เฝ้าคุ้มกันภัยให้ ได้ร่วมกันปลงพระชนม์ขุนวรวงศา และท้าวศรีสุดาจันทร์ เสียบหัวประจานไว้ที่วัดแร้ง แล้วอัญเชิญพระเฑียรราชา ให้ลาสิกขาบทขึ้นครองราชย์แทน ทรงพระนามว่า สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (พ.ศ. 2091 - 2111)

ระหว่างนั้นทางพม่า ประเทศเพื่อนบ้านได้รวบรวมกำลังเป็นปึกแผ่น แผ่ขยายอำนาจรุกรานไทยภายใต้พระมหากษัตริย์ ทรงพระนามว่า พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ (ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์) และได้เดินทัพมายังกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. 2091 เกิดเป็นสงครามยุทธหัตถี ที่ทุ่งมะขามหย่อง ซึ่งเป็นเหตุให้ พระสุริโยไทสิ้นพระชนม์บนคอช้าง

เรื่องจบลงด้วยสงครามยุทธหัตถี อันเป็นเรื่องราวความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญและความตายของวีรกษัตรีย์ "สุริโยไท" ที่พลีชีพเพื่อรักษาแผ่นดินไทย

นักแสดง[แก้]

โปสเตอร์

การสร้างและความสำเร็จ[แก้]

สุริโยไทสร้างขึ้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 69 พรรษา[1] ด้วยพระองค์มีพระราชประสงค์ว่าทรงเป็นห่วงประวัติศาสตร์ไทย เพราะเริ่มห่างหายไปจากความรับรู้และการให้ความสำคัญของชาวไทยร่วมสมัย [2]

ภาพยนตร์ดำเนินเรื่องโดยอิงจากคำบอกเล่าของโดมิงโก ดือ ซีซัส (Domingos De Seixas) ทหารรับจ้างของชาวโปรตุเกสซึ่งเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรอโยธยาช่วง พ.ศ. 2067-2092 เป็นภาพยนตร์ทุนสร้างมหาศาลกว่า 400 ล้านบาท นับว่าเป็นภาพยนตร์ไทยที่มีทุนสร้างมากที่สุดในขณะที่ออกฉาย โดยใช้เวลาสร้างนานกว่า 5 ปี โดยแบ่งเป็นเวลาในการเขียนบท 2 ปี และถ่ายทำ 3 ปี เมื่อออกฉายแล้วได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายและเป็นที่กล่าวขานอย่างมาก โดยภาพยนตร์ได้รับคำวิจารณ์ว่าสร้างได้อย่างละเอียดละไม ใส่ใจในทุกรายละเอียด โดยเฉพาะเครื่องแต่งกาย ทรงผมและฉากประกอบ แต่ก็ได้รับคำวิจารณ์จากชาวต่างชาติว่า เนื้อหามีรายละเอียดซับซ้อนเกินไปเนื่องจากมีตัวละครมาก และดำเนินเรื่องอย่างล่าช้า อีกทั้งในตอนจบก็ไม่มีไคลแม็กซ์ ถึงแม้ว่าบทภาพยนตร์จะเข้มข้นด้วยเป็นเรื่องของการแย่งชิงอำนาจในราชบัลลังก์เหมือนบทละครของเช็คสเปียร์ก็ตาม [1]

และได้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่ทำเงินในประเทศไทยสูงสุด ด้วยรายได้ 324.5 ล้านบาท ในกรุงเทพฯ ปริมณฑลและจังหวัดเชียงใหม่ [3] และรายได้รวมทั้งประเทศ 600 ล้านบาท[1]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 ชาญวิทย์ เกษตรศิริ (บรรณาธิการ). กาลานุกรมสยามประเทศไทย พ.ศ. 2485-2554. กรุงเทพฯ : โพสต์ พับลิชชิง, 2555. 355 หน้า. หน้า 264. ISBN 9789742280703
  2. GINGER MINT THE ULTIMATE EXPERIENCE จากนิตยสารลิปส์
  3. http://www.entertainweekly.in.th/file_detail.php?cid=01162&c=11

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]