ข้ามไปเนื้อหา

นครรัฐกำแพงเพชร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เพชรบุรีศรีกำแพงเพชร
กําแพงเพชรบุรีศรีวิมลาสน์
หลัง พ.ศ. 1904 ไทยสากล–ก่อน พ.ศ. 2000 ไทยสากล
สถานะประเทศราชของอาณาจักรอยุธยา
เมืองหลวงกำแพงเพชร
การปกครองราชาธิปไตย
กษัตริย์ 
 หลัง พ.ศ. 1904 ไทยสากล
พระเจ้าญาณดิศ
 พ.ศ. 1940 หรือ 1964
ศรีบรมจักรพรรดิราช
 พ.ศ. 1963 ไทยสากล
พระยาแสนสอยดาว
ประวัติศาสตร์ 
 แยกตัวออกจากอาณาจักรสุโขทัย
หลัง พ.ศ. 1904 ไทยสากล
 เหตุการณ์ในจารึกวัดตาเถรขึงหนัง
พ.ศ. 1943/1944–1946 ไทยสากล
 เหตุการณ์ในจารึกลานเงินเสด็จพ่อพระยาสอย
พ.ศ. 1963 ไทยสากล
 สงครามตีเมืองไตรตรึงษ์และน่าน
พ.ศ. 1977/1978 ไทยสากล
 สงครามตีเมืองเชียงใหม่
พ.ศ. 1985/1986 ไทยสากล
 ลดระดับลงเป็นเมืองพญามหานคร
ก่อน พ.ศ. 2000 ไทยสากล
ก่อนหน้า
ถัดไป
อาณาจักรสุโขทัย
หัวเมืองเหนือ
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย

นครรัฐกำแพงเพชร เป็นประเทศราชของอาณาจักรอยุธยา โดยมีศูนย์กลางที่เมืองกำแพงเพชร นครรัฐกำแพงเพชรได้รับการสันนิษฐานว่าถูกอาณาจักรอยุธยาแยกออกจากอาณาจักรสุโขทัยตามนโยบายแบ่งแยกแล้วปกครองเพื่อผนวกอาณาจักรสุโขทัย[1] ภายหลังถูกผนวกเข้าสู่อาณาจักรอยุธยาโดยลดระดับลงเป็นเมืองพญามหานคร

การสร้างเมืองกำแพงเพชร

[แก้]

ที่ตั้งและข้อสันนิษฐาน

[แก้]
ที่ตั้งของเมืองกำแพงเพชรและเมืองนครชุม

เมืองกำแพงเพชรถูกสร้างขึ้นทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง โดยย้ายศูนย์กลางการปกครองมาจากเมืองนครชุมซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 20[2][3] โดยชื่อเมืองกำแพงเพชรปรากฏในจารึกที่ถูกสร้างในช่วงเวลาดังกล่าวคือ จารึกวัดตาเถรขึงหนัง[4]และจารึกกฎหมายลักษณะโจร[5] จากการตีความเนื้อหาในจารึกกฎหมายลักษณะโจร ทำให้มีการเสนอว่าสมเด็จพระอินทราชาแห่งอาณาจักรอยุธยาทรงอาจเป็นผู้สร้างเมืองกำแพงเพชร[6]

เดิมเมืองกำแพงเพชรได้รับการสันนิษฐานว่าคือเมืองชากังราว แต่ต่อมาได้มีการเสนอว่าเมืองชากังราวอาจตั้งอยู่ในบริเวณจังหวัดอุตรดิตถ์หรือจังหวัดพิษณุโลก[7]

ตำนานเกี่ยวกับการสร้างเมืองกำแพงเพชร

[แก้]

ตำนานสิงหนวัติกุมารได้บันทึกเรื่องราวการสร้างเมืองกำแพงเพชรโดยพระเจ้าชัยศิริในปี พ.ศ. 1547 หลังจากที่พระองค์ได้ทิ้งเมืองไชยปราการหนีจากกองทัพอาณาจักรสุธรรมวดี ต่อมาตำนานสิงหนวัติกุมารถูกนำไปผูกเข้ากับตำนานท้าวแสนปม[8]และแพร่กระจายไปยังตำนานและพงศาวดารยุคหลัง เช่น จุลยุทธการวงศ์[9] พงศาวดารโยนก[10] และพระราชพงศาวดาร ฉบับหมอบรัดเล[11]

นอกจากนี้ เมืองกำแพงเพชรยังปรากฏในคำให้การชาวกรุงเก่าในชื่อเมืองพิจิตรปราการ โดยเชื้อพระวงศ์ของพระเจ้าปทุมสุริยวงษ์เป็นผู้สร้าง และมีกษัตริย์ปกครอง 2 พระองค์คือ พระเจ้าสุริยราชาในปี พ.ศ. 1717 และพระเจ้าจันทราชาในปี พ.ศ. 1751 ต่อมาพระเจ้าจันทราชาเสด็จไปสร้างเมืองสุโขทัย[12]

ประวัติศาสตร์ช่วงต้น

[แก้]

หลักฐานทางประวัติศาสตร์

[แก้]

ประวัติศาสตร์ช่วงต้นของนครรัฐกำแพงเพชรปรากฏผ่านหลักฐานรูปแบบตำนาน ได้แก่ ตำนานพระพุทธสิหิงค์[13] โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่าแต่งขึ้นปลายพุทธศตวรรษที่ 20 ชินกาลมาลีปกรณ์[14] และรัตนพิมพวงษ์[15] ซึ่งสันนิษฐานว่าแต่งขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 21[16] โดยทั้งหมดมีเนื้อหาใกล้เคียงกัน

นครรัฐกำแพงเพชรในตำนานพุทธศาสนา

[แก้]

ในรัชกาลพระมหาธรรมราชาที่ 1 แห่งอาณาจักรสุโขทัย สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 แห่งอาณาจักรอยุธยาทรงยึดเมืองสองแคว (เมืองชัยนาทในชินกาลมาลีปกรณ์[17]) ทำให้พระมหาธรรมราชาที่ 1 ทรงต้องส่งบรรณาการเพื่อไถ่เมืองคืน เมื่อสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ทรงคืนเมืองสองแควให้แล้ว พระมหาธรรมราชาที่ 1 เสด็จไปประทับที่เมืองสองแควและทรงตั้งพระเจ้าญาณดิศ[note 1]เป็นกษัตริย์แห่งกำแพงเพชร เหตุการณ์นี้ได้รับการสันนิษฐานว่า ควรเกิดขึ้นหลัง พ.ศ. 1904 ไทยสากล[note 2][18] กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานโดยอ้างอิงตำนานพระพุทธสิหิงค์ว่า นครรัฐกำแพงเพชรได้ปกครองหัวเมืองตลอดฝั่งแม่น้ำปิงเพื่อเป็นฐานอำนาจให้กับอยุธยา[19]

ในรัชกาลสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 พระเจ้าญาณดิศทรงทำอุบายส่งพระมารดาไปถวายสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 จนได้รับพระพุทธสิหิงค์จากอยุธยา ต่อมาท้าวมหาพรหม พระอนุชาในพญากือนาแห่งอาณาจักรล้านนาทรงได้ลงมาขอพระพุทธสิหิงค์ไปจากกำแพงเพชร สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ทรงจะยกทัพมาช่วยแต่ไม่ทันเวลา ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่บันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับพระพุทธสิหิงค์ในทำนองเดียวกัน โดยให้เนื้อหาเพิ่มเติมว่าท้าวมหาพรหมทรงชักชวนให้สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 เสด็จขึ้นไปตีเมืองลำปาง[20] ตรงกับเหตุการณ์ปี พ.ศ. 1929 ไทยสากลในพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ[18]

ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับพระเจ้าญาณดิศ

[แก้]

พระเจ้าญาณดิศได้รับการเสนอว่า อาจเป็นบุคคลเดียวกับพระยาศรีเทพาหูราช จากสมมุติฐานว่า พระมารดาของพระเจ้าญาณดิศเป็นบุคคลเดียวกับพระขนิษฐาในพระมหาธรรมราชาที่ 1 ในชินกาลมาลีปกรณ์ และเป็นบุคคลเดียวกับมหาเทวีในจารึกวัดช้างล้อม[21] โดยพระนางอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1[22] นอกจากนี้ พระเจ้าญาณดิศยังได้รับการเสนอว่า อาจเป็นบุคคลเดียวกับขุนสามแก้วเจ้าเมืองสองแควในพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ จากสมมุติฐานว่า พระนาม ติปัญญา ในชินกาลมาลีปกรณ์มีความหมายเดียวกับนาม สามแก้ว[18]

กำแพงเพชรภายใต้อิทธิพลของอาณาจักรสุโขทัยและราชวงศ์สุพรรณภูมิ

[แก้]

หลักฐานทางประวัติศาสตร์

[แก้]

นครรัฐกำแพงเพชรช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 20 อาจตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอาณาจักรสุโขทัยและราชวงศ์สุพรรณภูมิแห่งอาณาจักรอยุธยา จากการตีความหลักฐานปฐมภูมิ ได้แก่ จารึกวัดบูรพาราม[23] จารึกวัดตาเถรขึงหนัง[4] และจารึกกฎหมายลักษณะโจร[5]

การขยายอำนาจของอาณาจักรสุโขทัย

[แก้]

หลังจากสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 แห่งอาณาจักรอยุธยาเสด็จสวรรคต พระมหาธรรมราชาที่ 2 แห่งอาณาจักรสุโขทัยทรงประกาศชัยชนะเหนือดินแดนโดยรอบซึ่งปรากฏในจารึกวัดบูรพาราม[18][24] แม้ว่าจะไม่ปรากฏชื่อเมืองกำแพงเพชรในการพรรณนาถึงอาณาเขตของสุโขทัยเนื่องจากจารึกลบเลือน แต่มีการกล่าวถึงเมืองกำแพงเพชรในจารึกวัดตาเถรขึงหนังว่า ระหว่างปี พ.ศ. 1943/1944 ไทยสากล (จ.ศ. 762) และ พ.ศ. 1946 ไทยสากล[25] มีการนิมนต์พระสงห์จากกำแพงเพชรมาช่วยควบคุมการสร้างวัดศรีพิจิตรกิรติกัลยารามที่เมืองสุโขทัย ทำให้มีการสันนิษฐานว่า นครรัฐกำแพงเพชรในช่วงเวลานั้นมีสถานะเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนา[2]

ข้อสันนิษฐานจากจารึกกฎหมายลักษณะโจร

[แก้]

พระนครนี้สิทธิสมเด็จบพิตร (มหาราชบุตร)...........ราชศรีบรมจักรพรรดิราชทานได้เสด็จขึ้นเสวย.......ภิรมย์ สมดังพระราชมโนรถทดแทนแดนพระธรรมราชสีมานี้ดุจตาวติงสา พระองค์ท่านเสด็จในกําแพงเพชรบุรีศรีวิมลาสน์ด้วยพระราชศฤงคาร...

จารึกกฎหมายลักษณะโจร[5] ด้านที่ 1 ช่วงต้น

จารึกกฎหมายลักษณะโจรกล่าวถึงการขึ้นเสวยราชย์ของกษัตริย์พระองค์หนึ่งที่เมืองกำแพงเพชร ทรงพระนามศรีบรมจักรพรรดิราช และมีขุนนางและเจ้าเมืองต่างๆมาเข้าเฝ้า เช่น เมืองศรีสัชนาลัย เมืองนครไทย และเมืองไตรตรึงษ์ เนื่องจากตัวเลขปีศักราชในจารึกชำรุด ทำให้สามารถตีความได้ว่าอาจเป็นปี พ.ศ. 1856, 1916 หรือ 1976 แต่โดยทั่วไป ปีดังกล่าวถูกสันนิษฐานว่า ตรงกับปี พ.ศ. 1940[22] โดยในกรณีที่เป็น พ.ศ. 1940 ไทยสากล วันในระบบหนไทจะไม่ตรงกับที่ระบุในจารึก[25]

จากการศึกษาตำแหน่งที่ตั้งเมืองกำแพงเพชรและรูปแบบศิลปกรรม ทำให้มีการเสนอว่า นครรัฐกำแพงเพชรเป็นฐานอำนาจของราชวงศ์สุพรรณภูมิแห่งอาณาจักรอยุธยา[22] และศรีบรมจักรพรรดิราชอาจเป็นบุคคลเดียวกับสมเด็จพระอินทราชา[22][2] นอกจากนี้ จารึกกฎหมายลักษณะโจรได้รับการเสนอว่า อาจถูกทำขึ้นในปี พ.ศ. 1964 โดยมีวันในสัปดาห์คลาดเคลื่อนเล็กน้อยเช่นเดียวกับ พ.ศ. 1940 และศรีบรมจักรพรรดิราชอาจหมายถึง สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2[24] ในทางตรงกันข้าม ศรีบรมจักรพรรดิราชยังได้รับการสันนิษฐานว่า อาจหมายถึง พระยารามแห่งสุโขทัยที่ทรงอาจได้รับมอบหมายให้มาปกครองเมืองในลักษณะที่คล้ายกับประเพณีการสถาปนาพระมหาอุปราชของอาณาจักรอยุธยา[26]

กำแพงเพชรในฐานะประเทศราชของอาณาจักรอยุธยา

[แก้]

การปกครองเมืองเหนือของอาณาจักรอยุธยา

[แก้]

อาณาจักรสุโขทัยตกอยู่ภายใต้อำนาจของอาณาจักรอยุธยาอีกครั้งในรัชสมัยของสมเด็จพระอินทราชาและสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 แห่งอาณาจักรอยุธยา พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหอพระสมุดวชิรญาณและตำนานมูลศาสนาระบุว่า สุโขทัยและดินแดนโดยรอบ ซึ่งถูกเรียกโดยรวมว่า เมืองเหนือ ถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ สองแคว สุโขทัย เชลียง และกำแพงเพชร[27] พระราชพงศาวดารไทยที่ชำระในสมัยรัตนโกสินทร์ระบุทั้ง 4 เมืองให้เป็น 4 ใน 16 ประเทศราชของอาณาจักรอยุธยาในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 แต่เนื่องจากข้อมูลประเทศราชเหล่านี้ขัดแย้งกับหลักฐานอื่น ทำให้ได้รับการสันนิษฐานว่า ถูกเพิ่มเติมเข้ามาในพงศาวดารในภายหลัง อาจตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระอินทราชา[18][28]

พระยาแสนสอยดาว

[แก้]

จารึกลานเงินเสด็จพ่อพระยาสอย[29]กล่าวถึงการเสวยราชย์ของกษัตริย์[30]แห่งกำแพงเพชรในวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 1963 ไทยสากล[25] โดยพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหอพระสมุดวชิรญาณออกพระนามว่า พระยาแสนสอยดาว[31] จากพระนามของพระยาแสนสอยดาวและการศึกษาหลักฐานทางโบราณคดี ทำให้มีการเสนอว่า นครรัฐกำแพงเพชรในช่วงเวลานี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับอาณาจักรล้านนา[2]

พระยาแสนสอยดาวถูกกล่าวถึงในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหอพระสมุดวชิรญาณในเหตุการณ์สถาปนาพระยาบาลเมืองแห่งสองแควขึ้นเป็นพระมหาธรรมราชาที่ 4 ซึ่งเกิดขึ้นในปีใดปีหนึ่งก่อนปี พ.ศ. 1969 ไทยสากล[32][25][18] ทำให้มีการจัดมหรสพเฉลิมฉลองที่เมืองสองแคว ซึ่งพระยาแสนสอยดาวทรงได้มาช่วยงานด้วย เมืองกำแพงเพชรถูกกล่าวถึงอีกครั้งในสงครามตีเมืองตายทองโดยกองกำลังผสมจากเมืองเหนือและอาณาจักรอยุธยา ซึ่งสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ได้เสด็จมาประทับที่กำแพงเพชรในระหว่างสงคราม

พระนามพระยาแสนสอยดาวยังปรากฏในตำนานมูลศาสนาฝ่ายวัดสวนดอก โดยระบุว่า เมื่อคณะสงฆ์วัดป่าแดงนำพุทธศาสนานิกายใหม่เข้ามาเผยแผ่ที่กำแพงเพชรในปี พ.ศ. 1973/1974 ไทยสากล (จ.ศ. 792) พระยาแสนสอยดาวทรงไม่อนุญาตให้คณะสงฆ์วัดป่าแดงบวชประชาชน[33]

ต่อมาในปี พ.ศ. 1976/1977 ไทยสากล (จ.ศ. 795) พญาอินทแก่นท้าวกษัตริย์แห่งนครรัฐน่านทรงถูกพระอนุชาชิงเมือง จึงเสด็จหนีไปพึ่งอาณาจักรอยุธยาผ่านทางเมืองเชลียง[31][34] ในปีต่อมา สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 โปรดให้เมืองเหนือทั้งสี่ นำโดยพระยาเชลียงรวมกำลังเข้าตีเมืองน่านเพื่อสนับสนุนพญาอินทแก่นท้าวขึ้นเป็นกษัตริย์ภายใต้อำนาจของอยุธยา ในระหว่างการเกณฑ์ไพร่พลนั้นเมืองไตรตรึงษ์ขัดขืนคำสั่งของพระยาเชลียง พระยาแสนสอยดาวจึงทรงรับหน้าที่เข้าตีเมืองไตรตรึงษ์แต่ไม่สำเร็จ ทำให้พระยาเชลียงทรงยกทัพมาช่วยจนได้เมืองไตรตรึงษ์[31] จากนั้นพระยาเชลียงและพญาอินทแก่นท้าวทรงนำกองทัพเมืองเหนือรบชนะกองทัพน่าน ทำให้พญาอินทแก่นท้าวทรงได้ครองเมืองน่านอีกครั้ง[35][34]

การผนวกนครรัฐกำแพงเพชรของอาณาจักรอยุธยา

[แก้]

ในต้นรัชกาลพระเจ้าติโลกราชแห่งอาณาจักรล้านนา เกิดความขัดแย้งระหว่างพระองค์และพระอนุชา เจ้าเมืองเทิงจึงลอบส่งหนังสือไปชักชวนสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ขึ้นมายึดล้านนา จนนำไปสู่สงครามตีเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 1985/1986 ไทยสากล (จ.ศ. 804)[18] นครรัฐกำแพงเพชรและเมืองเหนืออื่นๆ มีส่วนร่วมในการตีเมืองเชียงใหม่ครั้งนี้ หนึ่งในพระยาผู้ปกครองได้เข้าชนช้างกับแม่ทัพเมืองพะเยา[note 3] แต่ไม่สามารถเอาชนะได้ ทำให้พระยายุทธิษเฐียรแห่งสองแควต้องเข้าช่วยเหลือ[20][36] ต่อมาในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ อยุธยาและล้านนาทำสงครามแย่งชิงเมืองเหนือหลายครั้ง ในปี พ.ศ. 2004 ไทยสากล เมืองเชลียงยอมสวามิภักดิ์ต่ออาณาจักรล้านนา และแนะนำให้พระเจ้าติโลกราชเข้าตีเมืองกำแพงเพชร กองทัพล้านนาเข้าตีกำแพงเพชรไม่สำเร็จจึงถอยทัพกลับไป[18]

ในขณะที่สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงทำสงครามกับอาณาจักรล้านนา พระองค์ได้ทรงผนวกเมืองเหนือเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยา โดยลดสถานะจากประเทศราชเป็นเมืองพญามหานคร ในสงครามระหว่างอาณาจักรอยุธยาและอาณาจักรล้านนาในปี พ.ศ. 2000 ไทยสากล[18] ปรากฏผู้ปกครองเมืองกำแพงเพชรนามว่า ขุนเปกจัด[20] หรือ ขุนเพชรรัตน์[36] มีตำแหน่งเป็นผู้กินเมืองกำแพงเพชร ต่อมาเมืองกำแพงเพชรถูกระบุเป็นเมืองพญามหานครของอาณาจักรอยุธยาอย่างเป็นทางการในกฎมณเฑียรบาล ซึ่งได้รับการสันนิษฐานว่า ตั้งขึ้นในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2011 ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ[37][note 4]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. พระนามในตำนานพระพุทธสิหิงค์ ชินกาลมาลีปกรณ์ออกพระนามว่าติปัญญาอำมาตย์ รัตนพิมพวงษ์ออกพระนามว่าภูบดี
  2. เทียบตามปฏิทินสุริยคติไทย โดยยึดวันปีใหม่คือ 1 มกราคม
  3. ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่แต่ละฉบับให้ความไม่ตรงกัน ฉบับ พ.ศ. 2514 ว่า ขอจูงหูไสเข้ารบพระยาชะเลียงสุโขทัยว่ากำแพงเปก ฉบับ พ.ศ. 2550 ว่า ขอจูงหูไสเข้ารบพระยาชะเลียงสุรเดชา ไทยว่ากำแพงเพชร และฉบับ พ.ศ. 2567 ว่า ถือขอสับช้างไสช้างเข้ารบพระญาชะเลียง สุโขทัย กำแพงเพชร
  4. กฎมณเฑียรบาลมีข้อขัดแย้งในส่วนรายชื่อประเทศราช เนื่องจากประเทศราชบางส่วน เช่น ล้านนาและตองอู เข้าเป็นประเทศราชของอาณาจักรอยุธยาในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถ

อ้างอิง

[แก้]
  1. ณ นคร, ประเสริฐ, ปาฐกถาชุด "สิรินธร" ครั้งที่ ๔ เรื่อง "ประวัติศาสตร์สุโขทัยจากจารึก" (PDF), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, p. 10, คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2024-01-17, สืบค้นเมื่อ 2024-05-14
  2. 1 2 3 4 วงษ์เทศ, สุจิตต์, "เมืองกำแพงเพชร "เมืองสองฝั่งน้ำ" หลัง พ.ศ. 1900" (PDF), กำแพงเพชรมาจากไหน?, สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จังหวัดกำแพงเพชร, pp. 59, 64–65, 67, คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2023-10-22, สืบค้นเมื่อ 2024-05-14
  3. "ประวัติและความสำคัญ". อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-05-30. สืบค้นเมื่อ 2024-05-14.
  4. 1 2 "จารึกวัดตาเถรขึงหนัง". ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย. 19 April 2024. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-10-03. สืบค้นเมื่อ 2024-05-14.
  5. 1 2 3 "จารึกกฎหมายลักษณะโจร". ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย. 22 April 2024. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-05-27. สืบค้นเมื่อ 2024-05-14.
  6. วงษ์เทศ, สุจิตต์ (6 May 2023). "เจ้านครอินทร์ สร้างเมืองกำแพงเพชร, พระเจ้าตากไม่เคยเป็นเจ้าเมืองกำแพงเพชร". ศิลปวัฒนธรรม. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-12-10. สืบค้นเมื่อ 2024-05-14.
  7. เจียจันทร์พงษ์, พิเศษ (10 March 2024). "กำแพงเพชร ไม่ใช่เมืองชากังราว เมืองชากังราวอยู่ที่ไหน". ศิลปวัฒนธรรม. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-12-11. สืบค้นเมื่อ 2024-05-14.
  8. วงษ์เทศ, สุจิตต์, "ชุมชนบ้านเมืองก่อนเป็นเมืองกำแพงเพชรหลัง พ.ศ. 1600" (PDF), กำแพงเพชรมาจากไหน?, สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จังหวัดกำแพงเพชร, p. 21, คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2024-05-30, สืบค้นเมื่อ 2024-05-30
  9. ราชบัณฑิตยสภา, บ.ก. (1937), "จุลยุทธการวงศ์ ความเรียง (ตอนต้น)" [Chunlayutthakarawong Khwam Riang (Ton Ton)], ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๖๖ [Collection of Historical Archives] (PDF), พระนคร: โรงพิมพ์เดลิเมล์, pp. 77–78, สืบค้นเมื่อ 2024-05-30
  10. ประชากิจกรจักร, พระยา (1973). พงศาวดารโยนก (7th ed.). กรุงเทพฯ: บุรินทร์การพิมพ์. pp. 73–80. สืบค้นเมื่อ 2024-05-30.
  11. แบรดลีย์, แดน บีช, บ.ก. (1891), "๏ พระราชพงษาวดารสังเขป, จบบริบูรณ ๚ะ๛", พระราชพงษาวดารกรุงเก่า (ฉบับหมอบรัดเล) (2nd ed.), ห้องสมุดดิจิทัลวัชรญาณ, สืบค้นเมื่อ 2024-05-30
  12. โบราณคดีสโมสร, บ.ก. (1914), คำให้การชาวกรุงเก่า [Replies of People from the Old Kingdom] (PDF), กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ไทย, pp. 10–11, สืบค้นเมื่อ 2024-05-30
  13. พระโพธิรังษี (1963), ตำนานพระพุทธสิหิงค์ (PDF), แปลโดย พระยาปริยัติธรรมธาดา, กรมศิลปากร, pp. 23–30, สืบค้นเมื่อ 2024-05-15
  14. พระรัตนปัญญาเถระ (1958), ชินกาลมาลีปกรณ์, แปลโดย มนวิทูร, แสง, พระนคร: กรมศิลปากร, pp. 102–104, สืบค้นเมื่อ 2024-05-15
  15. พระพรหมราชปัญญาเถระ (1913), รัตนพิมพวงษ์ (PDF), แปลโดย พระปริยัติธรรมธาดา, กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ไทย, pp. 52–53, สืบค้นเมื่อ 2024-05-15
  16. สุขคตะ, เพ็ญสุภา (17 March 2024). "มหากาพย์ 'พระแก้วมรกต' (1) จาก 'รัตนพิมพวงศ์' ถึง 'พระบรมราชาธิบายของรัชกาลที่ 4'". มติชนสุดสัปดาห์. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-05-30. สืบค้นเมื่อ 2024-05-15.
  17. กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม (28 November 2023). "เมืองพิษณุโลก เคยมีอีกชื่อว่า "เมืองชัยนาท" จริงหรือ? เรื่องนี้มีที่มาอย่างไร". ศิลปวัฒนธรรม. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-12-10. สืบค้นเมื่อ 2024-05-15.
  18. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 หุตางกูร, ตรงใจ (2018), การปรับแก้เทียบศักราช และ การอธิบายความพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ, กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), pp. 24, 28, 31–32, 38, 41, 46, 51, 55, ISBN 978-616-7154-73-2
  19. ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา (1966), เรื่องพระร่วง (PDF) (4th ed.), พระนคร: อักษรเจริญทัศน์, p. 32, สืบค้นเมื่อ 2024-05-15
  20. 1 2 3 สำนักนายกรัฐมนตรี, คณะกรรมการจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์, บ.ก. (1971), ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ [Tamnan Phuen Mueang Chiang Mai] (PDF), แปลโดย โชติสุขรัตน์, สงวน, พระนคร: สำนักนายกรัฐมนตรี, pp. 42–43, 52, 56–57, สืบค้นเมื่อ 2024-05-01
  21. "จารึกวัดช้างล้อม". ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย. 28 April 2024. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-10-03. สืบค้นเมื่อ 2024-05-15.
  22. 1 2 3 4 เจียจันทร์พงษ์, พิเศษ (2010), การเมืองในประวัติศาสตร์ยุคสุโขทัย-อยุธยา พระมหาธรรมราชากษัตราธิราช (2nd ed.), กรุงเทพฯ: มติชน, pp. 36–38, 44–45, 63–64, ISBN 978-974-02-0401-5, สืบค้นเมื่อ 2024-05-15
  23. "จารึกวัดบูรพาราม". ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย. 19 April 2024. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-01-17. สืบค้นเมื่อ 2024-05-15.
  24. 1 2 ตรงใจ หุตางกูร (ผู้นำเสนอ) (13 November 2020). ไม่มี พรญาไสลือไท ในจารึกสุโขทัย. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร - SAC. สืบค้นเมื่อ 2024-05-15.
  25. 1 2 3 4 แซ่ลี่, เชิดศักดิ์; ริยาพร้าว, อรพิน; หุตางกูร, ตรงใจ (2024). สอบเทียบวันเดือนปีในจารึกสุโขทัย. เชียงใหม่: หน่วยพิมพ์เอกสาร คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. pp. 84–87, 94–95, 104–105, 112–113. ISBN 978-616-616-720-7. สืบค้นเมื่อ 2025-03-04.
  26. ศุกลรัตนเมธี, ประพฤทธิ์; พงศ์ศรีเพียร, วินัย (1992). ""ปอเล่อ"ในหมิงสือลู่กับการคลี่คลายของประวัติศาสตร์ไทย" ['Bo-le' in the Ming Shih-lu and the Unfolding of Thai History]. Journal of Letters. 24 (1): 14–15. doi:10.58837/CHULA.JLETTERS.24.1.1. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-04-19. สืบค้นเมื่อ 2024-06-01 โดยทาง Chulalongkorn Journal Online.
  27. ณ นคร, ประเสริฐ (1984), "ตำนานมูลศาสนา วัดป่าแดง เชียงตุง", สารัตถคดี ประเสริฐ ณ นคร, กรุงเทพฯ: ม.ป.ท., ISBN 974-551-897-2, คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-05-31, สืบค้นเมื่อ 2024-05-27
  28. ศรีสรรเพชญ์ (14 December 2015). "อยุธยาเพิ่งก่อตั้ง เหตุใดจึงมีเมืองประเทศราชถึง 16 เมืองครับ (พงศาวดารฉบับพันจันทนุมาศ) หรือผมเข้าใจผิด". Pantip. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-01-16. สืบค้นเมื่อ 2024-05-28.
  29. "จารึกลานเงินเสด็จพ่อพระยาสอย". ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย. 28 April 2024. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-10-03. สืบค้นเมื่อ 2024-05-27.
  30. วิพากษ์ประวัติศาสตร์ (18 December 2018). "สถานะของมหาธรรมราชา กษัตริย์พิษณุโลกผู้ครองกรุงศรีอยุทธยา". Facebook. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-05-31. สืบค้นเมื่อ 2024-05-27.^
  31. 1 2 3 พงศ์ศรีเพียร, วินัย, บ.ก. (1996), "พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับปลีก หมายเลข ๒/ก๑๐๔ ต้นฉบับของหอพระสมุดวชิรญาณ" (PDF), ความยอกย้อนของประวัติศาสตร์, กรุงเทพฯ: คณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทย สำนักนายกรัฐมนตรี, pp. 205–209, 213–215, 223–228, ISBN 9747771977, สืบค้นเมื่อ 2024-05-27
  32. "จารึกรอยพระยุคลบาทวัดบวรฯ". ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย. 28 April 2024. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-10-03. สืบค้นเมื่อ 2024-06-02.
  33. ณ นคร, ประเสริฐ; ตุ้ยเขียว, ปวงคำ (1994), ตำนานมูลศาสนาเชียงใหม่และเชียงตุง, กรุงเทพฯ: สมาคมประวัติศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี, pp. 5, 43, 45, ISBN 974-89152-9-8, คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-05-31, สืบค้นเมื่อ 2024-05-31
  34. 1 2 อ๋องสกุล, สรัสวดี (2018). พื้นเมืองน่าน ฉบับวัดพระเกิด (2nd ed.). เชียงใหม่: ศูนย์ล้านนาศึกษา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. pp. 36–38. ISBN 978-616-398-335-0.
  35. เกียรติณภัทร, ธนโชติ (2024), "ความสัมพันธ์สุโขทัย-น่าน (และอยุธยา) หลัง พ.ศ. ๑๙๓๕", ใน แจ้งเร็ว, สุพจน์ (บ.ก.), นิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม ประจำเดือน มีนาคม พ.ศ. 2567, กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มติชน, สืบค้นเมื่อ 2024-05-28
  36. 1 2 พระครูโสภณกวีวัฒน์, บ.ก. (2007), ตำนานเมืองเชียงใหม่ สายธาร อารยธรรม ประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ ในล้านนา (PDF), เชียงใหม่: โรงพิมพ์มิ่งเมือง, pp. 64, 69–70, ISBN 978-974-09-1612-3, สืบค้นเมื่อ 2024-05-29
  37. พงศ์ศรีเพียร, วินัย, บ.ก. (2005), กฎมณเทียรบาล ฉบับเฉลิมพระเกียรติ ผลงานวิจัย, กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, pp. 59–64, สืบค้นเมื่อ 2024-05-28