ประเทศสยามในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
กองทหารอาสาสยามเข้าร่วมการเดินขบวนฉลองชัยที่กรุงปารีส พ.ศ. 2462
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ
ประวัติศาสตร์ไทย
แผนที่กรุงศรีอยุธยา ค.ศ. 1686
ยุคก่อนประวัติศาสตร์
ประวัติศาสตร์ช่วงต้น
การเข้ามาอยู่อาศัย
แนวคิดถิ่นกำเนิดชนชาติไท
บ้านเชียง ~2500 ปีก่อน พ.ศ.
บ้านเก่า ~2000 ปีก่อน พ.ศ.
อาณาจักรมอญ-เขมร
อาณาจักรของคนไท
หลังกรุงศรีอยุธยา
ประวัติศาสตร์รายภูมิภาค
แบ่งตามหัวข้อ
Flag of Thailand.svg สถานีย่อยประเทศไทย

ราชอาณาจักรสยาม หรือปัจจุบันรู้จักในนามประเทศไทย เป็นประเทศหนึ่งที่เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ต่อสู้กับฝ่ายมหาอำนาจกลางโดยส่งกำลังพลไปช่วยเหลือฝ่ายสัมพันธมิตรที่แนวรบด้านตะวันตกในประเทศฝรั่งเศส ทหารสยามมีส่วนในการยึดครองไรน์ลันท์ช่วงแรกในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2461 เมื่อพวกเขายึดเมืองนอยชตัดท์แอนเดอร์ไวน์ชตราสส์

ในช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สยามมีความสัมพันธ์อันดีกับทั้งฝ่ายเยอรมันและฝ่ายสัมพันธมิตร ธุรกิจของเยอรมันในสยามเฟื่องฟูทำปริมาณต่อปีได้ 22 ล้านมาร์คทองในช่วงก่อนสงคราม นอกจากนี้ยังมีชาวเยอรมันรับราชการในรัฐบาลสยาม แต่ในขณะเดียวกันพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ เช่น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ และสมเด็จพระเชษฐาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถทรงโปรดฝ่ายไตรภาคี[1] อีกทั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงศึกษาวิชา ณ ประเทศอังกฤษ ทำให้เกิดความเห็นต่างกันในหมู่พระบรมวงศานุวงศ์ สยามดำรงนโยบายเป็นกลางอย่างเคร่งครัดมาตลอด 3 ปีของสงคราม ก่อนจะเริ่มโอนเอนเมื่อทราบรายงานว่าฝ่ายเยอรมันมีส่วนในการปลุกปั่นชาวอินเดียในสยามให้กระด้างกระเดื่องต่อจักรวรรดิอังกฤษ บวกกับการดำเนินการสงครามเรือดำน้ำแบบไม่จำกัดของเขตของฝ่ายเยอรมันที่โจมตีเรือโดยไม่ประกาศล่วงหน้า ส่งผลให้เรือ อาร์เอ็มเอส ลูซิเทเนีย อับปาง เป็นสาเหตุให้สหรัฐเข้าร่วมสงคราม รวมถึงความประสงค์ของสยามที่จะแก้ไขสนธิสัญญาไม่เป็นธรรมที่ทำไว้กับชาติอื่น[2] วันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงประกาศสงครามต่อฝ่ายมหาอำนาจกลาง สั่งจับกุมพลเมืองชาวเยอรมันและออสเตรีย-ฮังการีในราชอาณาจักร และยึดทรัพย์สินและเรือที่เทียบท่า[3] ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2460 มีการจัดตั้งกองทหารอาสาสยามที่ประกอบด้วยหน่วยขนส่งยานยนต์ บุคลากรทางการแพทย์ และกองบิน จำนวน 1,284 นาย[4] ต่อมาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2461 กองทหารอาสาสยามเดินทางถึงมาร์แซย์ โดยกองบินถูกส่งไปฝึกที่เมืองอิสตร์ ส่วนหน่วยขนส่งยานยนต์ถูกส่งไปฝึกที่เมืองลียง[5] หน่วยขนส่งยานยนต์มีส่วนในการส่งกำลังพล ยุทธภัณฑ์และเสบียงในการรุกเมิซ–อาร์กงทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส และภายหลังได้รับเหรียญครัวซ์เดอแกร์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดีจากความชอบนี้[6] ขณะที่กองบินยังอยู่ในช่วงฝึกซ้อมเมื่อมีการลงนามสงบศึกในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2461

หลังสงคราม สยามเป็นประเทศหนึ่งที่เข้าร่วมการประชุมสันติภาพปารีส ค.ศ. 1919 และเป็นหนึ่งในสมาชิกก่อตั้งสันนิบาตชาติ มีโอกาสแก้ไขสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับเยอรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศส และสหรัฐ ด้านกองทหารอาสาสยามเสียกำลังพล 19 นาย ซึ่งอัฐิถูกบรรจุที่อนุสาวรีย์ทหารอาสา นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวยังโปรดให้สร้างวงเวียน 22 กรกฎาคม เพื่อระลึกถึงการเข้าร่วมสงคราม[7]

อ้างอิง[แก้]

  1. Stefan Hell (2017). Siam and World War I: An International History. River Books. ISBN 978-616-7339-92-4.
  2. Heather Streets-Salter (13 April 2017). World War One in Southeast Asia: Colonialism and Anticolonialism in an Era of Global Conflict. Cambridge University Press. ISBN 978-1-107-13519-2.
  3. Stefan Hell (26 June 2019). "Siam on the world stage". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 26 June 2020.
  4. Keith Hart (1982). "A Note on the Military Participation of Siam in WWI" (PDF). Journal of the Siam Society. สืบค้นเมื่อ 19 July 2015.
  5. Duncan Stearn (22 August 2009). "Thailand and the First World War". First World War.com. สืบค้นเมื่อ 19 July 2015.
  6. เผด็จ ขำเลิศสกุล (22 กรกฎาคม 2560). "ครบรอบ 100 ปี สยามเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1: ย้อนรอยการเลือกข้างเพื่อความอยู่รอด". บีบีซีไทย. สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  7. ทวี แจ่มจำรัส (24 พฤศจิกายน 2560). "100 ปีสยาม กับผลประโยชน์ของชาติ ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยวีรกรรมของทหารไทย". มติชน. สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)