ข้ามไปเนื้อหา

นครลำพูน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เมืองลำพูนไชยประเทศราช
นครลำพูน
พ.ศ. 2270–พ.ศ. 2442
  อาณาเขตนครลำพูน
สถานะ
เมืองหลวงเวียงลำพูน
ภาษาทั่วไปคำเมือง
ศาสนา
ศาสนาพุทธ (เถรวาท)
การปกครองเจ้าขันห้าใบ
เจ้าผู้ครองนคร 
 ไม่ปรากฏ – พ.ศ. 2307
น้อยมะโน
 ก่อน พ.ศ. 2308/2309–2309
พระเมืองไชย
 พ.ศ. 2318–2320
พระยาอัยวงศ์
 พ.ศ. 2320–2349
ภายใต้การควบคุมของเจ้าเมืองเชียงใหม่
 พ.ศ. 2349–2486
ตระกูลเจ้าเจ็ดตน
ประวัติศาสตร์ 
 พม่าสิ้นอิทธิพลจากดินแดนล้านนาตอนล่าง
พ.ศ. 2270
 พระเมืองไชยก่อกบฏต่อพม่า
พ.ศ. 2308/2309
 สวามิภักดิ์ต่อสยาม
พ.ศ. 2318
 ฟื้นฟูนครลำพูน
พ.ศ. 2349
 พงศาวดารสยามรับรองสถานะประเทศราช[2]
พ.ศ. 2357
พ.ศ. 2442
สกุลเงินรูปี[3]
ก่อนหน้า
ถัดไป
หัวเมืองเชียงใหม่
เมืองลำพูนภายใต้มณฑลลาวเฉียง
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ

นครลำพูน (พม่า: လပုံး[4]:280) เป็นนครรัฐบนที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง โดยแยกตัวออกมาจากการปกครองของเชียงใหม่ ภายหลังตกเป็นประเทศราชของราชวงศ์โก้นบอง, อาณาจักรธนบุรีและอาณาจักรรัตนโกสินทร์ตามลำดับ นครลำพูนมีนามตามจารึกทำเนียบหัวเมืองว่า เมืองลำพูนไชยประเทศราช[5]

ประวัติศาสตร์

[แก้]

การก่อตัวของรัฐ

[แก้]

ในปี พ.ศ. 2270/2271 [จันทรคติ: จ.ศ. 1089] กบฏตนบุญเทพสิงห์โค่นล้มผู้ปกครองพม่าที่เมืองเชียงใหม่ ทำให้เกิดสภาวะสุญญากาศทางการเมืองในดินแดนล้านนาตอนล่าง แม้ว่าพม่าพยายามที่จะย้ายศูนย์กลางการปกครองไปยังเชียงแสน[6]:170[7]:84 แต่หัวเมืองล้านนาตอนล่างต่างแยกตัวเป็นอิสระและปกครองตนเองในลักษณะเดียวกับชุมนุมต่าง ๆ หลังเสียกรุงครั้งที่ 2[8]:27 จดหมายเหตุล้านนาฉบับวัดภูมินทร์ระบุว่า พ.ศ. 2271 เจ้าตนบุญได้ทำพิธียกฉัตรที่วัดมหาธาตุหริภุญไชย[9] ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่และพื้นเมืองเชียงแสนบันทึกถึงนครลำพูนจากเหตุการณ์ความขัดแย้งกับนครข้างเคียง เช่น ลำปางในปี พ.ศ. 2272/2273 [จันทรคติ: จ.ศ. 1091][7]:87[10] เชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2280/2281 [จันทรคติ: จ.ศ. 1099][7]:84 เชียงแสนในปี พ.ศ. 2301[6]:231 และป่าซางในปี พ.ศ. 2305/2306 [จันทรคติ: จ.ศ. 1124][7]:85 อีกทั้งยังมีความแตกแยกภายในนครลำพูนเองดังที่แม่ทัพนครลำพูนยกทัพขึ้นไปกำจัดแม่ทัพอีกคนหนึ่งที่เมืองเชียงแสนในปี พ.ศ. 2303[6]:232[8]:21

ในปี พ.ศ. 2300 อาณาจักรพม่ารวมเป็นหนึ่งได้อีกครั้งภายใต้ราชวงศ์โก้นบอง ทำให้นครต่าง ๆ ในดินแดนล้านนาต่างส่งบรรณาการมาสวามิภักดิ์[1] ต่อมาในปี พ.ศ. 2306 กองทัพพม่าเข้ายึดครองเมืองเชียงใหม่ที่ยังคงตั้งตัวเป็นอิสระอยู่ หลังจากพม่ายกทัพกลับไป น้อยมะโนเจ้าเมืองลำพูนร่วมมือกับเมืองต่าง ๆ ก่อกบฏต่อพม่า ทำให้พม่าต้องยกทัพมาปราบปรามอีกครั้ง[4]:266,280–281[11][12]:217–219 แม้นครลำพูนจะตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่า แต่ผู้ปกครองพม่าไม่สามารถควบคุมเมืองต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์[8]:30 พระเมืองไชยแห่งนครลำพูนเป็นผู้นำให้กับเมืองเชียงใหม่ นครลำปาง นครแพร่ และนครน่านในการก่อกบฏต่อพม่าอีกครั้ง[13] จนกระทั่งถูกปราบลงในปี พ.ศ. 2309 ความขัดแย้งระหว่างผู้ปกครองพม่าและผู้ปกครองท้องถิ่นยังคงดำเนินต่อไป เป็นเหตุให้นครลำปางและนครลำพูนสวามิภักดิ์ต่ออาณาจักรธนบุรีในปี พ.ศ. 2318 ในระหว่างสงครามเชียงใหม่ พ.ศ. 2317

นครลำพูนระหว่างสงครามพม่า–สยาม

[แก้]

เหตุการณ์เกี่ยวกับนครลำพูนหลังจากเข้าเป็นประเทศราชของอาณาจักรธนบุรีถูกบันทึกไว้แตกต่างกันระหว่างพงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย[14]ซึ่งจัดทำขึ้นโดยฝ่ายสยามและพระราชพงษาวดาร กรุงรัตนโกสินทร รัชกาลที่ ๒ ใช้เป็นแหล่งอ้างอิง[2] และตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่[7]:95–118ซึ่งจัดทำขึ้นโดยฝ่ายเชียงใหม่และลำปาง[15]

เนื้อหาในพงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย

[แก้]

ในปี พ.ศ. 2318/2319 [จันทรคติ: จ.ศ. 1137] คราวสงครามอะแซหวุ่นกี้ กองทัพพม่าเข้าโจมตีเวียงป่าซาง พระยาวิเชียรปราการและพระยาไวยวงษาเจ้าเมืองลำพูนตัดสินใจทิ้งเมืองเชียงใหม่และลำพูนลงมาอาศัยอยู่ตามเมืองต่าง ๆ พระยาวิเชียรปราการและพระยาไวยวงษาถึงแก่กรรมที่เมืองสวรรคโลก เมืองลำพูนจึงกลายเป็นเมืองร้าง จนกระทั่งปี พ.ศ. 2357 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าฯ เลื่อนพระยากาวิละขึ้นเป็นพระเจ้าเชียงใหม่ ตั้งพระยาคำฟั่นเปนพระยาลำพูนไชย แล้วจึงโปรดเกล้าฯ ยกเมืองเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย ขึ้นเป็นเมืองประเทศราชแต่นั้นมา

เนื้อหาในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่

[แก้]

ในปี พ.ศ. 2318/2319 [จันทรคติ: จ.ศ. 1137] กองทัพพม่าเข้าโจมตีเมืองเชียงใหม่ พระยาวิเชียรปราการและพระยากาวิละเจ้าเมืองลำปางตัดสินใจทิ้งเมืองเชียงใหม่และลำปางลงมาอยู่เมืองสวรรคโลก พระยาวิเชียรปราการกลับขึ้นมาตั้งอยู่วังพร้าวและหนองล่อง ต่อมาเข้ามาอยู่เมืองลำพูน ทว่ากองทัพเชียงแสนและเชียงรายตีเมืองลำพูนแตกจึงย้ายไปสะแคง ต่อมาพระยาวิเชียรปราการเสียชีวิตที่ธนบุรี พระยากาวิละรับตำแหน่งเจ้าเมืองเชียงใหม่และตั้งมั่นอยู่ที่เวียงป่าซาง เมื่อรวบรวมกำลังคนแล้วจึงฟื้นฟูและตั้งเมืองเชียงใหม่ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ เลื่อนพระยากาวิละขึ้นเป็นพระเจ้าเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2345 และโปรดเกล้าฯ ตั้งพระยาคำฟั่นเป็นเจ้าเมืองลำพูนในปี พ.ศ. 2348 พระยาคำฟั่นนำบริวารจากเมืองเชียงใหม่และลำปางออกมาตั้งเมืองลำพูนในปี พ.ศ. 2349 และนครลำพูนได้ส่งกองทัพเข้าร่วมกับพระเจ้ากาวิละในการขยายอำนาจไปยังเมืองเชียงรุ่งและเมืองอื่น ๆ ในสิบสองปันนา ระหว่าง ปี พ.ศ. 2350–2356

ข้อสนับสนุนและข้อโต้แย้ง

[แก้]

พงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชยให้รายละเอียดที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการถึงแก่กรรมของพระยาวิเชียรปราการและการตั้งพระยากาวิละเป็นพระเจ้าเชียงใหม่ ในขณะที่ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่บันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างละเอียดมากกว่า และสอดคล้องกับศุภอักษรจากสยามถึงนครลำพูนในปี พ.ศ. 2352[16]

อย่างไรก็ตาม หลักฐานทั้งสองชิ้นระบุว่า พระยาวิเชียรปราการทิ้งเมืองเชียงใหม่ลงมาเมืองสวรรคโลกในปี พ.ศ. 2318/2319 ในขณะที่มหาราชวงศ์ ฉบับหอแก้ว และพระราชพงศาวดาร ฉบับหมอบรัดเลระบุว่า เมืองสวรรคโลกเสียแก่พม่าในสงครามอะแซหวุ่นกี้[17]:37[12]:284[18] มหาราชวงศ์ ฉบับหอแก้วบันทึกว่า ในวันราชาภิเษกของพระเจ้าจิงกูจา พระองค์มีพระราชโองการให้จัดทัพไปตีล้านนา แต่มิได้บันทึกผลการศึกไว้[17]:38 ส่วนพระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) บันทึกถึงพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีในปี พ.ศ. 2320 ถึงเหตุการณ์พระยาวิเชียรปราการอพยพลงมาอยู่เมืองสวรรคโลก[19]:84 ต่อมาในการเรียบเรียงของพระราชพงศาวดาร ฉบับหมอบรัดเลจึงระบุว่า ทั้งสองเหตุการณ์เป็นสงครามครั้งเดียวกัน คือ สงครามเชียงใหม่ พ.ศ. 2320[20][21]

นครลำพูนในฐานะประเทศราชของสยาม

[แก้]

หลังจากได้รับสถานะประเทศราชของสยาม นครลำพูนร่วมมือกับนครเชียงใหม่และนครลำปางอันเป็นเครือญาติในราชวงศ์เจ้าเจ็ดตนขยายอำนาจสู่ดินแดนรัฐเมืองยอง กลุ่มนครรัฐไทลื้อและเชียงรุ่ง[8]:68–69[7]:123–125 นอกจากนี้ นครลำพูนยังร่วมกับฝ่ายสยามในการปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์[22]และทำสงครามเชียงตุง เนื่องจากอาณาเขตนครลำพูนถูกล้อมรอบด้วยรัฐพันธมิตรทำให้ไม่สามารถขยายดินแดนได้ นครลำพูนจึงใช้วิธีกวาดต้อนผู้คนจากเมืองที่ตีได้มาฟื้นฟูบ้านเมืองแทน

ต้นพุทธศตวรรษที่ 25 สยามเริ่มได้รับผลกระทบจากการขยายอำนาจของชาติตะวันตก สยามจึงเร่งผนวกประเทศราชต่าง ๆ เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสยาม ในปี พ.ศ. 2442 สยามประกาศจัดตั้งมณฑลลาวเฉียง ทำให้สถานะประเทศราชของนครลำพูนสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม เจ้าผู้ครองนครลำพูนยังคงมีตำแหน่งเจ้าและมีอำนาจในการปกครองบางส่วน[8]:202 จนกระทั่งสยามเริ่มมีนโยบายไม่แต่งตั้งเจ้าผู้ครองนครในปี พ.ศ. 2469[23] ตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครลำพูนจึงสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2486

รายพระนามและรายนามผู้ปกครอง

[แก้]

ก่อนการตั้งเมืองลำพูน พ.ศ. 2349

[แก้]

ตารางต่อไปนี้แสดงรายพระนามผู้ปกครองเมืองลำพูนระหว่าง พ.ศ. 2270–2349 โดยถือว่า ระหว่างที่เมืองลำพูนถูกทิ้งร้างในปี พ.ศ. 2320–2349 เจ้าเมืองเชียงใหม่ได้เข้าควบคุมดินแดนและเมืองขึ้นต่าง ๆ ของลำพูนแทน จากการบันทึกกรณียกิจของเจ้าเมืองเชียงใหม่ในเมืองลำพูนโดยตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่

รายนาม เริ่มต้น สิ้นสุด หมายเหตุ
21 มิถุนายน พ.ศ. 2271 [จันทรคติ: ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 เหนือ จ.ศ. 1090] เจ้าตนบุญยกฉัตรพระธาตุหริภุญชัย[9]
ไม่ปรากฏนาม ไม่ปรากฏ 26 เมษายน พ.ศ. 2304 [จันทรคติ: แรม 7 ค่ำ เดือน 7 เหนือ จ.ศ. 1123][24]:169 อาจเป็นคนเดียวกับเจ้าเมืองลำพูนที่ให้ท้าวมหายศโจมตีนครลำปางในปี พ.ศ. 2272/2273 [จันทรคติ: จ.ศ. 1091]
ไม่ปรากฏนาม ไม่ปรากฏ พ.ศ. 2304/2305 [จันทรคติ: จ.ศ. 1123] ปรากฏในพระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ว่า อพยพมายังอาณาจักรอยุธยา[25]; อาจเป็นคนเดียวกับน้อยมะโน
น้อยมะโน ไม่ปรากฏ พ.ศ. 2307 (พม่า: နွဲ့မနိုး[4]:280); ก่อกบฏต่อพม่า; 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2307 [จันทรคติ: ขึ้น 6 ค่ำ เดือนดะบ้อง จ.ศ. 1125] เนเมียวสีหบดีเคลื่อนทัพจากอังวะ; น้อยมะโนต่อสู้มิได้จึงหลบหนีไป
พระเมืองไชย ก่อน พ.ศ. 2308/2309 [จันทรคติ: จ.ศ. 1127] 17 ธันวาคม พ.ศ. 2309 [จันทรคติ: ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 เหนือ จ.ศ. 1128][24]:171 ก่อกบฏต่อพม่า จ.ศ. 1127–1128; โป่อภัยคามินีตีลำพูนแตก พระเมืองไชยหลบหนีไปจีน[7]:91[13]:117–118[26]:236
เชกคายแคง[24]:186 ไม่ปรากฏ 3 มกราคม พ.ศ. 2318 [จันทรคติ: วันอังคาร ขึ้น 2 ค่ำ เดือนยี่ จ.ศ. 1136] (เชกคายแดง[7]:94); สยามรับรู้ในฐานะพระยาลำพูน[19]:47; 3 มกราคม พ.ศ. 2318 ทัพหลวงสยามมาถึงลำพูน[27]
เชกคายแคงสวามิภักดิ์ต่อสยามในสงครามเชียงใหม่ พ.ศ. 2317
พระยาอัยวงศ์[19]:47 19 มกราคม พ.ศ. 2318 [จันทรคติ: วันพฤหัสบดี แรม 3 ค่ำ เดือนยี่ จ.ศ. 1136] พ.ศ. 2320 (พระยาไวยวงษา[14]); แต่งตั้งโดยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี; 23 ธันวาคม พ.ศ. 2319 [จันทรคติ: วันจันทร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือนปยาโต จ.ศ. 1138] พระเจ้าจิงกูจามีพระราชโองการให้จัดทัพไปตีล้านนา[17]:38
พระยาอัยวงศ์ทิ้งนครลำพูนในสงครามเชียงใหม่ พ.ศ. 2320 ลงมาอยู่เมืองสวรรคโลก เมืองลำพูนกลายเป็นเมืองร้าง[14]
พระยาอัยวงศ์และพระยาอุปราชน้อยตอนต้อถึงแก่กรรม ณ เมืองสวรรคโลก[14] เจ้าเมืองเชียงใหม่ควบคุมเมืองแทน
พระยาวิเชียรปราการ (บุญมา) พ.ศ. 2320 พ.ศ. 2322/2323 [จันทรคติ: จ.ศ. 1141] (เจ้าเมืองเชียงใหม่); พ.ศ. 2320 ตั้งอยู่วังพร้าว; พ.ศ. 2320/2321 [จันทรคติ: จ.ศ. 1139] ตั้งอยู่เวียงหนองล่อง; พ.ศ. 2321/2322 [จันทรคติ: จ.ศ. 1140] ตั้งอยู่เวียงลำพูน ต่อมาถูกกองทัพเมืองเชียงแสนตีแตก ย้ายไปเวียงสะแคง
ว่างตำแหน่ง พ.ศ. 2322/2323 [จันทรคติ: จ.ศ. 1141]–2325 ตามตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่

พื้นเมืองเชียงแสน[26]:242และพื้นเมืองน่าน[28][13]:123–124ระบุว่า พระยาวิเชียรปราการยังคงครองเมืองเชียงใหม่และเข้าร่วมสงครามตีเมืองเชียงแสน พ.ศ. 2324 ตำนานเจ้า ๗ พระองค์ และพงศาวดารพระเจ้าสุวรรณหอคำดวงทิพย์นครลำปางระบุว่า พระยาวิเชียรปราการยังคงครองเมืองเชียงใหม่จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชขึ้นครองราชย์[29]

พระเจ้ากาวิละ พ.ศ. 2325 27 มีนาคม พ.ศ. 2349 [จันทรคติ: วันพฤหัสบดี ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 7 เหนือ จ.ศ. 1167] (พระเจ้าเชียงใหม่); 29 กันยายน พ.ศ. 2325 [จันทรคติ: วันอาทิตย์ แรม 8 ค่ำ เดือนเจียง จ.ศ. 1144] ตั้งเวียงป่าซาง; 4 มกราคม พ.ศ. 2330 [จันทรคติ: ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 เหนือ จ.ศ. 1148] ยกฉัตรพระธาตุหริภุญชัย; พ.ศ. 2334/2335 [จันทรคติ: จ.ศ. 1153] สร้างหอสักการะและพระพุทธรูปเจ้าละโว้; 9 มีนาคม พ.ศ. 2340 [จันทรคติ: วันพฤหัสบดี ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 6 เหนือ จ.ศ. 1158] ย้ายเข้าเชียงใหม่; พ.ศ. 2341 [จันทรคติ: จ.ศ. 1159 หลังสงครามพม่าตีเชียงใหม่ พ.ศ. 2340] สร้างวิหารพระเจ้าละโว้
14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2348 [จันทรคติ: วันพฤหัสบดี แรม 8 ค่ำ เดือนยี่เหนือ จ.ศ. 1167] พระยาคำฟั่นเดินทางถึงกรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชมีพระราชโองการให้ไปตั้งเมืองลำพูน[24]:225–226[7]:118
27 มีนาคม พ.ศ. 2349 ยกเข้าตั้งเมืองลำพูน[24]:227[7]:118

หลังการตั้งเมืองลำพูน พ.ศ. 2349

[แก้]

การปกครอง

[แก้]

จารึกทำเนียบหัวเมือง กำหนดอายุอยู่ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ระบุถึงนครลำพูนและหัวเมืองขึ้นดังนี้[5][30]

...เมืองลําพูนไชยประเทศราช ผู้ครองเมืองชื่อตามนามเมือง ขึ้นมหาดไทย ๑ เมืองยองอยู่ฝั่งแม่กองตะวันออกตรงเมืองลําพูนข้าม ขึ้นลําพูน

๏ เมืองป่าซาง อยู่ลําแม่ทาฝั่งตะวันตก ๑ เมืองหนองล่อง อยู่ลําแม่ลี้ฝั่งเหนือ ๑ เมืองลี้ อยู่ปลายแม่ลี้ฝั่งใต้ ๑ ขึ้นลําพูน ๓ เมือง

จารึกทำเนียบหัวเมือง

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 Harvey, Godfrey Eric (1925). History of Burma: from the Earliest Times to 10 March, 1824: The Beginning of the English Conquest (ภาษาอังกฤษ). United Kingdom: Longmans, Green and Company. p. 241. สืบค้นเมื่อ 2024-04-10.
  2. 1 2 ดำรงราชานุภาพ, พระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระ (1916). พระราชพงษาดารกรุงรัตนโกสินทร รัชกาลที่ ๒ [Royal Chronicle of the Kingdom of Rattanakosin: Second Reign] (PDF). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ไทย. pp. 173–176. สืบค้นเมื่อ 2024-04-14.
  3. กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม (24 March 2024). "ทำไม "รูปีอินเดีย" จึงนิยมใช้ในล้านนา และเป็นเงินสกุลสำคัญของเศรษฐกิจ". ศิลปวัฒนธรรม. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2025-10-10. สืบค้นเมื่อ 2020-09-16.
  4. 1 2 3 ဦးမောင်မောင် (2004). ကုန်းဘောင်ဆက် မဟာရာဇဝင်တော်ကြီး (ภาษาพม่า). Vol. 1 (5th ed.). ရန်ကုန်: တက္ကသိုလ်များ သမိုင်းသုတေသန ဦးစီးဌာန, ရန်ကုန်တက္ကသိုလ်နယ်မြေ. pp. 266, 280–281.
  5. 1 2 "จารึกทำเนียบหัวเมืองและผู้ครองเมือง ทิศเหนือ (เมืองหวด เมืองตื่นด่าน เมืองลำพูน เมืองยอง)". ฐานข้อมูลจารึกแห่งประเทศไทย. 12 March 2023. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-10-04. สืบค้นเมื่อ 2024-04-12.
  6. 1 2 3 อ๋องสกุล, สรัสวดี (2003). เอียวศรีวงศ์, นิธิ (บ.ก.). พื้นเมืองเชียงแสน. กรุงเทพฯ: อมรินทร์. pp. 170, 231–232. ISBN 9742726612.
  7. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 สำนักนายกรัฐมนตรี, คณะกรรมการจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์, บ.ก. (1971). ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ [Tamnan Phuen Mueang Chiang Mai] (PDF). แปลโดย โชติสุขรัตน์, สงวน. พระนคร: สำนักนายกรัฐมนตรี. pp. 84–85, 91, 94–118, 123–125. สืบค้นเมื่อ 2024-04-11.
  8. 1 2 3 4 5 อินปาต๊ะ, บริพัตร (2017). การฟื้นฟูรัฐน่านในสมัยราชวงศ์หลวงติ๋น พ.ศ. 2329-2442 (วิทยานิพนธ์). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. pp. 21, 27, 30, 68–69, 202. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-04-19. สืบค้นเมื่อ 2024-04-11.
  9. 1 2 อ๋องสกุล, สรัสวดี (2016). พินิจหลักฐานประวัติศาสตร์ล้านนา. เชียงใหม่: ศูนย์ล้านนาศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่. pp. 19, 25. ISBN 978-616-398-091-5.
  10. ชิวารักษ์, พริษฐ์ (13 August 2023). "ล้านนาปฏิวัติ: การต่อสู้ของตนบุญในประวัติศาสตร์ล้านนา (ตอนสอง)". The101.world. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-02-24. สืบค้นเมื่อ 2024-04-11.
  11. Phraison Salarak (Thien Subindu), Luang (25 February 1916). "Intercourse between Burma and Siam as recorded in Hmannan Yazawindawgyi" (PDF). Journal of the Siam Society (ภาษาอังกฤษ). 11 (3): 19–22. สืบค้นเมื่อ 2026-02-02.
  12. 1 2 วงษ์เทศ, สุจิตต์, บ.ก. (2002). มหาราชวงษ์ พงษาวดารพม่า. แปลโดย นายต่อ. กรุงเทพฯ: มติชน. pp. 217–219, 284. ISBN 974-322-595-1.
  13. 1 2 3 โบราณคดีสโมสร (ผู้รวบรวม) (1919). "ราชวงศปกรณ์ พงศาวดารเมืองน่าน" [Ratchawongsapakon Phongsawadan Mueang Nan]. ประชุมพงษาวดาร ภาคที่ ๑๐ [Collection of Historical Archives] (PDF). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร. pp. 117–118, 123–124. สืบค้นเมื่อ 2024-04-14.
  14. 1 2 3 4 หอพระสมุดวชิรญาณ (ผู้รวบรวม) (1928). "พงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย" [Phongsawadan Mueang Nakhon Chiang Mai, Mueang Nakhon Lampang, Mueang Lamphun Chai]. ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๓ [A Collection of Chronicles] (PDF) (2nd ed.). พระนคร: โรงพิมพ์หนังสือพิมพ์ไทย. pp. 75–81. สืบค้นเมื่อ 2024-05-12.
  15. สุขคตะ, เพ็ญสุภา (30 June 2023). "ตระหนัก 'ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่' (2) การสร้างความชอบธรรม ให้แก่พระเจ้ากาวิละ". มติชนสุดสัปดาห์. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-05-12. สืบค้นเมื่อ 2024-05-12.
  16. กรมศิลปากร; สำนักหอสมุดแห่งชาติ (2019). จดหมายเหตุรัชกาลที่ ๒ จุลศักราช ๑๑๗๑ - ๑๑๗๔ (PDF). กรุงเทพฯ: สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. p. 25. ISBN 978-616-283-450-9. สืบค้นเมื่อ 2024-10-29.
  17. 1 2 3 Phraison Salarak (Thien Subindu), Luang (1918). "Intercourse Between Burma and Siam as Recorded in Hmannan Yazawindawgyi" (PDF). Journal of the Siam Society (ภาษาอังกฤษ). 12 (2): 37–38. สืบค้นเมื่อ 2026-02-02.
  18. "๓๒". พระราชพงษาวดารกรุงเก่า (ฉบับหมอบรัดเล). กรุงเทพฯ: แดน บีช แบรดลีย์. 1864. สืบค้นเมื่อ 2026-02-02.
  19. 1 2 3 กรมศิลปากร (ผู้รวบรวม) (1937). "พระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม)" [Phraratchaphongsawadan Chabap Phan Channumat (Choem)]. ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๖๕ [Collection of Historical Archives] (PDF). พระนคร: โรงพิมพ์เดลิเมล์. pp. 47, 84. สืบค้นเมื่อ 2024-04-14.
  20. "๓๓". พระราชพงษาวดารกรุงเก่า (ฉบับหมอบรัดเล). กรุงเทพฯ: แดน บีช แบรดลีย์. 1864. สืบค้นเมื่อ 2026-02-02.
  21. หอพระสมุดวชิรญาณ (ผู้รวบรวม) (1920). พงษาวดาร เรื่อง เรารบพม่าครั้งกรุงธนฯ แลกรุงเทพฯ [History Regarding Our Wars with the Burmese during Krung Thon and Krung Thep] (PDF). พระนคร: โรงพิมพ์ไทย. pp. 155–157. สืบค้นเมื่อ 2024-04-14.
  22. แก้วศรี, ทรงวิทย์; วีระประจักษ์, ก่องแก้ว, บ.ก. (1987). จดหมายเหตุ รัชกาลที่ ๓ เล่ม ๓ (PDF). กรุงเทพฯ: รัฐบาลในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช. pp. 131–132. ISBN 974-7912-02-3. สืบค้นเมื่อ 2024-05-12.
  23. ขรัวทองเขียว, เนื้ออ่อน; จุฬารัตน์, จุฬิศพงศ์ (2014). "รัฐสยามกับล้านนา พ.ศ. 2417-2476" [THE SIAMESE STATE AND LANNA, 1874-1933]. วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 6: 75. สืบค้นเมื่อ 2024-05-12.
  24. 1 2 3 4 5 ริยาพร้าว, อรพิน; แซ่ลี่, เชิดศักดิ์; และคณะ (2024). ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับ โบราณดาราศาสตร์. เชียงใหม่: หน่วยพิมพ์เอกสาร คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. pp. 169, 171, 186, 225–227. ISBN 978-616-612-328-9.
  25. กรมศิลปากร (ผู้รวบรวม) (1937). "พระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม)" [Phraratchaphongsawadan Chabap Phan Channumat (Choem)]. ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๖๔ [Collection of Historical Archives] (PDF). พระนคร: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร. p. 428. สืบค้นเมื่อ 2026-02-02.
  26. 1 2 อ๋องสกุล, สรัสวดี (2003). เอียวศรีวงศ์, นิธิ (บ.ก.). พื้นเมืองเชียงแสน. กรุงเทพฯ: อมรินทร์. pp. 236, 242. ISBN 9742726612.
  27. ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๘๒ เรื่อง พระราชพงศาวดารกรุงสยาม จากต้นฉบับของบริติชมิวเซียมกรุงลอนดอน (2nd ed.). กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร. 1994. p. 371. ISBN 974-419-025-6. สืบค้นเมื่อ 2026-02-02.
  28. อ๋องสกุล, สรัสวดี (2018). พื้นเมืองน่าน ฉบับวัดพระเกิด (2nd ed.). เชียงใหม่: ศูนย์ล้านนาศึกษา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. p. 53. ISBN 978-616-398-335-0.
  29. ทำทอง, ธวัชชัย (2020). ตำนานเจ้า ๗ พระองค์ และพงศาวดารพระเจ้าสุวรรณหอคำดวงทิพย์นครลำปาง. ลำปาง: สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง. pp. 22–23. ISBN 978-616-8074-15-2. สืบค้นเมื่อ 2026-02-02.
  30. "จารึกทำเนียบหัวเมืองและผู้ครองเมือง ทิศเหนือ (เมืองป่าซาง เมืองหนองล่อง เมืองลี้)". ฐานข้อมูลจารึกแห่งประเทศไทย. 26 April 2024. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-10-04. สืบค้นเมื่อ 2026-01-27.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]