อาณาจักรหริภุญชัย
หริภุญชัย | |||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| พุทธศตวรรษที่ 13–พ.ศ. 1835 | |||||||||
พ.ศ. 1543–1643 เขียว: หริภุญไชย ฟ้าอ่อน: อาณาจักรละโว้ แดง: จักรวรรดิเขมร เหลือง: อาณาจักรจามปา ฟ้า: ได่เวียด ชมพู: อาณาจักรพุกาม มะนาว: อาณาจักรศรีวิชัย | |||||||||
| เมืองหลวง | ลำพูน (พ.ศ. 1172-1835) | ||||||||
| การปกครอง | ราชาธิปไตย | ||||||||
| ยุคประวัติศาสตร์ | ยุคกลาง | ||||||||
• ก่อตั้ง | ราว พ.ศ. 1172 | ||||||||
• สิ้นสุด | ราว พ.ศ. 1743 | ||||||||
| |||||||||
| ประวัติศาสตร์ไทย |
|---|
| ตัวเลขในวงเล็บ หมายถึง ปีพุทธศักราช |
อาณาจักรหริภุญชัย หรือ หริภุญไชย (ไทยถิ่นเหนือ: ᩉᩁᩥᨷᩩᨬᨩᩮᨿ᩠ᨿ) เป็นอาณาจักรมอญ[1]ที่ตั้งอยู่บริเวณภาคเหนือของประเทศไทยปัจจุบัน
ศัพทมูลวิทยา
[แก้]นามอาณาจักรของ หริภุญชัย ยังคงเป็นข้อสันนิษฐานอยู่ ว่าเขียนอย่างไร มีทั้งเขียนว่า หริภุญชัย และ หริภุญไชย สะกดว่า: หะริ (หริต)-ปุญ (ภุญ)-ไชย (ชัย) โดยจะพบการเรียกชื่ออาณาจักรแตกต่างกันไป ทั้งจารึก ตำนาน และเอกสาร โดยจารึกแต่ละอันอ่านง่าย และยากแตกต่างกัน เนื่องจากบางอันเป็นของพระสงฆ์ที่เขียนใว้อย่างไม่เป็นระเบียบ[2] มีข้อสันนิษฐานว่า ณ ตอนแรกอาณาจักรมีนามว่า ภุญเชยฺย แล้วแปรเปลี่ยนเป็น หริภุญชัย ในภายหลัง หรือคำว่า หริ ถูกทำลายไปหรือเลือนลางจางหาย เนื่องจากบางจารึกมักเสียหายหรือเลือนลางบริเวณคำว่า ภุญเชยฺย[2]
จารึก
[แก้]ในส่วนของจารึก จารึกหริปุนไชย เลขทะเบียน ลพ.5 มีการกล่าวถึงนามอาณาจักรว่า ปุนเชญํ แต่ไม่มีคำนำหน้าว่า หริ และในจารึกตะจุ๊มหาเถร เลขทะเบียน ลพ.7 เขียนว่า ...(ปุ)ญฺเชยฺย... และ ...มหานครปุญไชย... และในจารึกวัดดอนแก้ว จารึกบ้านหลวย และจารึกจากเวียงเถาะ มีการกล่าวว่า ภุญเชยฺย เหมือนกัน[2] จารึกสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกคือจารึกของราชกาล ประกอบด้วย จารึก ลพ.5 ลพ.1 (จารึกพระเจ้าสววาธิสิทธิวัด) ลพ.2 (จารึกพระเจ้าสววาธิสิทธิวัด กู่กุฏิ) ลพ.3 (จารึกวัดมหาวัน) และลพ.6 (จารึกวัดบ้านหลวย) นอกจากนี้ยังรวมไปถึงจารึกเวียงเถาะอีกด้วย ด้านกลุ่มที่สอง คือจารึกจากศาสนจักร เขียนโดยภิกษุ ลายมือไม่ระเบียบ และอ่านยากกว่า ประกอบด้วย ลพ.4 (จารึกวัดดอนแก้ว) ลพ.5 (จารึกอาณาจักรปูนชัย) ลพ.7 (ตะจุ๊มหาเถร)[2]
ต่อมาในจารึกของล้านนาจึงเริ่มการกล่าวว่าคำนำหน้าว่า หริ อาทิเช่น หริบุญไชย, หริบูญชบุรี และ หะริพรูนใช และมีการใช้ตัว ภ เขียนคำว่า ภุญ (ในอักขระล้านนา ตัว ภ จะเขียนด้วย พฺร) มีการเขียนและสะกดแตกต่างกันไป แต่จะไม่มีการตัดคำว่า หริ ออกไปเลย[2]
เอกสาร
[แก้]หริบุญฺเชยฺยนามกํ และ หริปุญจปุระ ใน คัมภีร์จามเทวีวํส ต้นฉบับภาษาบาลีรจนาโดยพระโพธิรังสี พระเถระชาวเชียงใหม่ ปี พ.ศ.1953–60 หริภุญไชย ใน ตำนานมูลศาสนา ต้นฉบับภาษาพื้นเมืองโบราณรจนาพระพุทธญาณเถระ และพระพุทธพุกาม วัดสวนดอก ปี พ.ศ.1960–72 หริปุญเชยฺย ใน ชินกาลมาลีปกรณ์ พ.ศ. 2071 หริปุญไชย ใน ตำนานพระธาตุหริปุญไชย พ.ศ. 2108 หริปุญช์ ใน ตำนานเมืองลำพูน ต้นฉบับจากหลวงพระบาง พ.ศ. 2289 หริภุญชัย และ เวียงละพูน ใน ตำนานสิบห้าราชวงศ์ ฉบับวัดเมธังกราวาส จังหวัดแพร่ พ.ศ. 2432 หริภุญไชย[3] ใน พงศาวดารโยนก พ.ศ. 2442–43 โดยพระยาประชากิจกรจักร์ (แช่ม บุนนาค) สมัยรัชกาลที่ 5 หริภุญช์ หริภูญช์ หริปุญช์ และ หริปุญชยะ ใน ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี พ.ศ. 2538[3]
หลักฐานทางศาสนา
[แก้]ในหลักฐานทางศาสนามีทั้ง หริบุญไชย, หริปุญจปุระ หรือ หริภุญไชย และ หริภุญชัย แตกต่างกันไป
ประวัติ
[แก้]ตามตำนานเรื่องจามเทวีวงศ์ ชินกาลมาลีปกรณ์ และสิงหนวัติ บันทึกไว้ว่าพระฤๅษีทั้งสี่ตนเป็นผู้สร้างเมืองหริภุญชัย (ลัมภูญนคร) ขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. 1200–6[4] (ยอร์ช เซเดส์ ระบุเจาะจงว่าเป็นปี ค.ศ. 661 หรือ พ.ศ. 1204)[5] ปรากฏนามว่า ฤๅษีวาสุเทพ ฤๅษีสุกกทันตะ ฤๅษีตะปนานะ และจันทสิกตุงคฤาษี[4] แล้วทูลเชิญพระนางจามเทวี ซึ่งเป็นเจ้าหญิงจากอาณาจักรละโว้ ขึ้นมาครองเมืองหริภุญชัย ในครั้งนั้นพระนางจามเทวีได้นำพระภิกษุ นักปราชญ์ และช่างศิลปะต่าง ๆ จากละโว้ขึ้นไปด้วยเป็นจำนวนมากราวหมื่นคน พระนางได้ทำนุบำรุงและก่อสร้างบ้านเมือง ทำให้เมืองหริภุญชัย (ลำพูน) นั้นเป็นแหล่งศิลปวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรืองยิ่ง ต่อมาพระนางได้สร้างเขลางค์นคร (ลำปาง) ขึ้นอีกเมืองหนึ่งให้เป็นเมืองสำคัญ สมัยนั้นปรากฏมีการใช้ภาษามอญโบราณในศิลาจารึกของหริภุญชัย มีหนังสือหมานซูของจีนสมัยราชวงศ์ถัง กล่าวถึงนครหริภุญชัยไว้ว่าเป็น “อาณาจักรของสมเด็จพระราชินีนาถ” (女王國 หนี่ว์ หวัง กว๋อ)
ต่อมา พ.ศ. 1824 พญามังรายมหาราชผู้สถาปนาอาณาจักรล้านนา ได้ยกกองทัพเข้ายึดเอาเมืองหริภุญชัยจากพญาญี่บาได้ อาณาจักรหริภุญชัยจึงสิ้นสุดลงหลังจากรุ่งเรืองมา 618 ปี มีพระมหากษัตริย์ครองเมือง 47 พระองค์
ปัจจุบัน โบราณสถานสำคัญของอาณาจักรหริภุญชัยคือพระธาตุหริภุญไชยที่จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นบริเวณที่สันนิษฐานว่าเป็นราชธานีในสมัยนั้น และยังมีโบราณสถานอีกหลายแห่งที่จังหวัดเชียงใหม่เช่น เวียงมโน ตำบลหนองตอง อำเภอหางดง, เวียงเถาะ ตำบลบ้านสองแคว อำเภอดอยหล่อ และเวียงท่ากาน ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง
ได้มีการพบจารึกอักษรมอญโบราณสมัยหริภุญไชย ราวพุทธศตวรรษที่ 17 จำนวน 7 หลัก ที่ลำพูน ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย จังหวัดลำพูน[6] บางหมู่บ้านของจังหวัดลำพูนพบว่ายังมีคนพูดภาษามอญและอนุรักษ์วัฒนธรรมมอญอยู่
โครงสร้าง
[แก้]

เศรษฐกิจ
[แก้]หริภุญชัยตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง (แม่น้ำระมิงค์) ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์มาก อาชีพหลักของประชาชนคือการทำนาและการเกษตร[7] มีการติดต่อค้าขายกับอาณาจักรใกล้เคียง เช่น พุกาม และเมืองต่างๆ ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ทำให้เศรษฐกิจมีความมั่งคั่งพอที่จะสร้างปูชนียสถานขนาดใหญ่ได้[7] แม้ตำนานจะไม่ได้ระบุตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่ก็สะท้อนความมั่งคั่งมหาศาลผ่านการบูรณะ พระธาตุหริภุญชัย ซึ่งมีการใช้ทองคำ, เงิน, กระจก, แก้ว อัญมณี และแผ่นทองจังโกจำนวนมหาศาลในการประดับตกแต่ง[8]
สังคม
[แก้]อาณาจักรหริภุญชัยเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนานิกายเถรวาทในภาคเหนือตอนบน สังคมและวิถีชีวิตผูกพันกับศาสนาอย่างลึกซึ้ง พระสงฆ์มีบทบาทสำคัญทั้งในด้านความเชื่อและการศึกษา ประชากรหลักและชนชั้นปกครองในยุคแรกได้รับอิทธิพลอย่างสูงจากละโว้ (ลพบุรี) ตามตำนานที่ว่าพระนางจามเทวีนำเสด็จพร้อมด้วยนักปราชญ์ พระภิกษุ และช่างฝีมือจากละโว้ขึ้นมาด้วย ทำให้ศิลปวัฒนธรรม ภาษาวรรณกรรม และรูปแบบสังคมเป็นแบบมอญ-ทวารวดี มีการจัดผังเมืองอย่างเป็นระบบ มีการจัดการชลประทาน และมีกลุ่มช่างฝีมือชั้นสูง (เช่น ช่างปั้นสถาปัตยกรรม ช่างหล่อพระ) อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก[7] ช่วงที่เจริญรุ่งเรืองทางศาสนา สังคมและวัฒนธรรม คือยุคพระเจ้าอาทิตตราชและพระเจ้าสววาสิทธิ[9]
วิถีชีวิตของชาวเมืองผูกพันกับวัดและศาสนาอย่างลึกซึ้ง การสร้างบุญกุศล การฟังธรรม และการร่วมกันสร้างสถูปเจดีย์ ถือเป็นค่านิยมและเป้าหมายสูงสุดของทั้งชนชั้นปกครองและประชาชน[8] นอกจากนี้ยังมีการกล่าวอ้างว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมากระทำภัตกิจ (ฉันอาหาร) ณ สถานที่แห่งนี้ พระพุทธองค์ได้ทรงพยากรณ์เอาไว้ว่า สถานที่แห่งนี้ต่อไปจะเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ โดยจะเกิดปาฏิหาริย์ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน[10] และมีโคลงนิราศหริภุญชัย ที่สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าแต่งขึ้นในยุคของพระเจ้าปราสาททอง[11]
ศิลปกรรมสมัยหริภุญชัยมีอัตลักษณ์พิเศษ โดยพบหลักฐานโบราณวัตถุมากมายที่ทำด้วยหินทราย ปูนปั้น ดินเผา และสำริด[12] อาณาจักรหริภุญชัยมีความสัมพันธ์อันดีกับอาณาจักรละโว้ เห็นได้ชัดจากศิลปกรรมและวัฒนธรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากละโว้ และจะเห็นแทบไม่มีวัฒนธรรมของขอมในอาณาจักรหริภุญชัยเลย เนื่องจากขอมไม่สามารถขนายอำนาจขึ้นมาได้ และวัฒนธรรมของละโว้ที่มีความเป็นปึกแผ่น ทำให้การเข้ามาถึงของวัฒนธรรมขอมมีความเจือจางลง แม้ว่าละโว้ และมอญจะมีการรับวัฒนธรรมแบบขอมก็ตาม[13]
การทหาร
[แก้]อาณาจักรหริภุญชัย เป็นอาณาจักรที่รักสงบ มิได้มีการทำการศึกขยายอาณาเขตมากมายแต่อย่างใด โดยจะเน้นไปที่การสร้างกำแพงเมืองคูนํ้า ตั้งรับข้าศึกเสียมากกว่า แม้ว่าจะมีการทำสงครามกับละโว้ที่ยืดเยื้อหลายปีก็ตาม ในช่วงปลายอาณาจักร ความเข้มแข็งทางการทหารลดลง ประกอบกับความเจริญรุ่งเรืองที่ดึงดูดใจผู้รุกราน ในที่สุดหริภุญชัยก็เสียเมืองให้กับ พญามังราย แห่งอาณาจักรล้านนา ซึ่งพระองค์ได้ใช้กลอุบายส่ง "อ้ายฟ้า" เข้ามาเป็นไส้ศึกบั่นทอนความมั่นคงจากภายใน ก่อนจะยกทัพเข้ายึดครองได้สำเร็จ[7]
ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15-16 อาณาจักรพุกาม ขยายอำนาจมากขึ้นลงไปทางทิศใต้เพื่อเข้าสู่ทะเล และอาณาจักรขอมก็เริ่มมีอิทธิพลในลุ่มแม่นํ้าเจ้าพระยาเช่นกัน ผ่านการเอาชนะทวารวดีและมอญ การเข้ายึดอาณาจักรละโว้ของอาณาจักรขอม ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 15 ก็ส่งผลกระทบต่อหริภุญชัย ทำให้มีข้อสันนิษฐานว่า หริภุญชัยได้ยกทัพไปตีเมืองละโว้เพื่อขับไล่พวกขอม แต่ไม่เป็นการสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ขอมไม่สามารถขยายอำนาจขึ้นมายังบริเวณแอ่งเชียงใหม่-ลำพูนได้[13]
การเมือง การปกครอง
[แก้]อาณาจักรหริภุญชัยปกครองแบบธรรมราชา เริ่มต้นขึ้นจากการที่กลุ่มฤๅษีเป็นผู้สร้างเมือง แล้วอัญเชิญ พระนางจามเทวี จากเมืองละโว้ (ลพบุรี) ขึ้นมาเป็นปฐมกษัตริย์ ทำให้ระบบการปกครองรับอิทธิพลและรากฐานมาจากวัฒนธรรมทวารวดี กษัตริย์มีฐานะเป็น "ธรรมราชา" ผู้อุปถัมภ์ค้ำชูพระพุทธศาสนาเป็นหลัก ดังเช่นพระยาอาทิตตราช และพระยาสรรพสิทธิ์ ที่ทรงทุ่มเทอุทิศตนสร้างและบูรณะวัดวาอารามจำนวนมาก[8]
ศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่เมืองหริภุญชัย (ลำพูน) ซึ่งมีการพัฒนามาถึง 3 ระยะ ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 13 จนถึงพุทธศตวรรษที่ 19 ก่อนจะล่มสลาย ในช่วงที่หริภุญชัยเจริญสูงสุด คือ ระยะที่ 3 ชุมชนได้ขยายตัวและส่งอิทธิพลไปยังเมืองโบราณใกล้เคียง เกิดเป็นเครือข่ายเมือง หรือ "เวียง" บริวารเพื่ออารักขาเมืองหลวงและจัดการลุ่มน้ำ เช่น เวียงมโน เวียงเถาะ และเวียงท่ากาน เมืองเหล่านี้มีเจ้าเมืองปกครองแต่ส่งส่วยหรือมีความสัมพันธ์เชิงเครือญาติกับกษัตริย์ที่ลำพูน[14]
รายพระนามผู้ปกครอง
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ David K. Wyatt, Thailand: A Short History, Chaing Mai : Silkworm Book, 2004, pg. 21
- 1 2 3 4 5 ชื่อบ้านนามเมือง (PDF) (ประวัติศาสตร์). พิพิธภัณฑ์หริภุญไชย. กันยายน 2005. ISBN 974-417-769-1. สืบค้นเมื่อ 2026-05-14.
{{cite book}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - 1 2 ณัฏฐภักร จันทวิช และเพ็ญสุภา สุขคตะ ใจอินทร์. (2548). ปริวรรตภาษา ชื่อบ้านนามเมือง สืบค้นความหมาย ถ่ายทอดอักขระ คำว่า "หริภุญไชย" และ "ลำพูน". กรุงเทพฯ: สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. น. 9–19. ISBN 9744177691
- 1 2 อ้างอิงหลายแหล่ง:
- ส่งศรี ประพัฒน์ทอง. (2536). ประณีตศิลป์ไทย. กรุงเทพฯ: กองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร. หน้า 162. ISBN 9789744250056
- ปรีชา กาญจนาคม. (2532). "เมืองหริภญไชย," แนวทางศึกษาโบราณคดี. นครปฐม: คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร. หน้า 95. OCLC 992241694
- พระโพธิรังษี และราชบัณฑิตยสภา (รวบรวม). (2473). จามเทวีวงษ์ พงศาวดารเมืองหริภุญไชย ทั้งภาษาบาลีและคำแปล. แปลโดยพระยาปริยัติธรรมธาดา (แพ ตาละลักษมณ์) กับพระญาณวิจิตร (สิทธิ โลจนานนท์). พระนคร: ม.ป.ท.
- เพิ่งอ้าง. จามเทวีวงษ์ ปริเฉท 2. หน้า 23–52.
- เพิ่งอ้าง. จามเทวีวงษ์ ปริเฉท 3. หน้า 53–76.
- ↑ R. Halliday, D. Litt (1932). "The Mon Inscription of Siam: The Mon People," Journal Of The Burma Research Society, 22(3)(1932): 109. cited in BEFEO, t.XXV. 1925 p. 19 f. para. 2 "In the VIIth century of our era a princess the daughter of the king of Lavo (Lophburi) ... [sic] ..., went north with a following and found Haripuñjaya on the site of the modern Lamphun. Coedes gives the date as 661 A.D."
- ↑ นิทรรศการถาวร/item/การจัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุ-ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ-หริภุญไชย[ลิงก์เสีย]
- 1 2 3 4 เขียน, ยิ้มศิริ (1957). พุทธานุสรณ์; พร้อมด้วย, ตำนานเชียงแสน; ตำนานหริภุญชัย. บุญส่งการพิมพ์. สืบค้นเมื่อ 2026-05-05.
- 1 2 3 ตำนานพระธาตุหริภุญชัย. digital.library.tu.ac.th. กรมศิลปากร. 1962. สืบค้นเมื่อ 2026-05-05.
- ↑ แสวง, มาละแซม (1996). ลำพูน: จากเมืองยองถึงหริภุญชัย: วัฒนธรรมกับการปกครองท้องถิ่น. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะสังคมศาสตร์. ISBN 9748971295. สืบค้นเมื่อ 2026-05-06.
- ↑ เอิบ, อุมาภิรมย์ (1970). ประชุมตำนานพระธาตุ ภาคที่ 1 และภาคที่ 2. กรมศิลปากร.
- ↑ พรพรรณ, ธารานุมาศ; คุณหญิง (1964). วรรณคดีที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา & เหตุที่คนต่างกัน. digital.library.tu.ac.th. บริษัท ประชาชน จำกัด (แผนกการพิมพ์). สืบค้นเมื่อ 2026-05-08.
- ↑ บุญเพลิน, ยาวิชัย (2021). "การเสริมสร้างแหล่งเรียนรู้และการจัดการแหล่งโบราณคดีหริภุญชัย จังหวัดลำพูน" (PDF). mcuir.mcu.ac.th. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย. สืบค้นเมื่อ 2026-05-11.
{{cite journal}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - 1 2 รัตนาพร, เศรฐกุล. ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจวัฒนธรรมแอ่งเชียงใหม่ - ลำพูน ก่อนพุทธศตวรรษที่ 15-16 (PDF). elibrary.tsri.or.th (ประวัติศาสตร์ ภาคเหนือ). สกสว. สืบค้นเมื่อ 2026-05-12.
{{cite book}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อsureth1
- 'Historic Lamphun: Capital of the Mon Kingdom of Haripunchai', in: Forbes, Andrew, and Henley, David, Ancient Chiang Mai Volume 4. Chiang Mai, Cognoscenti Books, 2012. ASIN: B006J541LE
- Swearer, Donald K. and Sommai Premchit. The Legend of Queen Cama: Bodhiramsi's Camadevivamsa, a Translation and Commentary. New York: State University of New York Press, 1998.
- อาณาจักรหริภุญชัย
- อาณาจักรมอญ
- ชาวมอญ
- อาณาจักรล้านนา
- ราชอาณาจักรในอดีต
- รัฐพุทธ
- กลุ่มราชาธิปไตย
- ประวัติศาสตร์ไทย
- ประวัติศาสตร์ล้านนา
- ประวัติศาสตร์หริภุญชัย
- ประวัติศาสตร์ของจังหวัดเชียงราย
- ประวัติศาสตร์ของจังหวัดเชียงใหม่
- ประวัติศาสตร์ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน
- ประวัติศาสตร์ของจังหวัดลำปาง
- ประวัติศาสตร์ของจังหวัดลำพูน
- ประวัติศาสตร์ของจังหวัดพะเยา
- รัฐสิ้นสภาพในประวัติศาสตร์ไทย
- รัฐสิ้นสภาพในประวัติศาสตร์ล้านนา
- รัฐสิ้นสภาพในประวัติศาสตร์หริภุญชัย
- รัฐสิ้นสภาพในประวัติศาสตร์มอญ
- รัฐสิ้นสภาพในทวีปเอเชีย
- รัฐและดินแดนที่ก่อตั้งในปี พ.ศ. 1172
- รัฐและดินแดนที่สิ้นสุดในปี พ.ศ. 1743
- รัฐสิ้นสภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- รัฐและดินแดนที่ก่อตั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 8
- ประวัติศาสตร์มอญ
- ความสัมพันธ์อาณาจักรหริภุญชัย–อาณาจักรระมิงค์นคร
- ไป่เยฺว่