ข้ามไปเนื้อหา

แคว้นสุพรรณภูมิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แคว้นสุพรรณภูมิ
ก่อน ค.ศ. 807 –1438
แคว้นสุพรรณภูมิตั้งอยู่ในประเทศไทย
สุพรรณบุรี
สุพรรณบุรี
อู่ทอง
อู่ทอง
ที่ตั้งของสุพรรณบุรี ศูนย์กลางของแคว้นสุพรรณภูมิ (จุดแดง) และเมืองอู่ทอง (จุดน้ำเงิน)
แผนที่
แผนที่สุพรรณบุรีในปัจจุบันแสดงคูเก่าทางตะวันตกของนครรัฐสุพรรณภูมิ คูตะวันอกถูกทำลาย ขนาดพื้นที่โดยรวมก่อนการสถาปนาอาณาจักรอยุธยาอยู่ที่ 1900x3600 เมตร และตั้งคร่อมแม่น้ำท่าจีนในทิศเหนือ-ใต้[1]
เมืองหลวง
พระมหากษัตริย์ 
 807–867
กง
 1408–1424 (สุดท้าย)
เจ้าอ้ายพระยา
ยุคประวัติศาสตร์สมัยหลังคลาสสิก
 สถาปนากาญจนบุรีเก่า
807
 สถาปนาสุพรรณบุรี
877
 ละโว้เข้ายึดสุพรรณภูมิ
928/929
 สุพรรณภูมิ/หริภุญไชยเข้ายึดอาณาจักรละโว้
1052
 รัฐบริวารของอาณาจักรสุโขทัย
1283–1298
 เข้าร่วมสหพันธรัฐกับละโว้และสถาปนาอาณาจักรอยุธยา
1351
 อ้างสิทธิ์ราชบัลลังก์อยุธยา
1370
 เสียอยุธยาแก่ละโว้
1388
 ได้อยุธยาคืน
1424
 ผนวกเข้ากับอาณาจักรอยุธยา
1438
1569
ก่อนหน้า
ถัดไป
เจินหลี่ฟู่
ละโว้
เพชรบุรี
ทวารวดี
อาณาจักรอยุธยา
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย

อาณาจักรสุพรรณภูมิ, แคว้นสุพรรณภูมิ หรือ สุวรรณภูมิ ภายหลังรู้จักกันในชื่อ สุพรรณบุรี เป็นนครรัฐสยามที่ปรากฏในช่วงต้นของ"พื้นที่สยาม" (Siam proper) ที่ขยายขอบเขตจากภาคกลางฝั่งตะวันตกในปัจจุบันถึงคอคอดกระตอนเหนือ พร้อมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ได้แก่ อู่ทอง,[2]:4–6 นครปฐม,[3]:140[4] สุพรรณบุรี[5]:40 และบ้านดอนตาเพชร[6] บันทึกประวัติศาสตร์จีนเรียกอาณาจักรนี้เป็น เซียน ตั้งแต่ ค.ศ. 1349[5]:40 แต่ตามหลักฐานทางโบราณคดี มีการคาดเดาว่าอาณาจักรนี้เกิดขึ้นราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ 12[7]:276–7

เมื่อไม่เกิน ค.ศ. 1349 สุพรรณภูมิกลายเป็นจุดศูนย์กลางของเซียนต่อจากอาณาจักรพริบพรี เมื่อเซียนพ่ายแพ้ต่อหลัวหู (ละโว้) และมีการส่งบรรณาการแก่จีนภายใต้ชื่อ เซียหลัวหู (สยาม-ละโว้ หรืออาณาจักรอยุธยา) ที่นำโดยพระเจ้า Su-men-bang แห่งเซียน โดย Su-men-bang ระบุเข้ากับสุพรรณบุรี[5]:40 นับแต่นั้นมา สุพรรณภูมิจึงกลายเป็นหนึ่งในอาณาจักรภายใต้มณฑลสหพันธรัฐของอาณาจักรอยุธยาและถูกผนวกเข้ากับอยุธยาโดยสมบูรณ์ใน ค.ศ. 1438[7]:282 อย่างไรก็ตาม นักวิชาการสมัยใหม่เสนอแนะว่าเซียนที่ปรากฏในเอกสารจีนและ Đại Việt ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 อาจเป็นอยุธยา ซึ่งเป็นหน่วยการเมืองที่ต่อมาเรียกว่าอาณาจักรอยุธยา (Xiānluó hú หรือ Xiānluó) ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 14[8][9]

ประวัติ

[แก้]

การกำเนิด

[แก้]

สืบเนื่องจากพระเจ้าไชยสิริ กษัตริย์โยนกเชียงแสน ครองเมืองชัยปราการ (เมืองฝาง) อพยพผู้คนหนีการโจมตีจากพวกมอญลงมาทางใต้ บรรดาเชื้อพระวงศ์และผู้คนต่างที่อพยพลงมาด้วยได้พากันแยกย้ายไปตั้งบ้านเมืองของตนอยู่ตามแคว้นต่าง ๆ โดยมีเมืองใหญ่ ๆ 2 เมืองคือ เมืองอโยธยา แคว้นละโว้ และเมืองอู่ทอง แคว้นสุพรรณภูมิ ต่อมา พระเจ้าไชยสิริทรงขยายอาณาเขตไปทางใต้และได้ปกครองแคว้นศิริธรรมราช[10] และได้ตั้งเมืองนครศิริธรรมราช (นครศรีธรรมราช) เป็นเมืองหลวง

ราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ในช่วง พ.ศ. 1843-พ.ศ. 1893 เมืองอู่ทองอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรสุโขทัย แต่มีหลายความคิดเกี่ยวกับเมืองสุพรรณภูมิ เช่น ต้นกำเนิดของพระเจ้าอู่ทองที่ยังคงมีความไม่ชัดเจน[11] การปกครองแคว้นสุพรรณภูมิควบคู่ไปกับการปกครองอาณาจักรสุโขทัย ในช่วงหลังการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ภายหลังแคว้นสุพรรณภูมิได้ถูกลดความสำคัญลงเป็นหัวชั้นเมืองเอก (เมืองหน้าด่าน) เท่านั้น การปกครองจะมีการแต่งตั้งผู้ปกครองที่มีเชื้อสายราชวงศ์ทั้งทางสุโขทัยและอยุธยามาปกครองโดยมีตำแหน่ง "เจ้าเมืองอู่ทอง" ซึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครองแคว้นสุพรรณภูมิสำหรับพระราชโอรสมักเรียกตามตำแหน่งสกุลยศว่า "ขุนหลวง" ในลักษณะคล้ายกับเมืองพิษณุโลกสองแคว และปกครองเมืองสรรค์ (แพรกศรีราชา) นอกจากนี้พระมหากษัตริย์ผู้ครองกรุงศรีอยุธยาต้องทรงแต่งตั้งพระชายาผู้สืบเชื้อสายจากผู้ครองอาณาจักรสุพรรณภูมิในตำแหน่ง "ท้าวอินทรสุเรนทร" ด้วย

ผู้ปกครอง

[แก้]
  • พระยาอู่ทอง - พระราชบิดาในขุนหลวงพะงั่วและพระสสุระ (พ่อตา) ของพระเจ้าอู่ทองในช่วงก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยา (มีผู้ปกครองเรียกว่า ผู้รั้ง)

รายพระนามพระมหากษัตริย์ ที่เกี่ยวข้องกับอาณาจักรสุพรรณภูมิ

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "ชุมชนโบราณ เมืองโบราณ อุทยานประวัติศาสตร์". culturalenvi.onep.go.th. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 1 August 2022. สืบค้นเมื่อ 15 December 2024.
  2. Phrakhru Sophonweeranuwat; Phrakhru Wiboonjetiyanurak; Phrakhru Siribuddhisart; Phrakhru Baidika Sakdanal Netphra; Aekmongkol Phetchawong (2021). "การศึกษาวิเคราะห์เมืองอู่ทองในฐานะประวัติศาสตร์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา" [An Analytical Study Of U-Thong City As A History Of Buddhist Propagation]. Journal of Buddhist Studies Vanam Dongrak. 8 (1): 1–14.
  3. Luce, G.H. (1958). "The Early Syam in Burma's History" (PDF). Journal of the Siam Society. 46: 123–213. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2024-07-01.
  4. Keatkhamjorn Meekanon (14 July 2024). "ตามพรลิงค์: สมาพันธรัฐที่โลกลืม ตอน ความสัมพันธ์กับรัฐไทย" [Tambralinga: the World's Forgotten Confederation: The Relationship with the Thai State]. Manager Daily. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-11-06. สืบค้นเมื่อ 7 November 2024.{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์)
  5. 1 2 3 Yoneo Ishii (2004). "Exploring a New Approach to Early Thai History" (PDF). Journal of the Siam Society. 92: 37–42. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2020-07-15.
  6. Phanomkorn Navasela (14 June 2018). "รายการ "อดีตในอนาคต" ตอนที่ ๑๓ อู่ทอง นครรัฐเมืองท่าสมัยฟูนัน" ["The Past in the Future" Episode 13: U Thong, a port city-state during the Funan period]. lek-prapai.org. สืบค้นเมื่อ 10 November 2024.
  7. 1 2 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ suphan
  8. Baker, Chris; Phongpaichit, Pasuk (2017). A History of Ayutthaya: Siam in the Early Modern World. Cambridge University Press. ISBN 978-1-107-19076-4.
  9. Kasetsiri, Charnvit. "Review Article: A New Tamman About Ayudhya – The Rise of Ayudhya: A History of Siam in the Fourteenth and Fifteenth Centuries" (PDF).
  10. พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ.ประวัติศาสตร์ไทย หน้า 525 - 527.
  11. พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ.ประวัติศาสตร์ไทย ตำนานพระเจ้าอู่ทอง หน้า 535.

บทอ่านเพิ่มเติม

[แก้]