ข้ามไปเนื้อหา

ภาษาอูรักลาโวยจ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาษาอูรักลาโวยจ
ออกเสียง[ʔuˈrʌk̚ laˈwojʔ]
ประเทศที่มีการพูดไทย
ภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต, จังหวัดกระบี่, จังหวัดสตูล
ชาติพันธุ์อูรักลาโวยจ
จำนวนผู้พูด5,000 คน  (2555)[1]
ตระกูลภาษา
ออสโตรนีเซียน
ระบบการเขียนมาตรฐานกำหนดให้ใช้อักษรไทย
สถานภาพทางการ
ภาษาชนกลุ่มน้อยที่รับรองใน ไทย
ผู้วางระเบียบสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล
รหัสภาษา
ISO 639-3urk

ภาษาอูรักลาโวยจ หรือ ภาษาอูรักลาโว้ย เป็นภาษามลายูพื้นเมืองดั้งเดิมภาษาหนึ่งที่ใช้กันในภาคใต้ของประเทศไทย มีผู้พูดราว 5,000 คน (พ.ศ. 2555) โดยเฉพาะในเกาะภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต และเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ นอกจากนี้ยังมีผู้พูดในท้องที่อื่นทางภาคใต้ฝั่งตะวันตกอย่างเกาะอาดัง จังหวัดสตูล เป็นต้น[2] ไม่พบในประเทศมาเลเซีย

ภาษาอูรักลาโวยจจัดอยู่ในตระกูลภาษาออสโตรนีเซียน กลุ่มภาษามาลาโย-โพลีเนเซีย สาขามาเลย์อิก ผู้พูดภาษานี้เป็นภาษาแม่คือชาวอูรักลาโวยจซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มหนึ่งในประเทศไทย พวกเขานับถือความเชื่อดั้งเดิม ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม

สัทวิทยา

[แก้]

พยัญชนะ

[แก้]
หน่วยเสียงพยัญชนะภาษาอูรักลาโวยจถิ่นบ้านสังกาอู้ จังหวัดกระบี่[3]
ลักษณะการออกเสียง ตำแหน่งเกิดเสียง
ริมฝีปาก ปุ่มเหงือก เพดานแข็ง เพดานอ่อน เส้นเสียง
เสียงนาสิก m n ɲ ŋ
เสียงหยุด ก้อง b d ɟ ɡ
ไม่ก้อง ไม่พ่นลม p t c k ʔ
พ่นลม () () () ()
เสียงเสียดแทรก (f) s h
เสียงลิ้นกระทบ r
เสียงข้างลิ้น l
เสียงกึ่งสระ w j
  • หน่วยเสียงในวงเล็บเป็นหน่วยเสียงที่พบในคำยืมจากภาษาอื่นเป็นส่วนใหญ่
  • หน่วยเสียงพยัญชนะต้นควบในภาษาอูรักลาโวยจถิ่นบ้านสังกาอู้มี 15 หน่วยเสียง ได้แก่ /mr/, /br/, /bl/, /pr/, /pl/, /pʰl/, /tr/, /tl/, /ɟr/, /cr/, /kr/, /kl/, /sr/, /hl/ และ /hj/
  • แหล่งข้อมูลต่าง ๆ วิเคราะห์สถานะทางสัทวิทยาของ [jʔ] และ [jh] (ซึ่งปรากฏท้ายพยางค์) แตกต่างกันไป บางแหล่งจัดให้ [jʔ] เป็นหน่วยเสียงย่อยของหน่วยเสียง /c/ และจัดให้ [jh] เป็นหน่วยเสียงย่อยของหน่วยเสียง /s/ ในขณะที่บางแหล่งจัดให้ [jʔ] เป็นหน่วยเสียงย่อยของหน่วยเสียง /c/ เท่านั้น และบางแหล่งไม่เห็นด้วยกับการจัดเช่นนี้ทั้งหมด
  • หน่วยเสียง /r/ ในภาษาอูรักลาโวยจถิ่นบ้านสังกาอู้มีเสียงแปร 2 เสียง ได้แก่ เสียงลิ้นกระทบ ปุ่มเหงือก ก้อง [ɾ] และเสียงที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเสียงเสียดแทรก เพดานอ่อน ก้อง [ɣ]
  • หน่วยเสียง /l/ ในภาษาอูรักลาโวยจถิ่นบ้านสังกาอู้ปรากฏในตำแหน่งต้นพยางค์เท่านั้น แต่ในภาษาอูรักลาโวยจถิ่นภูเก็ตปรากฏทั้งในตำแหน่งต้นพยางค์และท้ายพยางค์

สระ

[แก้]

สระเดี่ยว

[แก้]
หน่วยเสียงสระเดี่ยวภาษาอูรักลาโวยจถิ่นบ้านสังกาอู้ จังหวัดกระบี่[4]
ระดับลิ้น ตำแหน่งลิ้น
หน้า กลาง หลัง
สูง iu
กลาง eəo
ต่ำ ɛaɔ

ความสั้นยาวของเสียงสระไม่ทำให้ความหมายของคำเปลี่ยนแปลง แต่เสียงสระในพยางค์เปิดมักยาวกว่าเสียงสระในพยางค์ปิด และในขณะเดียวกัน เสียงสระที่มีพยัญชนะนาสิกเป็นพยัญชนะท้ายมักยาวกว่าเสียงสระที่มีพยัญชนะหยุดเป็นพยัญชนะท้าย[5]

สระประสม

[แก้]

หน่วยเสียงสระประสมภาษาอูรักลาโวยจถิ่นบ้านสังกาอู้มี 2 หน่วยเสียง ได้แก่ /ia/ และ /ua/[4]

ลักษณ์เหนือหน่วยแยกส่วน

[แก้]

ภาษาอูรักลาโวยจไม่มีวรรณยุกต์ แต่มีการเน้นพยางค์ (stress) และการใช้ทำนองเสียง (intonation) ทำให้ฟังแล้วคล้ายกับมีวรรณยุกต์ ตัวอย่างเช่น คำที่มี 2–3 พยางค์ จะเน้นที่พยางค์สุดท้าย, คำสุดท้ายของประโยคคำถาม จะมีทำนองเสียงสูงขึ้น, คำสุดท้ายของประโยคปฏิเสธ จะมีทำนองเสียงลงต่ำกว่าปกติ เป็นต้น แม้ว่าการเปลี่ยนทำนองเสียงในประโยคสามารถทำให้ความหมายของประโยคนั้นเปลี่ยนแปลงไปได้[6] แต่การออกเสียงเน้นที่พยางค์ใดก็ตามของคำไม่ทำให้ความหมายของคำนั้นเปลี่ยนแปลง[5]

ระบบการเขียน

[แก้]

เดิมทีภาษาอูรักลาโวยจไม่มีตัวเขียน นับวันจะยิ่งสูญหาย จึงเกิดโครงการ "แนวทางในการศึกษาศักยภาพของชุมชนเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูภาษา วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วมของชาวอูรักลาโวยจ บ้านสังกาอู้ ต.เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่" ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น และศูนย์ศึกษาและฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมในภาวะวิกฤต สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล และได้จัดทำมาตรฐานการเขียนภาษาอูรักลาโวยจด้วยอักษรไทยขึ้นตามระบบเสียงภาษาอูรักลาโวยจที่พูดกันอยู่ในหมู่ที่ 7 บ้านสังกาอู้ ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เป็นหลัก

ตัวเขียนภาษาอูรักลาโวยจอักษรไทยตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบเขียนและจัดทำคู่มือภาษาชาติพันธุ์ด้วยอักษรไทย ศูนย์ศึกษาและฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมในภาวะวิกฤต มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กำหนดไว้ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

พยัญชนะ
อักษรไทยเสียงตัวอย่างคำความหมาย
/k/อตับปู
ฮลัเหยี่ยว
กฺ/ɡ/กฺีกฺีฟัน (นาม)
/kʰ/อดค้อน (นาม)
/ŋ/าจิกรรไกรหนีบหมาก
ปีนัหมาก
/c/ (เมื่อเป็นพยัญชนะต้น)จีแหวน
/cʰ/อนีงลูกเนียง
/s/ (เมื่อเป็นพยัญชนะต้น)ซีโปยจหอย
/ɲ/าเมาะยุง
/d/าโวดใบไม้
/t/ (เมื่อเป็นพยัญชนะท้าย)ฮูยฺัฝน
/t/ (เมื่อเป็นพยัญชนะต้น)างันมือ
/tʰ/ถัง
/n/นูนัน้อยหน่า
กัตูกัฟักทอง
/b/บีหมู
/p/ (เมื่อเป็นพยัญชนะท้าย)ฮายัไก่
/p/ (เมื่อเป็นพยัญชนะต้น)ปีซักกล้วย
/pʰ/ากฺิแบ่ง
/f/ฟีฟิล์ม
/m/าทูผึ้ง
เคอนักระต่าย
/j/าตกหัวใจ
ตูปักระรอก
ยจ[jʔ]มูโลยจปาก
ยฮ[jh]นุยฮปลาหมึก
ยฺ/ɟ/ยฺารีนิ้ว
/r/ากฺาตะกร้า
/l/ลีปัดตะขาบ
/w/วัยจวัด (นาม)
เมียแมว
/ʔ/ (เมื่อเป็นพยัญชนะต้น)อีกัดปลา
/h/ฮูรักกุ้ง
รูมะบ้าน
ไม่มีรูป/ʔ/ (เมื่อเป็นพยัญชนะท้าย)ยาโกฺะข้าวโพด
  • นอกเหนือจากมาตรฐานนี้ ยังมีการใช้รูปพยัญชนะ
    แทน กฺ; แทน ยฺ; และ –จ แทน –ยจ
  • มีการใช้รูป –ยํ และ –ล แสดงหน่วยเสียง /l/ ท้ายพยางค์
    ในภาษาอูรักลาโวยจถิ่นภูเก็ต
สระ
อักษรไทยเสียงตัวอย่างคำความหมาย
–ะ/a/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายเป็น
/ʔ/ หรือ /h/)
กฺาวแมงมุม
เตองกลาง
–ั/a/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายที่ไม่ใช่
/ʔ/, /h/ และ /w/)
รัฟัก (ไข่)
รัยฮข้าวสาร
–า/a/ (เมื่อไม่มีพยัญชนะท้าย) ขนุน
เสียง
–ิ/i/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายเป็น /h/
รวมทั้งพยัญชนะอื่น เช่น
พยัญชนะหยุด)
ฮาบิหมด
อีติเป็ด
กิแห้ง
–ี/i/ (เมื่อไม่มีพยัญชนะท้าย
หรือมีพยัญชนะท้ายในบางคำ)
ปีปีแก้ม
คีคีม
เชอนีลูกเนียง
–ุ/u/ (เมื่อมีพยัญชนะท้าย)กามุมุ้ง
ยูรุยฮก่อน
–ู/u/ (เมื่อไม่มีพยัญชนะท้าย)มาทูผึ้ง
รูมาแข่ง
เ–ะ/e/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายเป็น
/ʔ/ หรือ /h/)
พากิ๊บติดผม
เบอได้
เ–/e/ (เมื่อไม่มีพยัญชนะท้าย
หรือมีพยัญชนะท้ายอื่น)
กลามะพร้าว
งาญนตก (เบ็ด)
แ–ะ/ɛ/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายเป็น
/ʔ/ หรือ /h/)
ตามีดอีโต้
มามา
แ–/ɛ/ (เมื่อไม่มีพยัญชนะท้าย
หรือมีพยัญชนะท้ายอื่น)
แห่
กฺรกตะกวด (แลนดำ)
โ–ะ/o/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายเป็น
/ʔ/ หรือ /h/)
ญาสับปะนก (เครื่องมือเจาะหอย)
ซาสมอเรือ
โ–ะ (ลดรูป)/o/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายที่ไม่ใช่
/ʔ/, /h/, /j/, [jʔ] และ [jh])
บูรกนก
รูมดก่อ, จุด (ไฟ)
โ–/o/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายเป็น /j/,
[jʔ] หรือ [jh] รวมทั้งพยัญชนะอื่น
ในบางคำ)
กยขนม
รามยจเงาะ
ดาวดใบไม้
เ–าะ/ɔ/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายเป็น
/ʔ/ หรือ /h/)
ญาาะสวิงดักปลา
าะใส่
–อ/ɔ/ (เมื่อไม่มีพยัญชนะท้าย
หรือมีพยัญชนะท้ายอื่น)
ตีกกาน้ำ
พลเสียงของตก
เ–อ/ə/ (เมื่อไม่มีพยัญชนะท้าย)อเไข่
จรเมนกระจก
เ–ีย/ia/เดียทุเรียน
เมียแมว
–ัวะ/ua/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายเป็น
/ʔ/)
ยฺัวะเต้นอย่างสนุกสนาน
ลัวะช่องแคบ
–ัว/ua/ (เมื่อไม่มีพยัญชนะท้าย)เบอนัวโลก, จักรวาล
–ว–/ua/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายอื่น)ยจทำ
ยจไข้หวัด
เ–า/aw/ลีมะนาว
ยฺรใส
  • สระสั้นที่ไม่มีตัวสะกดจะมีเสียง /ʔ/ อยู่ด้วย
  • สระสั้นที่มีตัวสะกดเป็น –ฮ ไม่ต้องเปลี่ยนรูปสระ
  • รูปสระ –ี โดยทั่วไปใช้แทนเสียงสระ /i/ ที่ไม่มีเสียงพยัญชนะท้าย แต่บางครั้งยังใช้
    แทนเสียงสระ /i/ ที่มีเสียงพยัญชนะท้ายด้วย โดยเฉพาะพยัญชนะนาสิก
  • รูปสระ โ–ะ ที่มีตัวสะกดนอกเหนือจาก –ฮ โดยทั่วไปเขียนแบบลดรูป ยกเว้นเมื่อ
    ตัวสะกดนั้นเป็น –ย, –ยจ, –ยฮ รวมทั้งพยัญชนะอื่นในบางคำ จะใส่ กำกับไว้
  • รูปสระ เ–ะ, แ–ะ และ เ–าะ ถ้ามีตัวสะกด ไม่ต้องใส่ไม้ไต่คู้
  • ในคำยืมบางคำปรากฏเสียงสระ /ə/ ในพยางค์ปิดด้วย ในกรณีนี้จะแสดงด้วยรูป เ–ิ
  • นอกเหนือจากมาตรฐานนี้ ยังมีการใช้รูปสระ –ือ แทน เ–อ ในพยางค์ที่ไม่เน้นหนัก

อ้างอิง

[แก้]
  1. ภาษาอูรักลาโวยจ ที่ Ethnologue (18th ed., 2015) (ต้องสมัครสมาชิก)
  2. http://school.obec.go.th/adang/urak%20lawoi.html
  3. ศูนย์ศึกษาและฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมในภาวะวิกฤต. (2563). คู่มือระบบเขียนภาษาอูรักลาโวยจอักษรไทย ฉบับมหาวิทยาลัยมหิดล. นครปฐม: สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล, หน้า 12–13.
  4. 1 2 ศูนย์ศึกษาและฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมในภาวะวิกฤต. (2563). คู่มือระบบเขียนภาษาอูรักลาโวยจอักษรไทย ฉบับมหาวิทยาลัยมหิดล. นครปฐม: สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล, หน้า 16–17.
  5. 1 2 ศูนย์ศึกษาและฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมในภาวะวิกฤต. (2563). คู่มือระบบเขียนภาษาอูรักลาโวยจอักษรไทย ฉบับมหาวิทยาลัยมหิดล. นครปฐม: สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล, หน้า 16–17.
  6. ศูนย์ศึกษาและฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมในภาวะวิกฤต. (2563). คู่มือระบบเขียนภาษาอูรักลาโวยจอักษรไทย ฉบับมหาวิทยาลัยมหิดล. นครปฐม: สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล, หน้า 18.
  • Gordon, Raymond G., Jr. (ed.), 2005. Ethnologue: Languages of the World, Fifteenth edition. Dallas, Tex.: SIL International. Online version: http://www.ethnologue.com/.