ภาษาไทดั้งเดิม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ภาษาไทดั้งเดิม[1] (อังกฤษ: Proto-Tai language) เป็นภาษาดั้งเดิม (proto-language) หรือภาษาบรรพบุรุษที่ได้รับการสืบสร้างขึ้นของกลุ่มภาษาไททั้งมวล ซึ่งได้แก่ ภาษาไทย ภาษาลาว ภาษาคำเมือง ภาษาไทใหญ่ ภาษาไทลื้อ ภาษาไทดำ เป็นต้น ทั้งนี้ ภาษาไทดั้งเดิมมิได้ปรากฏเป็นหลักฐานในเอกสารใด ๆ ที่หลงเหลืออยู่โดยตรง แต่ได้รับการสืบสร้างตามระเบียบวิธีเปรียบเทียบ (comparative method) โดยนักภาษาศาสตร์หลี่ ฟางกุ้ย ใน พ.ศ. 2520 และพิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ ใน พ.ศ. 2552[2]

ระบบเสียง[แก้]

ภาษาไทดั้งเดิมมีหน่วยเสียงพยัญชนะที่หลากหลายกว่าภาษาตระกูลไทในปัจจุบัน แต่มีเสียงวรรณยุกต์ที่น้อยกว่าภาษาปัจจุบัน

พยัญชนะเดี่ยว[แก้]

ตารางด้านล่างนี้แสดงระบบพยัญชนะของภาษาไทดั้งเดิม ตามการสืบสร้างของ หลี่ ฟางกุ้ย ในหนังสือ คู่มือภาษาศาสตร์เชิงเปรียบเทียบตระกูลไท (A Handbook of Comparative Tai). พยัญชนะในฐานเพดานแข็ง ซึ่งระบุในหนังสือดังกล่าวด้วยสัญลักษณ์ [č, čh, ž] ถูกจัดเป็นหยัญชนะกักเสียดแทรก (affricate consonant) ในที่นี้จะใช้สัญลักษณ์ [, tɕʰ and ] ตามลำดับ เพื่อให้สอดคล้องกับระบบสัทอักษรสากล

พยัญชนะภาษาไทดั้งเดิม
(หลี่ ฟางกุ้ย 1977)
ริมฝีปาก (Labial) ปุ่มเหงือก (Alveolar) เพดานแข็ง (Palatal) เพดานอ่อน (Velar) เส้นเสียง (Glottal)
กัก (Stop) ไม่ก้อง ไม่พ่นลม (Voiceless unaspirated) p t k
ไม่ก้อง พ่นลม (Voiceless aspirated) tɕʰ
ก้อง (Voiced) b d ɡ
กักเส้นเสียง (Glottalized) ʔb ʔd ʔj ʔ
เสียดแทรก (Fricative) ไม่ก้อง (Voiceless) f s x h
ก้อง (Voiced) v z ɣ
นาสิก (Nasals) ไม่ก้อง (Voiceless) hm hn hɲ hŋ
ก้อง (Voiced) m n ɲ ŋ
เสียงไหล (Liquids)
และ กึ่งสระ (semivowel)
ไม่ก้อง (Voiceless) hw hr, hl
ก้อง (Voiced) w r, l j

ระบบเสียงดังกล่าวนี้ได้รับการสืบสร้างใหม่โดย พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ ในปี พ.ศ. 2552 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงหลายประการด้วยกัน การเปลี่ยนแปลงบางอย่างเป็นเพียงการตีความที่แตกต่างกันเท่านั้น ได้แก่ พยัญชนะฐานเพดานแข็งถูกจัดใหม่ให้เป็นพยัญชนะกัก (stop) แทนที่จะเป็นพยัญชนะกักเสียดแทรก (affricate) ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับพยัญชนะอื่นๆ ภายในระบบเสียงภาษาไทดั้งเดิม และสามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงทางสัทศาสตร์ได้โดยใช้หลักเดียวกันกับพยัญชนะกักตัวอื่นๆ (ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเสียงพยัญชนะเหล่านี้ไม่ได้มีลักษณะของการกักเสียดแทรก) การตีความอีกอย่างที่ต่างกันคือ พยัญชนะที่มีเสียงกักเส้นเสียงนำมาก่อน (pre-glottalized consonant) [ʔb, ʔd] ถูกตีความใหม่ให้เป็นเสียงกักเส้นเสียงลมเข้า (implosive consonant) [ɓ, ɗ] แทน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ได้แก่

  1. พยัญชนะกักพ่นลมถูกตัดออก โดยจัดให้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใหม่ในภายหลัง หลังจากที่ภาษาไทดั้งเดิมได้แยกออกเป็นสาขาย่อยต่างๆ
  2. ตัดพยัญชนะเสียดแทรกริมฝีปาก (/f/ และ /v/) ออก โดยจัดให้เป็นการแปรเสียงที่เกิดขึ้นในภายหลังแทน
  3. เพิ่มพยัญชนะฐานลิ้นไก่ (uvular consonant) ออกมาต่างหาก (*/q/, */ɢ/, and */χ/) โดยเป็นหน่วยเสียงแยกจากพยัญชนะฐานเพดานอ่อน (velar) โดยมีที่มาจากความไม่สอดคล้องกันระหว่างการแปรเสียงพยัญชนะในกลุ่ม /kʰ/, /x/ และ /h/ ในภาษาภายในตระกูลไทภาษาต่างๆ ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในภาษาพวน และภาษาผู้ไทกะป๋อง ความแตกต่างของเสียง /kʰ/ และ /x/ สามารถสืบสร้างได้จากภาษาไทขาว อย่างไรก็ตาม พบว่าคำที่มีเสียงพยัญชนะต้น /x/ ในภาษาไทขาว สอดคล้อง (มีเชื้อสายร่วม) กันกับคำที่มีเสียงพยัญชนะต้นในภาษาพวนและภาษาผู้ไทกะป๋องได้ถึง 3 แบบ บางคำขึ้นต้นด้วยเสียง /kʰ/ ในทั้งสองภาษา, บางคำขึ้นต้นด้วย /h/ ในทั้งสองภาษา และบางคำขึ้นต้นด้วย /kʰ/ ในภาษาพวน แต่กลับเป็นเสียง /h/ ในภาษาผู้ไทกะปง แสดงว่าในภาษาไทดั้งเดิมควรจะมีหน่วยเสียงในกลุ่มนี้แตกต่างกันได้ถึง 3 หน่วยเสียง ไม่ใช่มีเพียงเสียง /x/ ตามการสืบสร้างแบบเดิม ดังนั้นพิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ จึงสืบสร้างหน่วยเสียงใหม่สำหรับความสอดคล้องทั้ง 3 แบบเป็น /x/, /χ/ and /q/ ตามลำดับ

ตารางด้านล่างนี้แสดงระบบเสียงหยัญชนะในภาษาไทดั้งเดิม ตามการสืบสร้างของพิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์

ริมฝีปาก ปุ่มเหงือก เพดานแข็ง เพดานอ่อน ลิ้นไก่ เส้นเสียง
กัก ไม่ก้อง p t c k q
ก้อง b d ɟ ɡ ɢ
กักเส้นเสียง ɓ ɗ ʔj ʔ
เสียดแทรก ไม่ก้อง s (ɕ) x χ h
ก้อง z (ʑ) ɣ
นาสิก ไม่ก้อง hm hn hɲ (hŋ)
ก้อง m n ɲ ŋ
เสียงไหลและกึ่งสระ ไม่ก้อง hw hr, hl
ก้อง w r, l

ภาษาตระกูลไทในปัจจุบันมีเสียงพยัญชนะท้าย (ตัวสะกด) เพียงไม่กี่เสียงเมื่อเทียบกับเสียงพยัญชนะต้น โดยมีลักษณะการเกิดเสียง (manner of articulation) ที่เป็นไปได้เพียง 3 แบบได้แก่ เสียงกัก, เสียงนาสิก และเสียงเปิดเท่านั้น และไม่มีการแยกระหว่างก้องหรือไม่ก้อง ทำให้หลี่ ฟางกุ้ย ได้สืบสร้างระบบเสียงพยัญชนะท้าย ซึ่งเหมือนกันกับในภาษาไทยปัจจุบัน

Proto-Tai consonantal syllabic codas
(Li 1977)
ริมฝีปาก ปุ่มเหงือก เพดานแข็ง เพดานอ่อน เส้นเสียง
กัก -p -t -k
นาสิก -m -n
เสียงไหลและกึ่งสระ -w -j

ในเวลาต่อมามีการศึกษาภาษาแสกเพิ่มขึ้น พบว่ามีคำที่มีเสียงพยัญชนะท้าย /-l/ อยู่ในภาษาดังกล่าว ซึ่งคำเหล่านี้ไม่ได้เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาอื่น พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ จึงสันนิษฐานว่าภาษาไทดั้งเดิมควรจะมีเสียงพยัญชนะท้าย *-l อยู่ในระบบเสียง และยังพบว่ามีการแปรเสียงพยัญชนะท้ายที่แตกต่างกันระกหว่างภาษาแสกกับภาษาไทอื่นๆ ได้แก่ คำที่ลงท้ายด้วย /-k/ บางคำในภาษาแสก กลับลงท้ายด้วย /-t/ ในภาษาไทอื่น คำเหล่านี้เดิมเคยถูกสืบสร้างให้ลงท้ายด้วย *-t ซึ่งไม่พบว่ามีเงื่อนไขใดสามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงจาก *-t ไปเป็น *-k ได้ จึงได้สืบสร้างเสียงใหม่สำหรับการแปรเสียงดังกล่าวเป็น *-c แทน

นอกจากนี้หน่วยเสียงพยัญชนะท้ายอีกตัวที่อาจเป็นไปได้คือ /*-ɲ/ ซึ่งยังมีหลักฐานไม่มาก แต่สังเกตได้จากการที่คำว่า กิน /kinA1/ ในภาษาไทย เทียบได้กับภาษาในสาขาไทเหนือว่า /kɯnA1/ ซึ่งเป็นไปได้ว่าแท้จริงแล้วเสียงพยัญชนะท้ายของคำนี้ในภาษาไทดั้งเดิมควรจะเป็น *-ɲ (ซึ่งสืบสร้างคำนี้ได้เป็น *kɯɲA) ซึ่งต่อมาเกิดการเลื่อนฐานกรณ์ไปข้างหน้า (fronting) ของทั้งสระและพยัญชนะ กลายเป็น /kinA1/ ในภาษาไทย แต่เป็น /kɯnA1/ ในภาษากลุ่มไทเหนือ

Proto-Tai consonantal syllabic codas
(Pittayaporn 2009)
ริมฝีปาก ปุ่มเหงือก เพดานแข็ง เพดานอ่อน
กัก -p -t -c -k
นาสิก -m -n (-ɲ)
เสียงไหลและกึ่งสระ -w -l -j

พยัญชนะควบ[แก้]

หลี่ ฟางกุ้ย (1977) ได้สืบสร้างพยัญชนะต้นควบต่อไปนี้

Proto-Tai consonant clusters
(Li 1977)
Labial Alveolar Velar
Unvoiced Stop pr-, pl- tr-, tl- kr-, kl-, kw-
Aspirated unvoiced stop pʰr-, pʰl- tʰr-, tʰl- kʰr-, kʰl-, kʰw-
Voiced Stop br-, bl- dr-, dl- ɡr-, ɡl-, ɡw-
Implosive ʔbr-, ʔbl- ʔdr-, ʔdl-
Voiceless Fricative fr- xr-, xw-
Voiced Fricative vr-, vl-
Nasal mr-, ml- nr-, nl- ŋr-, ŋl-, ŋw-
Liquid

การสืบสร้างภาษาไทดั้งเดิมของหลี่ ฟางกุ้ย ยังมีปัญหาที่อธิบายไม่ได้หลายประการ หนึ่งในนั้นคือความไม่สอดคล้องกันระหว่างการแปรเสียงพยัญชนะต้น เช่น คำว่า (มีด)พร้า /phra:C2/ ซึ่งร่วมเชื้อสายกับคำว่า /tha:C2/ ในภาษาแสกซึ่งหลี่ ฟางกุ้ย เคยสืบสร้างให้ขึ้นต้นด้วย *vr- นอกจากนี้ยังมีคำอื่นๆ พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ (2009) เห็นว่าการแปรเสียงดังกล่าวไม่สามารถอธิบายได้จากการสืบสร้างเดิม แต่จะอธิบายได้ถ้าให้ภาษาไทดั้งเดิมมีพยางค์ย่อย (sesquisyllable หรือ minor syllable) ที่นอกเหนือจากพยางหลักด้วย จากนั้นจึงอธิบายการแปรเสียงดังกล่าวได้ว่าเป็นการกร่อนของพยัญชนะควบทั้งพยางค์หลักและย่อยที่คนละตำแหน่งกัน ดังนั้นจึงแบ่งพยัญชนะควบออกได้เป็น

  1. ควบพยางค์เดี่ยว (Tautosyllabic clusters) – พิจารณาเป็นพยางค์เดียว
  2. ควบพยางค์ครึ่ง (Sesquisyllabic clusters) – ประกอบด้วยพยางค์ย่อย (อาจมองว่าเป็น "ครึ่งพยางค์") และพยางค์หลัก

พยัญชนะควบกล้ำพยางค์ครึ่งเป็นลักษณะที่พบได้ในภาษาตระกูลออสโตรเอเชียติกส่วนใหญ่ เช่นภาษาเขมร แต่ในภาษาตระกูลไทในปัจจุบันไม่พบว่ามีพยัญชนะควบกล้ำพยางค์ครึ่งหลงเหลืออยู่เลย ได้สันนิษฐานว่าภาษาไทดั้งเดิมเพิ่งเข้าสู่ระยะ "ควบกล้ำพยางค์ครึ่ง" (sesquisyllabic stage) เท่านั้น (ซึ่งกร่อนมาจาก ภาษาขร้าไทดั้งเดิม ที่สันนิษฐานว่ามีสองพยางค์เป็นอย่างต่ำ) ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ระยะ "พยางค์เดียว" (monosyllabic stage) ต่อไป ดังที่พบในภาษาตระกูลไททุกภาษา

ตารางด้านล่างนี้แสดงพยัญชนะควบกล้ำพยางค์เดี่ยว ซึ่งสืบสร้างโดย พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ (2009)

Proto-Tai consonant clusters
(Pittayaporn 2009)
Labial Alveolar Palatal Velar Uvular
Unvoiced Stop pr-, pl-, pw- tr-, tw- cr- kr-, kl-, kw- qr-, qw-
Implosive br-, bl-, bw- ɡr-, (ɡl-) ɢw-
Fricative sw- xw-, ɣw-
Nasal ʰmw- nw- ɲw- ŋw-
Liquid ʰrw-, rw-

ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างของกลุ่มพยัญชนะควบพยางค์ครึ่ง

Voiceless stop + voiceless stop (*C̥.C̥-)
  • *p.t-
  • *k.t-
  • *p.q-
  • *q.p-
Voiceless obstruent + voiced stop (*C̥.C̬-)
  • *C̥.b-
  • *C̥.d-
Voiced obstruent + voiceless stop (*C̬.C̥-)
  • *C̬.t-
  • *C̬.k-
  • *C̬.q-
Voiceless stops + liquids/glides (*C̥.r-)
  • *k.r-
  • *p.r-
  • *C̥.w-
Voiced consonant + liquid/glide
  • *m.l-
  • *C̬ .r-
  • *C̬ .l-
Clusters with non-initial nasals
  • *t.n-
  • *C̬ .n-

พยัญชนะควบอื่นๆ ได้แก่ *r.t-, *t.h-, *q.s-, *m.p-, *s.c-, *z.ɟ-, *g.r-, *m.n-; *gm̩.r-, *ɟm̩ .r-, *c.pl-, *g.lw-; etc.

สระ[แก้]

หลี่ ฟางกุ้ย (1977) ได้สืบสร้างสระเดี่ยว จำนวน 9 เสียง โดยมีลักษณะสมมาตรทั้งสระส่วนหน้าและสระส่วนหลัง โดยสระส่วนหลังมีการแยกระหว่างปากห่อ (rounded) กับปากเหยียด (unrounded) ด้วย ซึ่งคล้ายคลึงกับระบบสระของภาษาตระกูลไทในปัจจุบัน แต่กลับไม่มีการแยกระหว่างความสั้น-ยาว ดังตารางด้านล่าง

Proto-Tai vowels
(หลี่ 1977)
  Front Back
unrounded unrounded rounded
Close i
ɯ
u
Mid e
ɤ
o
Open ɛ
a
ɔ

พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ (2009) ได้ปรับปรุงแก้ไขระบบเสียงสระใหม่ โดยตัดสระ /ɛ/ และ /ɔ/ ออก และเพิ่มความแตกต่างระหว่างความสั้น-ยาว ของสระ ดังตารางด้านล่าง

Proto-Tai vowels
(Pittayaporn 2009)
  Front Back
unrounded unrounded rounded
short long short long short long
Close /i/
/iː/
/ɯ/
/ɯː/
/u/
/uː/
Mid /e/
/eː/
/ɤ/
/ɤː/
/o/
/oː/
Open     /a/
/aː/
   

สระประสม (diphthong) โดย พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ (2009) ได้แก่:

  • สูงขึ้น: */iə/, */ɯə/, */uə/
  • ต่ำลง: */ɤɰ/, */aɰ/

วรรณยุกต์[แก้]

กระบวนการแยกของเสียงวรรณยุกต์ร่วมกับการแปรเสียงพยัญชนะต้น (จาก พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ 2009)

ภาษาไทดั้งเดิมมีเสียงวรรณยุกต์สามเสียงในพยางค์ที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะเสียงกังวาน (พยางค์เป็น, อังกฤษ: unchecked syllable หรือ "live syllable") และไม่มีการแยกเสียงวรรณยุกต์ในพยางค์ที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะปิดกั้น (พยางค์ตาย, อังกฤษ: checked syllable หรือ "dead syllable") ระบบเสียงดังกล่าวมีความคล้ายคลึงอย่างมากกับภาษาจีนยุคกลาง และพบได้ทั่วไปในภาษาแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสียงวรรณยุกต์สามเสียงในพยางค์เป็นโดยทั่วไปจะใช้สัญลักษณ์เป็น *A, *B และ *C ตามลำดับ และใช้สัญลักษณ์ *D สำหรับเสียงวรรณยุกต์ของพยางค์ตาย

หลี่ ฟางกุ้ย (1977) ยังไม่มีข้อมูลว่าลักษณะของเสียงวรรณยุกต์ทั้งสาม (*A, *B และ *C) มีลักษณะทางสัทศาสตร์เป็นอย่างไร และวรรณยุกต์ *D นั้นแท้จริงแล้วมีลักษณะแบบเดียวกับวรรณยุกต์เสียงใดในทั้ง 3 เสียงนั้น ต่อมา พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ (2009) ได้อธิบายลักษณะของเสียงวรรณยุกต์ทั้งสี่ โดยอาศัยระเบียบวิธีเปรียบเทียบลักษณะของเสียงวรรณยุกต์ในภาษาตระกูลไทปัจจุบัน แล้วสืบสร้างกลับไป ได้ดังนี้

Proto-Tai tonal characteristics
(Pittayaporn 2009)
*A *B *C *D
ชนิดของพยางค์ เป็น เป็น เป็น ตาย
ระดับเสียงเริ่มต้น กลาง ต่ำ สูง ต่ำ
รูปร่างเสียง คงที่ ยกขึ้น ตกลง ยกขึ้น
ความยาวสระ ค่อนยาว ค่อนสั้น
คุณภาพเสียง ปกติ (modal) ต่ำลึก (creaky) กักเส้นเสียง (glottal constriction)
ภาพ
ProtoTaiToneA.png
ProtoTaiToneBD.png
ProtoTaiToneC.png
ProtoTaiToneBD.png

ระบบวรรณยุกต์ในภาษาไทดั้งเดิม แท้จริงแล้วไม่ได้ต่างกันเพียงแค่ระดับเสียง (pitch) แต่ยังต่างกันที่คุณภาพของเสียง (ปกติ, ต่ำลึก, กักเส้นเสียง) และระยะเวลาของเสียงสระด้วย ลักษณะเช่นนี้ยังคงพบในภาษาตระกูลไทในปัจจุบันหลายๆ ภาษา อักขรวิธีของภาษาไทยปัจจุบันยังคงแสดงวรรณยุกต์เหล่านี้ไว้ โดยที่ ไม้เอก ใช้สำหรับแทนเสียง *B ในภาษาไทยโบราณ และไม้โท ใช้แทนเสียง *C ในภาษาไทยโบราณ จากตารางจะพบว่า วรรณยุกต์ *D มีลักษณะทางสัทศาสตร์เหมือนกับวรรณยุกต์ *B ซึ่งสอดคล้องกับการบังคับเอกโทในฉันทลักษณ์ของโคลงสี่สุภาพ ที่กำหนดให้ทั้งคำเอก (คำที่กำกับโดยไม้เอก) และคำตายอยู่ในตำแหน่งเดียวกันได้ แสดงให้เห็นว่าในอดีต เสียงวรรณยุกต์ *B และ *D มีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน

ระบบวรรณยุกต์ในภาษาไทดั้งเดิมมีความสอดคล้องกันกับระบบของภาษาจีนยุคกลาง ดังตารางต่อไปนี้[3][4]

Sinitic–Tai tonal correspondences
Proto-Tai
Tone
Notes
(Written Thai orthography)
Middle Chinese
Tone
Chinese name Notes
(Middle Chinese)
*A Unmarked A 平 Level (Even) Unmarked
*B Marked by -' (mai ek) C 去 Departing Marked by -h
*C Marked by -้ (mai tho) B 上 Rising Marked by -x
*D Unmarked D 入 Entering Marked by -p, -t, -k

วรรณยุกต์ในภาษาตระกูลไทปัจจุบันได้มีพัฒนาการมาจากวรรณยุกต์ทั้งสี่ดังกล่าว โดยเกิดการแยกเสียงวรรณยุกต์แต่ละเสียงออกเป็นอย่างน้อย 2 เสียง ขึ้นอยู่กับลักษณะทางสัทศาสตร์ของพยัญชนะต้น ซึ่งแบ่งได้เป็น 4 แบบ ต่อไปนี้

  1. "เสียงเสียดสี" (Friction sound) ได้แก่ เสียงเสียดแทรก ไม่ก้อง, เสียงกัก พ่นลม ไม่ก้อง, เสียงนาสิก ไม่ก้อง และเสียงไหล ไม่ก้อง
  2. เสียงกัก ไม่พ่นลม ไม่ก้อง
  3. เสียงกักเส้นเสียง
  4. เสียงก้องใดๆ

กระบวนการแปรเสียงวรรณยุกต์ในภาษาตระกูลไท เกิดร่วมไปกับการแปรเสียงพยัญชนะต้น โดยลำดับขั้นตอนได้ดังนี้

  1. เสียงพยัญชนะต้นมีผลกระทบต่อเสียงวรรณยุกต์ ทำให้การรับรู้เสียงวรรณยุกต์มีความแตกต่างกันระหว่างพยัญชนะเสียงก้องและไม่ก้อง
  2. เกิดการแยกเสียงวรรณยุกต์อย่างชัดเจน สำหรับพยัญชนะเสียงไม่ก้อง (แยกเป็น *A1, *B1, *C1, *D1) และพยัญชนะเสียงก้อง (แยกเป็น *A2, *B2, *C2, *D2)
  3. เสียงกังวาน (sonorant) ไม่ก้อง ได้แปรไปเป็นเสียงก้อง
  4. เสียงกัก (stop) ก้อง เกิดการเสียความก้อง (devoicing) ไป กลายเป็นเสียงไม่ก้อง
  5. เกิดการแยกและรวมเสียงวรรณยุกต์ต่อไป

อนึ่ง วรรณยุกต์ *D ได้มีการแยกออกไปตามความสั้น-ยาวของสระในพยางค์ด้วย (*DS สำหรับพยางค์ที่มีสระเสียงสั้น และ *DL สำหรับพยางค์ที่มีสระเสียงยาว)

พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ (2009) ได้เสนอว่า การแยกเสียงวรรณยุกต์เหล่านี้เกิดภายหลังจากที่ภาษาไทดั้งเดิมได้แยกออกไปเป็นภาษาต่างๆ แล้ว แตกต่างจากแนวคิดของนักภาษาศาสตร์บางคนก่อนหน้านี้ เช่น เจมส์ อาร์ แชมเบอร์เลน (1975) ที่ได้เสนอว่าการแยกเสียงวรรณยุกต์เกิดก่อนที่จะมีการแยกตัวของภาษาตระกูลไท

วิลเลียม เจ เก็ดนีย์ (1972) ได้เสนอ กล่องวรรณยุกต์ สำหรับใช้ในการวิเคราะห์การแปรเสียงวรรณยุกต์สำหรับภาษาในตระกูลไท[5][6][7][8] ดังตารางด้านล่างนี้

Gedney Box template
*A *B *C *DS *DL
Voiceless
(friction)
A1 B1 C1 DS1 DL1
Voiceless
(unaspirated)
A1 B1 C1 DS1 DL1
Voiceless
(glottalized)
A1 B1 C1 DS1 DL1
Voiced A2 B2 C2 DS2 DL2

และมีคำร่วมเชื้อสายตระกูลไท สำหรับทดสอบเสียงวรรณยุกต์ในภาษาตระกูลไทต่างๆ ต่อไปนี้[9][10][11]

Diagnostic words for Tai tones
*A *B *C *DS *DL
1: Voiceless
(friction)
huu หู ear,
khaa ขา leg,
hua หัว head;
sɔɔŋ สอง two,
maa หมา dog
khay ไข่ egg,
phaa ผ่า to split,
khaw เข่า knee;
may ใหม่ new,
sii สี่ four
khaaw ข้าว rice,
sɨa เสื้อ shirt,
khaa ฆ่า to kill,
khay ไข้ fever,
haa ห้า five;
thuay ถ้วย cup,
mɔɔ หม้อ pot,
naa หน้า face,
to wait
mat หมัด flea,
suk สุก cooked/ripe,
phak ผัก vegetable;
hok หก six,
sip สิบ ten
khaat ขาด broken/torn,
ŋɨak เหงือก gums,
haap หาบ to carry on a shoulder pole;
khuat ขวด bottle,
phuuk ผูก to tie,
sɔɔk ศอก elbow,
khɛɛk แขก guest,
fruit
2: Voiceless
(unaspirated)
pii ปี year,
taa ตา eye,
kin กิน to eat;
kaa กา teapot,
plaa ปลา fish
paa ป่า forest,
kay ไก่ chicken,
kɛɛ แก่ old;
taw เต่า turtle,
paw เป่า to blow,
pii ปี flute,
short (height)
paa ป้า aunt (elder),
klaa กล้า rice seedlings,
tom ต้ม to boil;
kaw เก้า nine,
klay ใกล้ near,
short (length)
kop กบ frog,
tap ตับ liver,
cep เจ็บ to hurt;
pet เป็ด duck,
tok ตก to fall/drop
pɔɔt ปอด lung,
piik ปีก wing,
tɔɔk ตอก to pound;
pɛɛt แปด eight,
paak ปาก mouth,
taak ตาก to dry in the sun,
to embrace
3: Voiceless
(glottalized)
bin บิน to fly,
dɛɛŋ แดง red,
daaw ดาว star;
bay ใบ leaf,
nose
baa บ่า shoulder,
baaw บ่าว young man,
daa ด่า to scold;
ʔim อิ่ม full,
(water) spring
baan บ้าน village,
baa บ้า crazy,
ʔaa อ้า to open (mouth);
ʔɔy อ้อย sugarcane,
daam ด้าม handle,
daay ด้าย string
bet เบ็ด fishhook,
dip ดิบ raw/unripe,
ʔok อก chest;
dɨk ดึก late,
to extinguish
dɛɛt แดด sunshine,
ʔaap อาบ to bathe,
dɔɔk ดอก flower;
ʔɔɔk ออก exit
4: Voiced mɨɨ มือ hand,
khwaay ควาย water buffalo,
naa นา ricefield;
ŋuu งู snake,
house
phii พี่ older sibling,
phɔɔ พ่อ father,
ray ไร่ dry field;
naŋ นั่ง to sit,
lɨay เลื่อย to saw,
ashes,
urine,
beard
nam น้ำ water,
nɔɔŋ น้อง younger sibling,
may ไม้ wood,
maa ม้า horse;
lin ลิ้น tongue,
thɔɔŋ ท้อง belly
nok นก bird,
mat มัด to tie up,
lak ลัก to steal;
sak ซัก to wash (clothes),
mot มด ant,
lep เล็บ nail
miit มีด knife,
luuk ลูก (one's) child,
lɨat เลือด blood,
nɔɔk นอก outside;
chɨak เชือก rope,
raak ราก root,
nasal mucus,
to pull

โครงสร้างพยางค์[แก้]

แต่เดิมมีความเข้าใจว่าภาษาไทดั้งเดิมเป็นภาษาพยางค์เดียวเช่นเดียวกับภาษาตระกูลไทปัจจุบัน ตามการสืบสร้างของ หลี่ ฟางกุ้ย (1977) ต่อมาพิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ (2009) เสนอว่าภาษาไทดั้งเดิมเป็นภาษาพยางค์ครึ่ง ที่อนุญาตให้มีคำทั้งพยางค์เดียว และพยางค์ครึ่งอยู่ภายในภาษา ต่อมาคำพยางค์ครึ่งเหล่านั้นได้กร่อนเป็นคำพยางค์เดียวในภาษาตระกูลไทปัจจุบัน

โครงสร้างพยางค์
(พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ 2009)
พยางค์เปิด พยางค์ปิด
พยางค์เดียว *C(C)(C)V:T *C(C)(C)V(:)CT
พยางค์ครึ่ง *C(C).C(C)(C)V:T *C(C).C(C)(C)V(:)CT

สัญลักษณ์ย่อ:

  • C = พยัญชนะ
  • V = สระเสียงสั้น
  • V: = สระเสียงยาว
  • T = วรรณยุกต์
  • (...) = มีหรือไม่มีก็ได้

สระในพยางค์เปิดสามารถเป็นสระเสียงยาวได้อย่างเดียว ไม่สามารถเป็นสระเสียงสั้นได้

ภาษาในตระกูลไทปัจจุบันได้พัฒนาเป็นภาษาพยางค์เดียวโดยสมบูรณ์ โดยผ่านกระบวนการดังนี้

  1. การอ่อนเสียงลง (weakening)
  2. การแปรเป็นเสียงกักเส้นเสียงลมเข้า (implosivization)
  3. การสลับลำดับของเสียง (metathesis)
  4. การกลืนเสียง (assimilation)
  5. การกร่อนเสียง (simplification) - พยัญชนะควบกล้ำในพยางค์กร่อนลงเหลือพยัญชนะเดี่ยว

สัณฐานวิทยา[แก้]

หลี่ ฟางกุ้ย (1977) เสนอว่าภาษาไทดั้งเดิมอาจมีการแปรเสียงพยัญชนะต้นระหว่างเสียงก้องและไม่ก้อง (voicing alternation) เพื่อแสดงหน้าที่ทางไวยากรณ์บางอย่าง แต่ยังไม่ทราบหน้าที่ทางไวยากรณ์ชัดเจน โดยยกตัวอย่างคำว่า เขี้ยว /khiəwC1/ ซึ่งสืบสร้างพยัญชนะต้นได้เป็น *kh- ในภาษาไทดั้งเดิม และคำว่า เคี้ยว /khiəwC2/ ซึ่งสืบสร้างพยัญชนะต้นได้เป็น *g- โดยมองว่าทั้งสองคำนี้ แท้จริงมีรากเดียวกันแต่มีการแปรระหว่างเสียงก้องและไม่ก้อง (*kh- และ *g-) เพื่อเปลี่ยนจากคำนามเป็นคำกริยา พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ (2009) ไม่สนับสนุนทฤษฎีนี้

ไวยากรณ์[แก้]

การศึกษาไวยากรณ์และสัณฐานวิทยาของภาษาไทดั้งเดิมยังมีไม่มากนัก

วากยสัมพันธ์[แก้]

ภาษาไทดั้งเดิมมีเรียงคำแบบ ประธาน-กริยา-กรรม

การปฏิเสธ[12][แก้]

ภาษาไทดั้งเดิมมีการแยกการณ์ลักษณะในการปฏิเสธ โดยแยกระหว่างการปฏิเสธแบบสมบูรณ์ (perfect) และไม่สมบูรณ์ (non-perfect) และอาจมีการแบ่งเป็นแบบเน้น (emphatic) และแบบไม่เน้น (non-emphatic) โดยมีคำปฏิเสธที่ได้รับการสืบสร้างต่อไปนี้

คำ ความหมาย ภาษาไทย เทียบอังกฤษ
*pajB ปฏิเสธสมบูรณ์ ไป่ not yet
*ɓawB ปฏิเสธไม่สมบูรณ์ (เน้น) บ่ not
*mi:A ปฏิเสธไม่สมบูรณ์ มิ หรือ ไม่ (ไม่เน้น) not

ความแตกต่างระหว่าง *ɓawB และ *mi:A ยังไม่ชัดเจน อาจเป็นไปได้ว่ามีความแตกต่างระหว่างความเน้นกับความไม่เน้น ในลิลิตพระลอ พบว่ามีการใช้คำว่า บ่ ในการปฏิเสธแบบเน้น และใช้ มิ ในการปฏิเสธแบบไม่เน้น ดังนั้นเป็นไปได้ว่า *ɓawB เป็นคำปฏิเสธแบบเน้นในภาษาไทดั้งเดิม และ *mi:A เป็นคำปฏิเสธแบบไม่เน้น ในภาษาตระกูลไทปัจจุบันพบว่าเส้นแบ่งระหว่างปฏิเสธแบบสมบูรณ์กับไม่สมบูรณ์ค่อยๆ จางลง มีเพียงบางภาษาเท่านั้นที่ยังรักษาความแตกต่างระหว่างสองแบบนี้

หน่วยคำ[แก้]

สรรพนาม[แก้]

บุคคล พจน์ ไทดั้งเดิม อักษรไทย
ที่ 1 เอกพจน์ *ku กู
ทวิพจน์ *ra รา
พหูพจน์ *rau, *tu เรา, ตู
ที่ 2 เอกพจน์ *mɯŋ มึง
พหูพจน์ *su สู
ที่ 3 เอกพจน์ *man มัน
พหูพจน์ *khau เขา

คำศัพท์[แก้]

ศัพท์ภาษาไทดั้งเดิม:[13]

เลขที อังกฤษ ไทดั้งเดิม > ไทย ความหมายภาษาไทย
1 head (1) *krawᶜ หัว
2 head (2) *truəᴬ หัว
3 hair, head *prɤmᴬ ผม
4 knot, hair *klawᶜ เกล้า
5 hair, body; feather *q.pɯlᴬ ขน
6 gray-haired *ʰŋwuːkᴰ หงอก
7 forehead *praːkᴰ ผาก
8 nose *ɗaŋᴬ ดั้ง จมูก
9 mucus of the nose *muːkᴰ มูก
10 face *ʰnaːᶜ หน้า
11 eye *p.taːᴬ ตา
12 mouth *paːkᴰ ปาก
13 tongue *liːnᶜ ลิ้น
14 tooth *wanᴬ ฟัน
15 gum; gill *ʰŋɯəkᴰ เหงือก
16 saliva *laːjᴬ ลาย
17 cheek *keːmᶜ แก้ม
18 ear *krwɯːᴬ หู
19 fang *χeːwᶜ เขี้ยว
20 chin, jaw *ɢaːŋᴬ คาง
21 beard *momᴮ เครา
22 neck *ɣoːᴬ คอ
23 goiter *ʰniəŋᴬ เหนียง คอพอก
24 shoulder *C̥.baːᴮ บ่า ไหล่
25 arm *qeːnᴬ แขน
26 elbow *C̬.swoːkᴰ ศอก
27 hand *mwɯːᴬ มือ
28 finger, toe *niːwᶜ นิ้ว
29 fingernail, toenail *C̬.lepᴰ เล็บ
30 joint *χoːᶜ ข้อ
31 leg *p.qaːᴬ ขา
32 knee *χowᴮ เข่า
33 shin, lower leg *ɣeːŋᴮ แข้ง
34 foot *tiːnᴬ ตีน
35 heel *sɤnᶜ ส้น
36 chest *ʔɤkᴰ อก
37 back *ʰlaŋᴬ หลัง
38 waist (1) *ˀjeːwᴬ เอว
39 waist (2) *C̥.wɯǝtᴰ เอว
40 stomach, belly *dwuːŋᶜ ท้อง
41 navel (1) *ɗwɯːᴬ (สะ)ดือ
42 navel (2) *ɓliːᶜ สะดือ
43 buttock *konᶜ ก้น
44 hair, pubic *ʰmwuːjᴬ ขนหัวหน่าว
45 vagina *hiːᴬ ช่องคลอด
46 penis *ɣwajᴬ องคชาติ
47 testicles *tram อัณฑะ
48 pubic mound *ʰnawᴮ หน่าว
49 urine *niəwᴮ
50 excrement *C̬.qɯjᶜ ขี้
51 fart *k.tɤtᴰ ตด
52 bone *C̥.dukᴰ (กระ)ดูก
53 marrow, bone *ʔwuːkᴰ ไขกระดูก
54 tendon *ˀjenᴬ เอ็น
55 side, ribs *k.raːŋᶜ โครง
56 blood *lɯətᴰ เลือด
57 meat, flesh *n.mɤːᶜ เนื้อ
58 skin *ʰnaŋᴬ หนัง
59 sweat *r.tɯəᴮ เหงื่อ
60 pus *ʰnoːŋᴬ หนอง
61 impetigo *kritᴰ หิด
62 wound *ɓaːtᴰ บาด
63 scurf *ɣɯjᴬ ขี้ไคล
64 brain *ʔeːkᴰ สมอง
65 heart, breath *cɤɰᴬ ใจ
66 lung *pwɤtᴰ ปอด
67 intestine *sajᶜ ไส้
68 liver *tapᴰ ตับ
69 spleen *maːmᶜ ม้าม
70 gall bladder, bile *ɓliːᴬ ดี
71 illness, fever *k.raj ไข้
72 cold (n.) *q.watᴰ หวัด
73 epidemic *raːᴮ ห่า การระบาด
74 kidney-stones *ʰniːwᶜ นิ่ว
75 dog *ʰmaːᴬ หมา
76 pig *ʰmuːᴬ หมู
77 mouse, rat *ʰnuːᴬ หนู
78 water buffalo *ɣwaːjᴬ ควาย
79 horse *maːᶜ ม้า
80 bear *ʰmwɯjᴬ หมี
81 jackal *nwajᴬ ไน
82 elephant *ɟaːŋᶜ ช้าง
83 deer *kwɯəŋᴬ กวาง
84 antelope *waːlᴬ ฟาน เก้ง
85 monkey *liːŋᴬ ลิง
86 ape *kaŋᴬ คาง
87 flying squirrel *baːŋᴮ บ่าง กระรอกบิน
88 squirrel *roːkᴰ (กระ)รอก
89 porcupine *ʰmenᶜ เม่น
90 civet cat *ʰɲelᴬ เห็น ชะมด
91 otter *naːkᴰ นาก
92 pangolin *lilᴮ ลิ่น
93 chicken *kajᴮ ไก่
94 hen, young *C̬.qɤːŋᴮ ไก่หนุ่ม
95 duck *pitᴰ เป็ด
96 goose *haːnᴮ ห่าน
97 bird *C̬.nokᴰ นก
98 crow *kaːᴬ กา
99 swallow (n.) *ʔeːnᴮ แอ่น
100 owl *gawᶜ เค้า นกฮูก
101 hawk *lamᴮ เหยี่ยว
102 fish *plaːᴬ ปลา
103 catfish *C̥.dokᴰ (ปลา)ดุก
104 shellfish *hoːjᴬ หอย
105 crab *pɯwᴬ ปู
106 shrimp *kuŋᴮ/C กุ้ง
107 shrimp, small *ŋiəwᴬ กุ้งเล็ก
108 frog *kɤpᴰ กบ
109 frog, small *krweːᶜ กบเล็ก
110 frog, tree *paːtᴰ ปาด
111 turtle *tawᴮ เต่า
112 tortoise, water *ʰwɯəᴬ ตะพาบ
113 snake *ŋwɯːᴬ งู
114 crocodile *ŋɯəkᴰ เงือก จระเข้
115 leech, land *daːkᴰ ทาก
116 leech, aquatic *pliːŋᴬ ปลิง
117 bedbug *C̬.rɯətᴰ เรือด
118 grasshopper *p.takᴰ ตั๊ก(แตน)
119 mosquito *ɲuŋᴬ ยุง
120 wasp *b.twiːlᴬ แตน ต่อ
121 bee *toːᴮ ต่อ ผึ้ง
122 insect *m.leːŋᴬ แมลง
123 ant *mɤcᴰ มด
124 termite *moːtᴰ มอด ปลวก
125 worm *ʰnoːlᴬ หนอน
126 earthworm *t.nɯəlᴬ (ไส้)เดือน
127 gadfly *ʰlɯəkᴰ เหลือบ
128 louse, head *trawᴬ เหา
129 tick *trepᴰ เห็บ
130 flea *ʰmatᴰ หมัด
131 louse, body *m.lelᴬ เล็น
132 louse, chicken *rwɤjᴬ ไร
133 spider *krwaːwᴬ แมงมุม
134 coconut grub *ɗuəŋᶜ ด้วง
135 stink bug *geːŋ1 เรือด
136 caterpillar *C̥.boŋᶜ บุ้ง
137 silkworm *moːnᶜ ไหม
138 butterfly *ɓɤːj ผีเสื้อ
139 centipede *q.sipᴰ (ตะ)เข็บ
140 cockroach *saːpᴰ สาบ
141 horn *qawᴬ เขา
142 tusk, ivory *ŋaːᴬ งา
143 wing (1) *wɯətᴰ ปีก
144 wing (2) *piːkᴰ ปีก
145 tail *trwɤːŋᴬ หาง
146 scales, fish *klecᶜ เกล็ด
147 fishbone *kaːŋᶜ ก้าง
148 egg *qraj ไข่
149 gizzard *p.taɰᴬ ไต กึ๋น
150 cockscomb *hoːnᴬ หงอน
151 cockspur *t.nɤːjᴬ เดือย
152 hump of an ox *ʰnoːkᴰ หนอก
153 stinger (of a bee) *lajᴬ (เหล็ก)ใน
154 tree, wood *mwajᶜ ไม้
155 leaf *ɓaɰᴬ ใบ
156 leaf for wrapping (big) *k.toːŋᴬ ตอง
157 flower *ɓloːkᴰ ดอก
158 banana blossom *pliːᴬ ปลี
159 stem *kaːnᶜ ก้าน
160 peel, bark *plɯəkᴰ เปลือก
161 husk *kaːpᴰ กาบ
162 thorn *ʰnaːmᴬ หนาม
163 fruit *ʰmaːkᴰ หมาก ผลไม้
164 sheath, pod *q.wakᴰ ฝัก
165 grain *m.lecᴰ เมล็ด
166 stump *toːᴬ ตอ
167 root *C̬.raːkᴰ ราก
168 clump (as of bamboo) *koːᴬ กอ
169 sprout, shoot *ʰnoːᴮ หน่อ
170 bamboo shoot *r.naːŋᴬ หน่อไม้
171 ear (of rice) *rwɯːŋᴬ รวง
172 rice *C̬.qawᶜ ข้าว
173 seedling, rice *klaːᶜ กล้า
174 rice, husked *saːlᴬ สาร
175 millet *ʰwɯǝŋᶜ ฟ่าง
176 resin *ˀjaːŋᴬ ยาง
177 banana *kluəjᶜ กล้วย
178 sugarcane *ʔoːjᶜ อ้อย
179 bamboo *prajᴮ ไผ่
180 cucumber, melon *p.rweːŋᴬ แตง
181 ashgourd *wakᴰ ฟัก
182 wild olive *koːkᴰ (มะ)กอก
183 starfruit *ɢwɯəŋᴬ (มะ)เฟือง
184 plum *manᶜ พลัม
185 pomelo *buːkᴰ ส้มโอ
186 acacia *geːᴬ แค กระถิน
187 banyan *rajᴬ ไทร
188 vegetable *prakᴰ ผัก
189 morning glory *ɓuŋᶜ บุ้ง
190 mustard green *kaːtᴰ (ผัก)กาด
191 yam *manᴬ มัน
192 taro *prɯəkᴰ เผือก
193 ginger *χiːŋᴬ ขิง
194 galangal *xaːᴮ ข่า
195 sesame *r.ŋaːᴬ งา
196 tea *ɟaːᴬ ชา
197 raisin *ʔitᴰ เกด
198 rattan *C̥.waːjᴬ หวาย
199 reed *ʔoːᶜ อ้อ
200 grass *ʰɲɯəᶜ หญ้า
201 grass, thatch *ɣaːᴬ คา
202 mushroom *ʰrwetᴰ เห็ด
203 fern *kuːtᴰ กูด
204 duckweed *ʰneːᴬ แหน
205 moss, aquatic *dawᴬ เทา
206 water *C̬.namᶜ น้ำ
207 fire *wɤjᴬ ไฟ
208 flame *pleːwᴬ เปลว
209 smoke *ɣwanᴬ ควัน
210 soot *ʰmiːᶜ เขม่า
211 firewood, hard *wɯːlᴬ ฟืน
212 firewood, bamboo *ʰlɯəwᴬ ฟืนไม้ไผ่
213 ashes, leaf *brawᴮ ขี้เถ้าใบไม้
214 ashes (wood) *dawᴮ เถ้า
215 iron (1) *ʰlekᴰ เหล็ก
216 iron (2) *mwaːᴬ เหล็ก
217 salt *klwɯəᴬ เกลือ
218 lye *ɗaŋᴮ ด่าง
219 grease, fat *manᴬ มัน
220 soil *tɯmᴬ ถม
221 earth *ɗin ดิน
222 sand *zwɯəjᴬ ทราย
223 stone *triːlᴬ หิน
224 dry land *ɓokᴰ บก
225 wild *C̬.tɯənᴮ เถื่อน
226 forest *ɗoŋᴬ ดง
227 grove, wood *paːᴮ ป่า
228 place, ground *diːᴮ ที่
229 mountain *C̥.doːjᴬ ดอย
230 mountain, stone *praːᴬ ผา
231 cave *cramᶜ ถ้ำ
232 hole *ruːᴬ รู
233 hole, crack *ɟoːŋᴮ ช่อง
234 pit *C̬.kumᴬ ขุม
235 well, spring *ɓoːᴮ บ่อ
236 stream, mountain *qrwɤjᶜ ห้วย
237 creek *roːŋᴮ ร่อง
238 river *daːᴮ ท่า แม่น้ำ
239 bank, river *ʰwaŋᴮ ฝั่ง
240 beach, sandbar *haːtᴰ หาด
241 mud *lɤmᴮ หล่ม
242 moon, month *ɓlɯənᴬ เดือน
243 star (general) *t.naːwᴬ ดาว
244 star (in the sky) *ɗiːᴮ ดาว
245 moonlight *ʰŋaːjᴬ แสงจันทร์
246 sunshine *C̥.dwiːtᴰ แดด
247 cloud *ʰwɯəᶜ ฝ้า เมฆ
248 fog *ʰmoːkᴰ หมอก
249 wind *C̬.lɯmᴬ ลม
250 sky, heaven *ɓɯnᴬ บน
251 sky, weather *vaːᶜ ฟ้า
252 rain *C̥.wɯnᴬ ฝน
253 gust (of rain) *kraːᴮ ห่า
254 lightning *m.leːpᴰ แลบ
255 thunder *praːᶜ ฟ้าร้อง
256 hoarfrost *ʰmɯǝjᴬ หนาวจัด
257 dew, mist *C̬.nwaːjᴬ น้ำค้าง
258 hail *trepᴰ เห็บ
259 steam, vapor *s.ʔwɤːjᴬ ไอ
260 shade *rɤmᴮ ร่ม
261 shadow, reflection *ŋawᴬ เงา
262 dry season *C̬.leːŋᶜ แล้ง
263 father, man *boːᴮ พ่อ
264 mother; woman *meːᴮ แม่
265 sibling, older *biːᴮ พี่
266 sibling, younger *nwoːŋᶜ น้อง
267 grandfather, paternal *pɯwᴮ ปู่
268 grandfather, maternal *taːᴬ ตา
269 grandmother, maternal *naːjᴬ ยาย
270 child (offspring) *lɯːkᴰ ลูก
271 great-grandparent *ɟɯəᶜ เชื้อ
272 nephew, niece, or grandchild *ʰlaːnᴬ หลาน
273 great-grandchild *ʰlenᶜ เหลน
274 parent's older brother *luŋᴬ ลุง
275 parent's older sister *paːᶜ ป้า
276 father's younger sister *ʔaːᴬ อา อา (หญิง)
277 mother's younger sibling *naːᶜ น้า
278 father's younger brother *ʔaːwᴬ อา (ชาย)
279 wife of man's younger brother *lɯǝwᴬ
280 wife *miəᴬ เมีย
281 son-in-law *C̬.kɯəjᴬ เขย
282 daughter-in-law *baɰᶜ (สะ)ใภ้
283 person, human being *ɢwɯnᴬ คน
284 child (young person) *ɗekᴰ เด็ก
285 man, male *ʑaːjᴬ ชาย
286 unmarried man *ɓaːwᴮ บ่าว
287 unmarried woman *saːwᴬ สาว
288 girl *ɓɯːkᴰ เด็กหญิง
289 lady *naːŋᴬ นาง
290 related by marriage *t.noːŋᴬ (เกี่ยว)ดอง
291 widowed *ʰmaːjᶜ หม้าย
292 orphan *gm̩.raːᶜ กำพร้า
293 name *ɟɤːᴮ ชื่อ
294 master, owner *ɕɤwᶜ เจ้า
295 slave (1) *χɔːjᴮ ข้อย ข้า
296 slave (2) *kraːᶜ ข้า
297 Vietnamese *keːwᴬ แกว คนเวียดนาม
298 shaman *ʰmoːᴬ หมอ
299 spirit (1) *priːᴬ ผี
300 spirit (2) *mwaːŋᴬ สาง? ผี
301 soul; whorl in the hair *qwanᴬ ขวัญ
302 village *ɓaːnᶜ บ้าน
303 township *mɯəŋᴬ เมือง
304 debt *ʰniːᶜ หนี้
305 liquor *ʰlawᶜ เหล้า
306 medicine *ˀjɯəᴬ ยา
307 vinegar *ʰmiːᴮ น้ำส้มสายชู
308 flour *ɓɯəᴬ แป้ง
309 house *rɤːnᴬ เรือน
310 granary *ˀjɯǝwᶜ ย้าว เหย้า
311 stake *ʰlakᴰ หลัก
312 eaves *ʑaːjᴬ ชาย(คา)
313 door *tuːᴬ (ประ)ตู
314 stairs, ladder *ɗrwajᴬ (บัน)ได
315 pillar *sawᴬ เสา
316 partition, lid *hwaːᴬ ฝา
317 split bamboo flooring *waːkᴰ ฟาก
318 window *taːŋᴮ (หน้า)ต่าง
319 stool *taŋᴮ ตั่ง
320 tripod *giǝŋᴬ ขาตั้ง
321 board *peːnᶜ แผ่น
322 thing *χɔːŋᴬ ของ
323 knife *mitᴰ มีด
324 machete, big knife *ɟm̩.raːᶜ พร้า
325 chopping board *χiəŋᴬ เขียง
326 spear *kroːkᴰ หอก
327 crossbow *ʰnwɯəᶜ หน้า
328 axe *xwaːnᴬ ขวาน
329 chisel *siəwᴮ สิ่ว
330 hook *xɔːᴬ (ตะ)ขอ
331 pliers, thongs *giːmᴬ คีม
332 handle (of a knife) *ɗaːmᶜ ด้าม
333 handle, rod *galᴬ คัน
334 carrying pole (1) *traːpᴰ หาบ
335 carrying pole (2) *ɢaːnᴬ คาน
336 rope, cord *ɟɤːk เชือก
337 top for spinning *k.raːŋᴮ (ลูก)ข่าง
338 basin *ʔaːŋᴮ อ่าง
339 jug *krajᴬ ไห
340 pot *ʰmoːᶜ หม้อ
341 tube, bamboo *baŋᴮ/C
342 bag *croŋᴬ ถุง
343 cane for walking *dawᶜ เท้า
344 comb *ʰrwɯːjᴬ หวี
345 writing, book *sɯːᴬ (หนัง)สือ
346 broom *ɲuːᴬ ไม้กวาด
347 thread (1) *C̥.daːjᶜ ด้าย
348 thread (2) *ʰmajᴬ ไหม ด้าย
349 hemp *paːnᴮ ป่าน
350 loom *trukᴰ หูก
351 shuttle of loom *p.rawᴮ กระสวย
352 spool *ʰlwuːtᴰ หลอด
353 indigo (1) *g.raːmᴬ คราม
354 indigo (2) *kromᶜ (ม่อ)ห้อม
355 bamboo strip for tying or weaving *b.twuːkᴰ ตอก
356 needle *qemᴬ เข็ม
357 strand (of rope) *kliəwᴬ เกลียว
358 lacquer *rakᴰ (งานลง)รัก
359 bamboo hat *klɤpᴰ กุบ หมวกไม้ไผ่
360 puppet, marionette *hunᴮ หุ่น
361 marking, patterns *C̬.laːjᴬ ลาย
362 field, paddy *naːᴬ นา
363 field, dry *rɤjᴮ ไร่
364 field, open *doŋᴮ ทุ่ง
365 garden *swɯːnᴬ สวน
366 ditch *ʰmɯəŋᴬ เหมือง คู
367 dike between rice fields *ɣalᴬ คัน(นา)
368 dam *hwaːjᴬ ฝาย
369 water pipe *linᴬ ท่อน้ำ
370 plough *crwajᴬ ไถ
371 yoke *ʔeːkᴰ แอก
372 yoke, part of *ʔoːŋᶜ
373 mortar (1) *grokᴰ ครก
374 mortar (2) *ʰrumᴬ ครก
375 pestle *saːkᴰ สาก
376 winnowing basket *ɗoŋᶜ (กระ)ด้ง
377 bran *ramᴬ รำ
378 straw, stubble *wɯǝŋᴬ ฟาง
379 fish hook *ɓetᴰ เบ็ด
380 fish net *kreːᴬ แห
381 fish trap *zajᴬ ไซ
382 snare *reːwᶜ แร้ว บ่วง
383 gutter, trough *rwɯəŋᴬ ราง
384 cooked in bamboo tube *ʰlaːmᴬ หลาม
385 boat *C̬.rwɯəᴬ เรือ
386 raft *beːᴬ แพ
387 road *ʰrwɤnᴬ หน ถนน
388 track *rwuːjᴬ รอย ติดตาม
389 saddle *ʔaːnᴬ อาน
390 drum *kloːŋᴬ กลอง
391 red *C̥.dwiːŋᴬ แดง
392 black *C̥.damᴬ ดำ
393 white *xaːwᴬ ขาว
394 green *xiəwᴬ เขียว
395 yellow *ʰlɯəŋᴬ เหลือง
396 dark (red) *klamᴮ แดงก่ำ
397 gray *ʰmoːŋᴬ หมอง
398 white-spotted *ɓlaːŋᴮ ด่าง
399 clear, clean *saɰᴬ ใส
400 dark *mɯːtᴰ มืด
401 bright, light (n.) *roŋᴮ รุ่ง
402 thin (not fat) *proːmᴬ ผอม
403 fat *bwiːᴬ พี อ้วน
404 long *rɯjᴬ รี ยาว
405 short (not long) *tinᴮ สั้น
406 big (1) *ʰluəŋᴬ หลวง ใหญ่
407 big (2) *ɓɯːkᴰ ใหญ่
408 small *noːjᶜ น้อย
409 low, short (not tall) *tamᴮ ต่ำ
410 heavy *ʰnakᴰ หนัก
411 light (in weight) *C̥.bawᴬ เบา
412 thick *ʰnaːᴬ หนา
413 thin (not thick) *C̥.baːŋᴬ บาง
414 new *ʰmɤːlᴮ ใหม่
415 old (of living beings) *keːᴮ แก่
416 old (of things) *kawᴮ เก่า
417 senior *crawᶜ เจ้า
418 young, soft *ʔwuːnᴮ อ่อน
419 raw, not ripe *C̥.dipᴰ ดิบ
420 hard *k.reːŋᴬ แข็ง
421 coarse, tough *ʰɲaːpᴰ หยาบ
422 deep *lɤkᴰ ลึก
423 loose *ʰloːmᴬ หลวม
424 tight, narrow *gapᴰ แคบ
425 steep *ʰliŋᴮ ชัน
426 stuck *gaːᴬ คา
427 straight *zɤːᴮ ซื่อ ตรง
428 crooked *gotᴰ2 คด
429 hot *rwuːlᶜ ร้อน
430 warm *ʔunᴮ อุ่น
431 blind *ɓoːtᴰ บอด
432 night blind *ʰwaːŋᴬ ฟาง ตาฟาง
433 deaf *ʰnuəkᴰ หนวก
434 bitter *C̬.qɤmᴬ ขม
435 astringent in taste *ʰwɯətᴰ ฝาด
436 sour *sɤmᶜ ส้ม
437 sweet, delicious *C̥.waːlᴬ หวาน
438 insipid *cɯːtᴰ จืด
439 core *keːlᴮ แกน
440 fragrant *hoːmᴬ หอม
441 stinky *ʰmenᴬ เหม็น
442 putrid *xwiːwᴬ เขียว
443 fishy *ɣaːwᴬ คาว
444 empty *plɤwᴮ เปล่า
445 full *k.temᴬ เต็ม
446 deficient *broːŋᴮ พร่อง
447 good *ɗɤjᴬ ดี
448 bad *rwɤːjᶜ ร้าย
449 long (of time) *hɤŋᴬ หึง นาน
450 slow *naːnᴬ นาน
451 late *ʰlaːᶜ ล่า(ช้า) สาย
452 near *k.raɰᶜ ใกล้
453 far *k.lajᴬ ไกล
454 face down *qwamᶜ คว่ำ
455 face up *ʰŋaːjᴬ หงาย
456 sharp-pointed *ʰleːmᴬ แหลม
457 sharp, sharp edge *ɣɤmᴬ คม
458 slippery, smooth *m.lɯːlᴮ ลื่น
459 sticky *ʰniəwᴬ เหนียว
460 liquid, soft *ʰleːwᴬ เหลว
461 rotten *nawᴮ เน่า
462 withered *ʰriəwᴮ เหี่ยว
463 dried up *ʰreːŋᶜ แห้ง
464 dry *χaɰᴮ (น้ำ)ไข้ แห้ง
465 wet *domᴬ เปียก
466 mute *ŋwamᶜ เงียบ
467 dumb *ɓɤɰᶜ ใบ้
468 easy *ŋaːjᴮ ง่าย
469 drunk (1) *mawᴬ เมา
470 drunk (2) *mwiːᴬ เมา
471 sterile *ʰmanᴬ หมัน
472 entangled *ɲuŋᴮ/C ยุ่ง
473 blistered *boːŋᴬ พอง
474 expensive *beːŋᴬ แพง
475 familiar *gunᶜ คุ้น
476 asleep *ɗakᴰ หลับ
477 hungry *ˀjɯǝkᴰ อยาก หิว
478 satiated *ʔiːmᴮ อิ่ม
479 swollen *gaɰᴮ บวม
480 stiff and tired *mɯəjᴮ เมื่อย
481 tired, exhausted *ʰnɯəjᴮ เหนื่อย
482 lazy *kliːkᴰ ขี้เกียจ
483 tired, bored *ʰnaːjᴮ หน่าย
484 idle, free *ɗwɤːjᴬ ดาย
485 disgusted *ɓɯəᴮ เบื่อ
486 crazy *ɓaːᶜ บ้า
487 hurt (1) *cepᴰ เจ็บ
488 hurt (2) *keːtᴰ เจ็บ
489 torn *qaːtᴰ ขาด
490 plugged *sakᴬ เสียบ
491 bruised (1) *ɟamᶜ ช้ำ
492 bruised (2) *wokᴰ ฟก
493 lost *ʰloŋᴬ หลง
494 alive *ɲaŋᴬ ยัง
495 strong, strength *reːŋᴬ แรง
496 weave, to (cloth) *tamᴮ สานถึง (ผ้า)
497 dye, to *ɲwuːmᶜ ย้อม
498 sew, to *ɲepᴰ เย็บ
499 embroider, to *seːwᴮ ปัก
500 weave, to (baskets, mats) *saːn สาน
501 sow, to; scatter, to *C̥.waːlᴮ หว่าน
502 transplant, to *t.namᴬ ดำ
503 plant, to *plwɯːkᴰ ปลูก
504 sift, to *qrɤŋᴬ ร่อน
505 imprison, to *k.raŋᴬ ขัง
506 hunt, to *p.rawᴮ ล่า
507 mark, to; aim, to *ʰmaːjᴬ หมาย
508 shoot, to *ɲɯŋᴬ ยิง
509 poison (fish), to *C̥.bɯəᴬ เบื่อ
510 tend animal, to *ɟɯǝŋᶜ ดูแล
511 raise, to *liəŋᶜ เลี้ยง
512 make noise, to *ɗaŋᴬ ดัง
513 differ, to *taːŋᴮ ต่าง
514 count, to *napᴰ นับ
515 heap up, to *koːŋᴬ กอง
516 weigh, to *ɟaŋᴮ ชั่ง
517 announce, to *paːwᴮ ป่าว
518 answer, to *χaːnᴬ ขาน
519 ask, to *c.raːmᴬ ถาม
520 beg, to *k.roːᴬ ขอ
521 order, to; blow the nose, to *saŋᴮ สั่ง
522 scold, to; revile, to *ɗaːᴮ ด่า
523 warn, to *tɯǝnᴬ เตือน
524 weep, to *t.hajᶜ (ร้อง)ไห้
525 moan, to *graːŋᴬ คราง
526 bark, to *ʰrawᴮ เห่า
527 crow, to *χalᴬ ขาน
528 laugh, to *krɯəwᴬ หัว(เราะ)
529 recite, to *ʔaːnᴮ อ่าน
530 open (the mouth), to *ʔaːᶜ อ้า
531 eat, to *kɯɲᴬ กิน
532 chew, to *giəwᶜ เคี้ยว
533 lick, to *C̬.lwiəᴬ เลีย
534 put out of the mouth, to *ɣaːjᴬ คาย
535 vomit, to *rwɯəkᴰ ราก อาเจียน
536 take a bite, to *katᴰ กัด
537 hold in the mouth, to *ʔɤmᴬ อม
538 bite, to *C̬.qɤpᴰ ขบ
539 nibble, to; peck, to *tɔːtᴰ ตอด
540 kiss, to *cuːpᴰ จูบ
541 yawn, to *ʰraːwᴬ หาว
542 blow, to *powᴮ เป่า
543 snore, to *klɤlᴬ กรน
544 cough, to *ʔajᴬ ไอ
545 hold the breath, to *klanᶜ กลั้น
546 hug, to; embrace, to *koːtᴰ กอด
547 build, to *koːᴮ ก่อ
548 close (the eyes), to *ʰlapᴰ หลับ
549 lie down, to, sleep, to *nwɯːnᴬ นอน
550 incubate, to *wakᴰ ฟัก
551 hold in the jaws, to *gaːpᴰ คาบ
552 hold in the closed hand, to *kamᴬ กำ
553 take up in the two cupped hands, to *koːpᴰ กอบ
554 pick up, to *ˀjipᴰ หยิบ
555 grasp, to; perch, to *capᴰ จับ
556 squeeze, to *galᶜ คั้น
557 pinch, to *ʰniːpᴰ หนีบ
558 raise, to *ɲɤkᴰ ยก
559 lift, to *ɲoːᴬ ยอ
560 carry in the arms, to *ʔuːmᶜ อุ้ม
561 carry (a bag), to *triːwᶜ หิ้ว
562 carry on the back, to *trwaːmᴬ หาม
563 pull, to; drag, to *C̬.laːkᴰ ลาก
564 bend over, to *kɤmᶜ ก้ม
565 turn upside down or inside out, to *pliːnᶜ ปลิ้น
566 lean back, to *ʔiːŋᴬ เอน
567 point, to *ɟiːᶜ ชี้
568 stroke, to; caress, to *C̬.luːpᴰ ลูบ
569 scratch, to *kawᴬ เกา
570 put, to *s.cɤːlᴮ ใส่
571 snap, to *ɓliːtᴰ ดีด
572 stamp (on), to *dɯːpᴰ (กระ)ทืบ
573 step on, to (1) *ɲamᴮ ย่ำ
574 step on, to (2) *ˀjiǝpᴰ เหยียบ
575 repeat, to *zamᶜ ซ้ำ
576 tremble, to *salᴮ สั่น
577 shake, to *C̥.wajᴬ ไหว
578 wrestle, to *plamᶜ ปล้ำ
579 twist, to; wring, to *ɓitᴰ บิด
580 stretch out, to *ˀjiətᴰ เหยียด
581 sit, to *naŋᴮ นั่ง
582 come, to *ʰmaːᴬ มา
583 go, to *pajᴬ ไป
584 arrive, to *C̬.tɤŋᴬ ถึง
585 go upward, to *mɯəᴬ ขึ้น
586 ascend to *χɯnᶜ ขึ้น
587 descend, to *n̩.loŋᴬ ลง
588 enter, to *χawᶜ เข้า
589 exit, to *ʔoːkᴰ ออก
590 cross, to *χaːmᶜ ข้าม
591 cross over, to *kwaːᴮ กว่า
592 drop, to *tokᴰ ตก
593 fall off, to *ʰlɤnᴮ หล่น
594 fall down, to *lɤmᶜ ล้ม
595 slip and fall, to *blaːtᴰ พลัด
596 stand, to *C̥.ɟɯːnᴬ ยืน
597 walk, to *praːjᶜ เดิน
598 fly, to *ɓilᴬ บิน
599 crawl, to *g.lwɤːnᴬ คลาน
600 crawl over, to *twajᴮ ไต่
601 climb, to *piːnᴬ ปีน
602 flow, to *ʰlwajᴬ ไหล
603 flood, to *C̬.tuǝmᴮ ท่วม
604 spill, to *ɓaːᴮ บ่า หก
605 pour, to *rwaːtᴰ ราด
606 swim, to *loːjᴬ ลอย ว่ายน้ำ
607 float, to *wuːᴬ ฟู ลอย
608 sink, to *cɤmᴬ จม
609 dive, to *ɗamᴬ ดำ
610 close, to *hapᴰ หับ ปิด
611 revolve, to; spin, to *panᴮ ปั่น หมุน
612 go hungry, to *ʔɤtᴰ อด
613 hate, to *ɟaŋᴬ ชัง เกลียด
614 quit, to *ˀjaːᴮ อย่า เลิก
615 see, to *tranᴬ เห็น
616 hear, to *ŋinᴬ ยิน
617 taste, to *ɟimᴬ ชิม
618 smell (tr.), to *ɗɤmᴬ ดม
619 forget, to *lɯːmᴬ ลืม
620 dream, to *hwanᴬ ฝัน
621 believe, to *ɟɯǝᴮ เชื่อ
622 recognize, to *cakᴰ (รู้)จัก
623 know, to *rɯːwᶜ รู้
624 be, to; b̩ecome, to *m̩.pelᴬ เป็น
625 be (in a place), to *ˀjuːᴮ อยู่
626 fear, to (1) *ʰlaːwᴬ กลัว
627 fear, to (2) *jaːnᶜ ยั่น กลัว
628 itch, to (1) *ɣalᴬ คัน
629 itch, to (2) *ɣomᴬ คัน
630 seek, to *kraᴬ หา
631 join, to *toːᴮ ต่อ เข้าร่วม
632 divide, to *panᴬ ฝาน
633 separate, to *braːkᴰ พราก
634 castrate, to *toːnᴬ ตอน
635 cut, to *tacᴰ ตัด
636 slash, to *walᴬ ฟัน
637 chop, to *tramᶜ ห้ำ สับ
638 weed, to *ɓlaːjᴬ ดาย
639 break, to *t.rakᴰ หัก
640 burst, to *p.reːkᴰ แตก
641 pluck, to *C̥.decᴰ เด็ด
642 take down, to; put down, to *ploŋᴬ ปลง
643 peel, to *poːkᴰ ปอก
644 hammer, to *ɣoːlᶜ ค้อน
645 pound, to *tamᴬ ตำ
646 pound (rice), to *zoːmᶜ ซ้อม
647 slap, to *tɤpᴰ ตบ
648 pound, to (2) *dupᴬ ทุบ
649 pound, to (1) *toːkᴰ ตอก
650 come into contact, to *C̬.tɯːkᴰ ถูก
651 tie, to *cm̩.rukᴰ ผูก
652 tie up, to *laːmᴮ ล่าม
653 undo, to; untie, to *keːᶜ แก้
654 fold, to *bapᴰ พับ
655 fold double, to *dopᴰ ทบ
656 stretch, to *ɲɯːtᴰ ยืด
657 erect, to *taŋᶜ ตั้ง
658 plug (a hole), to *ʔwɯtᴰ อุด
659 salt, to *ʔɯǝpᴰ เติมเกลือ
660 pickle, to *ɗoːŋᴬ ดอง
661 soak, to (2) *ʰmaːᴮ
662 scoop, to *takᴰ ตัก
663 soak, to (1) *ɟeːᴮ แช่
664 burn (intr.), to *ʰmajᶜ ไหม้
665 burn (tr.), to *prawᴬ เผา
666 roast, to *ˀjɯəŋᶜ ย่าง
667 boil (tr.), to *tomᶜ ต้ม
668 boil (intr.), to *ɗɤːtᴰ เดือด
669 scald, to *luəkᴰ ลวก
670 cook (rice), to *truŋᴬ หุง
671 steam, to *ʰnɯŋᶜ นึ่ง
672 make a fire, to *ɗaŋᴬ จุด
673 extinguish, to *ɗapᴰ ดับ
674 roof, to *mwuŋᴬ มุง
675 cover (with cloth), to *hɤmᴮ ห่ม
676 deceive, to *braːŋᴬ พราง
677 buy, to *z.ɟɯːᶜ ซื้อ
678 sell, to *p.qaːj ขาย
679 borrow, to *ˀjɯːmᴬ ยืม
680 defeat, to; be defeated, to *beːᶜ แพ้
681 have, to *miːᴬ มี
682 take, to *ʔawᴬ เอา
683 obtain, to *ɗajᶜ ได้
684 pick, to *kepᴰ เก็บ
685 steal, to *C̬.lakᴰ ลัก
686 give, to *haɰᶜ ให้
687 dust off, to *pacᴰ ปัด
688 sweep, to *kwaːtᴰ กวาด
689 wipe, to *ɟetᴰ เช็ด
690 rinse, to *C.lwɤːŋᶜ ล้าง
691 wash (clothes), to *zakᴰ ซัก
692 wash, to *zaːwᴬ ซาว
693 bathe, to *ʔaːpᴰ อาบ
694 teach, to *soːlᴬ สอน
695 rest, to *bakᴰ พัก
696 wait, to *craːᶜ ท่า
697 be left over, to *ʰlɯəᴬ เหลือ
698 leak, to *rwoːᴮ รั่ว
699 awaken (someone), to *plokᴰ ปลุก
700 wake up, to *k.tɯːnᴮ ตื่น
701 grow, to; rise, to *ʰmaːᶜ เติบโตเพื่อ; ลุกขึ้น
702 shrink, to *ʰrotᴰ หด
703 disappear, to *ʰrwɤːjᴬ หาย
704 die, to *p.taːjᴬ ตาย
705 kill, to *qaːᶜ ฆ่า
706 expose to the sun, to *p.raːkᴰ ตาก
707 hang up, to *qweːnᴬ แขวน
708 hang down, to *hoːjᶜ ห้อย
709 smear, to *daːᴬ ทา
710 lay (a cloth, etc.) across, to *baːtᴰ พาด
711 drive away, to *k.rapᴰ ขับ
712 chase, to *lajᴮ ไล่
713 be finished, to *leːwᶜ แล้ว
714 to commission *ʑaɰᶜ ใช้
715 entrust, to *ʰwaːkᴰ ฝาก
716 pronoun, 1s (weak) *kuːᴬ กู
717 pronoun, 1s (strong) *kawᴬ กู
718 pronoun, 2s (weak) *mɯŋᴬ มึง
719 pronoun, 2s (strong) *maɰᴬ มัง
720 pronoun, 3s (weak) *mɯnᴬ มัน
721 pronoun, 3s (strong) *manᴬ มัน
722 pronoun, 1p *rawᴬ เรา
723 one *nɯːŋᴮ หนึ่ง
724 two *soːŋᴬ สอง
725 three *saːm สาม
726 four *siːᴮ สี่
727 five *haːᶜ ห้า
728 six *krokᴰ หก
729 seven *cetᴰ เจ็ด
730 eight *peːtᴰ แปด
731 nine *kɤwᶜ เก้า
732 hundred; string, to *roːjᶜ ร้อย
733 single, only one *ɗiəwᴬ เดียว
734 pair *guːᴮ คู่
735 how many, several *kiːᶜ กี่
736 all *daŋᴬ ทั้ง
737 many, much *ʰlaːjᴬ หลาย
738 little, few *ʰnoːjᴮ น้อย
739 one or so, any *sakᴰ สัก
740 half *grɤŋᴮ ครึ่ง
741 each other, together *kanᴬ กัน
742 other *ʔɯːnᴮ อื่น
743 measure from thumb to fingertip *ɣɯːpᴰ คืบ
744 bite (n.), speech *gamᴬ คำ
745 classifier for things *ʔalᴬ อัน
746 cord, string *saːjᴬ สาย
747 classifier for long, thin, object *selᶜ เส้น
748 classifier for tools *mwaːkᴰ ลักษณะนามสำหรับเครื่องมือ
749 litter (of young) *groːkᴰ ครอก
750 time (classifier) *bajᴬ ครั้ง
751 name of first month *ciǝŋᴬ เดือนอ้าย
752 last (year) *klaːjᴬ (ปี)กลาย
753 daytime *ŋwanᴬ วัน
754 night *ɣɯːnᴬ คืน
755 day *mwɯːᶜ มื้อ
756 morning, early *ɟawᶜ เช้า
757 night *ɣamᴮ ค่ำ
758 late at night *ɗɯkᴰ ดึก
759 meal, early *ŋaːjᴬ งาย
760 meal, late *C̬.lwiːŋᴬ แลง
761 meal, evening *ɟm̩.rawᴬ มื้อเย็น
762 day before yesterday *zɯːnᴬ (วาน)ซืน
763 yesterday *ŋwaːᴬ (เมื่อ)วาน
764 tomorrow *ɟm̩.rukᴰ พรุ่ง(นี้)
765 day after tomorrow *C̬.rɯːᴬ (มะ)รืน
766 year *piːᴬ ปี
767 upstream, above *ʰnɯəᴬ เหนือ
768 downstream, below *taɰᶜ ใต้
769 below *lwɤːŋᴮ ล่าง
770 inside *C̥.daɰᴬ ใน
771 outside *l̩.noːkᴰ นอก
772 middle *klaːŋᴬ กลาง
773 side *C̥.bɯǝŋᶜ เบื้อง ด้านข้าง
774 this *najᶜ นี้
775 before *koːnᴮ ก่อน
776 tip, end *plaːjᴬ ปลาย
777 tip, highest point *ɲoːtᴰ ยอด
778 edge *riːmᴬ ริม
779 gradually, slowly *gɔːjᴮ ค่อย
780 not (strong 1) *ɓawᴮ บ่
781 not (strong 2) *boːᴮ บ่
782 not (weak) *miːᴬ มิ
783 not yet *pajᴮ ไป่
784 do not *ʰɲaːᴮ อย่า
785 which *ɗaɰᴬ ใด
786 also *koːᶜ ก็
787 with, and *kapᴰ กับ
788 matter *ɣwaːmᴬ ความ

อ้างอิง[แก้]

  1. ตามที่ใช้ในนิพนธ์ต่าง ๆ ของสาขาภาษาศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของไทย เช่น [1]
  2. http://language.psy.auckland.ac.nz/austronesian/language.php?id=698
  3. Downer, G.B. (1963). "Chinese, Thai, and Miao-Yao". ใน Shorto, H.L. (บ.ก.). Linguistic Comparison in South East Asia and the Pacific (PDF). School of Oriental and African Studies, University of London. pp. 133–139.
  4. Luo, Yong-Xian (2008). "Sino-Tai and Tai–Kadai: Another Look". ใน Diller, Anthony; Edmondson, Jerold A.; Luo, Yong-Xian (บ.ก.). The Tai–Kadai Languages. Routledge Language Family Series. Psychology Press. pp. 9–28. ISBN 978-0-7007-1457-5.
  5. Gedney, William J. (1972). A Checklist for Determining Tones in Tai Dialects. In M. E. Smith (Ed.). Studies in Linguistics: In Honor of George L. Trager (pp. 423-437). Mouton.
  6. Owen, R. W. (2012). A tonal analysis of contemporary Tai Khuen varieties. Journal of the Southeast Asian Linguistics Society (JSEALS), 5, 12-31.
  7. Manson, Ken. (2009). Prolegomena to Reconstructing Proto-Karen. La Trobe Papers in Linguistics, 12. Available at [2]
  8. Morey, Stephen. (2014). Studying tones in North East India: Tai, Singpho and Tangsa. Language Documentation & Conservation, 8, 637–671.
  9. Gedney (1972)
  10. "Tones of Thai Song Varieties" (PDF). Pacling.anu.edu.au. สืบค้นเมื่อ 17 July 2016.
  11. Jackson, Eric M., Emily H.S. Jackson, and Shuh Huey Lau (2012). A sociolinguistic survey of the Dejing Zhuang dialect area. SIL Electronic Survey Reports 2012-036, SIL International, East Asia Group.
  12. Pittayawat Pittayaporn (2015). Proto-Tai negation system from Comparative and Historical Thai perspectives. [3]
  13. Pittayaporn, Pittayawat. (2009). The Phonology of Proto-Tai. (Doctoral dissertation). Department of Linguistics, Cornell University.
  • Brown, J. Marvin. From Ancient Thai to Modern Dialects. Bangkok: Social Science Association Press of Thailand, 1965.
  • Gedney, William J., and Thomas J. Hudak. William J. Gedney's Southwestern Tai Dialects: Glossaries, Texts and Translations. [Ann Arbor, Mich.]: Center for South and Southeast Asian Studies, University of Michigan, 1994. Print.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พจนานุกรม

  • [4] Database query to Tai-Kadai etymology (อังกฤษ)
  • [5] Thai Lexicography Resources (อังกฤษ)