อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์
แผนที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เน้นอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์
แคบสุดในสยาม เมืองงามสามอ่าว ดูดาวที่หว้ากอ
ถิ่นก่อวีรกรรม ตำนานตาม่องล่าย
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์
อักษรโรมัน Amphoe Mueang Prachuap Khiri Khan
จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์
รหัสทางภูมิศาสตร์ 7701
รหัสไปรษณีย์ 77000,
77210 (เฉพาะตำบลบ่อนอกและหมู่ที่ 1, 4-10 ตำบลอ่าวน้อย)
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 844.0 ตร.กม.
ประชากร 88,750 คน (พ.ศ. 2556)
ความหนาแน่น 105.15 คน/ตร.กม.
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้ง ที่ว่าการอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ถนนก้องเกียรติ ตำบลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77000
พิกัด 11°48′30″N 99°47′48″E / 11.80833°N 99.79667°E / 11.80833; 99.79667
หมายเลขโทรศัพท์ 0 3261 1153
หมายเลขโทรสาร 0 3261 1153

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

เมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ประวัติ[แก้]

อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์เดิมในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีชื่อว่า "เมืองนารัง" หรือ "เมืองบางนางรม" ดังปรากฏในหนังสือคำให้การชาวกรุงเก่าได้ลำดับชื่อหัวเมืองปักษ์ใต้ดังนี้ "เมืองปราณ เมืองชะอัง เมืองนารัง เมืองบางตะพาน" เมืองเหล่านี้ก็คือ อำเภอปราณบุรี อำเภอชะอำ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอบางสะพานในปัจจุบัน

หลังกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าเมื่อปี พ.ศ. 2310 เมืองนารัง (บางนางรม) ก็เลิกร้างไป จนถึงสมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเมืองบางนางรมขึ้นใหม่ที่ปากคลองบางนางรม แต่ที่ดินไม่เหมาะสมแก่การเพาะปลูก จึงย้ายที่ว่าการเมืองไปตั้งที่เมืองกุย ครั้นสมัยรัชกาลที่ 4 พ.ศ. 2398 โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อจากเมืองกุยเป็น "เมืองประจวบคีรีขันธ์" โดยรวมเมืองกุย เมืองคลองวาฬ เมืองบางนางรมเข้าด้วยกัน โดยที่ตั้งเมืองยังคงตั้งอยู่ที่เมืองกุย (คืออำเภอกุยบุรีในปัจจุบัน)

ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงจัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ตั้งมณฑลราชบุรี ขึ้นในปี พ.ศ. 2438 เมืองประจวบคีรีขันธ์ซึ่งเป็นเมืองชั้นจัตวาขึ้นกับแขวงเมืองเพชรบุรีนั้นจึงได้รับจัดตั้งเป็น อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ สังกัดเมืองเพชรบุรี มณฑลราชบุรี

พ.ศ. 2441 โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายที่ว่าการอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ มาตั้งอยู่ที่อ่าวเกาะหลัก ต่อมา วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2449 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชโองการเหนือเกล้าให้รวมเอาอำเภอเมืองปราณบุรี อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธุ์ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอกำเนิดนพคุณ จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นเมืองชั้นจัตวามาก่อนเข้ารวมเป็นเมืองปราณบุรี (จังหวัดปราณบุรี) ตั้งที่ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์จึงได้แยกจากเมืองเพชรบุรีมาอยู่ในการปกครองของเมืองปราณบุรี เป็น อำเภอประจวบคีรีขันธ์ [1] ในสมัยรัชกาลที่ 6 โปรดให้เปลี่ยนชื่อเมืองปราณบุรีเป็น "เมืองประจวบคีรีขันธ์"[2] เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2458 อำเภอประจวบคีรีขันธ์จึงสังกัดเมืองประจวบคีรีขันธ์ (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็นจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) จนกระทั่งมีการเปลี่ยนชื่ออำเภอเป็น อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และมีการเปลี่ยนนามอำเภอตามชื่อตำบลที่ตั้งอำเภอคือ อำเภอเกาะหลัก ภายหลังได้เปลี่ยนกลับมาเป็น "อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์" จวบจนถึงปัจจุบัน

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

ตั้งอยู่กึ่งกลางของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 281 กิโลเมตร มีแนวชายแดนไทย-เมียนม่าร์ ยาวประมาณ 44 กิโลเมตร มีจุดผ่านแดน 1 แห่ง ได้แก่ ช่องด่านสิงขร หมู่ที่ 6 ตำบลคลองวาฬ ช่องที่แคบที่สุดของประเทศไทยกว้างประมาณ 11 กิโลเมตร อยู่ในเขตตำบลห้วยทราย

อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ตั้งอยู่ทางตอนกลางของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์แบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 6 ตำบล 53 หมู่บ้าน ได้แก่

1. ประจวบคีรีขันธ์ (Prachuap Khiri Khan) ไม่มีการแบ่งหมู่บ้าน
2. เกาะหลัก (Ko Lak) 11 หมู่บ้าน
3. คลองวาฬ (Khlong Wan) 9 หมู่บ้าน
4. ห้วยทราย (Huai Sai) 13 หมู่บ้าน
5. อ่าวน้อย (Ao Noi) 16 หมู่บ้าน
6. บ่อนอก (Bo Nok) 14 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 8 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลประจวบคีรีขันธ์ทั้งตำบล บางส่วนของตำบลเกาะหลัก และบางส่วนของตำบลอ่าวน้อย
  • เทศบาลตำบล กม.5 ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลอ่าวน้อย
  • เทศบาลตำบลคลองวาฬ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลคลองวาฬ
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหลัก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเกาะหลัก (นอกเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลคลองวาฬ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคลองวาฬ (นอกเขตเทศบาลตำบลคลองวาฬ)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทราย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลห้วยทรายทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวน้อย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลอ่าวน้อย (นอกเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์และเทศบาลตำบล กม.5)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อนอก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ่อนอกทั้งตำบล

ลักษณะภูมิประเทศ[แก้]

ลักษณะโดยทั่วไป ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีความลาดเอียงจากทิศตะวันตก ซึ่งเป็นเทือกเขาตะนาวศรี อันเป็นเทือกเขากั้นระหว่างพรมแดนไทย กับพม่าลงสู่ด้านตะวันออก ซึ่งเป็นอ่าวไทย และมีเทือกเขาและภูเขากระจัดกระจายทั่วไป ทั้งบริเวณชายฝั่งทะเล และบริเวณส่วนกลางของพื้นที่จังหวัดซึ่งมีชายหาดและอ่าวที่สวยงามหลายแห่ง เช่น อ่าวประจวบฯ อ่าวมะนาวเป็นอ่าวที่ชายหาดรูปโค้งเสี้ยวพระจันทร์แต่งแต้มด้วยภูเขา ทิวเขา และเกาะแก่งต่าง ๆ ที่ผสมกลมกลืนกันตามธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ นอกจากนี้ยังมีเทือกเขาสลับซับซ้อน สมดังความหมายของชื่อจังหวัดที่แปลว่า “เมืองที่มีภูเขาเป็นหมู่ ๆ ยาวพืดทั่วไป” ซึ่งมีภูเขากระจัดกระจายทั่วไป ทั้งบริเวณชายฝั่งทะเล และบริเวณส่วนกลางของจังหวัด

พื้นที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ประกอบด้วย 6 ตำบล

1. ตำบลอ่าวน้อย คิดเป็นร้อยละ 40.28

2. ตำบลบ่อนอก คิดเป็นร้อยละ 22.39

3. ตำบลห้วยทราย คิดเป็นร้อยละ 13.63

4. ตำบลคลองวาฬ คิดเป็นร้อยละ 11.14

5. ตำบลเกาะหลัก คิดเป็นร้อยละ 10.90

6. ตำประจวบคีรีขันธ์ คิดเป็นร้อยละ 1.66

- พื้นที่ราบประมาณร้อยละ71

- เป็นภูเขาประมาณ ร้อยละ 28

- พื้นน้ำร้อยละ1

สภาพแหล่งน้ำ

แหล่งน้ำธรรมชาติส่วนใหญ่เป็นสายสั้น ๆ ที่เป็นอิสระแยกจากกันและไหลลงอ่าวไทยอยู่ในสภาพตื้นเขิน จะมีน้ำมากเฉพาะในช่วงฤดูฝน ส่วนในฤดูแล้งจะมีน้ำบ้างบางส่วน ซึ่งใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตรได้บ้างเพียงส่วนน้อย แหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่

- คลองบึง ยาวประมาณ 20 กิโลเมตร

- คลองบางนางรม ยาวประมาณ 40 กิโลเมตร

ลักษณะภูมิอากาศ[แก้]

ลักษณะอากาศ โดยทั่วไปไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป ความชื้นอากาศปานกลาง เนื่องจากอยู่ใกล้ทะเล ในบางปีจะได้รับ อิทธิพลจากพายุโซนร้อน ซึ่งก่อตัวในทะเลจีน แล้วเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก กับมีความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาเป็นละลอก ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะฝนปริมาณมากในเดือนตุลาคม โดยปกติจะมีลมพัดผ่านทุกฤดูกาล ในฤดูหนาวจะพัดมาจากทางทิศเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ และเปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้ในฤดูร้อน

ฤดูกาล อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ มี 3 ฤดู ได้แก่

1. ฤดูฝน จะเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม จนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน เป็นระยะเวลาประมาณ 7เดือน โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งลมนี้พัดมาจากมหาสมุทรอินเดีย โดยฝนจะหนักในเดือนพฤษภาคม แล้วฝนจะทิ้งช่วงในเดือนมิถุนายน และเดือนกรกฎาคมหลังจากนั้นฝนจะตกหนักในช่วงเดือนสิงหาคม ถึงเดือนพฤศจิกายนมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,179 มิลลิเมตร

2. ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม ถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ในระยะนี้จะเป็นมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งลมนี้จะพัดมาจากบริเวณความกดอากาศสูงในทะเลจีนใต้ ซึ่งจะพัดเอาความร้อนขึ้นมา อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 25 องศาเซลเซียส

3. ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึง กลางเดือนพฤษภาคม โดยระยะนี้เป็นช่วงรอยต่อของฤดูลมมรสุมหลังจากสิ้นฤดูลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว อากาศจะเริ่มร้อน และมีอากาศร้อนที่สุดในเดือนเมษายน แต่ไม่ร้อนมากนักเนื่องจากภูมิประเทศเป็นคาบสมุทรอยู่ใกล้ทะเล กระแสลมและไอน้ำจากทะเลทำให้อากาศคลายร้อนลงไป อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 29 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิ

- เฉลี่ยตลอดทั้งปี 27 องศาเซลเซียส

- สูงสุดวัดได้ 39.3 องศาเซลเซียส

- ต่ำสุดวัดได้ 10.5 องศาเซลเซียส

อ้างอิง[แก้]

  1. ประกาศ ตั้งเมืองปราณบุรี ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๒๓ ตอนที่ ๔๑ ประกาศ ณ วันที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๔๙ หน้าที่ ๑๐๖๒
  2. ประกาศ เปลี่ยนนามเมืองปราณบุรี เป็นเมืองประจวบคีรีขันธ์ ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๓๒ ตอนที่ ๐ ก ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ หน้าที่ ๑๗๖