จังหวัดนนทบุรี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

(เปลี่ยนทางมาจาก นนทบุรี)
บทความนี้ต้องการแหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม เพื่อให้บทความน่าเชื่อถือและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
คุณสามารถช่วยพัฒนาวิกิพีเดีย โดยเพิ่มแหล่งอ้างอิงที่เหมาะสม - การอ้างอิงแหล่งที่มา วิธีการเขียน บทความคัดสรร และ นโยบายวิกิพีเดีย
จังหวัดนนทบุรี
ตราประจำจังหวัดนนทบุรี ตราผ้าพันคอลูกเสือ จังหวัดนนทบุรี
ตราประจำจังหวัด ตราผ้าผูกคอลูกเสือ
ทุเรียนเหนือชั้น
เครื่องปั้นดินเผา
เมืองเก่าวัดงาม
ตลาดน้ำน่าชม
รื่นรมสวนสมเด็จ
เกาะเกร็ดงามตา
พฤกษานาๆพันธุ์
บ้านจัดสรรเป็นเลิศ
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อภาษาไทย นนทบุรี
ชื่ออักษรโรมัน Nonthaburi
ชื่อไทยอื่นๆ เมืองนนท์
ผู้ว่าราชการ นายเชิดวิทย์ ฤทธิประศาสน์
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2549)
ISO 3166-2 TH-12
สีประจำกลุ่มจังหวัด เหลือง ███
ต้นไม้ประจำจังหวัด นนทรีบ้าน
ดอกไม้ประจำจังหวัด นนทรี
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 622.372 ตร.กม.
(อันดับที่ 74)
ประชากร 1,024,191 คน (พ.ศ. 2550)
(อันดับที่ 19)
ความหนาแน่น 1,645.82 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 2)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี
ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ
อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 11000
โทรศัพท์ (+66) 0 2580 0705-6
โทรสาร (+66) 0 2580 0705-6
เว็บไซต์ จังหวัดนนทบุรี
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดนนทบุรี

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

จังหวัดนนทบุรี เป็นหนึ่งในจังหวัดภาคกลางของประเทศไทย มีอาณาเขตจรดจังหวัดต่าง ๆ (เรียงตามเข็มนาฬิกา) ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี กรุงเทพมหานคร และจังหวัดนครปฐม

เนื้อหา

[แก้] สัญลักษณ์ประจำจังหวัด

  • ตราประจำจังหวัดนนทบุรี เป็นรูปหม้อน้ำลายวิจิตร เป็นผลิตภัณฑ์ของจังหวัดที่มีชื่อเสียงมาช้านาน นิยมทำกันที่เกาะเกร็ด
  • พรรณไม้และดอกไม้ประจำจังหวัดนนทบุรี คือ นนทรีบ้าน (Peltophorum pterocarpum ในวงศ์ LEGUMINOSAE)
  • คำขวัญประจำจังหวัดนนทบุรี คือ ทุเรียนเหนือชั้น เครื่องปั้นดินเผา เมืองเก่าวัดงาม ตลาดน้ำน่าชม รื่นรมสวนสมเด็จ เกาะเกร็ดงามตาพฤกษานาๆพันธุ์ บ้านจัดสรรเป็นเลิศ
  • ตัวอักษรย่อ จังหวัดนนทบุรีใช้อักษรย่อ นบ

[แก้] ภูมิศาสตร์

จังหวัดนนทบุรีมีพิกัดภูมิศาสตร์อยู่ที่ละติจูดที่ 13 องศา 47 ลิปดาเหนือ ถึงละติจูดที่ 14 องศา 04 ลิปดาเหนือ และลองจิจูดที่ 100 องศา 34 ลิปดา ถึง 100 องศา 15 ลิปดาตะวันออก ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของกรุงเทพมหานคร ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นจังหวัดในเขตปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร

การที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน จึงทำให้พื้นที่ของจังหวัดแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งตะวันตก มีพื้นที่ 3 ใน 4 ของจังหวัด พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มมีน้ำท่วมถึง มีคูคลองขนาดต่าง ๆ เชื่อมโยงกันหลายสายเหมือนใยแมงมุม มีการทำเรือกสวนไร่นา และฝั่งตะวันออกมีพื้นที่ 1 ใน 3 ของจังหวัด ได้แก่ พื้นที่ในเขตเทศบาลนครนนทบุรีและเทศบาลนครปากเกร็ด เป็นเขตเมืองมีประชากรอยู่อย่างหนาแน่น อาจถือได้ว่าส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งของเมืองหลวง เพราะเขตแดนระหว่างนนทบุรีกับกรุงเทพมหานครนั้นแทบจะไม่เป็นที่รู้จัก

[แก้] ประวัติศาสตร์

สภาพทั่วไปของจังหวัดนนทบุรีเป็นพื้นที่ราบลุ่มมีความอุดมสมบูรณ์ จึงมีผู้คนมาตั้งถิ่นฐานเป็นชุมชนหนาแน่นตามริมแม่น้ำเจ้าพระยามาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น เช่น บ้านวัดชลอ บ้านวัดเขมา บ้านบางม่วง บ้านตลาดขวัญ บ้านบางขนุน เป็นต้น

[แก้] สมัยอยุธยา

การตั้งถิ่นฐานในจังหวัดนนทบุรีปรากฏหลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดที่วัดปรางค์หลวง ตั้งอยู่ที่ตำบลบางม่วงในเขตอำเภอบางใหญ่ มีพระปรางค์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าอู่ทองเพื่อเป็นหลักแก่ชุมชนชาวเมืองอู่ทองที่อพยพหนีโรคระบาดมาตั้งบ้านเรือนอยู่ในสมัยนั้น ชุมชนแห่งนี้ได้ขยายตัวและกระจัดกระจายออกไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระองค์ได้ทรงยกฐานะหมู่บ้านที่ชื่อว่า บ้านตลาดขวัญ ให้มีฐานะเป็น เมืองนนทบุรี ในปี พ.ศ. 2092 เพื่อประโยชน์ต่อการเกณฑ์ไพร่พลหากเกิดสงคราม รวมทั้งให้เป็นเมืองท่าและหน้าด่านของกรุงศรีอยุธยา โดยที่ตั้งของเมืองมีวัดหัวเมือง (ปัจจุบันเป็นเขตโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า) เป็นเขตเหนือและมีวัดท้ายเมืองเป็นเขตใต้

ต่อมาในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง โปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองลัดตัดส่วนโค้งของแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ใต้วัดท้ายเมืองไปทะลุออกหน้าวัดเขมา (เดิมแม่น้ำเจ้าพระยาไหลวกเข้าไปทางบางกรวยและบางใหญ่) ซึ่งทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนทางเดินไหลเข้าคลองที่ขุดใหม่ กลายเป็นแนวแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าศาลากลางจังหวัดเก่าในปัจจุบัน ส่วนแม่น้ำเดิมก็ตื้นเขินลงเป็นคลองอ้อม คลองบางกอกน้อย และคลองบางกรวย

ใน พ.ศ. 2208 สมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างป้อมขึ้น เพราะแนวแม่น้ำที่สั้นลงทำให้ข้าศึกเข้าสู่กรุงศรีอยุธยาได้ง่าย ที่ตั้งของเมืองนนทบุรีจึงถูกย้ายลงไปอยู่ใกล้กับป้อมปราการบริเวณปากคลองอ้อม บ้านบางศรีเมือง (และตั้งอยู่บริเวณนี้จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์)

ต่อมาในปี พ.ศ. 2264 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองลัดเกร็ดขึ้นตัดความโค้งของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลวกอ้อมไปทางบางบัวทอง (ในบริเวณที่เป็นเกาะเกร็ดและอำเภอปากเกร็ดในปัจจุบัน)

ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าเล็กน้อย มังมหานรธาแม่ทัพพม่าได้เดินทัพมาจนถึงเมืองธนบุรีและเมืองนนทบุรี และเข้ายึดเมืองทั้งสองได้ ตั้งค่ายอยู่บริเวณวัดเขมา ขณะนั้นมีเรือกำปั่นอังกฤษซึ่งมาค้าขายอยู่ได้อาสาช่วยรบ โดยยิงปืนเข้าใส่ค่ายพม่าในเวลากลางคืน เมืองนนทบุรีจึงเป็นยุทธภูมิระหว่างเรือกำปั่นอังกฤษกับพม่าอยู่ระยะหนึ่ง จนกรุงศรีอยุธยาแตก ชาวเมืองต้องอพยพจากถิ่นที่อยู่เดิม ข้ามแม่น้ำไปหลบซ่อนอยู่ในสวนบางกรวยและบางใหญ่เพื่อหนีภัยสงคราม

[แก้] สมัยรัตนโกสินทร์

เมื่อบ้านเมืองได้รับการฟื้นฟูกลับสู่สภาพปกติในสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ ชาวเมืองจึงค่อย ๆ ย้ายกลับสู่ถิ่นฐานเดิม พร้อมกับที่ได้มีผู้คนจากถิ่นอื่นเข้ามาในพื้นที่ด้วย ได้แก่ ชาวมอญ อพยพเข้ามาในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ชาวไทยมุสลิมเมืองปัตตานี อพยพเข้ามาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และชาวไทยมุสลิมเมืองไทรบุรี อพยพเข้ามาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนสร้อยชื่อเมืองจากเดิมคือ เมืองนนทบุรีศรีมหาสมุทร เป็น เมืองนนทบุรีศรีมหาอุทยาน และต่อมาเปลี่ยนเป็น เมืองนนทบุรีศรีเกษตราราม

ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นนี้ เมืองนนทบุรีมีฐานะเป็นหัวเมืองชายทะเล สังกัดกรมท่า

ในสมัยรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้ทรงปฏิรูปการปกครองหัวเมืองต่าง ๆ เป็นการปกครองส่วนภูมิภาค โดย เมืองนนทบุรี จัดอยู่ในมณฑลกรุงเทพ แบ่งเป็น 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตลาดขวัญ อำเภอบางใหญ่ อำเภอบางบัวทอง และอำเภอปากเกร็ด ส่วนศาลากลางเมืองนั้นโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายจากปากคลองอ้อมมาตั้งอยู่ที่ปากคลองบางซื่อใกล้วัดท้ายเมือง จนถึงในปี พ.ศ. 2471 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ย้ายไปตั้งที่โรงเรียนราชวิทยาลัย (ปัจจุบันคือศาลากลางจังหวัดหลังเก่า)

[แก้] สมัยปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2486 ได้มีการตัดถนนเชื่อมการคมนาคมระหว่างจังหวัดนนทบุรีกับจังหวัดพระนครขึ้นเป็นสายแรก คือ ถนนประชาราษฎร์ และต่อมาจึงได้ตัดถนนพิบูลสงครามเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาในตำบลสวนใหญ่ขึ้นเป็นสายที่สอง

ในช่วงปี พ.ศ. 2486-พ.ศ. 2489 ทางราชการได้ยุบจังหวัดนนทบุรีลงเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ โดยโอนอำเภอเมืองนนทบุรีและอำเภอปากเกร็ดไปขึ้นกับจังหวัดพระนคร ส่วนอำเภอบางกรวย อำเภอบางใหญ่ และอำเภอบางบัวทองถูกโอนไปขึ้นกับจังหวัดธนบุรี จนกระทั่งนนทบุรีได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดอีกครั้ง (ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดนครนายก พ.ศ. 2489) อำเภอต่าง ๆ จึงกลับมาอยู่ในเขตการปกครองของทางจังหวัดตามเดิม

พ.ศ. 2499 กระทรวงมหาดไทยได้ยกกิ่งอำเภอไทรน้อย (ซึ่งแยกพื้นที่ปกครองจากอำเภอบางบัวทองมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2491) ให้มีฐานะเป็นอำเภอ

ในปี พ.ศ. 2535 กระทรวงมหาดไทยได้ย้ายศาลากลางจังหวัดนนทบุรีไปตั้งอยู่ที่ศูนย์ราชการนนทบุรี ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ และใช้เป็นที่ทำการมาจนถึงทุกวันนี้

[แก้] การปกครอง

การปกครองส่วนภูมิภาคแบ่งออกเป็น 6 อำเภอ 52 ตำบล 309 หมู่บ้าน ส่วนการปกครองส่วนท้องถิ่นแบ่งออกเป็น 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด 10 เทศบาล (เทศบาลนคร 2 แห่ง เทศบาลเมือง 3 แห่ง และเทศบาลตำบล 5 แห่ง) และ 35 องค์การบริหารส่วนตำบล โดยอำเภอทั้ง 6 อำเภอของจังหวัดนนทบุรี มีรายชื่อดังนี้

1. อำเภอเมืองนนทบุรี
2. อำเภอบางกรวย
3. อำเภอบางใหญ่
4. อำเภอบางบัวทอง
5. อำเภอไทรน้อย
6. อำเภอปากเกร็ด

 แผนที่

[แก้] ประชากร

ตามฐานข้อมูลจำนวนประชากรของกรมการปกครอง เมื่อต้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2550 จังหวัดนนทบุรีมีประชากร 1,004,919 คน เป็นชาย 476,500 คน และหญิง 528,419 คน ประกอบด้วยหลายเชื้อชาติทั้งไทย (มีจำนวนมากที่สุด มีอยู่ทั่วไปในจังหวัด) จีน มอญ (อพยพมาในสมัยกรุงธนบุรีและสมัยรัชกาลที่ 2) และมลายู (อพยพมาจากเมืองปัตตานีและไทรบุรี) โดยส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา รองลงไปเป็นศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่น ๆ

[แก้] การศึกษาและศูนย์วิจัย

[แก้] ดูเพิ่ม

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น


เครื่องมือส่วนตัว