ข้ามไปเนื้อหา

จูกัดเก๊ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จูกัดเก๊ก (จูเก่อ เค่อ)
諸葛恪
ภาพวาดของจูกัดเก๊กในยุคราชวงศ์ชิง
ข้าหลวงมณฑลเกงจิ๋วและยังจิ๋ว
(荊、揚州牧 จิง, หยางโจวมู่)
ดำรงตำแหน่ง
พฤษภาคมหรือมิถุนายน ค.ศ. 252 (252)  พฤศจิกายนหรือธันวาคม ค.ศ. 253 (253)
กษัตริย์ซุนเหลียง
ราชครู (太傅 ไท่ฟู่)
ดำรงตำแหน่ง
พฤษภาคมหรือมิถุนายน ค.ศ. 252 (252)  พฤศจิกายนหรือธันวาคม ค.ศ. 253 (253)
กษัตริย์ซุนเหลียง
ราชครูของรัชทายาท
(太子太傅 ไท่จื่อไท่ฟู่)
ดำรงตำแหน่ง
ธันวาคม ค.ศ. 251 (251) หรือมกราคม ค.ศ. 252 (252)  21 พฤษภาคม ค.ศ. 252 (252)
กษัตริย์ซุนกวน
มหาขุนพล (大將軍 ต้าเจียงจฺวิน)
ดำรงตำแหน่ง
กันยายนหรือตุลาคม ค.ศ. 246 (246)  ธันวาคม ค.ศ. 251 (251) หรือมกราคม ค.ศ. 252 (252)
กษัตริย์ซุนกวน
หัวหน้ารัฐบาลเปาจิด (ค.ศ. 246–247)
จู จฺวี้ (ค.ศ. 249–250)
ขุนพลครองภาคเหนือ
(威北將軍 เวย์เป่ย์เจียงจฺวิน)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. ? (?)  กันยายนหรือตุลาคม ค.ศ. 246 (246)
กษัตริย์ซุนกวน
หัวหน้ารัฐบาลโกะหยง (จนถึง ค.ศ. 243)
ลกซุน (ค.ศ. 244–245)
เจ้าเมืองตันเอี๋ยง (丹陽太守 ตานหยางไท่โฉ่ว)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 234 (234)  ค.ศ. ? (?)
กษัตริย์ซุนกวน
หัวหน้ารัฐบาลโกะหยง
ขุนพลสงบชนเผ่าอวด
(撫越將軍 ฝู่เยฺว่เจียงจฺวิน)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 234 (234)  ค.ศ. ? (?)
กษัตริย์ซุนกวน
หัวหน้ารัฐบาลโกะหยง
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิดค.ศ. 203[a]
เสียชีวิตพฤศจิกายนหรือธันวาคม ค.ศ. 253 (50 ปี)[b]
บุตร
  • จูเก่อ ชั่ว
  • จูเก๋อ ส่ง
  • จูเก่อ เจี้ยน
บุพการี
ญาติ
อาชีพขุนพล, ขุนนาง
ชื่อรองยฺเหวียน-ซฺวิ่น (元遜)
บรรดาศักดิ์หยางตูโหว (陽都侯)

จูกัดเก๊ก หรือ จูกัดเจ๊ก[c] (ค.ศ. 203 – พฤศจิกายนหรือธันวาคม ค.ศ. 253)[b] มีชื่อในภาษาจีนกลางว่า จูเก่อ เค่อ (จีน: 諸葛恪; พินอิน: Zhūgě Kè) ชื่อรอง ยฺเหวียน-ซฺวิ่น (จีน: 元逊; พินอิน: Yuánxùn) เป็นขุนพลและขุนนางของรัฐง่อก๊กในยุคสามก๊กของจีน เป็นบุตรชายคนโตของจูกัดกิ๋นขุนพลผู้รับใช้ซุนกวนจักรพรรดิผู้ก่อตั้งรัฐง่อก๊ก หลังซุนกวนสวรรคตในปี ค.ศ. 252 จูกัดเก๊กดำรงตำแหน่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ของซุนเหลียงพระโอรสและผู้สืบราชบัลลังก์ของซุนกวน แต่สมัยที่จูกัดเก๊กเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้นำหายนะทางการทหารมาสู่ง่อก๊ก เนื่องจากนโยยายเชิงรุกรานของจูกัดเก๊กที่กระทำต่อวุยก๊กที่เป็นรัฐอริของง่อก๊ก ในปี ค.ศ. 253 จูกัดเก๊กถูกโค่นจากอำนาจในการก่อรัฐประหารและถูกสังหารพร้อมกับครอบครัว

ประวัติและการรับราชการช่วงต้น

[แก้]

ในปีค.ศ. 221 เมื่อซุนกวนผู้เป็นอ๋องแห่งง่อหรือเงาอ๋อง[d] (吳王 อู๋หวาง) แต่งตั้งให้ซุนเต๋งพระโอรสเป็นรัชทายาท ทรงจัดตั้งคณะเจ้าหน้าที่ประจำพระองค์รัชทายาทซึ่งประกอบด้วยบุตรชายของขุนนางคนสำคัญในราชสำนักหรือข้าราชการอายุน้อยที่มีชื่อเสียงคนอื่น ๆ สี่คนที่โดดเด่นที่สุดคือจูกัดเก๊ก (บุตรชายของจูกัดกิ๋น), เตียวหิว (張休 จาง ซิว; บุตรชายของเตียวเจียว), กู้ ถาน (顧譚; บุตรชายของโกะหยงหรือกู้ ยง) และเฉิน เปี่ยว (陳表; บุตรชายของตันบูหรือเฉิน อู่)[4] ซุนเต๋งทรงปฏิบัติต่อทั้งสี่คนเสมือนเป็นพระสหายสนิท และทั้งสี่คนทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของพระองค์ เมื่อพระองค์มีรับสั่งให้หู จง (胡綜) เลขานุการของพระองค์ให้เขียนบทวิจารณ์เกี่ยวกับที่ปรึกษาทั้งสี่ของพระองค์ในปี ค.ศ. 229 หู จงเขียนว่าจูกัดเก๊กเป็นคนเก่งและฉลาดที่สุดในรุ่นของเขา[5] แม้ว่าเป็นเรื่องจริง แต่จูกัดเก๊กยังเป็นที่รู้จักว่าเป็นคนประมาทไม่รอบคอบ ซึ่งเป็นลักษณะเชิงลบที่จูกัดกิ๋นผู้บิดาตำหนิอยู่หลายครั้ง ครั้งหนึ่งจูกัดกิ๋นแสดงความเห็นว่า "ลูกคนนี้จะนำเกียรติมาสู่ครัวเรือนของข้าหรือไม่ก็ทำลายเกียรติไปเลย"[e]

หลังซุนกวนสถาปนาตนเป็นจักรพรรดิในปี ค.ศ. 229 และแต่งตั้งซุนเต๋งเป็นรัชทายาทอีกครั้ง ข้าราชบริพารทั้งสี่ก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารในตำแหน่งต่าง ๆ จูกัดเก๊กยังคงมีบทบาทในการสนับสนุนซุนเต๋งต่อไป[6] ในหมู่ข้าราชบริพารทั้งสี่นี้ ซุนเต๋งโปรดและไว้วางพระทัยจูกัดเก๊กและกู้ ถานมากที่สุด และยกย่องมากกว่าคนอื่น ๆ อย่างฟ่าน เชื่น (范慎), เซี่ย จิ่ง (謝景) และหยาง ฮุย (羊徽)[7]

หลังจากที่หู จงเผยแพร่บทวิจารณ์ หยาง เต้า (羊衜[f]) แสดงความเห็นต่อหู จงเป็นการส่วนตัวเกี่ยวข้อบกพร่องของทั้งสี่คน หยาง เต้าวิจารณ์จูกัดเก๊กว่า "ยฺเหวียน-ซฺวิ่น (ชื่อรองของจูกัดเก๊ก) มีความสามารถแต่สะเพร่า" ภายหลังคำวิจารณ์ของหยาง เต้ารู้ไปถึงทั้งสี่คน ทำให้ทั้งสี่คนเหินห่างจากหยาง เต้า อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดทั้งสี่คนก็ประสบความล้มเหลวในด้านการเมือง ทำให้ผู้คนในง่อก๊กเห็นว่าคำวิจารณ์ของหยาง เต้านั้นถูกต้อง[8]

สยบชนเผ่าชานเยฺว่

[แก้]

ราวปี ค.ศ. 234 จูกัดเก๊กทูลเสนอแผนต่อซุนกวนเพื่อปราบปราบชนเผ่าพื้นเมืองชานเยฺว่ (山越) และเกณฑ์คนในท้องถิ่นประมาณ 40,000 คนให้มาเป็นทหารในเมืองตันเอี๋ยง (丹陽郡 ตานหยางจฺวิ้น; อยู่บริเวณนครเซฺวียนเฉิง มณฑลอานฮุยในปัจจุบัน) ขุนนางผู้ใหญ่ของซุนกวนส่วนใหญ่ รวมไปถึงจูกัดกิ๋นบิดาของจูกัดเก๊กเอง เห็นว่าแผนนี้ไม่รอบคอบและใช้ค่าใช้จ่ายสูง มีบันทึกว่าจูกัดกิ๋นให้ความเห็นว่า "หากเก๊กไม่นำโชคลาภมาสู่ตระกูล กลับจะนำภัยใหญ่หลวงมาแทน"[9] อย่างไรก็ตาม จูกัดเก๊กยืนกรานว่าแผนของตนจะสำเร็จ ซุนกวนจึงทรงตั้งให้จูกัดเก๊กเป็นเจ้าเมือง (太守 ไท่โฉ่ว) ของเมืองตันเอี๋ยงและขุนพลสงบชนเผ่าอวด (撫越將軍 ฝู่เยฺว่เจียงจฺวิน) พระราชทานอำนาจอย่างเต็มที่แก่จูกัดเก๊กในการดำเนินตามแผน[10] เมื่อจูเก๊กมาถึงเมืองตันเอี๋ยง ได้ขอให้เจ้าเมืองของสี่เมืองใกล้เคียงให้ปิดพรมแดนและงดการใช้กำลังทหารรบกับชนเผ่าชานเยฺว่ เมื่อฤดูเก็บเกี่ยวมาถึง จูกัดเก๊กออกคำสั่งให้เร่งเกี่ยวข้าวและเก็บสะสมในคลังให้ห่างจากภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากชนเผ่าชานเยฺว่ที่อาจมาช่วงชิง ชนเผ่าชานเยฺว่ที่ขาดแคลนอาหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้นและหมดทางเลือก ท้ายที่สุดจึงยอมจำนนต่อจูกัดเก๊ก จูกัดเก๊กปฏิบัติต่อชนเผ่าชานเยฺว่ด้วยความกรุณาจึงได้รับการเคารพจากชนเผ่าชานเยฺว่ ในปี ค.ศ. 237 เมืองตันเอี๋ยงอยู่ภายใต้การปกครองของราชสำนักง่อก๊กโดยสมบูรณ์และกลายเป็นเมืองที่มีประสิทธิภาพสูงในด้านกำลังคนและเสบียงอาหาร จูกัดเก๊กยังสามารถเกณฑ์คนในท้องถิ่นได้ 40,000 ตนไปรับราชการทหารอย่างง่ายดาย ซุนกวนทรงรู้สึกประทับใจจูกัดเก๊กอย่างมากขึ้นเลื่อนขึ้นให้เป็นขุนพลครองภาคเหนือ (威北將軍 เวย์เป่ย์เจียงจฺวิน) และพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เป็นตูเซียงโหว (都鄉侯)[11]

วางแผนโจมตีฉิวฉุน

[แก้]

ในปี ค.ศ. 243 จูกัดเก๊กวางแผนจะเปิดการโจมตีครั้งใหญ่ต่อฉิวฉุน (壽春 โช่วชุน; อยู่บริเวณอำเภอโช่ว มณฑลอานฮุยในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ในวุยก๊กรัฐอริของง่อก๊ก หลังจากที่จูกัดเก๊กวางกำลังเพื่อเตรียมโจมตี สุมาอี้ขุนพลวุยก๊กก็นำกองกำลังมารักษาฉิวฉุนและโจมตีโต้กลับจูกัดเก๊ก ซุนกวนมีรับสั่งให้จูกัดเก๊กล่าถอยกลับง่อก๊กแทนที่จะปล่อยให้จูกัดเก๊กรบกับสุมาอี้ แม้ว่าจูกัดเก๊กจำต้องล่าถอยแต่จูกัดเก๊กก็ขึ้นมามีชื่อเสียงในหมู่ชาวง่อก๊กในฐานะผู้ยืนหยัดต่อสู้กับสุมาอี้ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในวุยก๊ก ลกซุนขุนพลง่อก๊กกังวลเรื่องความไม่รอบคอบของจูกัดเก๊กจึงเขียนจดหมายถึงจูกัดเก๊กเพื่อเตือนให้ระมัดระวังมากขึ้นในอนาคต จูกัดเก๊กตัดสินใจคล้อยตามคำลกซุนที่อาวุโสมากกว่า จึงเขียนจดหมายกลับและขออภัยสำหรับทัศนคติของตน หลังการเสียชีวิตของลกซุนในปี ค.ศ. 245 ซุนกวนแต่งตั้งจูกัดเก๊กเป็นมหาขุนพล (大將軍 ต้าเจียงจฺวิน) และมีรับสั่งให้รับช่วงหน้าที่ของลกซุนที่บู๊เฉียง (武昌 อู่ชาง; ปัจจุบันคือนครเอ้อโจว มณฑลหูเป่ย์) เพื่อดูแลราชการทหารในมณฑลเกงจิ๋ว

ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

[แก้]

ในปี ค.ศ. 251 เมื่อซุนกวนประชวรหนัก พระองค์ทรงพระดำริจะหาผู้เหมาะสมเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์สำหรับซุนเหลียงผู้เป็นพระโอรสองค์เล็กและเป็นรัชทายาท ซุนจุ๋นผู้ช่วยคนสนิทของซุนกวนคนหนึ่งเสนอชื่อจูกัดเก๊ก แม้ว่าซุนกวนจะทรงไตร่ตรองเกี่ยวกับตัวจูกัดเก๊กอีกโดยเฉพาะเรื่องความเย่อหยิ่งของจูกัดเก๊ก แต่ในที่สุดพระองค์ก็ทรงทำตามคำแนะนำของซุนจุ๋น พระองค์เรียกจูกัดเก๊กจากบู๊เฉียงมาเข้าเฝ้าที่เกี๋ยนเงียบ (建業 เจี้ยนเย่) นครหลวงของง่อก๊ก ก่อนที่จูกัดเก๊กจะเดินทางออกจากบู๊เฉียง ลิต้ายขุนพลอาวุโสของง่อก๊กบอกกับจูกัดเก๊กว่า "สิ่งที่ท่านจะทำนั้นเป็นภารกิจที่ยาก ก่อนที่ท่านจะทำอะไร ท่านควรคิดทบทวนสิบรอบ" จูกัดเก๊กตอบด้วยท่าทีไม่เคารพว่า "เมื่อจี้ เหวินจื่อ (季文子) คิดทบทวนสามรอบก่อนกระทำการ ขงจื๊อบอกเขาว่า 'คิดทบทวนสองรอบก็พอ' ท่านบอกข้าให้คิดทบทวนสิบรอบ ท่านคงไม่ได้กำลังบอกว่าข้าโง่หรอกกระมัง" ลิต้ายไม่ตอบ นักประวัติศาสตร์ตีความว่าเหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณของความเย่อหยิ่งและความประมาทที่เพิ่มพูนมากขึ้นในตัวจูกัดเก๊ก อันที่จริงจูกัดเก๊กก็กลายเป็นคนเย่อหยิ่งมากขึ้นหลังได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้สำเร็จราชการ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ซุนกวนที่ใกล้สวรรคตมีรับสั่งกับข้าราชบริพารว่าให้จูกัดเก๊กทบทวนการตัดสินใจเชิงนโยบายที่สำคัญทั้งหมดก่อน

ในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ของซุนเหลียง

[แก้]

ซุนกวนสวรรคตในปี ค.ศ. 252 ซุนเหลียงขึ้นสืบราชบัลลังก์เป็นจักรพรรดิลำดับที่ 2 ของง่อก๊ก หลังการขึ้นครองราชย์ ซุนเหลียงแต่งตั้งให้จูกัดเก๊กเป็นราชครู (太傅 ไท่ฟู่) ในช่วงที่จูกัดเก๊กดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้ให้ผ่อนปรนกฎหมายที่เข้มงวดบางฉบับที่ตราขึ้นในรัชสมัยของซุนกวนและลดอัตราภาษี ผู้คนในง่อก๊กต่างพึงพอใจต่อจูกัดเก๊กเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจูกัดเก๊กจะไปที่ไหน ก็จะมีฝูงชนเบียดเสียดกันเพื่อจะมองจูกัดเก๊กให้ชัด ๆ

ยุทธการที่ตังหิน

[แก้]

ปลายปี ค.ศ. 252 จูกัดเก๊กออกคำสั่งให้สร้างเขื่อนที่ตังหิน (東興 ตงซิง; ในนครเฉาหู มณฑลอานฮุยในปัจจุบัน) ขึ้นใหม่ เขื่อนแห่งเดิมถูกสร้างขึ้นก่อนหน้านี้ในปี ค.ศ. 230 แต่ถูกทำลายในปี ค.ศ. 241 แผนของจูกัดเก๊กคือจะสร้างอ่างเก็บน้ำใกล้กับทะเลสาบเจาอ๋อ (巢湖 เฉาหู) และใช้เป็นโครงสร้างป้องกันการโจมตีจากวุยก๊กที่อาจเกิดขึ้น อีกทั้งให้สร้างป้อมปราการ 2 แห่งในบริเวณใกล้เคียงเพื่อใช้เป็นกลไกโจมตีล่วงหน้าให้กองเรือของง่อก๊ก สุมาสูผู้สำเร็จราชการแห่งวุยก๊กจึงส่งทัพสามสายเข้าโจมตีง่อก๊กเป็นการตอบโต้ โดยทัพหลักมุ่งเป้าไปที่เขื่อนที่ตังหิน จูกัดเก๊กพร้อมด้วยเตงฮองขุนพลอาวุโสของง่อก๊กและคนอื่น ๆ แสร้งทำเป็นลดการป้องกันลงเพื่อทำให้ข้าศึกประมาท แล้วจึงตีข้าศึกแตกพ่ายยับเบิน ทำให้ทัพวุยก๊กจำต้องล่าถอยจากตังหิน

ยุทธการที่หับป๋า

[แก้]

ในปี ค.ศ. 253 จูกัดเก๊กเตรียมการบุกวุยก๊กอีกครั้งและกล่าวว่าตนต้องการใช้ประโยชน์จาก "ความเยาว์วัยและไร้ประสบการณ์" ของสุมาสู (แม้ว่าเวลานั้นสุมาสูมีอายุ 45 ปีแล้วก็ตาม) ขุนนางง่อก๊กบางคนคัดค้านอย่างหนักแน่น แต่จูกัดเก๊กก็ระดมพลจากบรรดาชายฉกรรจ์ในง่อก๊กเพื่อบุกโจมตี จูกัดเก๊กยังได้ประสานการบุกร่วมกับเกียงอุยขุนพลจากจ๊กก๊กที่เป็นรัฐพันธมิตรของง่อก๊ก (ในช่วงเวลานั้น เกียงอุยก็กำลังยกทัพทำศึกกับวุยก๊กที่ชายแดนด้านตะวันตกของวุยก๊กอย่างแข็งขัน)

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ของจูกัดเก๊กกลับมีข้อบกพร้องเมื่อจูกัดเก๊กเปลี่ยนเป้าหมายจากฉิวฉุน (壽春 โช่วชุน; อยู่บริเวณอำเภอโช่ว มณฑลอานฮุยในปัจจุบัน) มาเป็นหับป๋า (合肥 เหอเฝย์) แม้ว่าการป้องกันของหับป๋าจะเข้มแข็งกว่าและสร้างขึ้นโดยต้านทานการโจมตีของข้าศึกโดยเฉพาะก็ตาม หลังการปิดล้อมอย่างยาวนาน ทัพง่อก๊กก็ล้มเหลวในการบุกทะลวงกำแพงของหับป๋า เมื่อเกิดโรคระบาดขึ้นในหมู่ทหารของง่อก๊ก จูกัดเก๊กเพิกเฉยต่อเรื่องนี้และยังคงสั่งให้ปิดล้อมต่อไป จูกัดเก๊กเพิ่งจะถอนทัพหลังได้ยินว่ากำลังเสริมของวุยก๊กกำลังมาถึง แทนที่จูกัดเก๊กจะกลับไปเกี๋ยนเงียบนครหลวงของง่อก๊กเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาด จูกัดเก๊กกลับพักอยู่ห่างไกลจากเกี๋ยนเงียบเป็นช่วงเวลาหนึ่งและปฏิเสธที่จะรับผิดชอบต่อความพ่ายแพ้ของง่อก๊ก

การตกต่ำ การเสียชีวิต และการฟื้นฟูเกียรติหลังมรณกรรม

[แก้]

ภายหลังเมื่อจูกัดเก๊กกลับมายังเกี๋ยนเงียบในปี ค.ศ. 253 จูกัดเก๊กพยายามที่จะกำจัดความไม่เห็นพ้องทั้งหมดที่มีต่อตนโดยลงโทษทุกคนที่ไม่เห็นด้วยกับตน จูกัดเก๊กยังวางแผนจะโจมตีวุยก๊กอีกครั้ง แม้ว่าราษฎรง่อก๊กจะไม่พอใจอย่างมากจากความสูญเสียอันหนักหน่วงที่เกิดขึ้นจากการรบครั้งก่อน

ซุนจุ๋นขุนพลง่อก๊กที่เป็นพระญาติห่าง ๆ ของซุนเหลียงจักรพรรดิง่อก๊กตัดสินใจจะก่อรัฐประหารล้มล้างจูกัดเก๊กจากอำนาจ ซุนจุ๋นทูลปดต่อซุนเหลียงว่าจูกัดเก๊กลอบวางแผนจะชิงราชบัลลังก์ จากนั้นจึงซุ่มกำลังเพื่อจัดการกับจูกัดเก๊ก (ขอบเขตการมีส่วนร่วมของซุนเหลียงในการก่อรัฐประหารนั้นไม่ชัดเจน แต่นักประวัติศาสตร์ถือกันมาแต่เดิมว่าซุนเหลียงทรงเข้าพระทัยและเห็นชอบกับการกระทำของซุนจุ๋น แม้ว่าพระองค์มีพระชนมายุเพียงราว 10 พรรษาในขณะนั้น) จูกัดเก๊กจึงพบกับจุดจบด้วยฝีมือของมือสังหารของซุนจุ๋นเมื่อจูกัดเก๊กมาร่วมงานเลี้ยงที่ซุนเหลียงจัดให้ในพระราชวังโดยไม่ระแวงสงสัยใด ๆ หลังการเสียชีวิตของจูกัดเก๊ก ซุนจุ๋นถือโอกาสนี้ส่งกำลังทหารไปจับคนในครอบครัวของจูกัดเก๊กมาประหารชีวิต

ซุนจุ๋นขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการของง่อก๊กคนใหม่หลังการเสียชีวิตของจูกัดเก๊ก ซุนจุ๋นผูกขาดอำนาจรัฐจนกระทั่งเสียชีวิตในปี ค.ศ. 256 หลังจากนั้นซุนหลิมลูกพี่ลูกน้องได้สืบทอดตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในปี ค.ศ. 258 ซุนหลิมปลดซุนเหลียงและแต่งตั้งซุนฮิวพระเชษฐาของซุนเหลียงขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิแห่งง่อก๊กองค์ใหม่ ซุนฮิวทรงก่อรัฐประหารโค่นล่มซุนหลิมหลังพระองค์ขึ้นเสวยราชย์ได้ไม่นานและกำจัดซุนหลิมได้สำเร็จ ซุนฮิวทรงฟื้นฟูเกียรติหลังมรณกรรมให้จูกัดเก๊ก และมีรับสั่งให้ฝังศพของจูกัดเก๊กใหม่อย่างสมเกียรติ แต่พระองค์ทรงปฏิเสธที่จะสร้างอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงจูกัดเก๊กเมื่อมีบางคนทูลเสนอ เพราะพระองค์ทรงเห็นว่าความประมาทของจูกัดเก๊กและความสูญเสียที่จูกัดเก๊กก่อให้กับง่อก๊กทำให้จูกัดเก๊กไม่ควรค่าแก่การรำลึกถึง

เกร็ดประวัติและตำนาน

[แก้]

มีเกร็ดประวัติเล่าว่าครั้งหนึ่งในช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่นของจูกัดเก๊ก จูกัดเก๊กได้ร่วมในงานเลี้ยงที่จัดโดยซุนกวนจักรพรรดิง่อก๊ก ในหมู่ขุนนางของง่อก๊กนั้นมีเรื่องตลกว่าจูกัดกิ๋น (諸葛瑾 จูเก๋อ จิ่น; บิดาของจูกัดเก๊ก) มีใบหน้ายาวมากเหมือนลา ซุนกวนก็ทรงเล่นเรื่องตลกนี้ด้วยโดยทรงมีรับสั่งให้นำลาเข้ามาในงานเลี้ยง ติดป้ายที่เขียนว่า "จูเก๋อ จื่อ-ยฺหวี"[g] (諸葛子瑜) จากนั้นจึงทรงหันไปทางจูกัดเก๊กและตรัสให้จูกัดเก๊กเพิ่มอักษรใด ๆ ลงไปในป้ายอีก 2 ตัว จูกัดกิ๋นจึงเพิ่ม จือ ลฺหวี (之驢; "ลาของ") เข้าไป ทำให้ผู้ที่ร่วมงานเลี้ยงต่างส่งเสียงหัวเราะ ซุนกวนทรงรู้สึกประทับใจในไหวพริบของจูกัดเก๊กในวัยเยาว์ จีงพระราชทานลาเป็นของขวัญให้จูกัดเก๊ก[12]

มีอีกเกร็ดประวัติหนึ่งที่มีฉากเป็นงานเลี้ยงเช่นกันเล่าว่า ครั้งหนึ่งซุนกวนตรัสถามจูกัดเก๊กว่าตัวจูกัดเก๊กคิดว่าจูกัดกิ๋นผู้บิดาเมื่อเทียบแล้วดีกว่าจูกัดเหลียงผู้อาที่เป็นอัครมหาเสนาบดีของจ๊กก๊กรัฐพันธมิตรของง่อก๊กหรือไม่ จูกัดเก๊กทูลตอบว่าจูกัดกิ๋นบิดาตนดีกว่า ซุนกวนตรัสถามว่าเพราะเหตุใด จูกัดเก๊กตอบว่า "บิดาของข้าพระพุทธเจ้าเลือกจักรพรรดิผู้เหมาะสมแก่การถวายการรับใช้ ส่วนอาของข้าพระพุทธเจ้าไม่ทำเช่นนั้น บิดาของข้าพระพุทธเจ้าจึงดีกว่าอาของข้าพระพุทธเจ้า" ซุนกวนทรงพึงพอพระทัยกับการสรรเสริญของจูกัดเก๊ก จึงมีรับสั่งให้จูกัดเก๊กรินสุราให้กับแขกคนอื่น ๆ ที่มาร่วมงานเลี้ยง (ในยุคนั้น ถือเป็นเกียรติสำหรับข้าราชการผู้น้อยที่จะรินสุราให้กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่) เมื่อจูกัดเก๊กมาถึงเตียวเจียว เตียวเจียวปฏิเสธที่จะดื่มและกล่าวว่า "นี่ไม่ใช่รูปแบบที่เหมาะสมในการแสดงความเคารพต่อผู้อาวุโส" ซุนกวนทรงทราบเรื่องที่เตียวเจียวปฏิเสธ จึงตรัสกับจูกัดเก๊กว่า "ทำให้ท่านเตียวเจียวดื่มให้ได้เพื่อข้า" จูกัดเก๊กจึงหันมาพูดกับเตียวเจียวว่า "นานมาแล้ว เกียงจูแหย (姜子牙 เจียง จื่อหยา) ในวัย 90 ปี ออกศึกโดยถือธงสัญญาและแบกขวานศึก ไม่เคยถือว่าตนเองชราเลย ในวันที่มีการซ้อมรบ ท่านอยู่ด้านหลังเสมอ ในวันที่มีงานเลี้ยง ท่านอยู่ด้านหน้าเสมอ ที่ท่านบอกว่าไม่ใช่รูปแบบที่เหมาะสมในการแสดงความเคารพต่อผู้อาวุโสนั้นหมายความว่าอย่างไรหรือ" เตียวเจียวพูดไม่ออกจึงยินยอมรับการรินสุราของจูกัดเก๊ก [13] หลังเหตุการณ์นี้ ซุนกวนก็ทรงยกย่องจูกัดเก๊กมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทรงตั้งให้จูกัดเก๊กเป็นผู้ช่วยใกล้ชิดของซุนเต๋งซึ่งเป็นรัชทายาทในเวลานั้น

ในอีกวาระหนึ่ง ทูตจากจ๊กก๊กที่เป็นรัฐพันธมิตรของง่อก๊กเดินทางมาเข้าเฝ้าซุนกวนพร้อมนำม้าจำนวนหนึ่งมาเป็นของกำนัล ซุนกวนทรงทราบว่าจูก้ดเก๊กขี่ม้าเก่ง จึงทรงเรียกตัวจูกัดเก๊กมาเข้าเฝ้าเพื่อจะพระราชทานม้าตัวหนึ่งให้จูกัดเก๊ก ทันทีจูกัดเก๊กมาถึงก็คุกเข่าและทูลแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อซุนกวนสำหรับของพระราขทาน ซุนกวนประหลาดพระทัยที่จูกัดเก๊กรู้อยู่แล้วว่าตนถูกเรียกตัวมาเข้าเฝ้าด้วยเหตุผลใด จึงตรัสถามจูกัดเก๊ก จูกัดเก๊กทูลตอบว่า "จ๊กทำหน้าที่เป็นได้เพียงคอกม้าของฝ่าบาทเท่านั้น นั่นคือเหตุผลที่ข้าพระพุทธเจ้ามั่นใจได้ว่าทูตมาที่นี่เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายม้าชั้นดีเป็นบรรณาการ"[14] ซุนกวนรู้สึกประทับใจอย่างมาก

ลักษณะภายนอก

[แก้]

ในบันทึก อู๋ลู่ (吴录) จาง ปั๋ว (張勃) นักเขียนชาวจีนบันทึกว่าจูกัดเก๊กเป็นคนพูดเสียงดัง มีส่วนสูงประมาณ 182-184 เซนติเมตร มีจมูกงุ้ม หน้าผากกว้าง ปากใหญ่ และมีขนใบหน้ากับขนคิ้วเล็กน้อย[15]

ดูเพิ่ม

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. อู๋ลู่ (吳錄) บันทึกว่าจูกัดเก๊กมีอายุ 51 ปี (ตามการนับอายุแบบเอเชียตะวันออก) ขณะเสียชีวิต[1] ดังนั้นเมื่อคำนวณแล้วปีเกิดของจูกัดเก๊กจึงควรเป็น ค.ศ. 203
  2. 1 2 ชีวประวัติซุนเหลียงในจดหมายเหตุสากก๊กบันทึกว่าจูกัดเก๊กเสียชีวิตในเดือน 10 ของศักราชเจี้ยนซิงปีที่ 2 ในรัชสมัยของซุนเหลียง[2] เดือนนี้เทียบเท่ากับช่วงเวลาระหว่างวันที่ 8 พฤศจิกายนและ 7 ธันวาคม ค.ศ. 253 ในปฏิทินกริโกเรียน
  3. ชื่อที่ปรากฏในสามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ 75[3]
  4. เวลานั้นซุนกวนยังเป็นเงาอ๋อง ซุนกวนจะขึ้นเถลิงราชย์เป็นจักรพรรดิในปี ค.ศ. 229
  5. จูกัดกิ๋นแสดงความเห็นเกี่ยวกับแผนของจูกัดเก๊กในการปราบชนเผ่าพื้นเมืองชานเยฺว่; ดูหัวข้อ "สยบชนเผ่าชานเยฺว่" ด้านล่าง
  6. เป็นคนละคนกับบิดาของเอียวเก๋า (羊祜 หยาง ฮู่) และหยาง ฮุย-ยฺหวี (羊徽瑜)
  7. "จื่อ-ยฺหวี" (子瑜) เป็นชื่อรองของจูกัดกิ๋น

อ้างอิง

[แก้]
  1. (《吴录》曰:恪时年五十一.) อรรถาธิบายจากอู๋ลู่ในจดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 64.
  2. ([建興二年]冬十月,大饗。武衞將軍孫峻伏兵殺恪於殿堂。 ... 十一月, ...) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 48.
  3. ("ในวันศุภมงคลฤกษ์ จึงตั้งซุนเต๋งพระราชบุตรเปนฝ่ายหน้า ให้จูกัดเจ๊กบุตรจูกัดกิ๋นเปนเสนาบดีฝ่ายขวา ให้เตียวหิวบุตรเตียวเจียวเปนเสนาบดีฝ่ายซ้าย ช่วยทำนุบำรุงพระราชบุตรตามประเพณี") "สามก๊ก ตอนที่ ๗๕". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ April 29, 2024.
  4. (于是诸葛恪、张休、顾谭、陈表等以选入,侍讲诗书,出从骑射。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 59.
  5. (《江表传》曰:登使侍中胡综作賔友目曰:“英才卓越,超逾伦匹,则诸葛恪。) อรรถาธิบายจากเจียงเปี่ยวจฺว้านในจดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 59. อีกสามคนที่หู จงเขียนบทวิจารณ์ถึงได้แก่ กู้ ถาน, เซี่ย จิ่ง และฟ่าน เชิ่น
  6. (黃龍元年,權稱尊號,登為皇太子,以[諸葛]恪為左輔,[張]休右弼,[顧]譚為輔正,[陳]表為翼正都尉,是為四友, ...) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 59.
  7. (陸機為譚傳曰:宣太子正位東宮,天子方隆訓導之義,妙簡俊彥,講學左右。時四方之傑畢集,太傅諸葛恪以雄奇蓋衆,而譚以清識絕倫,獨見推重。自太尉范慎、謝景、羊徽之徒,皆以秀稱其名,而悉在譚下。) อรรถาธิบายจากกู้ ถานจฺว้านในจดหมายเหตุสากมก๊ก เล่มที่ 52.
  8. (衜乃私驳综曰:“元逊才而疏,子嘿精而狠,叔发辩而浮,孝敬深而狭。”所言皆有指趣。而衜卒以此言见咎,不为恪等所亲。后四人皆败,吴人谓衜之言有征。) อรรถาธิบายจากเจียงเปี่ยวจว้านในจดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 59.
  9. (恪父瑾闻之,亦以事终不逮,叹曰:“恪不大兴吾家,将大赤吾族也。”) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 64.
  10. จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 72.
  11. จือจื้อทงเจี้ยน เล่มที่ 73.
  12. (恪父瑾面长似驴。孙权大会群臣,使人牵一驴入,长检其面,题曰诸葛子瑜。恪跪曰:“乞请竺益两字。”因听与笔。恪绩其下曰:“之驴”。举座欢笑,乃以驴赐恪。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 64.
  13. (他日复见,权问恪曰:“卿父与叔父孰贤?”对曰:“臣父为优。”权问其故。对曰:“臣父知所事,叔父不知,以是为优。”权又大噱。命恪行酒,至张昭前,昭先有酒色,不肯饮。曰:“此非养老之礼也。”权曰:“卿其能令张公辞屈,乃当饮之耳。”恪难昭曰:“昔师尚父九十,秉旄仗钺,犹未告老也。今军旅之事,将军在后,酒食之事,将军在先,何谓不养老也?”昭卒无辞,遂为尽爵。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 64
  14. (后蜀好,群臣并会,权谓使曰:“此诸葛恪雅使至骑乘,还告丞相,为致好马。”恪因下谢,权曰:“马未至面谢何也?”恪对曰:“夫蜀者陛下之外厩,今有恩诏,马必至也,安敢不谢?”) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่ม 64
  15. (《吴录》曰:恪长七尺六寸,少须眉,折頞广额,大口高声。) อรรถาธิบายจากอู๋ลู่ในจดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 64

บรรณานุกรม

[แก้]