ศาสนา
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ศาสนา หมายถึง ความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งเหนือธรรมชาติ ในหลักอภิปรัชญาว่าทุกสรรพสิ่งเกิดขึ้นมาดำรงอยู่และจะเป็นเช่นไรต่อไป มีหลักการ สถาบัน หรือประเพณี ที่เป็นที่เคารพโดยทั่วไป แล้วอาจกล่าวได้ว่า ศาสนาเป็นสิ่งที่ควบคุม และประสานความสัมพันธ์ของมนุษย์ ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข คือ ให้มีหลักการ ค่านิยม วัฒนธรรมร่วมกันและวิถีทางที่มนุษย์เลือกใช้ในการดำรงชีวิต ให้สังคมเป็นหนึ่งเดียวกัน มีแนวทางไปในทิศทางเดียวกัน ด้วยหลักจริยธรรม คุณธรรม ศิลธรรมที่เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน
สำหรับประเทศไทย ประชาชนมีเสรีภาพในการนับถือศาสนา โดยพระมหากษัตริย์ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภ์ทุกศาสนา ศาสนาสำคัญ และมีคนนับถือมากที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์
เนื้อหา |
[แก้] องค์ประกอบของศาสนา
- สิ่งเคารพสูงสุด เช่น พระเจ้าของศาสนาอิสลามคืออัลเลาะอ์
- ศาสดา เช่น ศาสนาพุทธคือพระพุทธเจ้า
- คัมภีร์ เช่น ศาสนาอิสลามคืออัลกุระอ่าน
- ผู้สืบทอด เช่น ศาสนายิวคือนักบวช และชาวยิว(ผู้นับถือศาสนายิว)ทุกคน
- ศาสนสถาน เช่น ศาสนาซิกข์คือสุวรรณวิหาร
- สัญลักษณ์ เช่น ศาสนาคริสต์ คือไม้กางเขน
- พิธีกรรม เช่น ศาสนาฮินดูคือการอาบน้ำล้างบาปที่แม่น้ำคงคา
[แก้] ความสำคัญของศาสนา
- บอกถึงหลักอภิปรัชญา ว่าโลกนี้เกิดขึ้นมาจากอะไร และจะเป็นเช่นไร
- สอนหลักคุณธรรมศิลธรรมจริยธรรมของมนุษย์ในการอยู่ร่วมกัน
- ให้รู้จักการดำเนินชิวิตเช่นไรจึงจะถูกต้อง
- มีเป้าหมายในชีวิต
- หลักศรัทธา ว่าทำดีได้รางวัลคือขึ้นสวรรค์ ทำชั่วได้โทษคือตกนรก ทำให้แม้จะลับตาคนไร้กฎหมายก็ไม่ทำชั่วทำแต่ดี
[แก้] พัฒนาการของศาสนา
มีความเชื่อว่าศาสนานั้นเกิดมาจากความต้องการเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์ นับแต่อดีดมนุษย์จะสงสัยว่าสิ่งต่างๆเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ทำไมต้องเกิดขึ้น จะเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ เปลี่ยนแปลงแล้วจะเกิดผลอะไรต่อมาอีก จนนำมาสู่การค้นหาแนวทางต่างๆเพื่อตอบปัญหาเหล่านี้ จนนำมาเป็นความเชื่อและเลื่อมใส ตัวอย่างเช่นศาสนาพุทธ เกิดจากเจ้าชายสิทธัตถะทรงเห็นความทุกข์ จึงทรงหาแนวทางให้หลุดพ้นจากความทุกข์ ด้วยวิธีการต่างๆนานา จนทรงค้นพบอริยสัจ 4 ด้วยวิธีที่ เป็นการฝึกจิตด้วยสติจนถึงซึ่งความรู้แจ้ง ในสรรพสิ่ง และความดับความทุกข์ ทรงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดับสิ้นซึ่งกิเลส ทรงสอนให้มนุษย์ ให้ทำบุญ รักษาศีล และภาวนา เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการพ้นทุกข์ของมหาชน อย่างไรก็ตาม ในการศึกษาในปัจจุบัน คำอธิบายของการเกิดขึ้นและพัฒนาการของศาสนา สามารถแบ่งได้เป็นสี่กลุ่ม
- ศาสนาเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นจากความกลัว ในธรรมชาติที่ตนเองไม่รู้ จนต้องวิงวอนและร้องขอในสิ่งที่อยากได้
- ศาสนาเกิดจากความไม่รู้สงสัย ในอภิปรัชญาว่าโลกและเกิดขึ้นมาได้อย่างไร และจะเป็นเช่นไรต่อไป
- ศาสนาเกิดจากความต้องการที่จะสร้างความเชื่อขึ้นมา เพื่อช่วยควบคุมความประพฤติของคนในสังคม ให้สังคมสงบสุข
- ศาสนาเกิดจากความต้องการที่จะพ้นจากความทุกข์
ศาสนาหลักๆ ที่มีอยู่ถ้ามองตามเป้าหมายในเรื่ององค์สูงสุดจะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆคือ
1) ศาสนาที่ยึดถือองค์สูงสุดเป็นเป้าหมาย
2) ศาสนาที่ไม่ยึดถือองค์สูงสุดเป็นเป้าหมาย
ทั้งสองกลุ่มมีความเชื่อที่ไม่เหมือนกันคือกลุ่มแรกยอมรับว่าองค์สูงสุดมีอยู่จริง เช่นศาสนาคริสต์และอิสลามเรียกองค์สูงสุดว่าพระเจ้า ผู้นับถือมีเป้าหมายเพื่อการเข้าไปรวมอยู่ในอาณาจักรของพระเจ้า ส่วนกลุ่มหลังเช่นศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ไม่ยอมรับการมีอยู่ของพระเจ้าหรือองค์สูงสุด แต่เชื่อในการมีอยู่ของเทพเจ้า (เหล่าพรหมา)ซึ่งเป็นเทวดาชั้นสูงสุดเรียกว่าพรหม แต่ต่างกันตรงที่ผู้ที่นับถือศาสนาศาสนาพุทธไม่มีเป้าหมายเพื่อการไปรวมอยู่กับพรหม แต่สามารถไปเกิดเป็นพรหมได้ เพราะการรวมอยู่หรือไปเกิดเป็นพรหม เมื่อหมดเหตุปัจจัยก็ยังต้องเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏ อันมีต่ำสุดคือนรก สูงสุดคือพรหม อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทางที่จะหลุดพ้นจากสังสารวัฏได้จึงมีทางเดียวเท่านั้นคือ นิพพาน
[แก้] ประเภทศาสนา
ศาสนาในโลกถึงแม้จะมีมาก แต่ถ้าจัดเป็นประเภทก็ได้เป็น 2 ประเภท คือ
[แก้] เทวนิยม
เชื่อว่ามีเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่เหนือกว่าเทพเจ้าทั้งหลาย หรือเรียกกันว่าพระเจ้า พระองค์เป็นผู้สร้างโลกและสรรพสิ่งและเชื่อกันว่าพระเจ้าอาจติดต่อมนุษย์ โดยผ่านศาสดาพยากรณ์หลายองค์ เช่น พระอัลเลาะห์ ทรงติดต่อกับท่านนบีมุฮัมหมัด พระยะโฮวาห์ ทรงติดต่อกับ ท่านโมเสส และพระเยซู เป็นต้น ศาสนาประเภทนี้อาจแบ่งต่อไปอีก ตามจำนวนพระเจ้าที่นับถือ คือ
- เอกเทวนิยม เชื่อว่า มีพระเจ้าสูงสุด เพียงพระองค์เดียว ได้แก่
- พหุเทวนิยม เชื่อว่ามีพระเจ้าสูงสุดหลายพระองค์คือเชื่อว่ามีเทพเจ้าต่างๆอยู่มากมายสิงสถิตย์อยู่ตามธรรมชาตินั้นๆ ทั้งสามารถดลบันดาลตามประสงค์ของพระองค์นั้นได้
[แก้] อเทวนิยม
ศาสนาประเภทนี้ ไม่เชื่อในการมีอยู่จริงของพระเจ้า โดยเชื่อว่าโลกและสรรพสิ่งเกิดขึ้นเองตามกฎของธรรมชาติ เชื่อว่ามนุษย์เป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเอง ทุกสิ่งเป็นไปตามเหตุปัจจัย ศาสนาประเภทนี้ ได้แก่
- ศาสนาพุทธ
- ศาสนาเชน(มิใช่นิกายเซนของพุทธ )
- ลัทธิเต๋า เชื่อว่าโลกนี้เกิดขึ้นจากหยินหยางหรือเต๋าเชื่อในการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายกับธรรมชาติ
- ลัทธิขงจื๊อ
[แก้] ศาสนาในโลกปัจจุบัน
[แก้] ลัทธิ
- ชินโต
- ขงจื๊อ
- เต๋า
- วูดู
- พุทธตันตระ
- ลัทธิหัวเหา
- ลัทธิเก๋าได่
- ลัทธิมาณีกี
- ลัทธิโอมชินริเกียว
- ลัทธิชอนโดเกียว
[แก้] จำนวนผู้นับถือศาสนาและลัทธิต่างๆ [1]
- ศาสนาคริสต์: 2.1 พันล้านคน
- ศาสนาอิสลาม: 1.5 พันล้านคน
- ไม่นับถือศาสนา/ลัทธิคอมมิวนิส/เชื่อในวิทยาศาสตร์: 1.1 พันล้านคน
- ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู: 900 ล้านคน
- ลัทธิขงจื๊อ/ลัทธิเต๋า/นับถือบรรพบุรุษ/พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม: 394 ล้านคน
- ศาสนาพุทธ: 376 ล้านคน
- ศาสนานับถือผีของเผ่าตน: 300 ล้านคน
- ศาสนาโยรูบา: 100 ล้านคน
- ศาสนาซิกข์: 23 ล้านคน
- ลัทธิจูเช (นับถือคิมอิลซุง): 19 ล้านคน
- นับถือผี: 15 ล้านคน
- ศาสนายิว: 14 ล้านคน
- ศาสนาบาไฮ: 7 ล้านคน
- อนุตตรธรรม 5 ล้านคน
- ศาสนาเชน: 4.2 ล้านคน
- ศาสนาชินโต: 4 ล้านคน
- ลัทธิโจได: 4 ล้านคน
- ศาสนาโซโรอัสเตอร์: 2.6 ล้านคน
- ลัทธิเทนริเกียว: 2 ล้านคน
- ลัทธิเพแกนใหม่: 1 ล้านคน
- ลัทธิเอกนิยม: 8 แสนคน
- ขบวนการราสตาฟาเรียน: 6 แสนคน
[แก้] อ้างอิง
| ศาสนา เป็นบทความเกี่ยวกับ ศาสนา ที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหาหรือเพิ่มแหล่งอ้างอิง คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมหรือแก้ไข เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น ข้อมูลเกี่ยวกับ ศาสนา ในภาษาอื่น อาจสามารถหาอ่านได้จากเมนู ภาษาอื่น ด้านซ้ายมือ หรือ ดูเพิ่มที่ สถานีย่อย:ศาสนา |

