สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
Buriram United
Buriram PEA F.C..png
ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
Buriram United
ฉายา นักรบปราสาทสายฟ้า, แชมป์เซราะกราว
ก่อตั้ง พ.ศ. 2513
(ในชื่อ "สโมสรฟุตบอลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค)
สนาม นิว ไอ-โมบาย สเตเดียม
จังหวัดบุรีรัมย์ ประเทศไทย
ความจุ 24,000 ที่นั่ง[1]
เจ้าของ ธงชาติของไทย เนวิน ชิดชอบ
ประธาน ธงชาติของไทย เนวิน ชิดชอบ
ผู้จัดการ ธงชาติของไทย ทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน
ผู้ฝึกสอน ธงชาติของอังกฤษ สก็อตต์ คูเปอร์
ลีก ไทยพรีเมียร์ลีก
ฤดูกาล 2555
อันดับล่าสุด อันดับที่ 4
เว็บไซต์ http://www.buriramunited.com
ฤดูกาลปัจจุบัน
ทีมเหย้า
ทีมเยือน1
ทีมเยือน2

สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือชื่อเดิมว่า บุรีรัมย์ พีอีเอ เป็นสโมสรฟุตบอลในประเทศไทย โดยลงเล่นในระดับไทยพรีเมียร์ลีก ผลงานสูงสุดของทีมคือ การคว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2551 และฤดูกาล 2554

เนื้อหา

ประวัติสโมสร [แก้]

สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เดิมชื่อ สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ พีอีเอ เป็นสโมสรที่เปลี่ยนแปลงมาจากสโมสรฟุตบอลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2513 โดยดร.วีระ ปิตรชาติ มีเป้าหมายเพื่อให้พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ออกกำลังกายและสร้างความสามัคคีร่วมกันในหมู่คณะ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 สโมสรได้เข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ง. โดยลงเล่น 3 ฤดูกาลก็ได้เลื่อนขึ้นไปเล่นในถ้วย ค. และลงเล่นอยู่ 2 ฤดูกาลก็ได้เลื่อนขึ้นไปเล่นถ้วย ข. และอีก 2 ฤดูกาลสโมสรก็สามารถเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในดิวิชั่น 1ได้สำเร็จ

หลังจากลงเล่นในดิวิชั่น 1อยู่นานสโมสรก็ได้เลื่อนขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดได้สำเร็จเป็นครั้งแรก เมื่อได้รองแชมป์ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2547 และได้เล่นในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2548 โดยฤดูกาลแรกในลีกสูงสุดสโมสรสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อได้ตำแหน่งรองแชมป์ และศุภกิจ จินะใจ กองหน้าของทีมก็คว้าตำแหน่งดาวซัลโวร่วมกับศรายุทธ ชัยคำดี กองหน้าของทีมการท่าเรือไทย ที่จำนวน 10 ประตู และยังได้เล่นเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก เป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2549 อีกด้วย

ฤดูกาล 2551 สโมสรสามารถคว้าแชมป์ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก ได้เป็นครั้งแรกภายใต้การคุมทีมของประพล พงษ์พาณิชย์และได้สิทธิเข้าร่วมแข่งขันเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก รอบคัดเลือก ในฤดูกาล 2552

ฤดูกาล 2552 สโมสรตกรอบคัดเลือกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ทำให้ไม่สามารถเข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มได้ และมีผลงานในลีกไม่ดีนัก สโมสรจึงได้เปลี่ยนผู้จัดการทีมในเดือนพฤษภาคม ปี 2552 จากประพล พงษ์พาณิชย์ เป็นทองสุข สัมปหังสิต อดีตผู้จัดการทีมชาติไทย ชุดแชมป์ซีเกมส์ ที่นครราชสีมา

การเทคโอเวอร์สโมสร [แก้]

การเทคโอเวอร์สโมสร เกิดขึ้นในช่วงฤดูกาล 2552 จากความต้องการของนายเนวิน ชิดชอบ นักการเมืองของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ต้องการซื้อหุ้นทีมฟุตบอลในไทยพรีเมียร์ลีก ให้ย้ายไปเล่นในนามจังหวัดบุรีรัมย์เป็นการชั่วคราว ในขณะเดียวกันก็สร้างทีมใหม่อีกหนึ่งทีม ไต่อันดับขึ้นมาจากดิวิชันต่ำสุด [2] ในเบื้องต้นได้เจรจากับสโมสรฟุตบอลตำรวจ แต่ได้รับการปฏิเสธ [3] นายเนวินได้มีการเจรจาในเบื้องต้นกับสโมสรฟุตบอลทีโอที และสโมสรฟุตบอลทหารบก [4] แต่ตกลงกันไม่ได้ ในที่สุดจึงได้มีการซื้อขายหุ้นของสโมสรฟุตบอลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งมีผลงานสิ้นสุดฤดูกาลในอันดับที่ 9 ทางสโมสรได้ตกลงที่จะย้ายสนามแข่งจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ท่ามกลางการต่อต้านจากแฟนฟุตบอลชาวอยุธยา รวมตัวกันเผาเสื้อทีมการไฟฟ้าฯ และสาปแช่งคุณเนวิน ชิดชอบ และพนักงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค [3] หลังจากนั้นทางสโมสรได้เปลี่ยนแปลงชื่อทีมเป็น บุรีรัมย์-พีอีเอ พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทีมผู้บริหารทั้งหมด และทีมผู้ฝึกสอนบางส่วน

ฤดูกาล 2553 - 2554 [แก้]

บุรีรัมย์ยูไนเต็ดเป็นแชมป์ไทยเอฟเอคัพในปี พ.ศ. 2554

การเข้ามาของกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหม่ ส่งผลให้มีการปรับปรุงและพัฒนาทีมอย่างมาก มีการนำระบบบริหารจัดการสโมสรฟุตบอลอาชีพเข้ามาใช้กับบริษัท เช่น การทำสัญญาจ้างนักฟุตบอล การเจรจา และทำสัญญาซื้อขายนักฟุตบอลด้วยสัญญามาตรฐาน การสร้างสนามฟุตบอลแห่งใหม่ตามมาตรฐานของบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด เพื่อใช้เป็นสนามเหย้า การจัดทำระบบบัญชี การเงิน กฎหมาย การตลาด การโฆษณา และการประชาสัมพันธ์ เต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความนิยมให้แก่ทีมบุรีรัมย์ พีอีเอ และ ความน่าเชื่อถือแก่บริษัท

ผลจากการปรับปรุงระบบการบริหารจัดการธุรกิจ และพัฒนาทีมอย่างจริงจัง ภายใต้นโยบายของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรคนใหม่ ส่งผลให้บุรีรัมย์ พีอีเอ เป็นทีมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไทยพรีเมียร์ลีกอย่างรวดเร็ว มีผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือแฟนคลับ มากถึง 65,000 คน [5] มีผู้เข้าชมเกมการแข่งขัน นัดละไม่น้อยกว่า 10,000 คน เมื่อเป็นเจ้าบ้าน และเมื่อเป็นทีมเยือน จะมีแฟนบอลติดตามไปชมไม่น้อยกว่า 1,500 คน อีกทั้งยังเป็นทีมที่สร้างสถิติผู้เข้าชมสูงสุดของไทยพรีเมียร์ลีก คือ 25,000 คน และ สร้างสถิติจำหน่ายของที่ระลึกได้สูงสุด 1,400,000 บาท ภายในวันเดียว คือนัดที่เตะกับเมืองทองยูไนเต็ด เมื่อวันที่ กันยายน 2553 [6]

ในฤดูกาล 2554 ทีมบุรีรัมย์-พีอีเอได้เป็นแชมเปียนไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก หลังจากเอาชนะ ทีมสโมสรฟุตบอลทหารบก ที่สนามกีฬากองทัพบก เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2554 ได้คะแนน 75 คะแนน ทิ้งห่างอันดับสอง ทั้งที่ยังมีการแข่งขันเหลืออีก 4 นัด [7] โดยมีพิธีมอบถ้วยรางวัลหลังการแข่งขันนัดสุดท้ายของฤดูกาล [8]

และยังได้ทริปเปิลแชมป์ หรือ 3 แชมป์ ในฤดูกาลเดียวกัน เมื่อเอาชนะทีมการท่าเรือไทย เอฟซี ไปได้ 2-0 ที่สนามศุภชลาศัย ได้แชมป์โตโยต้า ลีกคัพ หลังจากการได้แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก และไทยคม เอฟเอคัพ ไปแล้ว[9] โดยถือว่าเป็นทีมฟุตบอลทีมแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทยที่ทำได้[10]

และยังได้แชมป์ที่ 4 ด้วยการเอาชนะ ทีมเวกัลตะ เซนได จากเจลีก ด้วยลูกจุดโทษ ในรายการโตโยต้า พรีเมียร์คัพ ไปได้ 5-3 หลังในเวลาเสมอกัน 1-1[11]

ฤดูกาล 2555 [แก้]

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แคมป์

ภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย พ.ศ. 2554 ฝ่ายเจ้าของสิทธิ์ของสโมสรเดิม คือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งเดิมอยู่ในการกำกับดูแลของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล จาก พรรคภูมิใจไทย ได้เปลี่ยนมาอยู่ในการกำกับดูแลของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ จาก พรรคเพื่อไทย ได้มีนโยบายที่จะย้ายสโมสรออกจากจังหวัดบุรีรัมย์ ผลการเจรจาได้ข้อสรุปว่าฝ่ายนายเนวินจะขายหุ้น 70% [2] ที่ตนถืออยู่ออกไป จะแยกทีมการไฟฟ้าออกจากจังหวัดบุรีรัมย์และย้ายไปอยู่จังหวัดอื่น ส่วนนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมบุรีรัมย์-พีอีเอเดิม จะไปรวมกับสโมสรฟุตบอลจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ได้แชมเปียนไทยลีกดิวิชั่น 1 และเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2555 พร้อมกับเปลี่ยนชื่อทีมเป็น "สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" [12]

นายเนวินกล่าวว่า ในฤดูกาล 2555 สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (บุรีรัมย์ เอฟซีเดิม) จะลงเล่นในไทยพรีเมียร์ลีก และเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก ด้วยโควตาชนะเลิศฤดูกาล 2554 ของบุรีรัมย์-พีอีเอ [13] ส่วนทีมการไฟฟ้าที่แยกตัวออกไป จะลงเล่นในไทยพรีเมียร์ลีกด้วยโควตาของบุรีรัมย์ เอฟซี

เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555 นายเนวินได้เปิดแถลงข่าวว่า ได้ซื้อหุ้นอีก 30% ของสโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มาบริหารจัดการเองทั้งหมด รวมทั้งสิทธิทั้งหมดในนามการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จากนั้นจะเปลี่ยนชื่อทีมเป็น "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" ตามแผนเดิม ส่วนสิทธิการเล่นในไทยพรีเมียร์ลีกของบุรีรัมย์ เอฟซีนั้น จะโอนให้กับ สงขลา เอฟซี ของนายนิพนธ์ บุญญามณี ส่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนั้น จะไม่มีการส่งทีมเข้าแข่งขันรายการของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยอีกต่อไป [14]

ในฤดูกาล 2555 บุรีรัมย์จบอันดับ 4 ใน ไทยพรีเมียร์ลีก 2555 และคว้าแชมป์ ไทยคม เอฟเอคัพ 2555 ด้วยการชนะอาร์มี่ ยูไนเต็ด ไป 2–1 ซึ่งได้สิทธิไปเล่น เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก 2013 รอบคัดเลือก[15] และคว้าแชมป์ โตโยต้า ลีกคัพ 2555 ด้วยการชนะ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ไป 4–1[16] ซึ่งเป็นดับเบิ้ลแชมป์บอลถ้วยและบุรีรัมย์ยูไนเต็ดสามารถป้องกันแชมป์ทั้งสองรายการได้อีกหนึ่งสมัยอีกด้วย

สนาม [แก้]

สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
Thunder castle Stadium.jpg
ที่ตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ประเทศไทย
เปิดใช้สนาม 11 มิถุนายน พ.ศ. 2554
เจ้าของ สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ผู้ควบคุม สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
พื้นผิว หญ้าแพทต์พารัมย์
ผู้ดูแล สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ความจุที่นั่ง 25,000 ที่นั่ง

นิว ไอ-โมบาย สเตเดียม หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ธันเดอร์ คาสเซิล สเตเดียม (อังกฤษ: New i-Mobile Stadium, Thunder castle Stadium, Buriram Stadium) เป็นสนามกีฬาที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตั้งอยู่ที่ตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ สนามแห่งนี้มีความจุ 24,000 ที่นั่ง โครงสร้างประกอบด้วยเหล็กและไฟเบอร์ ซึ่งสร้างด้วยงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท โดยเป็นเงินสนับสนุนของไอ-โมบาย และบางส่วนของนายเนวิน ชิดชอบ และจัดเป็นสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีลู่วิ่งคั่นสนามและผ่านมาตรฐานฟีฟ่า , เอเอฟซี และ เอเอฟเอฟ และยังผ่านมาตรฐานระดับเอคลาสสเตเดียมจากเอเอฟซี และยังผ่านมาตรฐานระดับเวิลด์คลาสจากฟีฟ่า และยังได้บันทึกลงกินเนสบุค ว่าเป็นสนามฟุตบอลในระดับฟีฟ่าแห่งเดียวในโลกที่ใช้เวลาก่อสร้างน้อยที่สุดในโลกคือ 256 วัน [17]

สนามนี้มีทั้งหมด 4 ชั้น โดยชั้นที่ 1 เป็น สำนักงานห้องแถลงข่าว,ห้องสื่อมวลชน,ร้ายขายสินค้าที่ระลึก,ห้องนักกีฬาทีมเหย้า-เยือน,ห้องพักผู้ตัดสิน,ห้องปฐมพยาบาล และ ห้องประชุม ชั้นที่ 2 จะเป็นห้องจัดเลี้ยงใหญ่จำนวน 400 ที่ นั่ง ชั้นที่ 3 เป็น ห้องวีไอพี 6 ห้อง และ ห้องจัดเลี้ยง 1 ห้อง และชั้นที่ 4 มี ห้องวีไอพีจำนวน 15 ห้อง สนามแห่งนี้ยังมีการติดตั้งไฟส่องสว่างของฟิลิปส์อย่างมาตราฐานจะมีความสว่างของไฟอยู่ที่ 1,500 ลักซ์ โดยในส่วนอัฒจรรย์ฝั่งกองเชียร์นั้นมีเก้าอี้ที่นั่งเชียร์เป็นสีน้ำเงินเกือบหมดแต่จะใช้เก้าอี้สีขาวตรงที่มีคำว่า ธันเดอร์คาสเซิล และ บุรีรัมย์ มีหัวหน้ากองเชียร์คือ นางกรุณา ชิดชอบ เป็นแกนนำหลักในการเชียร์

สนาม นิว ไอ-โมบาย สเตเดียม เคยใช้เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมรื่นเริงครั้งใหญ่ในเทศกาลสงกรานต์ในปี พ.ศ. 2555 โดยการจัดของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร โดยมีศิลปินนักร้องมากมาย อาทิ โซะระ อะโอะอิ, เอ็นเอส ยุน จีน, ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล, นูโว, ไมโคร, ปกรณ์ ลัม, บอดี้แสลม, คาราบาว, ลาบานูน, บิ๊กแอส, โลโซ เป็นต้น[18]

สปอนเซอร์ [แก้]

ผู้ฝึกสอน [แก้]

รายชื่อผู้ฝึกสอน (2550 - ปัจจุบัน)

ชื่อ สัญชาติ ระยะเวลา ความสำเร็จ
โชเซ่ อัลเวส เบอร์วิส ธงชาติของบราซิล 2550
ประพล พงษ์พาณิชย์ ธงชาติของไทย 2551-2552 แชมป์ ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 2551
ทองสุข สัมปหังสิต ธงชาติของไทย พฤษภาคม 2552-ตุลาคม 2552
ธนเดช ฟูประเสริฐ ธงชาติของไทย พฤศจิกายน 2552-พฤษภาคม 2553
อรรถพล บุษปาคม ธงชาติของไทย 2 พฤษภาคม 2553- 2 พฤษภาคม 2556 รองแชมป์ ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 2553
รองแชมป์ โตโยต้า ลีกคัพ 2553
แชมป์ ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 2554
แชมป์ ไทยคม เอฟเอคัพ 2554
แชมป์ โตโยต้า ลีกคัพ 2554
แชมป์ โตโยต้า พรีเมียร์คัพ 2555
รองแชมป์ ถ้วยพระราชทาน ก. 2555
แชมป์ ไทยคม เอฟเอคัพ 2555
แชมป์ โตโยต้า ลีกคัพ 2555
แชมป์ ถ้วยพระราชทาน ก. 2556
เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก
สก๊อตต์ คูเปอร์ ธงชาติของอังกฤษ 2 พฤษภาคม 2556 เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน [แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 ธงชาติของไทย GK ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (รองกัปตันทีมที่ 3)
2 ธงชาติของไทย DF ธีราทร บุญมาทัน (รองกัปตันทีมที่ 2)
3 ธงชาติของไทย DF ประทุม ชูทอง
4 ธงชาติของไทย MF ชาริล ชับปุยส์
5 ธงชาติของสเปน DF ออสมาร์ บาร์บา อีบาเยซ (รองกัปตันทีม)
6 ธงชาติของไทย DF ธนะศักดิ์ ศรีใส
7 ธงชาติของสเปน FW คาร์เมโล กอนซาเลซ
8 ธงชาติของไทย MF สุเชาว์ นุชนุ่ม Captain sports.svg
10 ธงชาติของไทย MF จักรพันธ์ แก้วพรม
11 ธงชาติของไทย MF เอกชัย สำเร
13 ธงชาติของไทย MF จิรวัฒน์ มัครมย์ (รองกัปตันทีมที่ 5)
14 ธงชาติของไทย DF ชิติพัทธ์ แทนกลาง
15 ธงชาติของไทย MF สุรัตน์ สุขะ
16 ธงชาติของไทย FW สุริยา ดอมไธสง (รองกัปตันทีมที่ 4)
17 ธงชาติของไทย MF อนาวิน จูจีน
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
18 ธงชาติของไทย MF อรรถพงศ์ หนูพรหม
19 ธงชาติของญี่ปุ่น MF คาอิ ฮิราโนะ
20 Flag of the Philippines FW คาเบียร์ ปาตีโญ
21 ธงชาติของสเปน FW ควน เกวโร
22 ธงชาติของไทย MF อดิศักดิ์ ไกรษร
23 ธงชาติของไทย MF แอนโธนี อำไพพิทักษ์วงศ์
24 ธงชาติของเกาหลีใต้ FW ฮัน แจ วุง
25 ธงชาติของไทย DF สุรีย์ สุขะ
26 ธงชาติของไทย GK ยศพล เทียงดาห์
27 ธงชาติของไทย FW ชิดชนก ไชยเสนสุรินธร (ยืมตัวมาจาก เออร์ดอนสปอร์ต)
31 ธงชาติของไทย MF ศิริศักดิ์ ไฝดง
32 ธงชาติของไทย MF เดนนิส บูเชนิง
33 ธงชาติของไทย DF อดิศร์ ภัทรประสิทธิ์

ผู้เล่นที่ถูกยืมตัว [แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
4 ธงชาติของญี่ปุ่น DF ชินโนะซุเกะ ฮนดะ (ไป บางกอกกล๊าส จนจบฤดูกาล 2556)
40 ธงชาติของฝรั่งเศส FW โกรัน เยอร์โควิช (ไป บางกอกกล๊าส จนจบฤดูกาล 2556)

อดีตผู้เล่นสำคัญ [แก้]

ผู้เล่นย้ายเข้า-ย้ายออกปี2556 [แก้]

ผู้เล่นย้ายเข้า 2556

 

ผู้เล่นย้ายออก 2556

 

ผลงานในไทยลีก [แก้]

เกียรติประวัติ [แก้]

ทีม ชนะเลิศ รองชนะเลิศ ปีชนะเลิศ ปีรองชนะเลิศ ปีที่เข้ารอบสูงสุด รอบ
เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก 0 0 - - 2008, 2009, 2011 , 2012 รอบ 8 ทีม
เอเอฟซีคัพ 0 0 - - 2004 รอบเพลย์ออฟ
ไทยพรีเมียร์ลีก 2 2 2008, 2011 2005, 2010
ไทยเอฟเอคัพ 2 1 2011,2012 2010 2011, 2012 รอบชิงชนะเลิศ
ไทยลีกคัพ 2 1 2011, 2012 2010 2011, 2012 รอบชิงชนะเลิศ
ถ้วยพระราชทาน ก 1 2 2013 2009, 2012 2009, 2012, 2013 รอบชิงชนะเลิศ
ไทยลีกดิวิชั่น 1 0 1 - 2003


บุรีรัมย์ แชนแนล [แก้]

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เปิดช่องโทรทัศน์ดาวเทียม "บุรีรัมย์ แชนแนล" (Buriram Channel) ทางดาวเทียมจานส้ม IPM 69 ตั้งแต่ในที่ 1 มกราคม 2555 เพื่อให้แฟนบอลได้เข้าถึงข่าวสาร และความเคลื่อนไหวของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดมากขึ้น ซึ่งการถือกำเนิดของ บุรีรัมย์ แชนแนล นั้น เป็นแนวคิดของ เนวิน ชิดชอบ ที่อยากให้ทีมมีช่องทางนำเสนอเรื่องราวสู่แฟนคลับมากขึ้น ซึ่งเนวินเคยให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2554 ว่า "ความฝันที่ผมอยากทำคือการทำช่องทีวีของบุรีรัมย์ พีอีเอ ซึ่งในต่างประเทศเขาก็มีช่องของสโมสรต่างๆ บาร์เซโลน่าก็มี บาร์ซ่าทีวี แมนฯ ยูไนเต็ดก็มี เอ็มยู ทีวี เชลซีก็มี เชลซีทีวี ของเราก็จะเป็นบุรีรัมย์ แชนแนล อะไรก็ว่ากันไป แต่ก็ต้องดูความเหมาะสมของเวลาก่อน เพราะตอนนี้ต้องรอให้แฟนคลับมีจำนวนมากพอที่จะติดตามรายการทีวีของเรา แต่ยังไงก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ผมต้องทำให้สำเร็จให้ได้"

สโมสรพันธมิตร [แก้]

ดูเพิ่ม [แก้]

อ้างอิง [แก้]

  1. ข้อมูลสนามจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร
  2. 2.0 2.1 ศึก AFC แชมเปียนส์ลีก สิทธิ์นี้ตกเป็นของใคร
  3. 3.0 3.1 เนวินจะได้แต่ทีมการไฟฟ้าฯ แต่ไม่ได้นักเตะไปบุรีรัมย์
  4. เนวินเบนเป้าเล็งดึงทัพบกเล่นบุรีรัมย์ สยามกีฬา, 5 พฤศจิกายน 2552
  5. เนวิน ชิดชอบ จากไทยรัฐ
  6. เนวิน ชิดชอบ จากไทยรัฐ
  7. บุรีรัมย์ พีอีเอ คว้าแชมป์ ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ ลีก2011 Asian Thai NEWS Network, 17 ธันวาคม 2554
  8. 'วิชิต' ยัน 'บุรีรัมย์ พีอีเอ' ได้ถ้วยแชมป์นัดสุดท้าย ไทยรัฐ, 22 ธันวาคม 2554
  9. บุรีรัมย์เฮ 2-0 ซิว 3 แชมป์สมใจ จากผู้จัดการออนไลน์
  10. ′บุรีรัมย์′ อัด ′สิงห์เจ้าท่า′ คว้าถ้วย ′โตโยต้าลีกคัพ′ สร้างสถิติ "ทริปเปิ้ลแชมป์" สุดยิ่งใหญ่ จากมติชน
  11. บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดดวลโทษคว่ำเซนไดซิวถ้วยที่4 จากสนุกดอตคอม
  12. "บุรีรัมย์พีอีเอ" เตรียมแถลงข่าวแยกตัวออกจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ThaiPBS, 11 ธันวาคม 2554
  13. "บิ๊กเน" ยันสิทธิ์เตะ "แชมเปี้ยนส์ลีก" เป็นของบุรีรัมย์
  14. "เนวิน"ทุ่มซื้อสิทธิ์"พีอีเอ"ยุติปัญหาทั้งหมด
  15. เยอร์โควิชเบิ้ล!บุรีรัมย์ป้องแชมป์ดับอาร์มี่2-1
  16. เยอร์โควิชซัดเบิ้ล!บุรีรัมย์รัวราชบุรี4-1ป้องแชมป์ลีกคัพ
  17. ยลโฉมสนามนิว ไอ-โมบาย สเตเดียม อลังการมาตรฐานสุดจะบรรยาย
  18. "อาโออิ" นำทีมโชว์สงกรานต์ "ไอ-โมบาย สเตเดียม" บุรีรัมย์ จากเดลินิวส์

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]