โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช
 ปญฺา โลกสฺมิ ปชฺ โชโต"   (ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก)
เรียนดี ฝีมือเยี่ยม เปี่ยมคุณธรรม นำสังคม
660 ถนนราชดำเนิน ตำบลคลัง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Kanlayaneesithammarat School
อักษรย่อ ก.ณ. / K.N.
ประเภท โรงเรียนรัฐบาล สังกัด สพฐ.

- โรงเรียนประจำจังหวัดของรัฐ
- โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ

สถาปนา พ.ศ. 2461
ผู้ก่อตั้ง พระครูศรีสุธรรมรัต (ห้องกิ้ม วุฑฺฒึงกโร)
รหัส 1003800102
เพลง มาร์ชกัลยาณีฯ/ ตรึงใจเตือน
สังกัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 12
เว็บไซต์

โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดนครศรีธรรมราชประเภทโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษเปิดสอนทั้งในระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอนครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2461 ณ วัดศรีทวี โดยมีพระครูศรีสุธรรมรัต เจ้าอธิการวัดเป็นผู้อุปการะ ต่อมาได้ยกระดับเป็น โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช และย้ายมายังที่ปัจจุบันเมื่อ พ.ศ. 2478 มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช ในปัจจุบัน

โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราชยืนหยัดอยู่อย่างสง่างามคู่นครศรีธรรมราชมามากว่า 95 ปี สร้างสรรค์คุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ต่อเยาวชน สังคม ประเทศชาติ มาจนถึงปัจจุบัน

ประวัติโรงเรียน[แก้]

ภาพมุมสูงทำให้เห็นอาคารอึ่งค่ายท่ายในอดีต

เดิมโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราชแห่งนี้เป็นโรงเรียนหญิงล้วนซึ่งอยู่คู่กับโรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช (ซึ่งเป็นโรงเรียนชายล้วน) เป็นเวลามาช้านาน ประจำ มณฑลนครศรีธรรมราช หลังจากนั้นได้ปรับเปลี่ยนเป็นโรงเรียนสหศึกษา

จากอดีตถึงปัจจุบัน ตั้งแต่พ.ศ. 2461ถึงปัจจุบัน โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช ยืนหยัดอยู่คู่กับจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเวลายาวนานมากกว่า 95 ปี เป็นเวลาแห่งความองอาจ สง่างาม และการบำเพ็ญกรณีย์ที่ก่อให้เกิดประโยชน์อันยิ่งใหญ่ต่อการสร้างสรรค์ และพัฒนาประเทศชาติ

หากจะแบ่งช่วงของประวัติศาสตร์และความเจริญก้าวหน้าของโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช สามารถแบ่งได้เป็น 3 ยุคคือ

ยุคบุกเบิก[แก้]

ก่อนจะมาเป็นโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช และ โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช ในปัจจุบันโรงเรียนได้เริ่มก่อตั้ง และมีวิวัฒนาการมาตามลำดับดังนี้

พ.ศ. 2461 แผนกสตรีของโรงเรียนประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เปิดสอนอยู่ที่วัดท่ามอญ (วัดศรีทวี) ตำบลท่าวัง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีพระครูศรีสุธรรมรัต (ห้องกิ้ม วุฑฺฒึงกโร) เจ้าอธิการวัดเป็นผู้อุปการะหรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่าเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียน เปิดสอนตั้งแต่ชั้นมูลชั้นประถมปีที่1 ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ดังที่ปรากฏข้อมูลในประวัติวัดศรีทวีว่า "พระครูศรีสุธรรมรัต หรือ พระครูเหมเจติยานุรักษ์ (ห้องกิ้ม วุฑฺฒึงกโร) ในสมัยของท่านนี้ ท่านได้พัฒนาสร้างความเจริญให้กับวัดท่ามอญ เช่น อุโบสถ กุฎีที่พักสงฆ์ และที่สำคัญได้สร้างโรงเรียนวัดท่ามอญเพื่อให้เด็กผู้หญิงได้ศึกษาเล่าเรียนเช่นเดียวกับเด็กผู้ชาย ซึ่งเด็กผู้ชายได้เรียนที่วัดท่าโพธิ์ และโรงเรียนวัดท่ามอญในครั้งนั้นเป็นที่มาของโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราชในปัจจุบันนี้ โรงเรียนวัดท่าโพธิ์ในครั้งนั้นเป็นที่มาขอโรงเรียนเบญจมราชูทิศในปัจจุบันนี้ "

พ.ศ. 2468 เริ่มเปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และได้ขยายถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปีต่อๆมา ในระดับนี้รับเฉพาะนักเรียนหญิง

พ.ศ. 2473 มีใบบอก (หนังสือราชการ) ที่219/1550 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2473 จากรองอำมาตย์เอกขุนดำรงเทวฤทธิ์ ถึงมหาอำมาตย์ตรีพระยาศรีธรรมราช ชาติเดโชชัย มไหศุริยาธิบดี พิริยพาหะ สมุหเทศภิบาล สำเร็จราชการมณฑลนครศรีธรรมราช เรื่องการแยกโรงเรียนรัฐบาลประจำจังหวัดออกเป็น 3 โรงเรียน และมีครูใหญ่ 3 คน สาระสำคัญของใบบอกนี้มีว่า โรงเรียนรัฐบาลประจำจังหวัด นครศรีธรรมราชตามทำเนียบในขณะนั้น มีอยู่ 3 แผนก คือ แผนกชาย แผนกสตรี และแผนกช่างถม แต่มีครูใหญ่เพียงคนเดียว ทำให้การควบคุมดูแลไม่ทั่วถึง มีความบกพร่องเกิดขึ้นในทางราชการ ดังนั้น จึงขอเสนอเพื่อแยกโรงเรียนรัฐบาลประจำจังหวัดออกเป็น 3 โรงเรียนคือ

1. โรงเรียนรัฐบาลประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช (เบญจมราชูทิศ) ให้รองอำมาตย์ตรีมี จันทร์เมือง เป็นครูใหญ่

2. โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้นายคลิ้ง ขุนทรานนท์ เป็นครูใหญ่

3. โรงเรียนประถมวิสามัญประจำจังหวัดนครศรีธรรมราชให้นายกลั่น จันทรังษี เป็นครูใหญ่

ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2473 คำเสนอขอแยกโรงเรียนนี้ ได้รับอนุมัติจากธรรมการมณฑลนครศรีธรรมราช (อำมาตย์โทพระยาวิฑูรย์ดรุณกร) เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2473 (ตามตราสิงห์ยืนแท่นที่ 64/382 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2473) ส่งผลให้แผนกสตรีของโรงเรียนประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แยกเป็น “โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช” นับแต่นั้นมา โดยมีนาย คลิ้ง ขุนทรานนท์ เป็นครูใหญ่

พ.ศ. 2478 โรงเรียนได้แยกชั้นเรียน คือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6ให้ย้ายมาเรียนยังเลขที่ 660 ถนนราชดำเนิน ตำบลคลัง อำเภอเมือง ตรงข้ามสนามหน้าเมือง ใกล้กับบริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนในปัจจุบัน โดยใช้เรือนไม้ 3 หลังเรียกว่า "พลับพลา" เป็นสถานที่เรียน (พลับพลานี้คือ ที่พักของผู้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อคราวเสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต

ยุคก่อร่างสร้างตัว[แก้]

พ.ศ. 2480 เริ่มก่อสร้างอาคารเรียนหลังแรก พระยาสุราษฎร์ธานี ข้าหลวงประจำจังหวัด ขุนบูรณวาท ธรรมการจังหวัดและหลวงอถรรปกรณ์โกศล อัยการจังหวัด ได้ขอความอนุเคราะห์จากคหบดีเจ้าของเหมืองแร่ที่อำเภอร่อนพิบูลย์ ชื่อนายอึ่งค่ายท่าย แซ่อึ่ง บริจาคเงินเพื่อสร้างอาคารเรียนให้โรงเรียนสตรีประจำจังหวัด ซึ่งท่านได้บริจาคเป็นจำนวน 30,000 บาท สมทบกับเงินงบประมาณของกระทรวงธรรมการ 12,000 บาท รวมค่าก่อสร้าง 42,000 บาท การก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2482 อาคารเรียนหลังนี้ชื่อว่า "อาคารอึ่งค่ายท่าย" เป็นอาคารเรียนหลังแรกของโรงเรียนที่ภูมิฐานสง่างาม มาตราบจนปัจจุบัน

พ.ศ. 2490 โรงเรียนได้ขยายชั้นเรียนเปิดรับนักเรียนชั้นเตรียมอักษรศาสตร์ ปีที่ 1 และ ปีที่ 2 ในปีถัดมา สมัยนั้น เรียกว่า ม.7 และ ม.8

อาคารอึ่งค่ายท่ายในปัจจุบัน

พ.ศ. 2495 กระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติให้เปลี่ยนชื่อจาก“โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช” เป็น “โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช” เปิดสอนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-8

พ.ศ. 2503 ได้สร้างอาคารเรียนหลังที่ 2 พ.ศ. 2505 เริ่มรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ม.ศ.1) ตามหลักศุตรพุทธศักราช 2503

ยุคก้าวไกล[แก้]

พ.ศ. 2511 ได้รับพิจารณาให้เป็นโรงเรียนในโครงการปรับปรุงโรงเรียนมัธยมในชนบท (คมช.)

พ.ศ. 2519 รับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ม.1) รับแบบ สหศึกษา และได้ที่ดินอันเป็นที่ตั้งของ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราชเดิม เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียน จึงแยกออกเป็น 2 บริเวณ เรียกว่า กณ.1 และ กณ.2

หลังจากนั้นโรงเรียนก็ได้รับงบประมาณปรับปรุง สร้างอาคารเรียนหลายอาคารเพิ่มขึ้น

อัตลักษณ์ประจำโรงเรียน[แก้]

สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน[แก้]

สัญลักษณ์โรงเรียน
  • สัญลักษณ์ของโรงเรียน :นางฟ้าชูคบเพลิงโชติช่วงอยู่เหนืออักษรแพรชื่อโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช

หมายถึงความงดงามโชติช่วงของสถานศึกษา อันมีแสงของคบเพลิงเป็นแสงนำทางไปสู่ความสำเร็จ

  • สีประจำโรงเรียน : ขาว - น้ำเงิน

██ สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์ หมดจด เหนือความชั่วร้ายทั่งปวง

██ สีน้ำเงิน หมายถึง ความกล้าหาญในการทำความดีเยี่ยงวีรบุรุษ วีรสตรี ทั้งหลาย

  • อุดมการณ์ประจำโรงเรียน : เรียนดี ฝีมือเยี่ยม เปี่ยมคุณธรรม นำสังคม
  • คติพจน์ : "ปญฺญา โลกสฺมิ ปชฺ โชโต" ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก
  • ต้นไม้ประจำโรงเรียน : ต้นจัน
  • เพลงประจำโรงเรียน : เพลงตรึงใจเตือน,เพลงมาร์ชกัลยาณีฯ

เพลงประจำโรงเรียน[แก้]

เพลงประจำโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เพลงร่มจันกัลยาณีฯ มีทั้งหมด 12 เพลง ดังนี้

1. สระกวีศรีปราชญ์ เนื้อร้อง-ทำนอง: สุธีร์ เจริญสุข ขับร้อง: ทิพวัลย์ ปิ่นภิบาล

2. พระสูง เนื้อร้อง-ทำนอง: สุธีร์ เจริญสุข ขับร้อง: ชินกร ไกรลาศ

3. กัลยาณีขวัญใจ เนื้อร้อง-ทำนอง: สุธีร์ เจริญสุข ขับร้อง: รวงทอง ทองลั่นทม

4. ตรึงใจเตือน เนื้อร้อง-ทำนอง: กวี สัตโกวิทย์ ขับร้อง: โฉมฉาย อรุณฉาน

5. มิ่งขวัญกัลยาณี เนื้อร้อง-ทำนอง: สุธีร์ เจริญสุข ขับร้อง: จงกลณี ศักดิ์วงศ์ และ อโศก สุขศิริพรฤทธิ์

6. ลาแล้วกัลยาณีฯ เนื้อร้อง-ทำนอง: สุธีร์ เจริญสุข ขับร้อง: ทิพรัฐ กลับวงศา

7. มาร์ชกัลยาณี เนื้อร้อง-ทำนอง: สุธีร์ เจริญสุข ขับร้อง: ร้องหมู่สุนทราภรณ์

8. อุดมการณ์กัลยาณี เนื้อร้อง-ทำนอง: สุธีร์ เจริญสุข ขับร้อง: ศรีสุดา รัชตะวรรณ

9. เฮฮากัลยาณี เนื้อร้อง-ทำนอง: สุธีร์ เจริญสุข ขับร้อง: ร้องหมู่สุนทราภรณ์

10. ตะลุงกัลยาณี เนื้อร้อง-ทำนอง: สุธีร์ เจริญสุข ขับร้อง: ศรีสุดา รัชตะวรรณ และ เสถียร ปานคง

11. รักกัลยาณี เนื้อร้อง-ทำนอง: สุธีร์ เจริญสุข ขับร้อง: ร้องหมู่สุนทราภรณ์

12. คิดถึงกัลยาณี เนื้อร้อง-ทำนอง: สุธีร์ เจริญสุข ขับร้อง: โสมรัศมิ์ เกาวนันท์ และ วิษณุ มหามิตร

ขนาดโรงเรียน[แก้]

โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราชตั้งอยู่ ณ 660 ถ.ราชดำเนิน ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

  • ทิศตะวันตกอยู่ตรงข้ามกับสนามหน้าเมือง
  • ทิศตะวันออกติดกับถนนศรีปราชญ์
  • ทิศเหนืออยู่ตรงข้ามกับ โรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช ณ นคร อุทิศ
  • ทิศใต้ ติดกับศาลาประดู่หก

โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง

  • ฝั่งก.ณ.1 มีเนื้อที่ 10 ไร่ 2 งาน 28 ตารางวา
  • ฝั่งก.ณ.2 มีเนื้อที่ ประมาณ 5 ไร่เศษ

ข้อมูลบุคลากรในโรงเรียน

  • คณะครู-อาจารย์ 205 คน
  • นักเรียน ชั้น ม.1-ม.6 จำนวน 3,250 คน
  • จำนวนห้องเรียน 65 ห้อง แยกเป็น

-ห้องเรียนปกติ

-ห้องเรียนโครงการพิเศษ 14 ห้องเรียน

ช่วงชั้นที่ 3 ห้องเรียนพิเศษโครงการหลักสูตรภาคภาษาอังกฤษ (English Programme : EP) ระดับละ 2 ห้องเรียน

ช่วงชั้นที่ 4 ห้องเรียนพิเศษโครงการหลักสูตรภาคภาษาอังกฤษแบบเข้ม (IEP) ระดับละ 1 ห้องเรียน

ช่วงชั้นที่ 3 ห้องเรียนพิเศษโครงการพัฒนาความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ (Science Math Gifted Programs : SMGP) ระดับละ 2 ห้องเรียน

ช่วงชั้นที่ 4 ห้องเรียนพิเศษโครงการนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ ด้านวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ ระดับละ 1 ห้องเรียน

ทำเนียบผู้บริหาร[แก้]

นับแต่ปี พ.ศ. 2466 เป็นต้นมา โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารมาแล้ว ดังนี้

ลำดับ ตำแหน่ง รายนามผู้บริหาร วาระการดำรงตำแหน่ง หมายเหตุ
1. ครูใหญ่ นายเลื่อน ทองธวัช พ.ศ. 2466
2. ครูใหญ่ นายมี จันทร์เมือง (พ.ศ. 2467 - พ.ศ. 2473)
3. ครูใหญ่ นายคลิ้ง ขุนทรานนท์ พ.ศ. 2473
4. ครูใหญ่ นางสาวอัมพร เผื่อนพงษ์ (พ.ศ. 2474 - พ.ศ. 2476)
5. ครูใหญ่ นางสาวซ่วนจู้ อุ่ยสกุล (พ.ศ. 2476 - พ.ศ. 2477)
6. อาจารย์ใหญ่ นางภูเก็ต อาจอนามัย (พ.ศ. 2477 - พ.ศ. 2483)
7. อาจารย์ใหญ่ นางนวลละออ ลีละพันธ์ (พ.ศ. 2483 - พ.ศ. 2512)
8. อาจารย์ใหญ่ นางสุวนีย์ ตันตยาภรณ์ (พ.ศ. 2513 - พ.ศ. 2518)
9. ผู้อำนวยการ นางสาวเสาวลักษณ์ ศรีวัชรินทร์ (พ.ศ. 2518 - พ.ศ. 2526)
10. ผู้อำนวยการ นางกรองทอง ด้วงสงค์ (พ.ศ. 2526 - พ.ศ. 2535)
11. ผู้อำนวยการ นางอรุณ นนทแก้ว (พ.ศ. 2535 - พ.ศ. 2536)
12. ผู้อำนวยการ นายสวงค์ ชูกลิ่น (พ.ศ. 2536 - พ.ศ. 2541)
13. ผู้อำนวยการ นายวิญญู ใจอารีย์ (พ.ศ. 2541 - พ.ศ. 2543)
14. ผู้อำนวยการ นายอนันต์ สุนทรานุรักษ์ (พ.ศ. 2543 - พ.ศ. 2547)
15. ผู้อำนวยการ นายอุส่าห์ ศิวาโมกข์ (พ.ศ. 2547 - พ.ศ. 2552)
16. ผู้อำนวยการ นายสุพจน์ อภิศักดิ์มนตรี (พ.ศ. 2552 - พ.ศ. 2557) ย้ายไปปฎิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย

ฝ่ายบริหาร[แก้]

  • ฝ่ายบริหารโรงเรียน
ตำแหน่ง ชื่อ-สกุล วิทยฐานะ
รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน นายเรืองศักดิ์ สุพงษ์วิบูลย์พันธ์ รองผู้อำนวยการชำนาญการ
รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ นายสามารถ แต่งอักษร รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ
รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคลากรและงบประมาณ นายวิศาล ภูริวัฒน์ รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ
รองผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารทั่วไป นายศักดิ์ชัย คงแก้ว รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ
  • หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ (ปีการศึกษา 2557)
ตำแหน่ง ชื่อ-สกุล วิทยฐานะ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ นางบุษบา มณีโชติ ครูชำนาญการ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ นางจิตประภา ศักดามาศ ครูชำนาญการ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย นางวาสินี ขวัญฤทธิ์ ครูชำนาญการพิเศษ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม นายราชัน โกศัลวิตร ครูชำนาญการพิเศษ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างประเทศ นางสาวฐิตารีย์ จันทรศร ครูชำนาญการ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา นายอุทัย ศักดิ์จิรพาพงษ์ ครูชำนาญการพิเศษ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ นายธีรนันท์ เรืองอ่อน ครูชำนาญการ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี นายอุส่าห์ ศรีสวัสดิ์ ครูชำนาญการพิเศษ
หัวหน้ากลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นางมนชยา นาวากาญจน์ ครูชำนาญการพิเศษ

โบราณสถานสำคัญประจำโรงเรียน[แก้]

อนุสรณ์สถานศรีปราชญ์ที่ประดิษฐานอยู่บริเวณสระล้างดาบศรีปราชญ์
บรรยากาศบริเวณสระล้างดาบศรีปราชญ์

อนุสรณ์สถานศรีปราชญ์[แก้]

อนุสรณ์สถานศรีปราชญ์ ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช ฝั่งก.ณ.1 ประกอบด้วยสระล้างดาบศรีปราชญ์และอนุสาวรีย์ศรีปราชญ์

สระล้างดาบศรีปราชญ์ถือกันตามตำนานว่าเป็นอนุสรณ์การตายของศรีปราชญ์ ผู้เป็นกวีเอกในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา แต่ถูกเนรเทศมาอยู่ ณ เมืองนครศรีธรรมราช ต่อมาเกิดมีความขัดเคืองใจแก่เจ้านครศรีธรรมราช จึงถูกสั่งประหาร หลังจากประหารศรีปราชญ์แล้วเพชฌฆาตได้นำดาบมาล้างที่สระแห่งนี้ เล่ากันว่าแต่เดิมสระล้างดาบมีขนาดใหญ่มากคือตั้งแต่บริเวณหลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัดปัจจุบัน จนถึงหลังโรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช แต่ต่อมาเกิดความตื้นเขิน และบางส่วนทางเทศบาลจำเป็นต้องถมเพื่อตัดถนน จึงเหลือให้เห็นเพียงสระที่อยู่ในเขตโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราชเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ขุนอาเทศคดี ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองนครได้แย้งว่า สระดังที่กล่าวนั้นหาใช้สระล้างดาบศรีปราชญ์ไม่ หากเป็นสระที่ขุดขึ้นใหม่ในพ.ศ. 2448 เพื่อให้เจ้านายฝ่ายในที่ยังทรงพระเยาว์ได้พายเรือเล่น ทั้งยังได้ยืนยันว่า สระล้างดาบศรีปราชญ์แท้จริงนั้น อยู่บริเวณหลังศาลาประดู่หก แต่ในปี พ.ศ. 2476 ถูกถมเพื่อสร้างที่ทำการและที่พักข้าหลวงภาค 8ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่ตั้งบ้านพักประมงจังหวัด และศูนย์จักรกลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด

ด้วยความที่สระล้างดาบศรีปราชญ์บริเวณโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช เป็นเพียงสถานที่เดียวในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่บ่งบอกถึงเหตุการณ์การประหารชีวิตศรีปราชญ์ในครั้งนั้น ประกอบกับการที่ชาวกัลยาณีศรีธรรมราชและชาวเมืองนครศรีธรรมราช ให้ความเคารพสักการะศรีปราชญ์ ว่าเป็นบรมครูแห่งกานท์กลอนคนหนึ่งของประเทศ จึงทำให้ทุกองค์กรในโรงเรียน และจังหวัด เห็นพ้องต้องกันว่าสมควรสร้างอนุสาวรีย์ศรีปราชญ์ จึงร่วมกันประสานงานเพื่อจัดสร้างอนุสาวรีย์ศรีปราชญ์โดยกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบรูปหล่อโลหะ และ ทำพิธีทางศาสนา พราหมณ์และพุทธ โดยประดิษฐานอนุสาวรีย์ ณ ทิศหรดีแห่งสระล้างดาบศรีปราชญ์ ซึ่งอนุสรณ์ศรีปราชญ์ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จในสมัยผู้อำนวยการอนันต์ สุนทรานุรักษ์

ในวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอนุสาวรีย์ศรีปราชญ์ ยังความปลาบปลื้มแก่ชาวกัลยาณีศรีธรรมราชและชาวนครศรีธรรมราชเป็นล้นพ้น

พระวิหารสูง หรือ หอพระสูง[แก้]

หอพระวิหารสูง หรือชาวกัลยาณีศรีธรรมราชเรียกกันว่า”พระสูง” นั้นประดิษฐานอยู่ในโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช ฝั่งก.ณ.2

เป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองนครศรีธรรมราช ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองโบราณนครศรีธรรมราชด้านทิศเหนือในบริเวณสนามหน้าเมือง ใกล้สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถนนราชดำเนิน เรียกชื่อตามลักษณะของการก่อสร้างของพระวิหารซึ่งสร้างบนเนินดินที่สูงกว่าพื้นปกติถึง 2.10 เมตร ไม่ปรากฏหลักฐานแสดงประวัติอย่างแท้จริง แต่สามารถสันนิษฐานจากลักษณะของสถาปัตยกรรม และจิตรกรรมฝาผนังว่าสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ภายในพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นแกนดินเหนียว สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพุทธศตวรรษที่ 23–24 หรือในสมัยอยุธยาตอนปลาย

ยังไม่ปรากฏหลักฐานทางเอกสารแน่ชัดเกี่ยวกับประวัติการสร้างหอพระสูงแห่งนี้ แต่มีเรื่องเล่าของชาวบ้านที่บอกเล่าต่อ ๆ กันมาว่า เนินดินขนาดใหญ่เป็นที่ประดิษฐานหอพระสูงนั้น ชาวบ้านได้ช่วยกันขุดดินจากบริเวณคลองหน้าเมืองมาถมเป็นเนินขนาดใหญ่เพื่อใช้ตั้งปืนใหญ่ในการสกัดกั้นทัพพม่า ในคราวที่ได้มีการยกทัพใหญ่ลงมาตีหัวเมืองหน้าด่านต่าง ๆ ทางภาคใต้ ตั้งแต่มะริด ถลาง ไชยา จนถึงนครศรีธรรมราช บริเวณสนามหน้าเมืองน่าจะเป็นสนามรบและตั้งทัพตามกลยุทธ์ในการจัดทัพออกศึก เพื่อต่อสู้ประจัญบาน ต่อมาบริเวณแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ได้มีการก่อสร้างพระพุทธรูปเพื่อเป็นที่เคารพสักการบูชา และได้สร้างวิหารครอบองค์พระพุทธรูปในเวลาต่อมา

รูปแบบสถาปัตยกรรม เป็นอาคารทรงไทยรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ก่ออิฐถือปูนขนาดกว้าง ๕.๙๐ เมตร ยาว ๑๓.๒๐ เมตร สูง ๓.๕๐ เมตร หันหน้าไปทางทิศตะวันออก หลังคาเป็นเครื่องไม้มุง กระเบื้องดินเผาผนังด้านข้างเยื้องมาทางด้านหน้าทั้งสองด้านเจาะเป็นกรอบหน้าต่าง ทำช่องรับแสงในกรอบเป็นรูปกากบาท ฐานชั้นล่างก่อด้วยอิฐเป็นตะพัก ๔ ชั้น ด้านหน้าทางขึ้นเป็นบันไดต่อจากเนินเข้าไปยังพระวิหาร

รูปแบบประติมากรรม ได้แก่ องค์พระพุทธรูปประธาน ปางมารวิชัย แกนพระพุทธรูปทำด้วยดินเหนียวโบกปูนปั้น องค์พระภายนอกขนาดหน้าตักกว้าง ๒.๔๐ เมตร สูง ๒.๘๐ เมตร ลักษณะอวบอ้วน พระพักตร์เป็นรูปสี่เหลี่ยม พระขนงโก่ง พระนาสิกงุ้ม พระโอษฐ์เป็นรูปคันศร พระศอเป็นริ้ว พระกรรณห้อยต่ำอยู่ใต้พระศก พระเกศาเกล้าเป็นมวย เม็ดพระศกเป็นขมวดปนเล็ก ยอดพระเกตุมาลาอาจหักหายไปครองผ้าสังฆาฏิเฉียงจากพระอังสาซ้ายมาจรดพระนาภี ศาสตราจารย์หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ทรงวินิจฉัยว่าควรจัดอยู่ในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๒๓ - ๒๔ สมัยอยุธยาตอนปลาย หรือรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ทางด้านหลังขอหอพระสูงพบพุทธรูปหินทรายแดง ปางมารวิชัย เศียรหักหายไป ส่วนฐานมีจารึกภาษาขอม รูปแบบจิตรกรรมฝาผนัง เขียนเป็นรูปดอกไม้ห้อยลง กลีบดอกเขียนด้วยสีน้ำตาลจำนวน ๘ กลีบ ด้านดอกเขียนสีน้ำเงินหรือสีคราม ส่วนก้านเกสรเป็นลายไทย ดูอ่อนช้อยสวยงาม ส่วนใต้ฐานพระพุทธรูปเป็นลายจีน เข้าใจว่าคงเขียนขึ้นภายหลัง รูปแบบของจิตรกรรมฝาผนังคล้ายงานเขียนในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่มีอิทธิพลจีนเข้ามาปะปนผสมกับลวดลายไทย

อาคารของโรงเรียน[แก้]

โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง

“ ฝั่งกัลยาณี 1 ” มีเนื้อที่ 10 ไร่ 2 งาน 28 ตารางวา มีอาคารดังนี้

อาคาร 1 หรือเรียกว่า อาคารอึ่งค่ายท่าย เป็นอาคาร 2 ชั้น

  • ชั้นล่างเป็นห้องสำนักงานผู้อำนวยการ ,กลุ่มบริหารกิจการนักเรียน,กลุ่มงานงบประมาณ,กลุ่มงานบริหารวิชาการ
  • ชั้นบนเป็นสำนักงานกลุ่มบริหารงานทั่วไป ห้องแผนงาน ศูนย์วัฒนธรรม ห้องจริยธรรม ห้องพักครูและห้องเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

อาคาร 2 (อาคาร EP) เป็นอาคารพิเศษ 4 ชั้น ซึ่งติดตั้งเครื่องปรับอากาศทั้งอาคาร

  • ชั้นล่าง เป็นโรงอาหารโรงที่ 2
  • ชั้นที่ 1-3 เป็นห้องประชุม,ห้องสำนักงานโครงการหลักสูตรภาคภาษาอังกฤษ และ ห้องเรียนโครงการหลักสูตรภาคภาษาอังกฤษ (The English Program)

อาคาร 3 อาคาร 7 ชั้น

  • ชั้นที่ 1 เป็นโรงอาหาร,ห้องกิจกรรมสหกรณ์ร้านค้า และศูนย์บริการการศึกษามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
  • ชั้นที่ 2 เป็นห้องประชุมใหญ่,ห้องโภชนาการ และ ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์
  • ชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียนทั่วไป
  • ชั้นที่ 4 เป็นห้องเรียนทั่วไป และ ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
  • ชั้นที่ 5- 7 เป็นห้องเรียนประจำของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และห้องพักครูประจำระดับชั้น

อาคาร 4 หรือเรียกกันว่า อาคารกวีศรีปราชญ์ เป็นอาคาร 2 ชั้น

  • ชั้นล่าง เป็นห้องพยาบาลและห้องที่จัดนิทรรศการเกี่ยวกับชีวประวัติศรีปราชญ์
  • ชั้นบน เป็นห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

อาคาร 5เป็นอาคาร 4 ชั้น ที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศทั้งอาคาร

  • ชั้นที่ 1 เป็นห้องเรียน และ ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (ธุรกิจ)
  • ชั้นที่ 2 เป็นห้องเรียน และ ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
  • ชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียน และ ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
  • ชั้นที่ 4 เป็นห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์

อาคาร 6 (อาคารวิทย์) เป็นอาคาร 3 ชั้น

  • ชั้นที่ 1 เป็นห้องแนะแนวและห้องโสตทัศนศึกษา
  • ชั้นที่ 2-3 เป็นห้องเรียน ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

อาคาร 7 (อาคาร SMGP) เป็นอาคาร 7 ชั้น

  • ชั้นที่ 1 เป็นโถง ไว้ทำกิจกรรม ประชุม
  • ชั้นที่ 2 เป็นห้องสมุดโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช
  • ชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียนม.1 และ ม.2 ของโครงการพัฒนาความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ (SMGP)
  • ชั้นที่ 4 เป็นห้องเรียนม.3 และ ห้องแล็ปม.ต้นของโครงการพัฒนาความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ (SMGP)
  • ชั้นที่ 5 เป็นห้องเรียนม.4-6 ของโครงการพัฒนาความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ (SMGP)
  • ชั้นที่ 6 เป็นห้องแล็ปวิทยาศาสตร์ของโครงการพัฒนาความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ (SMGP)
  • ชั้นที่ 7 เป็นห้องเรียนม.4 แผนการเรียนวิทยาศาตร์ทั้งหมด

“ ฝั่งกัลยาณี 2” มีเนื้อที่ ประมาณ 5 ไร่เศษ มีอาคารดังนี้

  • โรงฝึกงานเกษตร
  • โรงฝีกงานคหกรรม
  • โรงฝึกงานอุตสาหกรรม และ ห้องดนตรี และ การขับร้องสากล (K.N. CHORUS)
  • โรงฝึกวิชาพลศึกษา (โรงยิมส์) และ ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้พลศึกษา
  • เรือนเพาะชำ
  • อาคารสมาคมฯ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (นาฏศิลป์)

รวมอาคารเรียนทั้งหมด 7 หลัง โรงฝึกงาน 4 หลัง

หลักสูตรที่เปิดสอน[แก้]

ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น[แก้]

  • หลักสูตรภาคปกติ
  • หลักสูตรภาคภาษาอังกฤษ (English Programme : EP)
  • หลักสูตรโครงการพัฒนาความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ (Science Math Gifted Programs : SMGP)

ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย[แก้]

  • แผนการเรียนวิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์
  • แผนการเรียนศิลป์ - คณิตศาสตร์ (ภาษาอังกฤษ - คณิตศาสตร์)
  • แผนการเรียนศิลป์ - ภาษาไทย-สังคมศึกษา
  • แผนการเรียนศิลป์ - ภาษาฝรั่งเศส
  • แผนการเรียนศิลป์ - ภาษาญี่ปุ่น
  • แผนการเรียนศิลป์ - ภาษาจีน
  • ห้องเรียนพิเศษโครงการนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ ด้านวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์
  • ห้องเรียนพิเศษโครงการหลักสูตรภาคภาษาอังกฤษแบบเข้ม (IEP)

กิจกรรมโรงเรียน[แก้]

  • กิจกรรมการรับน้องใหม่ และ ปฐมนิเทศ
  • พิธีไหว้ครู-การทำพานไหว้ครู และประกวดพานไหว้ครู
  • พิธีสักการะพระพุทธรูปประจำโรงเรียน พิธีบูชาพระวิหารสูง พิธีเคารพยุวกษัตริย์ พิธีสดุดีครูกวีศรีปราชญ์ และพิธีรำลึกคุณคหบดีอึ่งค่ายท่าย
  • งานคืนสู่เหย้าชาวกัลยาณีฯ เรียกว่า"งานคืนสู่ร่มจัน กัลยาณีฯ"
  • กิจกรรมแข่งขันกีฬาคณะสีภายในโรงเรียนโดยจะแบ่งออกเป็น 4 คณะคือ

██ คณะนฤนาทจักรินทร์ (สีส้ม)

██ คณะระวีวัฒนา (สีแดง)

██ คณะบุษราคัม (สีเหลือง)

██ คณะเมฆราช (สีฟ้า)

  • การแข่งขันกีฬา"ดิวิชั่น"กระชับมิตร
  • กิจกรรมแข่งขันกีฬา กรีฑา นักเรียน นักศึกษาและประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช"นครเกมส์"
  • ประเพณีแห่เทียนพรรษาเนื่องในวันเข้าพรรษา
  • งานมหกรรมวิชาการ"วันมัธยมศึกษา"
  • กิจกรรมอำลาคณะกรรมการนักเรียน
  • งานแสดงมุทิตาจิต ต่อคุณครูที่เกษียณอายุราชการและคุณครูที่ลาออกก่อนเกษียณอายุราชการ
  • ประเพณีทำบุญให้ทานไฟในทุกระดับชั้น ณ วัดต่างๆ
  • งานวันปัจฉิมนิเทศนักเรียนชั้นม.6
  • การตรวจผมนักเรียนที่ผิดระเบียบ ทุกๆ ต้นเดือน โดยหัวหน้าระดับ และอาจารย์ฝ่ายปกครอง
  • กิจกรรม K.N.BOOM ในวันปัจฉิมนิเทศนักเรียนชั้นม.6 ( เริ่มครั้งแรกในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 โดย นร.ชั้น ม.5 รุ่น 92 และคณะกรรมการนักเรียน รุ่น 93 )

และมีอีกหลายกิจกรรมซึ่งบูรณการเข้ากับ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]

วงการบันเทิง[แก้]

  • ลูกตาล วรรณทิชา ทิชินพงศ์ (ลูกตาล The Star 3)
  • ทราย อาร์ สยาม (นววรรณ นนทโชติ)
  • เพลินศิลป์ เกตุแก้ว นักร้องวงบลูเบอร์รี่เจ้าของผลงานเพลง"ชิมิ"
  • ฟิล์ม ณรินทร์ทิพย์ อาร์สยาม
  • เพชรี พรหมช่วย พิธีกรรายการ"โต๊ะข่าวบันเทิง"
  • ปิยวัฒน์ สุทธิช่วย เค AF9 KN'92
  • ไหมแก้ว เพชรแก้ว KPN Award ครั้งที่ 22 ไหมแก้ว KPN1 KN'94
  • ทิพยาภรณ์ วิยาสิงห์ หรือ ปุยฝ้ายD08 ผู้เข้าประกวดดัชชี่บอยแอนด์เกิล 2012 KN'98
  • กาย สวิตต์ ลีละพงศ์วัฒนา ผู้ประกาศข่าวช่อง9 สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์
  • ฝน วารุณี จันทรศิริรังษี ฝน เดอะวอยซ์ไทยแลนด์ ซีซั่นที่ 2 KN'92

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]