โรงเรียนวัดราชโอรส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนวัดราชโอรส
ตราสัญลักษณ์
ตราสัญลักษณ์พระราชทาน
ทำตัวน่ารัก ใจภักดิ์โรงเรียน หมั่นเพียรศึกษา ใฝ่หาความรู้ อยู่ด้วยวินัย
เลขที่ 4 ซอยเอกชัย 4(สุทธานินทร์) ถนนเอกชัย แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร ไทย ประเทศไทย 10150
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Wat Raja o ros school
อักษรย่อ ร.อ. (R.O.)
ประเภท รัฐบาล
สถาปนา 19 มีนาคม พ.ศ. 2458
ผู้ก่อตั้ง ขุนจงจิตต์ฝึก (โชติ ไชยภัฏ)
รหัส 1000103501
เพลง เพลงราชโอรสสถาบัน
สังกัดการศึกษา สพฐ.เขต 1

โรงเรียนวัดราชโอรส เดิมเป็นโรงเรียนประชาบาล ตั้งอยู่ในเขตวัดราชโอรสาราม ด้านหน้าติดกับคลองสนามชัย หรือ คลองด่าน เดิมชื่อโรงเรียนประสิทธิ์วิทยาคม ต่อมาได้โอนเป็นโรงเรียนรัฐบาลขึ้นกับกระทรวงธรรมการ โดยรองอำมาตย์เอกหลวงพิรุณพิทยาพรรณเจ้าหน้าที่กระทรวงธรรมการกับพระธรรมุเทศาจารย์ เจ้าอาวาส ได้พิจารณาร่วมกันว่ายังไม่มีโรงเรียนมัธยมในละแวกนี้จึงเสนอให้โอนโรงเรียนประสิทธิ์วิทยาคมไปขึ้นกับกระทรวงธรรมการ มีชื่อว่า โรงเรียนวัดราชโอรส ในวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2458 เปิดสอนครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2458 แต่ปัจจุบันมีชั้นเรียนตั้งแต่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1-6 โดยมีเนื้อที่ทั้งสิ้น 21 ไร่ 262 ตารางวา

สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน[แก้]

  • ตราสัญลักษณ์ประจำโรงเรียน เลข ๓ เหนืออักษร ร.อ. ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฏ
  • คติพจน์ อตตนา โจทยตตนํ แปลว่า จงเตือนตนด้วยตนเอง
  • คำขวัญ ทำตัวน่ารัก ใจภักดิ์โรงเรียน หมั่นเพียรศึกษา ใฝ่หาความรู้ อยู่ด้วยวินัย
  • สีประจำโรงเรียน ฟ้า - เหลือง โดยทั้งสองสีหมายถึงผู้มีคุณธรรมอันสูงส่ง
  • องค์อุปการะ พระธรรมกิตติวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชโอรส
  • ดอกไม้ประจำโรงเรียน ดอกพิกุล ซึ่งเป็นที่มาของคำเรียกขานนักเรียนว่า "สุภาพบุรุษลูกราชา และ กุลสตรีศรีพิกุล"

ประวัติโรงเรียน[แก้]

โรงเรียนวัดราชโอรส เดิมเป็นโรงเรียนประชาบาล ตั้งอยู่ในเขตวัดราชโอรสาราม ด้านหน้าติดกับคลองสนามไชย ชื่อโรงเรียนประสิทธิ์วิทยาคม ต่อมาได้โอนเป็นโรงเรียนรัฐบาลขึ้นกับกระทรวงธรรมการ โดยรองอำมาตย์เอกหลวงพิรุณพิทยาพรรณ เจ้าหน้าที่กระทรวงธรรมการกับพระธรรมุเทศาจารย์ เจ้าอาวาส ได้พิจารณาร่วมกันว่ายังไม่มีโรงเรียนมัธยมในละแวกนี้ จึงเสนอให้โอนโรงเรียนประสิทธิ์วิทยาคมไปขึ้นกับกระทรวงธรรมการ มีชื่อว่า โรงเรียนวัดราชโอรส ในวันที่ 19 มีนาคม 2458 เปิดสอนในวันที่ 17 พฤษภาคม 2458 โดยมี ขุนจงจิตต์ฝึก (ราชบุรุษโชติ ไวยกฎ) ดำรงตำแหน่งครูใหญ่และคนแรก ระยะแรกโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนสหศึกษา เปิดสอนเพียง 2 ชั้น คือ ประถมปีที่ 1 และประถมปีที่ 2 ในช่วงเวลา 13 ปี ที่ขุนจงจิตต์ฝึกเป็นครูใหญ่ ได้ขยายการศึกษาอย่างเต็มที่ คือมีชั้นเรียนตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 1, 2 และ 3 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6

  • พ.ศ. 2474 ได้ยุบเลิกชั้นเรียนประถมเหลือแต่มัธยมศึกษาและได้ย้ายนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นไปอยู่ โรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ซึ่งตั้งขึ้นใหม่ปี 2485 จึงไม่มีนักเรียนหญิงที่โรงเรียนวัดราชโอรสอีกเลย
  • พ.ศ. 2527 ทางโรงเรียนเปิดรับนักเรียนหญิงในระดับ ม.ปลาย อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ได้เป็นโรงเรียนชายล้วนมาถึง 42 ปี
  • พ.ศ. 2532 โรงเรียนได้เปิดสอนแบบสหศึกษา โดยเริ่มรับในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
  • พ.ศ. 2548 โรงเรียนได้เปิดสอนการเรียนการสอนส่งเสริมความเป็นเลิศด้านภาษา Mini English Program (EIC)
  • พ.ศ. 2553 โรงเรียนได้เปิดสอนการเรียนการสอนส่งเสริมความเป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์ (Gifted)[1]

ประวัติสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในโรงเรียนวัดราชโอรส[แก้]

  • พ.ศ. 2472 กระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติเงินงบประมาณให้สร้างอาคารเรียนเรือนไม้ 2 ชั้นซึ่งเป็นบริเวณ อาคารธรรมุเทศาจารย์ ในปัจจุบัน
  • พ.ศ. 2514 ได้สร้างอาคารตึก 4 ชั้น 18 ห้องเรียน อาคารหลังนี้ชื่อว่าอาคาร “เทพญาณมุนี” ซึ่งขณะนั้นตั้งตามชื่อ ท่านเจ้าคุณพระเทพญาณมุนี ผู้อุปการะโรงเรียน อาคารหลังนี้มีพิธีเปิดใช้งานในวันที่ 18 ธันวาคม 2515
  • พ.ศ. 2519 ต่อมาเจ้าคุณพระเทพญาณมุนี ได้พัฒนาบำรุงวัด บำรุงโรงเรียนไปพร้อมกัน ได้ช่วยเหลือโรงเรียนทำให้ได้งบประมาณสร้างอาคารเรียนใหม่เป็นอาคารตึก 5 ชั้น ทางโรงเรียนจึงตั้งชื่ออาคารหลังนี้ว่าอาคาร “ราชโมลี” ซึ่งเป็นชื่อของเจ้าอาวาสท่านได้ทำนุบำรุงโรงเรียนและวัด
  • พ.ศ. 2526 ทางโรงเรียนได้รับงบประมาณจากกรมสามัญศึกษาให้สร้างอาคารเรียน 4 ชั้น 30 ห้องเรียน จึงก่อสร้างอาคารหลังนี้ในปีที่ดินแปลงใหม่ แล้วเสร็จ ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2527 และใช่ชื่อว่า อาคาร “ปัทมานุช” ตามนามสกุลผู้ขายและบริจาคที่ดิน และได้ทำพิธีเปิดอาคารหลังใหม่ในงานฉลองครบรอบ 70 ปี เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2528 โดย ฯพณฯ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายสมาน แสงมะลิ เป็นประธานพิธี
  • พ.ศ. 2533 โรงเรียนได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างอาคารหอประชุมธรรมกิตติวงศ์ และเสร็จในปีการศึกษา 2534
  • พ.ศ. 2536 - พ.ศ. 2539 โรงเรียนวัดราชโอรสขยายพื้นที่เดิม 21 ไร่เศษ มีพื้นที่เป็น 2 บริเวณ เชื่อมต่อกันด้วยสะพานลอย โดยความอนุเคราะห์ของสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนวัดราชโอรส
  • บริเวณที่ 1 เนื้อที่ 13 ไร่ ประกอบด้วยอาคารเรียนถาวร 4 หลัง อาคารโรงฝึกงาน อาคารหอประชุมและโรงอาหารซึ่งอยู่ใต้อาคารปัทมานุช สนามหญ้า สระน้ำ พระพุทธรูปในปราสาทกลางน้ำ สนามวอลเล่ย์ สนามบาสเกตบอล ที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ
  • บริเวณที่ 2 เนื้อที่ 9 ไร่เศษ ประกอบด้วย สระน้ำ และอาคารประกอบ โดยศิษย์เก่ารุ่น 12 โดยการนำของ

นายวิวัฒน์ ฑีฆะคีรีกุล ร่วมกันสร้าง นอกจากนั้นยังมีสนามฟุตบอล สนามบาสเกตบอล สนามวอลเล่ย์บอล สนามเทนนิส บ้านพักภารโรง

  • พ.ศ. 2542 โรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนถาวร 4 ชั้น 16 ห้องเรียน ทดแทนอาคารไม้ที่ชำรุดทรุดโทรม ได้ชื่อว่า อาคารธรรมุเทศาจารย์
  • พ.ศ. 2549 มีการปรับปรุงหอประชุมโรงเรียนวัดราชโอรส (หอประชุมธรรมกิตติวงศ์ ) ปรับปรุงโรงอาหารชั้น 1 อาคารปัทมานุช ตลอดจนห้องกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
  • พ.ศ. 2552 จัดสร้างอาคารกระจ่างศิลป์
  • พ.ศ. 2554 สร้างหลังคากันแดด หรือ โดมหลังคาเขียว
  • พ.ศ. 2556 ปรับปรุงห้องน้ำใต้ตึกเทพญาณมุนี ยกพื้นถนนใหม่ และจัด สร้าง อาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (มหาเจษฎาบดินทร์ราชเจ้า) ฉลองครบรอบ ๑๐๐ ปี ในปลายปีนี้

บริเวณโรงเรียน[แก้]

  • โดมหลังคา อยู่บริเวณหน้าอาคารเทพญาณมุนี
  • โรงอาหารอยู่ใต้อาคารปัทมานุชหลังพระพุทธรูปประจำโรงเรียน
  • ลานมะขามเทศไว้พักผ่อนหย่อนใจซึ่งอยู่ทางด้านล่างของหอประชุมธรรมกิตติวงศ์
  • หอประชุมราชโมลีอยู่ชั้น 1 เป็นห้องประชุมขนาดเล็กทางด้านเข้าหอประชุมมีประวัติทำเนียบผู้บริหาร โรงเรียน ตลอดจน วิสัยทัศน์ พันธกิจ ต่างๆ
  • ห้องพิพิธภัณฑ์ มหาเจษฎาบดินทร์
  • หอประชุมธรรมกิตติวงศ์ ประกอบด้วย หอประชุมขนาดใหญ่ ห้องสมุด ห้องแนะแนว ตลอดจนห้องกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และ ห้องลูกเสือ - เนตรนารี
  • ห้องประชุมพิกุล ห้องประชุมขนาดเล็ก
  • สระว่ายน้ำโรงเรียนวัดราชโอรส และสนามกีฬา-สนามแฮนด์บอล

เกียรติประวัติของโรงเรียนวัดราชโอรส[แก้]

  • ปี 2536 ได้รับรางวัลโรงเรียนดีเด่น กรมสามัญศึกษา
  • ปี 2536-2540 เป็นโรงเรียนพี่เลี้ยงโรงเรียนวังไกลกังวลในพระบรมราชูปถัมภ์ด้านงานแนะแนว
  • ปี 2536-2541 ได้รับคัดเลือกให้เป็นศูนย์จัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ของสถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • ปี 2527-2537 ได้รับถ้วยรางวัลการแข่งขันยูโดชนะเลิศติดต่อกัน 11 ปี
  • ปี 2538 ได้รับรางวัลโรงเรียนสิ่งแวดล้อมดีเด่น เขตการศึกษาส่วนกลาง
  • ปี 2538 ได้รับรางวัลห้องสมุดดีเด่นกรมสามัญศึกษา
  • ปี 2540 ได้รับโล่รางวัล “ โรงเรียนที่มีนักเรียนประพฤติดี มีคุณธรรม บำเพ็ญประโยชน์มากที่สุด ” จากกระทรวงศึกษาธิการ
  • ปี 2542 ได้รับเกียรติบัตร “ โรงเรียนที่จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และ สนับสนุนงานสารวัตรนักเรียน ” จากกรมพลศึกษา
  • ปี 2543- 2547 ได้รับโล่รางวัลธนาคารโรงเรียนดีเด่นและการปฏิบัติงานธนาคาร ดีเยี่ยมระดับประเทศ จากธนาคารออมสินติดต่อกัน 5 ปี
  • ปี 2544 โล่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การประกวดคำขวัญ เนื่องใน วันต่อต้านยาเสพติด จากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
  • ปี 2544 โล่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การประกวดสื่อต่อต้านยาเสพติด จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
  • ปี 2544 ได้รับเกียรติบัตรยกย่องต้านส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย ในการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
  • ปี 2545 โล่รางวัล “ เป็นโรงเรียนซึ่งมีนักเรียนจำนวนมาก ได้รับการยกย่องว่าประพฤติดี และ บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ” จากคณะกรรมการจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ
  • ปี 2545 ได้รับการยกย่องเป็น “ โรงเรียนยอดนิยม กรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานคร ”
  • ปี 2545 ได้รับรางวัลเกียรติยศ “ สถาบันการศึกษาปลอดยาเสพติดดีเด่น ภาครัฐบาลจากพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ”
  • ปี 2546 ศูนย์พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนวิชาภาษาญี่ปุ่น กรมสามัญศึกษา
  • ปี 2547 ศูนย์พัฒนาวิชาการภาษาจีน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • ปี 2540-2548 ได้รับรางวัลชนะเลิศกีฬาแฮนด์บอล จากการแข่งขันกีฬา นักเรียน
  • นักศึกษาแห่งประเทศไทย 7 ปีซ้อน - การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ 3 สมัยซ้อน
  • การ แข่งขันกีฬาแฮนด์บอลกรมพลศึกษา 8 ปีซ้อน
  • ปี 2549 ได้รับพระราชทานรางวัลเกียรติคุณ สัญญา ธรรมศักดิ์ ( ชมเชย) ประจำปีการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2548 จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  • ปี 2553 ได้รับรางวัล เป็นสถานศึกษา 3D ของ สพฐ.เขต ๑
  • ปี 2554 เป็นเจ้าภาพจัดกีฬาแฮนด์บอล สพฐ.เกมส์ ระดับจังหวัด และ ระดับภูมิภาค

[2]

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]

  • พลอากาศตรี อาวุธ เงินชูกลิ่น ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ประยุกต์ศิลป์) สาขาย่อย สถาปัตยกรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านออกแบบสถาปัตยกรรมไทย และอดีตอธิบดีกรมศิลปากร
  • สุพัฒน์ จินาพันธ์ เจ้าของบริษัทรองเท้ายี่ห้อ GoldCity
  • สุวัฒน์ ม่วงศิริ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • รศ.ดร.สุธน เสถียรยานนท์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
  • นนทนันท์ อัญชุลีประดิษฐ์ (คชา AF8) นักร้องจากรายการเรียลลิตี้โชว์ ทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย ฤดูกาลที่ 8
  • กนก รัตน์วงศ์สกุล คณะผู้บริหาร ตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนงานผู้ประกาศข่าว บริษัทเนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ นักข่าวในสถานีโทรทัศน์ เนชั่น แชนแนล
  • น.ส.ศิรดา ทวีกิจรัตน์ หรือเชอรี่ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในการประกวด Miss Thailand Chinese Cosmos 2013 และผู้เข้ารอบ 44 คนสุดท้าย Miss Universe Thailand 2013
  • วิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • แป้ง ก่อนบ่าย นักแสดงตลกช่อง3
  • นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุงพรรคประชาธิปัตย์
  • สรจักร ศิริบริรักษ์ นักเขียนเรื่องสั้นแนวเขย่าขวัญ ได้รับฉายาว่าเป็น สตีเฟ่น คิง เมืองไทย เจ้าของผลงาน ศพใต้เตียง ศพข้างบ้าน และ ศพท้ายรถ ปัจจุบันเสียชีวิตเนื่องจากมีอาการปอดบวม แทรกซ้อน
  • นพรัตน์ ประเสริฐสุข นักแสดงเรื่องยอพระกลิ่น สังกัดช่อง 7 สี
  • ขรรค์ชัย บุนปาน หนึ่งในผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน, ประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นักหนังสือพิมพ์, คอลัมนิสต์, นักเขียนรางวัลศรีบูรพา ประจำปี พ.ศ. 2548
  • นิเวศน์ กันไทยราษฎร์ นักเขียน นักแสดง วิทยากรด้านการพูด ได้รับรางวัลพระราชทานในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปี 2524 จากผลงานนวนิยายเรื่อง "ถนนนอกเมือง"

การเดินทาง[แก้]

  • รถยนต์โดยสารประจำทางสาย 43 , 120 ,167 และ ปอ. 544 ลงป้ายหยุดรถ บริเวณ ซ.เอกชัย 4
  • รถยนต์โดยสารประจำทางสาย 111 ลงป้ายหยุดรถ บริเวณวัดหนัง
  • รถซูบารุ สาย วัดสิงห์ – ดาวคะนอง , บิ๊กซี บางบอน – วัดนางนองวรวิหาร
  • รถไฟชานเมืองสายวงเวียนใหญ่ – มหาชัย ลงสถานีจอมทอง
  • เรือโดยสารประจำทางสายวัดไทร – ปากคลองตลาด
  • ยานพาหนะส่วนตัว

สถานที่ที่อยู่ใกล้เคียง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. คู่มือผู้ปกครอง ครู และนักเรียน ปีการศึกษา 2554 หน้า 9 -10
  2. คู่มือผู้ปกครอง ครู และนักเรียน ปีการศึกษา 2554 หน้า 12-13

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°42′08″N 100°27′54″E / 13.70226°N 100.465089°E / 13.70226; 100.465089