สุนทร คงสมพงษ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สุนทร คงสมพงษ์
รักษาการนายกรัฐมนตรี
(ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ)
ดำรงตำแหน่ง
24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 – 1 มีนาคม พ.ศ. 2534
สมัยก่อนหน้า พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ
สมัยถัดไป นายอานันท์ ปันยารชุน
หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
ดำรงตำแหน่ง
23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 – 7 เมษายน พ.ศ. 2535
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ดำรงตำแหน่ง
1 เมษายน พ.ศ. 2533 – 30 กันยายน พ.ศ. 2534
สมัยก่อนหน้า พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
สมัยถัดไป พลเอกสุจินดา คราประยูร
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 1 สิงหาคม พ.ศ. 2474
เสียชีวิต 2 สิงหาคม พ.ศ. 2542 (68 ปี)

พลเอกสุนทร คงสมพงษ์ (1 สิงหาคม พ.ศ. 2474 - 2 สิงหาคม พ.ศ. 2542) อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ประธานคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 มีชื่อเรียกในสื่อสารมวลชนว่า บิ๊กจ๊อด


ประวัติ[แก้]

พลเอกสุนทร จบการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 1 รุ่นเดียวกับ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ จากนั้น รับราชการทหารมาโดยตลอด เคยดำรงตำแหน่งสำคัญคือ ผู้บัญชาการศูนย์การบินทหารบก ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอกสุนทร สมรสกับ พันเอกหญิง คุณหญิงอรชร คงสมพงษ์ มีบุตรสองคนซึ่งได้แก่ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ (ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์) และ พ.ท.ณัฐพร คงสมพงษ์ ต่อมาได้แยกทางกันเมื่อ พ.ศ. 2533 หลังจากพลเอกสุนทร ใช้ชีวิตร่วมกับนางอัมพาพันธ์ ธเนศเดชสุนทร (อรุณเมือง, คงสมพงษ์, คงทรนง)

พลเอกสุนทรมีบุคลิกส่วนตัวคือ ชอบแต่งกายรัดรูป จนได้ฉายาว่า "นายพลเสื้อคับ" ชอบสูบบุหรี่จัด บุคลิกโผงผาง เสียงดัง มีคติประจำตัวว่า "ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน" เวลาไปราชการนิยมขับเฮลิคอปเตอร์ด้วยตนเองอยู่เสมอ

รัฐประหาร[แก้]

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 คณะนายทหารนำโดย พลเอกสุจินดา คราประยูร และพลเอกอิสระพงศ์ หนุนภักดี ร่วมด้วยพลอากาศเอกเกษตร โรจนนิล ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจจากพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ พลเอกสุนทร คงสมพงษ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นนายทหารที่อาวุโสสูงสุด จึงได้รับที่จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรสช.

ชีวิตบั้นปลาย[แก้]

ภายหลังเกษียณอายุราชการ พลเอกสุนทรไปเปิดกิจการร้านอาหารที่ปารีส ฝรั่งเศส โดยมิได้เข้ามาเกี่ยวข้องทางการเมือง หรือเปิดเผยตัวต่อที่สาธารณะ ก่อนจะกลับมาเมืองไทยและเสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2542 ด้วยโรคมะเร็งปอด อายุ 68 ปี

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]