โรงเรียนวัดสุทธิวราราม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนวัดสุทธิวราราม
Logo Suthi Transparency.png
บาลี: วิชฺชา วรํ ธนํ โหติ
วิชาเป็นทรัพย์อันประเสริฐ
252 ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120
พิกัด 13°42′45″N 100°30′44″E / 13.712399°N 100.512191°E / 13.712399; 100.512191
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Wat Suthi Wararam School
อักษรย่อ ส.ธ. (ST)
ประเภท รัฐบาล โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ
สถาปนา 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2454
โรงเรียนพี่น้อง โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย
เขตการศึกษา เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 สหวิทยาเขตราชนครินทร์
รหัส 1000102801
10012030 (Smis)
720115 (Obec)[1]
ผู้อำนวยการ นาย สุนันทวิทย์ พลอยขาว
รองผู้อำนวยการ นายไพบูลย์ สุขชุม

กลุ่มบริหารวิชาการ
นายอภิษฐา กิตติเอกชัย
กลุ่มบุคลากร การเงินและสินทรัพย์
นายสุภชัย ฐิติภัค
กลุ่มบริหารงานทั่วไป
นายอดุลย์ ศิริเวช
กลุ่มบริหารกิจการนักเรียน

ครู/อาจารย์ 156[2]
จำนวนนักเรียน 3,396[2]
ภาษา ภาษาที่มีการเรียนการสอนในโรงเรียน

ไทย ภาษาไทย
สหราชอาณาจักร ภาษาอังกฤษ
ประเทศจีน ภาษาจีน
ฝรั่งเศส ภาษาฝรั่งเศส

สี ชมพู ขาว เขียว
██████ ███
เพลง มาร์ชสุทธิวราราม, รวมใจชาวสุทธิฯ, รอบรั้วของเรา, อาลัยลา, อาลัยพี่, ชื่นชุมนุมสุทธิฯ
สัญลักษณ์ ดอกบัว และ เพชร
ฉายาทีมกีฬา สิงห์สะพานปลา
สังกัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
เว็บไซต์

โรงเรียนวัดสุทธิวราราม (อังกฤษ: Wat Suthi Wararam School) (อักษรย่อ: ส.ธ., ST) เป็นโรงเรียนแรกในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ราษฎรสร้างขึ้นแล้วยกให้กระทรวงธรรมการ และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชหัตถเลขาชมเชย ให้การสร้างโรงเรียนวัดสุทธิวราราม เป็นแบบอย่างของการบำเพ็ญกุศลที่ต้องด้วยพระราชนิยมเป็นอย่างยิ่ง โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาทรงกระทำพิธีเปิด เป็นโรงเรียนแรกในรัชกาล[4][5] เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 โดยใช้ชื่อพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว[6] ว่า โรงเรียนมัธยมพิเศษสุทธิวราราม

ปัจจุบันมีโรงเรียนวัดสุทธิวรารามมีอายุ 102 ปี เปิดทำการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 เป็นโรงเรียนชายล้วน เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ ดำเนินนโยบายแผนปฏิบัติการประจำปีสอดคล้องกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ มีเนื้อที่ 5 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวา ดำเนินนโยบายแผนปฏิบัติการประจำปีสอดคล้องกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร มีอาคารเรียนทั้งหมด 6 หลัง ห้องเรียน 72 ห้อง แบ่งตามแผนการจัดชั้นเรียนดังนี้ 12-12-12-12-12-12 มีครูทั้งหมด 156 คน จำนวนนักเรียนในปีการศึกษา 2556 รวมทั้งสิ้น 3,396 คน [2]

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ถูกสถาปนาขึ้นบนธรณีสงฆ์ของบริเวณที่เดิมเรียกว่าวัดลาว เนื่องจาก เดิมวัดลาวนี้เป็นวัดร้าง ในพ.ศ. 2424 ท่านผู้หญิงสุทธิ์ มารดาของท่านปั้น ภรรยาเจ้าพระยาวิเชียรคีรี (เม่น ณ สงขลา) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา ลำดับที่ 6 ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 สร้างวัดลาวขึ้นใหม่และหลังจากได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามวัดนี้ว่า “วัดสุทธิวราราม” ตามนามของท่านผู้หญิงสุทธิ์

ภายหลังวัดนี้ทรุดโทรมลง ท่านปั้นมีกตัญญูระลึกถึงคุณบิดา มารดา และเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาได้ปฏิสังขรณ์ก่อสร้างขึ้นบริบูรณ์ในพ.ศ. 2442 และได้เป็นผู้อุปถัมภ์วัดสุทธิวราราม โดยท่านได้รับการแต่งตั้งพระราชทานสัญญาบัตรมรรคนายกเป็นมรรคนายิกาวัดสุทธิวราราม ต่อมาเมื่อท่านปั้น อุปการโกษากร ถึงแก่กรรมในปี พ.ศ. 2451 ด้วยโรคฝีที่ข้อศอกข้างซ้าย[7] พระศิริศาสตร์ประสิทธิ์ (สุหร่าย วัชราภัย) บุตรชายดำรงตำแหน่งมรรคนายกวัดสุทธิวรารามต่อจากมารดา เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2451[8] บรรดาบุตรธิดาของท่านปั้น ได้แก่[9]

นางปั้น อุปการโกษากร
นางปั้น อุปการโกษากร
พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ (สุหร่าย วัชราภัย)
พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ (สุหร่าย วัชราภัย)
  1. คุณหญิงวิเชียรคีรี (สมบุญ วัชราภัย ณ สงขลา) ภริยาพระยาวิเชียรคีรี (ชม ณ สงขลา) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา ลำดับที่ 8
  2. คุณหญิงสุรบดินทร์สุรินทรฦๅชัย (บุญรอด วัชราภัย จารุจินดา) ภริยา เจ้าพระยาสุรบดินทร์สุรินทรฦๅชัย (พร จารุจินดา) สมุหพระนครบาล อุปราชมณฑลพายัพ และองคมนตรี
  3. นางอนันตสมบัติ (เชื้อ วัชราภัย ณ สงขลา) ภริยาพระอนันตสมบัติ (เอม ณ สงขลา) ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา มารดาเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ (จิตร ณ สงขลา) ประธานองคมนตรี และพระยามานวราชเสวี (ปลอด วิเชียร ณ สงขลา) องคมนตรี
  4. พระศิริศาสตร์ประสิทธิ์ (สุหร่าย วัชราภัย) ต่อมาเป็น ต่อมาเป็น พระยาพิจารณาปฤชามาตย์มานวธรรมศาสตร์สุปฤชา (สุหร่าย วัชราภัย) องคมนตรี
  5. คุณหญิงเพชรกำแหงสงคราม (เป้า วัชราภัย ยุกตะนันท์) ภริยาพระยาเพชรกำแหงสงคราม (มะลิ ยุกตะนันท์) ผู้สำเร็จราชการเมืองชุมพร ลำดับที่ 12
  6. หลวงการุญนรากร (แดง วัชราภัย) ต่อมาเป็น พระกรณีศรีสำรวจ (แดง วัชราภัย)
  7. คุณหญิงศรีสังกร (ตาบ วัชราภัย จารุรัตน์) ภริยาพระศรีสังกร (ตาด จารุรัตน์) ต่อมาเป็น พระยาศรีสังกร (ตาด จารุรัตน์) ประธานศาลฎีกา

มีประสงค์จะสร้างอนุสรณ์สถานเพื่ออุทิศเป็นทักษิณานุปทานแด่มารดา โดยมีพระศิริศาสตร์ประสิทธิ์เป็นหัวหน้า ตกลงกันว่าจะบำเพ็ญกุศลสนองคุณบุพการีในการฌาปนกิจศพท่านปั้นผู้เป็นมารดาซึ่ง ด้วยการสร้างสิ่งสาธารณประโยชน์ คือ "สถานศึกษา" จึงได้รวบรวมทุนทรัพย์จัดสร้างโรงเรียนขึ้นในบริเวณที่ธรณีสงฆ์วัดสุทธิวราราม

พระศิริศาสตร์ประสิทธิ์ ได้เป็นผู้นำในการปรึกษาเรื่องดังกล่าวกับกรมศึกษาธิการ กระทรวงธรรมการ ซึ่งได้ให้ความร่วมมือในการออกแบบก่อสร้างอาคารตามแบบที่เหมาะสม และได้เป็นผู้อุปการะโรงเรียนต่อมาอีกด้วย[10] โรงเรียนดังกล่าวซึ่งกรมศึกษาธิการรับไว้เรียกชื่อว่า "'โรงเรียนมัธยมพิเศษสุทธิวราราม"' เริ่มเปิดทำการสอนในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 เป็นวันแรก และมีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2454[11] ดังนี้

ด้วยตึกที่สร้างขึ้นที่วัดสุทธิวราราม ตำบลบ้านทวาย ถนนเจริญกรุง สำหรับบำเพญกุศลในการศพท่านปั้น มรรคนายิกาวัดสุทธิวรารามนั้น เมื่อเสร็จการฌาปนกิจแล้ว ผู้ออกทุนทรัพย์ก่อสร้างตึกหลังนี้ขอมอบให้กรมศึกษาธิการจัดเปนสถานศึกษาต่อไป กรมศึกษาธิการได้รับไว้แลจะเปิดใช้เปนโรงเรียนชั้นมัธยมพิเศษ ตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม ร.ศ.๑๓๐ ชื่อว่า "โรงเรียนมัธยมพิเศษสุทธิวราราม" จัดการสอนตั้งแต่ชั้นมูลประถมพิเศษตลอดจนมัธยมพิเศษ กระทรวงธรรมการได้ให้หลวงวิจิตร์วรสาสน์ อาจารย์โรงเรียนราชบุณะเปนอาจารย์ใหญ่แลโรงเรียนนี้นับเข้าในประเภทโรงเรียนชั้นสูง ซึ่งกำหนดเวลาสอนในปีหนึ่งเปน ๓ เทอม คือ
เทอมต้นเปิดสอนตั้งแต่วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ถึงวันที่ ๑๕ กันยายน รวมเวลาเรียน ๔ เดือน แล้วหยุด ๓ วิก เงินค่าเล่าเรียนสำหรับเทอมนี้ พแนกมูลเก็บ ๔ บาท พแนกประถมเก็บ ๘ บาท พแนกมัธยมเก็บ ๒๕ บาท
เทอมกลางเปิดสอนตั้งแต่วันที่ ๗ ตุลาคม ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม รวมเวลาเรียน ๒ เดือนกับ ๒๕ วัน แล้วหยุดวิก ๑ เงินค่าเล่าเรียนสำหรับเทอมนี้ พแนกมูลเก็บ ๓ บาท พแนกประถมเก็บ ๖ บาท พแนกมัธยมเก็บ ๑๘ บาท
เทอมกลางเปิดสอนตั้งแต่วันที่ ๗ มกราคม ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม รวมเวลาเรียน ๒ เดือนกับ ๒๔ วัน แล้วหยุด ๖ วิก เงินค่าเล่าเรียนสำหรับเทอมนี้ พแนกมูลเก็บ ๓ บาท พแนกประถมเก็บ ๖ บาท พแนกมัธยมเก็บ ๑๘ บาท
ผู้ใดจะส่งบุตร์หลานเข้าเรียนโรงเรียนนี้ ขอให้ไปตกลงกับหลวงวิจิตร์วรสาสน์ อาจารย์ใหญ่
แจ้งความมา ณ วันที่ ๑ กรกฎาคม รัตนโกสินทร์ ศก ๑๓๐

เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)

พิธีเปิดโรงเรียนมัธยมพิเศษสุทธิวรารามอย่างเป็นทางการจัดขึ้นในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาทรงกระทำพิธีเปิด หลวงวิจิตรวรสาสน์ อาจารย์ใหญ่ ถวายรายงาน เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ชักเชือกเปิดผ้าคลุมป้ายนามโรงเรียน[12] เริ่มทำการเรียนการสอนในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 จากนั้นพระยาวิสุทธิสุริยศักดิ์ เสนาบดีกระทรวงธรรมการ ได้ทำหนังสือรายงานเรื่องดังกล่าวไปถวาย พระเจ้าพี่ยาเธอ พระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม กรมหมื่นปราจิณกิติบดี ราชเลขานุการ ในวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2454[13] ในจดหมายนั้นมีใจความสำคัญตอนท้ายว่า

โรงเรียนนี้กรมศึกษาธิการได้รับไว้ และเปิดใช้เปนโรงเรียนชั้นมัธยมเรียกว่าโรงเรียนพิเศษสุทธิวราราม รับนักเรียนเข้าเล่าเรียนตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม ร.ศ.130 เป็นต้นไป บรรดาผู้ที่ออกทรัพย์ก่อสร้างโรงเรียนของพระราชทานถวายพระราชกุศล ถ้ามีโอกาสอันควรขอฝ่าพระบาทได้โปรดนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าฯ
ข้าพระพุทธเจ้า วิสุทธสุริยศักดิ์
พระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงชมเชยการสร้างโรงเรียนวัดสุทธิวราราม

เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทราบความกราบบังคมทูลแล้ว จึงมีพระราชหัตถเลขาตอบกลับมายังราชเลขานุการในวันเดียวกัน พระราชกระแสในพระราชหัตถเลขา[14]มีความว่า

อนุโมทนา และมีความมั่นใจอยู่ว่า การที่บุตรของปั้นได้พร้อมใจกันบำเพ็ญกุศลเช่นนี้ คงจะมีผลานิสงษ์ดียิ่งกว่าที่สร้างวัดขึ้นได้สำหรับให้เปนที่อาไศยแอบแฝงแห่งเหล่าอลัชชี ซึ่งเอาผ้ากาสาวพัตร์ปกปิดกายไว้เพื่อให้พ้นความอดเท่านั้น มิได้นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ทั้งพุทธจักรและอาณาจักรเลย การสร้างโรงเรียนขึ้นให้เป็นที่ศึกษาแห่งคนไทยเช่นนี้ เชื่อว่ามีผลดีทั้งในฝ่ายพุทธจักรและอาณาจักร เพราะฉะนั้นจึ่งควรสรรเสริญและอนุโมทนามาในส่วนกุศล
อนึ่งถ้ามีโอกาสขอให้พระยาวิสุทธช่วยชี้แจงต่อๆไปว่า ถ้าผู้ใดมีน้ำใจศรัทธาและมีความประสงค์ขะทำบุญให้ได้ผลานิสงษ์อันงามจริง ทั้งเปนที่พอพระราชหฤทัยพระเจ้าแผ่นดินด้วยแล้ว ก็ขอให้สร้างโรงเรียนขึ้นเถิด การที่จะสร้างวัดขึ้นใหม่ไม่ต้องด้วยพระราชนิยม ถ้าแม้ว่ามีความประสงค์จะทำการอันใดซึ่งเป็นทางสร้างวัด ขอชักชวนให้ช่วยกันปฏิสังขรณ์วัดที่มีอยู่แล้วให้ดีงามต่อไป ดีกว่าที่สร้างวัดขึ้นใหม่แล้วไม่รักษา ทิ้งให้โทรมเป็นพงรกร้าง ฤๅร้ายกว่านั้นคือกลายเปนที่ซ่องโจรผู้ปล้นพระสาสนาดังมีตัวอย่างอยู่แล้วหลายแห่ง ผู้ที่สร้างวัดไว้ให้เปนซ่องคนขะโมยเพศเช่นนี้ เราเชื่อแน่ว่าไม่ได้รับส่วนกุศลอันใดเลย น่าจะตกนรกเสียอีก ข้อนี้ผู้ที่สร้างวัดจะไม่ใคร่ได้คิดไปให้ตลอด จึงควรอธิบายให้เข้าใจเสียบ้าง

เมื่อพระยาวิสุทธิสุริยศักดิ์ ได้รับพระราชหัตถเลขาตอบกลับมาจากราชเลขานุการและถวายร่างประกาศพระราชนิยมเรื่องบำเพ็ญกุศลในวิธีสร้างโรงเรียน ในวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 จากจดหมายราชการกระทรวงธรรมการเลขที่ 283/3530 โดยมีพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวตอบกลับมาว่า “ดีแล้ว ออกได้” จึงได้ประสานและนำเรื่องแจ้งความต่อหนังสือราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 ตีพิมพ์ลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2454[15] มีความดังนี้


แจ้งความกระทรวงธรรมการ

พแนกกรมธรรมการ

ประกาศพระราชนิยมเรื่องบำเพญกุศลในวิธีสร้างโรงเรียน

ด้วยพระศิริศาสตร์ประสิทธิ์ มรรคนายกวัดสุทธิวราราม ตำบลบ้านทวาย แขวงกรุงเทพฯ ยื่นรายงานการก่อสร้างโรงเรียนขึ้นที่วัดสุทธิวรารามหลังหนึ่ง มีใจความว่า ปั้น มารดาพระศิริศาสตร์ประสิทธิ์ ได้ถึงแก่กรรมมาตั้งแต่ศก ๑๒๗ บรรดาบุตร์ของปั้น คือ สมบุญ ภรรยาพระวิเชียรคีรี (ชม) ๑ เชื้อภรรยาพระอนันต์สมบัติ (เอม) ๑ พระศิริศาสตร์ประสิทธิ์ ๑ เป้าภรรยาพระเพ็ชร์กำแหงสงคราม ๑ หลวงการุญนรากร ๑ ตาบภรรยาพระศรีสังข์กร ๑ ได้ปรารถถึงการที่จะบำเพญกุศลในการฌาปนกิจสนองคุณแห่ง ปั้น มารดาให้เปนสาธารณะประโยชน์ที่มั่นคงจึงได้ตกลงกันเห็นว่า สถานที่ศึกษาเปนสิ่งสำคัญอันเปนประโยชน์ให้กุลบุตร์ได้อาศรัยเล่าเรียน ซึ่งเป็นเวลาต้องการของบ้านเมืองด้วย แลเมื่อปั้นยังมีชีวิตอยู่ได้เปนมรรคนายิกา วัดสุทธิวราราม ตลอดมาจนถึงแก่กรรม จึ่งคิดสร้างโรงเรียนขึ้นที่วัดนี้ เพื่อให้เปนเกียรติคุณแห่งปั้นมารดานั้น พระศิริศาสตร์ประสิทธิ์ผู้เปนหัวน่า ได้หารือต่อกรมศึกษาธิการ ๆ เห็นเปนการสมควร จึ่งได้ออกแบบตัวอย่างที่จะก่อสร้างให้เหมาะแก่ที่จะใช้เปนโรงเรียน พระศิริศาสตร์ประสิทธิ์ได้จัดการก่อสร้างตามที่กรมศึกษาธิการได้ให้แบบตัวอย่างนั้น เปนตึก ๒ ชั้น กว้าง ๕ วา ๓ ศอก ๑ คืบ ๒ นิ้ว ยาว ๑๓ วา ๓ ศอก ๑ คืบ ๒ นิ้ว สูงแต่พื้นชั้นล่างถึงเพดาน ๔ วา ๒ ศอก ๑ คืบ ตัวไม้ใช้ไม้สักทั้งหมด หลังคามุงกระเบื้องสิเมนต์ สิ้นเงิน ๒๑,๐๐๐ บาท กับทำโรงอาหารอีกหลังหนึ่ง กว้าง ๕ วา ๓ ศอก ยาว ๙ วา เสาใช้ไม้เต็งรัง เครื่องบนไม้สัก พื้นแลฝาใช้ไม้สิงคโปร์ หลังคามุงสังกะสี สิ้นงาน ๙๐๐ บาท แลเครื่องใช้สำหรับโรงเรียนก็ได้ทำแลซื้อให้บางอย่าง คือ ตู้ห้องสมุด ๑ ตู้ ตู้เก็บของ ๖ ตู้ โต๊ะสำหรับเขียนหนังสือ ๗ โต๊ะ กระดานดำ ๔ แผ่น ป้ายชื่อโรงเรียนหนึ่งแผ่น ถึงน้ำ ๑ ถัง รวมเงิน ๖๔๐ บาท รวมทั้งสิ้นเปนเงิน ๒๒,๕๐๔ บาท เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ ได้ใช้สถานที่นี้กระทำการฌาปนกิจศพปั้นแต่เมื่อเดือนพฤษภาคมศกนี้แล้ว แลได้มอบตึกหลังนี้ให้แก่กรมศึกษาธิการใช้ที่สถานที่ศึกษาตามที่เจตนาไว้ กรมศึกษาธิการได้รับแลเปิดใช้เปนโรงเรียนมัธยม เรียกว่า โรงเรียนมัธยมพิเศษสุทธิวราราม รับนักเรียนเข้าเล่าเรียนตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม รัตนโกสินทรศก ๑๓๐ เปนต้นไป บรรดาผู้ที่ออกทรัพย์ก่อสร้างโรงเรียน ขอพระราชทานถวานพระราชกุศล

กระทรวงธรรมการได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา ทราบฝ่าลอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน พระราชกระแสมาว่า แต่ก่อนมาผู้ใดมีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธสาสนาก็มักจะสร้างวัดขึ้น การสร้างวัดขึ้นใหม่เช่นนั้น โดยมากก็คงอยู่ได้ชั่วคราว คือ ชั่วอายุแลกำลังของบุคคลที่จะปกครองรักษา ถ้าขาดความทนุบำรุงเมื่อใดวัดที่สร้างขึ้นไว้ก็รกร้างว่างเปล่าเปนป่าพง อันเปนที่พึงสลดใจแห่งพุทธสาสนิกชน ใช้แต่เท่านั้น แม้วัดซึ่งยังเปนที่อาศรัยได้อยู่บ้าง แต่ขาดความปกครองอันดี ปล่อยให้ทรุดโทรมรถเรื้อเลวทราม ก็กลับจะเป็นซ่องที่อาศรัยแอบแฝงของผู้ประพฤติชั่ว สถานที่ซึ่งตกอยู่ในลักษณะเช่นนี้กลับเปนทางชั่วร้าย มิได้นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ทั้งพุทธจักร์แลอาณาจักร์เลย

การที่พวกบุตร์ของปั้นมีน้ำใจศรัทธาบำเพญกุศลโดยวิธีสร้างโรงเรียนอันเปนสิ่งต้องการในสมัยนี้ขึ้น ให้เปนที่ศึกษาของประชาชน นับว่าเปนการแผ่ผลให้เปนสาธารณประโยชน์ต่อไปเช่นนี้ ทรงพระราชดำริห์เห็นมั่นในพระราชหฤทัยว่า จะมีผลดีทั้งฝ่ายพระพุทธจักร์แลอาณาจักร์ จะเปนผลานิสงษ์อันงามจริง เปนอันพอพระราชหฤทัย แลต้องด้วยพระราชนิยมยิ่งนัก จึงทรงสรรเสริญแลทรงอนุโมทนาในส่วนกุศลอันนี้ แลทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศพระราชนิยมอันนี้ให้ทราบทั่วกันว่า ถ้าผู้ใดมีจิตรศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธสาสนา ประสงค์จะบำเพญกุศลให้เป็นผลานิสงษ์อันดีจริงแล้ว ก็ควรจะถือเอาการสร้างโรงเรียนว่าเปนการกุศลที่จะพึงกระทำวันหนึ่งได้ ถ้าหากมีความประสงค์ที่จะทำการอันใดซึ่งเปนทางสร้างวัด ก็ควรที่จะช่วยกันปฏิสังขรณ์วัดที่มีอยู่แล้ว ให้ดีงามแลสืบอายุให้มั่นคงถาวรต่อไปดีกว่าที่จะสร้างขึ้นใหม่ แล้วไม่รักษา ปล่อยให้ทรุดโทรมเปนที่น่าสังเวช อันเปนทางที่จะชักพาให้คนมีใจหมิ่นประมาทในพระพุทธสาสนากอบไปด้วยโทษดังกล่าวแล้วนั้น
กระทรวงธรรมการจึงได้รับพระบรมราชโองการเชิญกระแสพระราชดำริห์แลพระราชนิยมนี้ออกประกาศให้มหาชนทราบทั่วกัน ๚
แจ้งความมา ณ วันที่ ๒๘ กรกฎาคม รัตนโกสินทร์ ศก ๑๓๐


จากหลักฐานที่พบจึงสามารถระบุได้ว่า "โรงเรียนมัธยมพิเศษสุทธิวรารามเป็นโรงเรียนแห่งแรกในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ราษฎรสร้างขึ้นแล้วยกให้กระทรวงธรรมการใช้เป็นโรงเรียน ซึ่งต้องด้วยพระราชนิยมในการสร้างโรงเรียนแทนวัด"

ในปีวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2456 พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ เสด็จมาตรวจโรงเรียน มีหลวงอนุพันธ์ฯ เจ้าพนักงานจัดการแขวงตะวันออกใต้เป็นผู้นำเสด็จ

เมื่อ พ.ศ. 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกาศสงครามกับฝ่ายเยอรมนี ทางรัฐบาลจึงส่งทหารเข้ายึดพื้นที่ที่ดินของบริษัทวินด์เซอร์โรซซึ่งชาวเยอรมันเช่าที่วัดสุทธิวรารามอยู่ โรงเรียนมัธยมพิเศษสุทธิวรารามจึงได้ขยายพื้นที่โรงเรียนออกไป โดย ขุนสิทธิ์ดรุณเวชย์ ครูฝ่ายปกครอง ได้ขอที่ดินดังกล่าวจากเจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม เพื่อสร้างโรงเรียนชั้นประถม จึงรื้อโรงเรียนประถมวัดยานนาวาปลูกสร้างต่อจากโรงเรียนเดิมไปทางตะวันตก เป็นแผนกประถมของโรงเรียนมัธยมพิเศษสุทธิวราราม เมื่อแล้วเสร็จ กระทรวงธรรมการเห็นควรให้เปิดโรงเรียนสตรีขึ้นอีกแผนก จึงได้เปิดเป็น โรงเรียนสตรีวัดสุทธิวราราม อยู่บริเวณเดียวกับโรงเรียนมัธยมพิเศษสุทธิวราราม มีรั้วกั้นอาณาเขตแต่มีประตูเดิมเชื่อมถึงกันได้ โดยนักเรียนโรงเรียนสตรีวัดสุทธิวรารามเดินเข้าออกโรงเรียนทางถนนเข้าสะพานปลา

ในสมัยที่ขุนชำนิขบวนสาสน์เป็นผู้บริหารโรงเรียน จัดการเปิดการเรียนการสอนทั้งหมด 9 ชั้น รวมทั้งสิ้น 12 ห้อง คือ ชั้นประถมสามัญ 1-3 มัธยมสามัญตอนต้น ม.1-3 และมัธยมสามัญตอนกลาง ม.4-6 ไม่มีมัธยมสามัญตอนปลายคือ ม.7-8 นักเรียนที่ประสงค์จะเรียนต่อในระดับชั้นดังกล่าว จะต้องไปศึกษาที่อื่น ซึ่งในขณะนั้นเปิดรับสมัครอยู่ 2 แห่ง คือ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และโรงเรียนเทพศิรินทร์

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2470 เวลา 04.00 น. เกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่ตลาดบ้านทวาย[16] แล้วลุกลามมาถึงโรงเรียนชั้นประถมและบริเวณห้องสมุด กระทรวงธรรมการจีงได้สร้างตึกหลังใหม่ให้ต่อต่อกับตึกหลังเดิม โดยยื่นไปทางทิศใต้เป็นรูปตัวแอล ไม่ปรากฏว่าชั้นประถมมีการเปิดดการเรียนการสอนต่อหรือไม่

ต่อมาในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2474 สมัยที่ขุนชำนิขบวนสาสน์ดังรงตำแหน่งรักษาการอาจารย์ใหญ่เป็นครั้งที่ 2 กระทรวงธรรมการได้สร้างโรงเรียนสตรีวัดสุทธิวรารามขึ้นใหม่ที่ตรอกยายกะตา โดยใช้ชื่อใหม่ว่า โรงเรียนสตรีบ้านทวาย ปัจจุบันคือ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย และอพยพนักเรียนสตรีไป

ปลายปีการศึกษา 2484 เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา โรงเรียนมัธยมวัดสุทธิวรารามก็ถูกกองทัพญี่ปุ่นยึดเป็นค่ายพักอาศัยชั่วคราว โรงเรียนจึงต้องปิดทำการสอน ไม่มีการจัดสอบไล่ กระทรวงธรรมการจึงใช้ผลการเรียนและเวลาเข้าเรียนเป็นการตัดสินสอบได้-ตก

ในปีต่อมา สงครามทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดทำลายบริษัทบอร์เนียว ทำให้อาคารโรงเรียนด้านตะวันตก ส่วนที่เป็นห้องเก็บเครื่องมือวิทยาศาสตร์ถูกทำลายไปด้วย รัศมีการทำลายของระเบิดกินเนื้อที่ไปถึงอู่กรุงเทพ เมื่อโรงเรียนไหม้หมดแล้ว หินอ่อนแผ่นสูงจารึกพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและบันทึกการเสด็จพระราชดำเนินมาทรงกระทำพิธีเปิดโรงเรียนก็ได้อันตรธานหายไปในครั้งนั้น[17][18] ระยะนี้นักเรียนต้องอาศัยศาลาเชื้อ ณ สงขลา (สีเหลือง) ศาลาการเปรียญในวัดสุทธิวรารามเป็นที่เรียนชั่วคราว ต่อมากระทรวงธรรมการจึงได้สร้างเรือนไม้ชั้นเดียวมุงจาก ฝาลำแพน (ปัจจุบันคือที่ตั้งอาคารเฉลิมพระเกียรติร. 9) เป็นที่เรียนชั่วคราว

พ.ศ. 2490 กระทรวงศึกษาธิการได้จัดสร้างอาคาร 2 ชั้น คืออาคาร 1 ซึ่งรื้อถอนออกแล้ว ออกแบบโดยหลวงสวัสดิ์สารศาสตรพุทธิ อธิบดีกรมวิสามัญศึกษา (อดีตอาจารย์ใหญ่โรงเรียนวัดสุทธิวราราม) จึงได้เชิญ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช กระทำพิธีเปิด เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2491

ต่อมาเมื่อปลายเดือนกันยายน พ.ศ. 2495 ได้รื้อเรือนหลังคามุงจากออก พอถึงเดือนตุลาคมจึงได้มีการสร้างอาคาร 3 ชั้น คืออาคาร 2 ซึ่งปัจจุบันรื้อถอนไปแล้ว กับหอประชุมอีก 1 หลัง ต่อมาในปี พ.ศ. 2496 จึงได้งบประมาณต่อเติมอาคาร 2 และอาคาร 3ซึ่งมี 2 ชั้น และหอประชุมจนเสร็จสมบูรณ์ หลวงสวัสดิ์สารศาสตรพุทธิ อธิบดีกรมวิสามัญศึกษา จึงเชิญ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายมังกร พรหมโยธี มาเปิดอาคารทั้ง 2 เมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2498

ในปี พ.ศ. 2503 - 2505 ได้ตัดชั้นมัธยมปีที่ 1, 2 และ 3 ออกปีละลำดับชั้น และในปี พ.ศ. 2506 ได้เปลี่ยนชั้นมัธยมปีที่ 4-6 เป็น"ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3" แลเปลี่ยนชั้นเตรียมอุดมศึกษาปีที่ 1-2 เรียกว่า "ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6"(ชั้นมัธยมปลายในปัจจุบัน)

ใน พ.ศ. 2511 ทางกระทรวงศึกษาธิการก็ได้ให้งบประมาณสร้างกำแพงหน้าโรงเรียนใหม่ โดยรื้อของเก่าทิ้งและสร้างหอประชุม ห้องอาหารขึ้นอีกหนึ่งตึก เป็นตึกชั้นเดียวไม่มีฝาผนังอยู่หลังตึก 1

ปลาย พ.ศ. 2512 ทางกระทรวงศึกษาธิการก็ได้ให้งบประมาณสร้างตึกอาคารเรียน 3 ชั้นยาวตามแนวขนานกับถนนเจริญกรุง บริเวณหน้าโรงเรียน ขึ้นอีกตึกหนึ่ง คืออาคารสุทธิ์รังสรรค์(ตึก 4) ในปัจจุบัน และย้ายเสาธงกลางสนามมาตั้งใหม่(หน้าอาคาร 7 ในปัจจุบัน) ส่วนบริเวณเสาธงเดิมได้สร้างสนามบาสเก็ตบอลแทนที่สนามเก่าที่ถูกทำลายลงในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา

ในปีงบประมาณ 2515 ทางโรงเรียนได้รับงบประมาณ จำนวน 4 ล้านบาทเศษ สร้างอาคารเรียน 6 ชั้น มีชื่อว่าอาคารปั้นรังสฤษฏ์ มีจำนวน 18 ห้องเรียน ปีงบประมาณ 2519 ได้รับงบประมาณ จำนวน 4 ล้านบาทเศษ สร้างอาคาร 3 ชั้น ปัจจุบันคืออาคารวิจิตรวรศาสตร์ เป็นอาคารอเนกประสงค์ และเนื่องจากสมัยนั้นโรงเรียนประสบปัญหาเรื่องสถานที่เรียนของนักเรียนเป็นอย่างมาก ปีหนึ่งๆมีนักเรียนสมัครเรียนจำนวนมากจนมีห้องเรียนไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องแบ่งนักเรียนเรียนเป็น 2 ผลัดซึ่งยากแก่การปกครองดูแล ในปีงบประมาณ 2520 ทางโรงเรียนจึงได้รับงบประมาณ จำนวน 6 ล้านบาทเศษ สร้างอาคารเรียน 4 ชั้น เรียกว่าอาคารพัชรนาถบงกช มีจำนวน 18 ห้องเรียน เมื่อปีการศึกษา 2523 เนื่องจากมีสถานที่เรียนเพียงพอ จึงได้มีการเรียนการสอนเป็นผลัดเดียว

อาคารเฉลิมพระเกียรติ ร.9

ปีงบประมาณ 2530 ได้รับงบประมาณสร้างโรงฝึกงานแบบมาตรฐาน 306 ล./27 จำนวน 1 หลัง เป็นเงิน 3 ล้านบาทเศษ เป็นอาคาร 4 ชั้น สร้างแทนที่อาคาร 3 หลังเก่า แล้วเสร็จเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2531 คืออาคารพัชรยศบุษกร

ปีการศึกษา 2532 พลเอกประเทียบ เทศวิศาล นายกสมาคมนักเรียนเก่าสุทธิวราราม พร้อมด้วยอดีตผู้อำนวยการโรงเรียน นายสุชาติ สุประกอบ คณะครู-อาจารย์ นักเรียน ผู้ปกครองได้จัดทอดผ้าป่าสร้างอาคารธรรมสถานบริเวณทางเข้าโรงเรียน ประดิษฐานหลวงพ่อสุทธิมงคลชัย พระพุทธรูปประจำโรงเรียนวัดสุทธิวราราม ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 1,600,000 บาทเศษ

ปีงบประมาณ 2533 ได้รับงบประมาณ 3,775,000 บาท สร้างแฟลตนักการภารโรง จำนวน 20 หน่วย 1หลัง ในปีการศึกษา 2534 โรงเรียนได้ต่อเติมห้องเรียนอีก5ห้องบริเวณชั้นล่างอาคารปั้นรังสฤษฏ์ เพื่อรองรับนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และในปีเดียวกัน เป็นปีครบรอบ 80 ปีวันสถาปนาโรงเรียนวัดสุทธิวราราม คณะศิษย์เก่า รุ่น 2500 ได้ร่วมกันจัดสร้างรูปปั้น ท่านปั้น อุปการโกษากร ผู้ให้กำเนิดโรงเรียนวัดสุทธิวราราม เพื่อให้ทุกคนได้สักการบูชา

ปีการศึกษา 2535 ได้รับอนุมัติงบประมาณของปี 2536 จำนวน 9,000,000 บาท และปี 2537 ผูกพันงบประมาณอีก 50,400,000บาท จากกรมสามัญศึกษา ก่อสร้างอาคารเรียนแบบพิเศษ 9 ชั้น ณ บริเวณที่ตั้งอาคาร 2 โดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มีพระกรุณาธิคุณ เสด็จพระราชดำเนิน มาทรงวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2536 ได้รับพระบรมราชานุญาติ ให้ใช้ตรากาญจนาภิเษก ประจำอาคารเฉลิมพระเกียรติ ร.9(ตึก 9) เริ่มใช้เมื่อปีการศึกษา 2537

ปีการศึกษา 2554 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มีพระมหากรุณาธิคุณ เสด็จพระราชดำเนิน มาทรงเปิดนิศรรศการ "ศตวัชรบงกช 100 ปี วัดสุทธิวราราม" เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ทั้งนี้เพื่อหารายได้ก่อสร้างเพิ่มเติมหอประชุมชั้น 10 ณอาคารเฉลิมพระเกียรติ ร.9(ตึก 9)

สัญลักษณ์[แก้]

สัญลักษณ์[แก้]

ตราสัญลักษณ์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม
ดอกบัว
ดอกบัวที่โผล่พ้นน้ำเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และความรู้แจ้ง
เพชร
เพชรเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ความแข็งแกร่ง
"ดอกบัว" เป็นดอกไม้ที่เปรียบได้กับความบริสุทธิ์ สะอาด ชาวพุทธใช้ดอกบัวสำหรับเป็นพุทธบูชา หมายความว่า นักเรียนโรงเรียนวัดสุทธิวรารามทุกคนมีความสะอาด บริสุทธิ์ ทั้งกาย วาจา และใจ [12]
"เพชร" เป็นอัญมณีล้ำค่า มีความแข็งแกร่งในตนเอง มีความงามจากเหลี่ยมต่างๆที่เปล่งประกาย โดยมีช่างฝีมือยอดเยี่ยมในการเจียระไน หมายความว่า นักเรียนโรงเรียนวัดสุทธิวรารามจะต้องเข้มแข็ง มีความเป็นลูกผู้ชาย เมื่อได้รับการศึกษาอบรมให้มีความรู้ และคุณธรรมแล้ว จึงเปรียบเสมือนเพชรที่ได้รับการเจียระไนจากครูบาอาจารย์ ย่อมทรงคุณค่าและเปล่งประกายแห่งความดี [12]

สีประจำโรงเรียน[แก้]

"ชมพู ขาว เขียว" เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์เหมือนสีธงชาติคือ
สีชมพู แทน สีแดง
สีขาว แทน สีขาว
สีเขียว แทน สีน้ำเงิน
"เหตุผลที่ใช้ถึงสามสี" เพื่อให้นักเรียนโรงเรียนวัดสุทธิวรารามทุกคน ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศชาติ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์[19]

องค์กรสี[แก้]

โรงเรียนมีองค์กรสีประจำโรงเรียน 5 องค์กร ชื่อขององค์กรสีล้วนมีความหมายถึง ดอกบัว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของโรงเรียน โดยแบ่งคณะครูตามกลุ่มสาระ และ แบ่งนักเรียนตามหมายเลขประจำตัวนักเรียน ได้แก่

  • ██ สีเหลือง อินทรปัทม์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ เลขประจำตัวนักเรียนลงท้ายด้วย 0,1
  • ██ สีแสด สัตตบุศย์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เลขประจำตัวนักเรียนลงท้ายด้วย 2,3
  • ██ สีฟ้า โกมุศมาศ กลุ่มสาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม เลขประจำตัวนักเรียนลงท้ายด้วย 4,5
  • ██ สีแดง กาจโกมล กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เลขประจำตัวนักเรียนลงท้ายด้วย 6,7
  • ██ สีม่วง จงกลรัตน์ กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ เลขประจำตัวนักเรียนลงท้ายด้วย 8,9

พระบรมราชานุสาวรีย์[แก้]

พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ ในงานศตวัชรบงกช
การถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ ในพิธีหน้าเสาธงทุกเช้าก่อนเข้าเรียน

พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดสร้างขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และโรงเรียนวัดสุทธิวราราม ครบรอบวันสถาปนาโรงเรียน 96 ปี ในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ซึ่งโรงเรียนได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทาน ชื่อ "โรงเรียนวัดสุทธิวราราม" จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีคณะกรรมการดำเนินงานจัดพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังต่อไปนี้

ที่ปรึกษาฝ่ายสงฆ์

  1. พระพรหมเวที (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร
  2. พระพรหมเมธี (สมชาย วรชาโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร (ต่อมาเลื่อนสมณศักดิ์เป็น สมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส)
  3. พระเทพภาวนาวิกรม (ธงชัย ธมฺมธโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร (ต่อมาเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระธรรมภาวนาวิกรม)
  4. พระเทพมุนี (เก็ง อาสโภ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร
  5. พระวีรธรรมมุนี (วิชา อภิปญฺโญ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร (ต่อมาเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระราชเมธี)
  6. พระครูสุทธิวราภิวัฒน์ (นิ่ม วิธุโร) เจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม
  7. พระมหาสุทิตย์ อาภากโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม (ต่อมาเป็นเจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม)
  8. พระมหาถวิล จารุเตโช วัดวรจรรยาวาส

ที่ปรึกษาฝ่ายสำนักพระราชวัง

  1. คุณหญิงอารยา พิบูลนครินทร์ ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  2. คุณถาวร อยู่จำนงค์ คุณข้าหลวงในพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

การนี้คณะกรรมการดำเนินงานจึงมีฉันทานุมัติให้พระเทพภาวนาวิกรม เป็นประธานดำเนินการในพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 เวลา 09.39 น. ตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 7 ปีกุน[20]

พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระผู้ทรงชื่นชม สนับสนุนการก่อตั้งโรงเรียน ประดิษฐาน ณ บริเวณด้านหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เป็นที่เคารพสักการะและระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของครู นักเรียน และบุคลากรของโรงเรียน โดยมีการถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ในพิธีหน้าเสาธง ก่อนเข้าเรียน เป็นประจำ

ธรรมสถาน[แก้]

บริเวณด้านหน้าของธรรมสถานประดิษฐานรูปหล่อท่านปั้น ภายในอาคารทรงไทยประดิษฐานพระพุทธสุทธิมงคลชัย

ธรรมสถานจัดสร้างขึ้นใหม่เพื่อแทนที่ธรรมสถานหลังเก่า ในสมัยผู้อำนวยการ สุชาติ สุประกอบ โดยมี พลเอกเทียนชัย ศิริสัมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิด เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2533 ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าของโรงเรียน เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธสุทธิมงคลชัยและเป็นที่ตั้งของศาลพระภูมิเจ้าที่

พระพุทธสุทธิมงคลชัย หรือ หลวงพ่อสุทธิมงคลชัย พระพุทธรูปประจำโรงเรียน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ตั้งอยู่ ณ ธรรมสถาน บริเวณทางเข้าโรงเรียน เมื่อนักเรียน บุคลากรของโรงเรียนผ่านเข้าออกบริเวณโรงเรียนจะไหว้ทำความเคารพเสมอ
รูปหล่อท่านปั้น อุปการโกษากร ท่านปั้น อุปการโกษากร หรือ นางอุปการโกษากร (ปั้น ณ สงขลา วัชรภัย) มรรคนายิกาวัดสุทธิวราราม ภริยาหลวงอุปการโกษากร(เวท วัชราภัย) บุตรีเจ้าพระยาวิเชียรคีรี (เม่น) เจ้าเมืองสงขลาลำดับที่ 6 กับ ท่านผู้หญิงสุทธิ์ บุตรีพระยารัตนโกษา (บุญเกิด) ผู้ปฏิสังขรณ์วัดลาว ซึ่งภายหลังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า "วัดสุทธิวราราม" ตามนามท่านผู้หญิงสุทธิ์นั้นเอง ภายหลังจากที่ท่านปั้นถึงแก่กรรม บรรดาทายาทของท่านปั้นมีความประสงค์จะจัดสร้างอนุสรณ์สถานเพื่ออุทิศเป็นทักษิณานุปทานแด่มารดา จึงได้รวบรวมทุนทรัพย์สร้างโรงเรียนขึ้นในที่ดินเดิมของท่านปั้นที่ได้ยกให้แก่วัด เพื่อให้เป็นสถานที่อบรมและให้การศึกษาแก่เยาวชนของชาติ โดยให้ชื่อว่า โรงเรียนวัดสุทธิวราราม[4]

คทาครุฑพระราชทาน[แก้]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงชมเชยว่าแตรวงโรงเรียนวัดสุทธิดีมาก

ในพ.ศ. 2507 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้มีกระแสพระราชดำรัส ทรงชมเชยวงดุริยางค์โรงเรียนวัดสุทธิวรารามว่า "แตรวงวัดสุทธิวรารามดีมาก" นักเรียนดุริยางค์ในสมัยนั้น ประกอบด้วย หม่อมหลวงสุรพันธ์ ศรีธวัช จีรศักดิ์ พิมลพัฒนธรรม ศุภชัย จิวะไพบูลย์ศักดิ์ อำนวย จอกแก้ว และศักดิ์ บริสุทธิกุล จึงเกิดความคิดที่จะเปลี่ยนส่วนยอดของคทาจาก"สิงโตเหยียบมงกุฎ" สัญลักษณ์ประจำราชวงศ์อังกฤษ เป็น "ครุฑ" สัญลักษณ์ประจำพระมหากษัตริย์ไทย เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้จัดทำคทาครุฑขึ้น เป็นวงแรกของโรงเรียนทั่วประเทศ ออกใช้ครั้งแรกในการประกวดแตรวง การชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 4 ณ สวนลุมพินี ในพ.ศ. 2504

ในพ.ศ. 2510 บางครั้งคทาครุฑตกลงบนพื้น วงดุริยางค์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม เห็นว่ามีความไม่เหมาะสม จึงเห็นควรให้จัดทำคทาครุฑขึ้นใหม่ให้เรียบร้อยสมบูรณ์แล้วออกใช้เฉพาะกับกองเกียรติยศเท่านั้น อาจารย์แสวง บุตรน้ำเพ็ชร ผู้ควบคุมวงดุริยางค์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม กับอาจารย์จรูญ เทียมศักดิ์ จึงเข้าพบนายแก้วขวัญ วัชโรทัย เพื่อปรึกษาในการกราบบังคมทูล ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาติ ในการประดับครุฑบนหัวคทา และอัญเชิญคทาครุฑสำหรับใช้นำแถวกองเกียรติยศอย่างเป็นทางการ โดยนายแก้วขวัญ วัชโรทัย เป็นผู้อนุเคราะห์รับเป็นธุระดำเนินการ และมีพระบรมราชานุญาตให้นำคทาครุฑออกใช้งานในลักษณะการนำขบวนกองเกียรติยศเพื่อรับเสด็จได้ตามที่ขอไว้ นับแต่นั้น "คทาครุฑพระราชทาน" ก็ได้ออกใช้ในการรับเสด็จฯ พระบรมวงศานุวงศ์ในโอกาศต่างๆ วงดุริยางค์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม จึงเป็นวงดนตรีวงแรกและวงเดียวในประเทศไทยที่ได้รับเกียรติอันสูงสุดนี้[12][19]

ภายหลังในพ.ศ. 2536 ในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาทรงเป็นประทานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเฉลิมพระเกียรติร.9 มีพระมหากรุณาธิคุณ ทรงพระสุหร่าย "คทาครุฑ" เพื่อเป็นสิริมงคลอีกด้วย

อาคารเรียน[แก้]

แผนผังโรงเรียนวัดสุทธิวราราม

ปัจจุบันโรงเรียนวัดสุทธิวราราม มีอาคารเรียนจำนวน 7 อาคาร ชื่อของอาคาร 6 หลังถูกตั้งชื่อให้ คล้องกัน ดังนี้ "สุทธิ์รังสรรค์ ปั้นรังสฤษดิ์ วิจิตรวรศาสน์ พัชรนาถบงกช พัชรยศบุษกร ขจรเกียรติวชิโรบล" ตามบุคคลสำคัญและสัญลักษณ์ของโรงเรียน[12]

  1. อาคาร 4 สุทธิ์รังสรรค์
  2. อาคาร 5 ปั้นรังสฤษฎ์
  3. อาคาร 6 วิจิตรวรศาสน์
  4. อาคาร 7 พัชรนาถบงกช
  5. อาคาร 3 พัชรยศบุษกร
  6. อาคาร 9 เฉลิมพระเกียรติ ร.๙
  7. อาคารทางเชื่อม ขจรเกียรติวชิโรบล

หลักสูตร[แก้]

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น[แก้]

โครงการพิเศษ

  • โครงการภาษาอังกฤษภาคพิเศษ (English Proficiency Course) เรียกโดยทั่วไปว่า Intensive Course
  • โครงการพัฒนาและส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (Gifted Program)

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย[แก้]

โครงการพิเศษ

  • โครงการภาษาอังกฤษภาคพิเศษ (English Proficiency Course) เรียกโดยทั่วไปว่า Intensive Course
  • โครงการพัฒนาและส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (Gifted Program)
  • โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักเรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศด้านดนตรี (Honors Program) ในความร่วมมือกับคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  • ในอดีตเคยมี โครงการส่งเสริมและพัฒนานักเรียนที่มีความสามารถพิเศษในการเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (สพพ.) (อังกฤษ: Special Project for Outstandings StudentsTowards High School Certificate) สังกัดกรมสามัญศึกษา หรือหลักสูตรเร่งรัด 2 ปี

ชีวิตภายในโรงเรียน[แก้]

ประเพณีของโรงเรียน[แก้]

กิจกรรมภายในโรงเรียน[แก้]

กิจกรรมเชียร์[แก้]

กีฬาสี[แก้]

กีฬาสีโรงเรียนวัดสุทธิวรารามใช้ชื่อว่า "กีฬาพัชรบงกชเกมส์" โดยจะจัดขึ้นในภาคเรียนที่ 2 เป็นประจำทุกปีการศึกษา

  • การจัดงานกีฬาสีขึ้นภายนอกโรงเรียน

โรงเรียนวัดสุทธิวราราม มีการจัดงานกีฬาสีภายนอกบริเวณโรงเรียนเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2532 โดย จัดขึ้นที่สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สนามจารุเสถียร หรือ สนามจุ๊บ) โดยในครั้งนั้นยังมีกิจกรรมแปรอักษรขึ้นเป็นครั้งแรกอีกด้วย จากนั้นโรงเรียนวัดสุทธิวรารามก็มีการจัดกีฬาสีภายนอกบริเวณโรงเรียนเรื่อยมา โดยจัดขึ้นที่สนามกีฬาอื่นๆอีก เช่น สนามศูนย์ฝึกกีฬาเฉลิมพระเกียรติ บางมด เป็นต้น โดยการจัดกิจกรรมกีฬาสีภายนอกบริเวณโรงเรียนเกิดขึ้นครั้งสุดท้าย ในปีการศึกษา 2544 จัดขึ้นที่สนามเทพหัสดิน กรีฑาสถานแห่งชาติ ในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2545 จากนั้นตราบจนปัจจุบันก็ไม่มีการจัดงานกีฬาสีภายนอกบริเวณโรงเรียนอีกเลย

ชมรม และชุมนุม[แก้]

ลูกเสือกองร้อยพิเศษ "เพชรบงกช"[แก้]

วงดุริยางค์สุทธิวราราม[แก้]

วงดุริยางค์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2498 โดย นายเปรื่อง สุเสวี ซึ่งดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ในสมัยนั้น ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรียนโรงเรียนวัดสุทธิวราราม มีความรู้ทางดนตรี และให้เป็นวงดนตรีนำแถวกองลูกเสือของโรงเรียน วงดุริยางค์ของโรงเรียนสุทธิวรารามได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีรุ่นพี่ช่วยดูแล ปกครองรุ่นน้องตลอดมา และพัฒนารูปแบบการแสดงเป็นคอนเสิร์ตในปี พ.ศ. 2511 ได้รับพระราชทาน " คฑาครุฑ" จาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นวงดนตรีวงเดียวในประเทศไทยที่ได้รับเกียรติอันสูงสุดนี้ วงดุริยางค์โรงเรียนวัดสุทธิวรารามได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีโอกาสแสดงต่อสาธารชนทั้งในงานของภาครัฐ และเอกชน อีกทั้งมีโอกาสแสดงต่อหน้าที่ประทับ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงมีพระราชดำรัส ผ่านสำนักพระราชวัง และให้ทำหนังสือชมเชย ว่าแสดงได้ดีมาก และต่อมาวงดุริยางค์ของโรงเรียนได้ส่งเข้าประกวดครั้งแรก พ.ศ. 2523 ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันดุริยางค์เอเซียน ครั้งที่ 14 ณ ประเทศอินโดนีเซีย จากการแข่งขันครั้งแรกในปี พ.ศ. 2523 ณ ประเทศอินโดนีเซีย ทางวงดุริยางค์ได้นำประสบการณ์ต่างๆในการบรรเลงและฝึกซ้อม มาใช้พัฒนาวงต่อไป โดยปัจจุบันวงดุริยางค์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม เปิดทำการสอนและฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ให้แก่นักเรียนที่เป็นสมาชิกของวงดุริยางค์ โดยครูและรุ่นพี่ดุริยางค์ ที่มีความรู้ความชำนาญและประสบการณ์ด้านดนตรีสากล โดยทำการเปิดรับสมาชิกทุกปี

วงดนตรีไทยโรงเรียนวัดสุทธิวราราม[แก้]

ศูนย์กีฬาฟุตบอลโรงเรียน[แก้]

คอมพิวเตอร์[แก้]

ห้องชุมนุมคอมพิวเตอร์ ตั้งอยู่อาคารพัชรนาถบงกช ชั้น ๒ เดิม ได้รับทุนจัดสร้างโดย คุณ ชาญ อัศวโชค เป็นห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันได้รับการพัฒนาเป็นห้องชุมนุมคอมพิวเตอร์ หรือ SCC ย่อมาจาก Suthi Computer Club มาตั้งแต่ปีการศึกษา 2546 สำหรับใช้ฝึกฝนนักเรียนในชุมนุมคอมพิวเตอร์ ให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถทางด้านคอมพิวเตอร์ ทั้งด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เว็บ กราฟิก และหุ่นยนต์ ซึ่งมีผลงานที่นำชื่อเสียงมาสู่โรงเรียนหลายประการ เช่น การประกวดชนะเลิศการเขียนโปรแกรมบังคับหุ่นยนต์ ของ สสวท. เมื่อปีการศึกษา 2546 และการประกวดชนะเลิศโครงงานเครื่องรดน้ำต้นไม้และให้อาหารปลาผ่านโทรศัพท์ มือถือ ของสสวท. ปีการศึกษา 2547 เป็นต้น ปัจจุบันมีอาจารย์พัชรี เนตรน้อย เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชุมนุม ชุมนุมคอมพิวเตอร์ยังดำเนินโครงการต่างๆ ได้แก่ การจัดการแข่งขัน Suthi Website Contest ชิงถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, Suthi Robot Contest,Suthi Quick Quiz IT Contest โครงการการจัดอบรมความรู้ โครงการ 2B Professional โครงการ Youth IT และค่ายอาสา ค่ายชุมนุมคอมพิวเตอร์สานฝันน้อง เป็นต้น

มายากล[แก้]

ชุมนุมสุทธิวิทยากล จัดตั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 โดยนักเรียนรวมกลุ่มกัน30คน มีนายไพฑูรย์ ยิ้มเลิศวงศ์เป็นหัวหน้า และได้เรียนเชิญครูวิพรภัทร์ พีรศักดิ์สุนทร(มนัสนันท์ ทองทา)เป็นครูที่ปรึกษาชมรมและได้จัดทำหลักสูตรการสอนมายากลกับคณิตศาสตร์เพื่อให้นักเรียนสนุกสนานในการเรียน และก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ การจิตนาการ มีความเป็นผู้นำ และมีนักมายากลมืออาชีพคือคุณไฉน แสงทองสุข มาช่วยสอนเทคนิคมายากล ท่านยังดำรงตำแหน่งนายกสามคมผู้ปกครองครูและนักเรียนโรงเรียนวัดสุทธิวรารามในอดีต ชุมนุมสุทธิวิทยากลจัดการแข่งขันมายากลระดับเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย และการแข่งขันมายากลเยาวชนนานาชาติ ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นประจำทุกปี


วันสำคัญ[แก้]

เกียรติประวัติและมาตรฐานคุณภาพ[แก้]

เกียรติประวัติโรงเรียน[แก้]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเงินรางวัลแก่โรงเรียน จำนวน 2,000 บาท จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องจากนักเรียนในระดับชั้นม.ศ. 5 สอบได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 85 สามปีติดต่อกัน

ได้รับเกียรติบัตรจากกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแสดงว่าโรงเรียนวัดสุทธิวรารามได้ดำเนินการใช้หลักสูตรดีเด่น สมควรเป็นผู้นำการใช้หลักสูตรมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2530

ได้รับหนังสือชมเชยจากกรมสามัญศึกษาว่าเป็น "โรงเรียนที่ได้มีการพัฒนาและมีคุณภาพการศึกษาในเกณฑ์ที่ดี" เนื่องจากทำสถิติสูงสุดในการผ่านการสอบคัดเลือกศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาหลายสมัย

ได้รับประกาศนียบัตรจากกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็น "โรงเรียนมัธยมศึกษาดีเด่นในเขคกรุงเทพมหานคร" ประจำปีการศึกษา 2530

  1. ได้รับคัดเลือกให้เป็น โรงเรียนพระราชทาน ระดับมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ ประจำปีการศึกษา 2535
  2. ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจากกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติว่าเป็น "โรงเรียนที่สามารถอบรมนักเรียนให้มีคุณธรรมจริยธรรมดีเด่นและบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม"

ได้รับการคัดเลือกจากกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็น "โรงเรียนที่มีห้องสมุดดีเด่น" ประจำปีการศึกษา 2539

  1. ได้รับประกาศนียบัตรจากกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นโรงเรียนที่ห้องสมุด "พัฒนาได้มาตรฐานห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกาญนาภิเษก"
  2. ได้รับคัดเลือกให้เป็นศูนย์ที่ตั้งสูนย์พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน สาขาวิชากิจกรรมของกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
  3. ได้รับโล่จากคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติในงานวันเด็กแห่งชาติ แสดงว่าโรงเรียนมีนักเรียนได้รับการยกย่องว่าประพฤติดี มีคุณธรรม และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด ประจำปี 2540
  1. ได้รับเกียรติบัตรจากคณะกรรมการจัดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดย นักเรียนจำนวน 1600 คน แสดงชุดสหพันธไมตรี ในพิธีเปิดการแข่งขัน และ วงโยธาทิตของโรงเรียนแสดงในพิธีการ สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (Olympic Council of Asia; OCA) ในพิธีเปิดและปิดการแข่งขัน
  2. ได้รับเกียรติบัตรจากคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเฟสปิก ครั้งที่ 7 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นต่อจากกีฬาเอเชียนเกมส์ในการเข้าร่วมเป็นกองเชียร์ประเทศนิวซีแลนด์

เกียรติประวัตินักเรียน[แก้]

ด้านวิชาการ[แก้]

นักเรียนที่ทำคะแนนสอบคัดเลือกศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐได้อันดับ 1 ของประเทศ[แก้]
นักเรียนที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนของประเทศไทยเข้าแข่งขันโอลิมปิกวิชาการระหว่างประเทศ[แก้]
นักเรียนที่ได้รับทุนศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในต่างประเทศ[แก้]

มาตรฐานคุณภาพ[แก้]

ได้รับการประเมินคุณภาพจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ในระดับ ดีมาก

ผู้อุปการะโรงเรียนวัดสุทธิวราราม[แก้]

รายนามผู้บริหารโรงเรียน[แก้]

ลำดับ รูป รายนาม ตำแหน่ง เริ่มวาระ สิ้นสุดวาระ
1 พุ่ม-อังศุกสิกร.jpg พระยาวิจิตรวรสาสน์
(พุ่ม อังศุกสิกร)
อาจารย์ใหญ่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2467
2[# 1] ถนอม-นาควัชระ.jpg ขุนชำนิขบวนสาสน์
(ถนอม นาควัชระ)
รักษาการอาจารย์ใหญ่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2467 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2472
3 หม่อมหลวงแหยม-อินทรางกูร.jpg พระยาศึกษาสมบูรณ์
(หม่อมหลวงแหยม อินทรางกูร)
อาจารย์ใหญ่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2472 1 มีนาคม พ.ศ. 2474
ถนอม-นาควัชระ.jpg ขุนชำนิขบวนสาสน์
(ถนอม นาควัชระ)
รักษาการอาจารย์ใหญ่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2474 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2475
4 ทรง-ประนิช.jpg หลวงทรงวิทยาศาสตร์
(ทรง ประนิช)
อาจารย์ใหญ่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2475 6 ธันวาคม พ.ศ. 2476
5[# 2] สวัสดิ์-สุมิตร.jpg หลวงสวัสดิสารศาสตรพุทธิ
(สวัสดิ์ สุมิตร)
อาจารย์ใหญ่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2476 พ.ศ. 2480
6 ชด-เมนะโพธิ.jpg หลวงดรุณกิจวิฑูร
(ชด เมนะโพธิ)
อาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2480 พฤษภาคม พ.ศ. 2483
7 จรัส-บุนนาค.jpg หลวงจรัสการคุรุกรรม
(จรัส บุนนาค)
อาจารย์ใหญ่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2483 7 กันยายน พ.ศ. 2490
8 โชค-สุคันธวณิช.jpg นายโชค สุคันธวณิช อาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2490 พ.ศ. 2496
9 เปรื่อง-สุเสวี.jpg นายเปรื่อง สุเสวี อาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2496 พ.ศ. 2508
10 พิพัฒน์-บุญสร้างสม.jpg นายพิพัฒน์ บุญสร้างสม อาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2508 พ.ศ. 2513
11 พิทยา-ไทยวุฒิพงศ์.jpg นายพิทยา ไทยวุฒิพงศ์ อาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2513 พ.ศ. 2516
12 เจิม-สืบขจร.jpg นายเจิม สืบขจร อาจารย์ใหญ่
ผู้อำนวยการ
พ.ศ. 2516 15 มิถุนายน พ.ศ. 2526
13 เสนาะ-จันทร์สุริยา.jpg นายเสนาะ จันทร์สุริยา ผู้อำนวยการ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2526 30 กันยายน พ.ศ. 2532
14 สุชาติ-สุประกอบ.jpg นายสุชาติ สุประกอบ ผู้อำนวยการ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 13 สิงหาคม พ.ศ. 2536[# 3]
15 มาโนช-ปานโต.jpg นายมาโนช ปานโต ผู้อำนวยการ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2536 30 กันยายน พ.ศ. 2540
16 ศิริ-สุงคาสิทธิ์.jpg นายศิริ สุงคาสิทธิ์ ผู้อำนวยการ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541[# 4]
17 ธานี-สมบูรณ์บูรณะ.jpg นายธานี สมบูรณ์บูรณะ ผู้อำนวยการ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 30 กันยายน พ.ศ. 2542
18 สุรินทร์-ต่อเนื่อง.jpg นายสุรินทร์ ต่อเนื่อง ผู้อำนวยการ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2542 30 กันยายน พ.ศ. 2543
19 ประมวญ-บุญญพาพงศ์.jpg นายประมาญ บุญญพาพงศ์ ผู้อำนวยการ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 30 กันยายน พ.ศ. 2545
20 มนตรี-แสนวิเศษ.jpg นายมนตรี แสนวิเศษ ผู้อำนวยการ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 30 ตุลาคม พ.ศ. 2549
21 คงวุฒิ-ไพบูลย์ศิลป.jpg นายคงวุฒิ ไพบูลย์ศิลป ผู้อำนวยการ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2549 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
22 สุนันทวิทย์-พลอยขาว.jpg นายสุนันทวิทย์ พลอยขาว ผู้อำนวยการ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ปัจจุบัน


หมายเหตุ
  1. ขุนชำนิขบวนสาสน์ (ถนอม นาควัชระ) ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ ดำรงตำแหน่งรักษาการแทนอาจารย์ใหญ่ รวม 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ระหว่างปี พ.ศ. 2467 ถึง ปี พ.ศ. 2472 และครั้งที่ 2 ระหว่างปี พ.ศ. 2474 ถึง ปี พ.ศ. 2475
  2. จากหลักฐานบันทึกกิจการของโรงเรียนสมัย อาจารย์โชค สุคันธวณิช เป็นอาจารย์ใหญ่ ระบุว่า หลวงสวัสดิสารศาสตรพุทธิ (สวัสดิ์ สุมิตร) ดำรงตำแหน่งถึงปี พ.ศ. 2480 แต่ข้อมูลที่บันทึกอยู่ในสมุดจดหมายเหตุรายวันของผู้บริหารสมัยหลังๆ ระบุว่า ดำรงตำแหน่งถึงปี พ.ศ. 2482
  3. ถึงแก่กรรมในเหตุการณ์โรงแรม รอยัล พลาซ่า ถล่ม เมื่อวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2536 ในขณะดำรงตำแหน่ง
  4. ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย หลังจากดำรงตำแหน่งได้เพียง 3 เดือน นับเป็นผู้บริหารที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดของโรงเรียน

หน่วยงานภายในและภายนอกที่เกี่ยวข้อง[แก้]

  • สมาคมนักเรียนเก่าสุทธิวราราม (ส.สธ)
  • สมาคมผู้ปกครองและครู โรงเรียนวัดสุทธิวราราม (ส.ป.ส.ธ.)
  • มูลนิธิรุจิรวงศ์ ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
  • ชมรมครูเก่าสุทธิวราราม
  • คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง โรงเรียนวัดสุทธิวราราม
  • คณะกรรมการนักเรียน โรงเรียนวัดสุทธิวราราม (ก.น.)
  • ศูนย์บริการการศึกษาของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน[แก้]

คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนวัดสุทธิวราราม จัดตั้งขึ้น ตามความในมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 เพื่อทำหน้าที่กำกับและส่งเสริม สนับสนุนกิจการของสถานศึกษา ประกอบด้วย ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนครู ผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนศิษย์เก่าของสถานศึกษา ผู้แทนพระภิกษุสงฆ์หรือผู้แทนองค์กรศาสนาอื่นในพื้นที่ และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีรายนามประธานกรรมการสถานศึกษา ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันดังต่อไปนี้

  1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ตันธนะเดชา
  2. ศาสตราจารย์ ดร.พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์
  3. พระพรหมวชิรญาณ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร)
  4. ดร.วรุตม์ วรรณะเอี่ยมพิกุล-ปัจจุบัน

สถานที่ที่อยู่ใกล้เคียง[แก้]

สถานศึกษาในบริเวณใกล้เคียง[แก้]

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]

บุคลากรทางการเมือง การปกครอง การทูต การศึกษา การแพทย์และสาธารณสุข[แก้]

บุคลากรทางด้านธุรกิจ[แก้]

บุคลากรทางด้านบันเทิง[แก้]

บุคลากรทางด้านกีฬา[แก้]

การเดินทาง[แก้]

รถประจำทาง[แก้]

รถเมล์[25]

สาย 1 ถนนตก – สนามหลวง
สาย 15 ราชพฤกษ์ – บางลำพู
สาย 17 พระราม 2 - อนุสาวรีย์ชัยฯ
สาย 35 พระประแดง – สายใต้ใหม่ (ปอ.) / พระประแดง – เสาชิงช้า (ธรรมดา)
สาย 75 วัดพุทธ – หัวลำโพง
สาย 163 พุทธมลทลสาย 4 – อนุสาวรีย์ชัยฯ
สาย 504 สะพานกรุงเทพฯ – รังสิต
สาย 544 บางขุนเทียน – หนามแดง
สาย 547 ศาลายา – อนุสาวรีย์ชัยฯ

รถสี่ล้อสองแถว

สาย 1271 วัดไผ่เงิน – โรงพยาบาลเลิดสิน
สาย 1279 วัดดอกไม้ – วัดสุทธิฯ

รถไฟฟ้าบีทีเอส[แก้]

ใช้รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา (รถไฟฟ้าบีทีเอส) สายสีลม โดยลงที่สถานีสะพานตากสิน ทางออก 3,4

เรือด่วนเจ้าพระยา[แก้]

ท่าสาทร
ท่าวัดวรจรรยาวาส
ท่าวัดราชสิงขร
ท่าวัดเศวตฉัตร แล้วโดยสารเรือข้ามฟากข้ามไปลง ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าสี่ตา[26]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ข้อมูลทั่วไปโรงเรียนวัดสุทธิวราราม ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารการศึกษา กลุ่มสารสนเทศ สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  2. 2.0 2.1 2.2 โปรแกรมสารสนเทศโรงเรียนจังหวัดกรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2556 ชุดที่ 1 - ศูนย์ปฏิบัติการ GPA สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  3. เว็บไซต์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม
  4. 4.0 4.1 ท่านปั้น อุปการโกษากร (วัชราภัย) ชมรมสายสกุล ณ สงขลา
  5. วรชาติ มีชูบท, พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าแผ่นดินสยาม, สำนักพิมพ์ สร้างสรรค์บุ๊คส์, 2552
  6. ประวัติโรงเรียน เว็บไซต์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม
  7. ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 25, แจ้งความกระทรวงธรรมการ [เรื่อง ปั้นมรรคนายิกาวัดสุทธิวรารามป่วยถึงแก่กรรม] หน้า 116
  8. ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 25, พระราชทานสัญญาบัตรมรรคนายก [พระศิริศาสตร์ประสิทธิ์เป็นมรรคนายกวัดสุทธิวราราม] หน้า 585
  9. ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 28, แจ้งความกระทรวงธรรมการ [ประกาศพระราชนิยมเรื่องบำเพ็ญกุศลในวิธีสร้างโรงเรียน] หน้า 896
  10. 10.0 10.1 ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 49 เรื่องจดหมายเหตุของมองซิเออร์เซเบเรต์ ราชทูตฝรั่งเศสซึ่งเข้ามาเจริญทางพระราชไมตรีในกรุงสยาม ครั้งแผ่นดิน สมเด็จพระนารายณ์ มหาราช (ตอนที่ 3ต่อจากประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 48) พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ มหาอำมาตย์โท พระยาพิจารณาปฤชามาตย์ (สุหร่าย วัชราภัย) เมื่อปีมะโรง พ.ศ. 2471
  11. ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 9 กรกฎาคม 130 เล่ม 28 หน้า 737-738
  12. 12.00 12.01 12.02 12.03 12.04 12.05 12.06 12.07 12.08 12.09 12.10 ศตวัชรบงกช 100 ปี โรงเรียนวัดสุทธิวราราม.-- กรุงเทพฯ : โรงเรียนวัดสุทธิวราราม, 2554.
  13. สำนักจดหมายเหตุแห่งชาติ มร. 6ศ/5, ทูลเกล้าถวายร่างประกาศพระราชนิยมเรื่องบำเพ็ญกุศลในวิธีสร้างโรงเรียน
  14. สำนักจดหมายเหตุแห่งชาติ มร. 6ศ/5, เรื่องโรงเรียนวัดสุทธิวรารามแลประกาศพระราชนิยมในการสร้างโรงเรียน, หน้า 10-11
  15. ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 6 สิงหาคม 130 เล่ม 28 หน้า 896-899
  16. ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 1 มกราคม 2470 เล่ม 44 หน้า 3190]
  17. ประวัติโรงเรียนวัดสุทธิวราราม
  18. ประวัติโรงเรียน - วัชรสมโภช 80 ปี โรงเรียนวัดสุทธิวราม
  19. 19.0 19.1 คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ประจำปีการศึกษา 2551
  20. จัดพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์งานครบรอบ96ปีร.ร.วัดสุทธิฯ ข่าวสด วันที่ 03 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 17 ฉบับที่ 6030
  21. 21.0 21.1 ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 5 สิงหาคม 2471 เล่ม 45 หน้า 1406
  22. ศาสตราจารย์ หลวงสมานวนกิจ - หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
  23. ภาคผนวก ข ประวัติผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สุธาริณี วาคาบายาซิ. (2550).บทบาทของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของ กทม. (พ.ศ. 2515 - 2543). ปริญญานิพนธ์ ศศ.ม. (ประวัติศาสตร์). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
  24. กรรมการสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง
  25. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ, สายรถเมล์
  26. กรมเจ้าท่า, รายละเอียดท่าเทียบเรือ เรือยนต์ข้ามฟาก ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปี พ.ศ. 2555

บรรณานุกรม[แก้]

  1. ศตวัชรบงกช 100 ปี โรงเรียนวัดสุทธิวราราม.-- กรุงเทพฯ : โรงเรียนวัดสุทธิวราราม, 2554.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°42′45″N 100°30′44″E / 13.712399°N 100.512191°E / 13.712399; 100.512191