โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
| โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร | |
|---|---|
![]() |
|
|
อุฎฐาตา วินทฺเต ธนํ
ผู้หมั่นย่อมหาทรัพย์ได้ |
|
| Location | |
| เลขที่ 69 ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 |
|
| ข้อมูล | |
| ชื่ออังกฤษ | Mathayom Wat Benchamabophit School |
| อักษรย่อ | บ.บ. (BB) |
| ประเภท | โรงเรียนรัฐบาล |
| สถาปนา | ร.ศ. 119 / พ.ศ. 2443 |
| ผู้ก่อตั้ง | พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว |
| ผู้อำนวยการ | นายชลอ เขียวฉลัว |
| จำนวนนักเรียน | 1,193 คน |
| เพลง | มาร์ชเบญจมบพิตร |
| สังกัดการศึกษา | สพฐ. |
| เว็บไซต์ | http://www.mwbb.ac.th |
โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร (Mathayom Wat Benchamabophit School) ตั้งอยู่ในบริเวณวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ในเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ 42 ตารางวา อยู่ในเขตพระราชฐาน เป็นโรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานครที่เปิดสอนเฉพาะนักเรียนชาย (โรงเรียนชายล้วน) [1] ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชกำเนิดเมื่อ ร.ศ.119 (พ.ศ. 2443) พระองค์ทรงกำหนดหลักสูตรแนวการสอนด้วยพระองค์เอง และเปิดสอนตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2446 มีนักเรียน 40 คน เป็นโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์โดยตรงไม่ขึ้นตรงต่อกระทรวงธรรมการสมัยนั้น หลังจากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระบรมวงศานุวงศ์ ชั้นผู้ใหญ่และเสนาบดีกระทรวงธรรมการ ร่วมกันวางแผนปรับปรุงโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร ที่สำคัญยิ่งก็คือ พระองค์ได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างอาคารถาวรเป็นตึกทรงยุโรปสถาปัตยกรรมแบบ Neo-Classic และทรงห่วงใยในเรื่องการก่อสร้างเป็นอย่างยิ่ง แม้ในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องได้รับพระราชทาน บรมราชานุญาตทุกอย่าง โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตรปัจจุบันเปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
ประวัติ [แก้]
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่า วัดเบญจมบพิตรตั้งอยู่ห่างไกล บรรดาศิษย์วัดซึ่งต้องอุปฐากรับใช้ภิกษุสามเณร ไม่สะดวกที่จะเดินทางไปเล่าเรียนที่ห่างไกล จึงมีพระราชประสงค์ให้สร้างขึ้นเพื่อ "สอนศิษย์ซึ่งเป็นคฤหัสถ์" พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานกำเนิดเมื่อ ร.ศ.119 (พ.ศ. 2443) ในชั้นต้นที่อาคารชั่วคราวหลังมุงจากใช้เสื่อลำแพนกั้นเป็นประตูและหน้าต่างเพียงหลังเดียว พระองค์ทรงกำหนดหลักสูตรแนวการสอนด้วยพระองค์เอง และเปิดสอนตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2444 มีนักเรียน 40 คน เป็นโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์โดยตรง ไม่ขึ้นตรงต่อกระทรวงธรรมการสมัยนั้น
หลังจากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระบรมวงศานุวงศ์ ชั้นผู้ใหญ่และเสนาบดีกระทรวงธรรมการ ร่วมกันวางแผนปรับปรุงโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร อาทิเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล)จัดทำหลักสูตรโรงเรียนตามพระราชดำริ ที่สำคัญยิ่งก็คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างอาคารถาวรซึ่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นผู้ทรงออกแบบก่อสร้างเป็นตึกทรงยุโรป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยในเรื่องการก่อสร้างเป็นอย่างยิ่ง แม้ในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องได้รับพระราชทาน บรมราชานุญาตทุกอย่าง ขณะที่พระองค์เสด็จประพาสยุโรปนั้นได้โปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถเสด็จมาทรงควบคุมแทนพระองค์ และพระราชทานนามจารึกที่หน้าบันมุขกลางว่า "โรงเรียนเบญจมบพิตร สร้าง รัตนโกสินทรศก ๑๒๑" เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน รัตนโกสินทรศก 121 (พ.ศ. 2445) หรือ ร.ศ. 121 แล้วได้โปรดเกล้าฯให้นักเรียนขึ้นเรียนบนอาคารถาวรหลังใหม่หลังจากฉลองอาคารแล้ว ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน 2447 เป็นต้นมา
แล้วต่อมาทางการได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนจาก "โรงเรียนเบญจมบพิตร" เป็น "โรงเรียนมัธยมเบญจมบพิตร" เป็น "โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร" ตามลำดับ และสุดท้ายทางการได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น "โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร" ในปัจจุบัน ส่วนชื่อ "โรงเรียนเบญจมบพิตร ได้นำไปใช้กับ โรงเรียนประถม"
- โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร เป็นโรงเรียนแรกของประเทศไทยที่ชื่อขึ้นต้นว่า "เบญจม" และเป็นโรงเรียนเดี่ยวที่ขึ้นต้น "เบญจม" ที่ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า "เบญจมบพิตร" ซึ่งต่างจากโรงเรียนอื่นๆที่ขึ้นต้นว่า "เบญจม" ที่ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
อาคารและสถานที่ภายในบริเวณโรงเรียน [แก้]
- อาคารที่ 1 (อาคารพระพุทธเจ้าหลวง ตึกสีชมพู) สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2445 เป็นอาคารทรงยุโรปแบบพิเศษ 2 ชั้น 8 มุข 16 ห้องเรียน ทรงยุโรป สถาปัตยกรรม Neo-Classic ตัวอาคารสีกาบบัว (สีแดงเจือขาว) หน้าต่างและกระเบื้องหลังคาสีเขียวอมน้ำเงิน (สีเขียวคอเป็ด) ปัจจุบันหลังคาเป็นสีอิฐ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นด้วยทุนทรัพย์ซึ่งเป็น "สมบัติของพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอิศริยาภรณ์ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอนุสรสิริประสาธน์ และเจ้าจอมมารดาเกสร " อาคารพุทธเจ้าหลวงหลังนี้อยู่ด้านทิศตะวันตกของแนวกุฏิสงฆ์ ติดรั้ววัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ราคาก่อสร้าง 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นผู้ทรงออกแบบก่อสร้างอาคารหลังนี้ อาคารพระพุทธเจ้าหลวงได้รับการซ่อมแซมหลายครั้ง ครั้งหลังสุด กรมสามัญศึกษาได้ทำการซ่อมแซมเมื่อ พ.ศ. 2525 ใช้งบประมาณ 2.4 ล้านบาท
อาคารเรียนหลังนี้ได้รับคัดเลือกให้เป็นอาคารอนุรักษ์อาคารสถานที่ราชการอนุรักษ์ดีเด่นของสมาคมสถาปนิกสยาม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระราชทานโล่รางวัล และประกาศนียบัตรแก่โรงเรียนเมื่อพ.ศ. 2527
- ปัจจุบันอาคารพระพุทธเจ้าหลวงยังมั่นคง แข็งแรง และสง่างาม
(ในขณะนี้ พ.ศ. 2556 ทางโรงเรียนได้ทำการบูรณะอาคารด้วยงบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการเป็นจำนวนเงิน 21 ล้าน และได้มีการปรับปรุงสนามกีฬาหน้าอาคาร 1 ด้วยงบประมาณ 1.9 ล้านบาท )
- อาคารที่ 2 (อาคารเทพศึกษา) :สร้างเมื่อพ.ศ. 2507 เป็นอาคารเรียน 3 ชั้น ขนาด 15 ห้องเรียน ราคาก่อสร้าง 1.5 ล้านบาท
- ชั้น 1 ประกอบด้วย : ห้องคอมพิวเตอร์ 2 ห้อง สำนักผู้อำนวยการ 1 ห้อง ห้องกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน 1 ห้อง
- ชั้น 2 ประกอบด้วย : ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Library) 1 ห้อง
- ชั้น 3 ประกอบด้วย : ห้องกลุ่มบริหารงานวิชาการ 1 ห้อง ห้องเรียนวิชาภาษาไทย 4 ห้อง และห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 1 ห้อง
- อาคารที่ 3 (อาคารพุทธิศึกษา) สร้างเมื่อพ.ศ. 2517 เป็นอาคารเรียน 4 ชั้น ขนาด 20 ห้องเรียน ราคาก่อสร้าง 2.4 ล้านบาท
- ชั้น 1 ประกอบด้วย : สหกรณ์โรงเรียน 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 1 ห้อง ห้องเรียนศิลปะป้องกันตัว (มวยไทย) 1 ห้อง ห้องเรียนสุขศึกษา 1 ห้อง
ห้องพยาบาล 1 ห้อง ห้องแนะแนว 1 ห้อง
- ชั้น 2 ประกอบด้วย : ห้องเรียน ICP 3 ห้อง ห้องคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียน ICP 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 1 ห้อง
- ชั้น 3 ประกอบด้วย : ห้องเรียน INTENSIVE 3 ห้อง ห้องเรียนอัจริยะ (E-Classroom) 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 1 ห้อง
- ชั้น 4 ประกอบด้วย : ห้องเรียนสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 3 ห้อง ห้องพุทธวรญาณ (ศุนย์พระพุทธศาสนา) 1 ห้อง
- อาคารที่ 4 (อาคารธรรมศึกษา) สร้างเมื่อพ.ศ. 2520 เป็นอาคารเรียน 4 ชั้น ขนาด 20 ห้องเรียน ราคาก่อสร้าง 3.9 ล้านบาท
- ชั้น 1 ประกอบด้วย : หอประชุมโรงเรียน
- ชั้น 2 ประกอบด้วย : ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิศาสตร์ 1 ห้อง ห้องเรียนคณิตศาสตร์ 4 ห้อง
- ชั้น 3 ประกอบด้วย : ห้องดนตรีไทย 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ 1 ห้อง ห้องเรียนศิลปะ 3 ห้อง
- ชั้น 4 ประกอบด้วย : ห้องวงโยธวาทิต (ดนตรีสากล) 1 ห้อง ห้องเรียนศิลปะป้องกันตัว (เทควันโด) 1 ห้อง
- อาคารที่ 5 (อาคารรัตนโกสินทร 200 ปี) สร้างเมื่อพ.ศ. 2522 แบบพิเศษ 4 ชั้น ราคาก่อสร้าง 3.3 ล้านบาท
- ชั้น 1 ประกอบด้วย : ศูนย์อาหาร และบริการ
- ชั้น 2 ประกอบด้วย : ห้องคหกรรม 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี 1 ห้อง ห้องเรียนการงานอาชีพ 2 ห้อง
- ชั้น 3 ประกอบด้วย : ห้องปฏิบัติการทางด้านภาษา (Sound Lab) 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 1 ห้อง ศูนย์วิชาการภาษาฝรั่งเศส 1 ห้อง
- ชั้น 4 ประกอบด้วย : ห้องพิมพ์ดีด 1 ห้อง ห้องเรียนรวม 1 ห้อง
- อาคารที่ 6 (อาคารพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก) สร้างเมื่อ พ.ศ. 2528 แบบพิเศษ 3 ชั้น ขนาด 12 ห้องเรียน ราคาก่อสร้าง 5 ล้านบาท พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก สร้างให้ด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว
- ชั้น 1 ประกอบด้วย : ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ 1 ห้อง ห้องอุปกรณ์ 1 ห้อง ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ 1 ห้อง ห้องปฏิบัติการทางชีววิทยา 1 ห้อง
- ชั้น 2 ประกอบด้วย : ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ 1 ห้อง ห้องอุปกรณ์ 1 ห้อง ห้องปฏิบัติการทางฟิสิกส์ 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 1 ห้อง
- ชั้น 3 ประกอบด้วย : ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ 1 ห้อง ห้องอุปกรณ์ 1 ห้อง ห้องปฏิบัติการทางเคมี 1 ห้อง ห้องศูนย์สื่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 1 ห้อง
- อาคารที่ 7 (เรือนพยาบาลพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก) เป็นอาคารเรือนทรงไทย พร้อมด้วยเวชภัณฑ์และครุภัณฑ์ขนาด 4 เตียง สร้างด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัวของพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก
ราคาก่อสร้าง 250,000 บาท ปัจจุบันได้ใช้เป็นห้องพักครู แล้วได้ย้ายห้องพยาบาลไปยังอาคารพระพุทธเจ้าหลวงชั้น 1
เอกลักษณ์ของโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร [แก้]
- เครื่องหมายประจำโรงเรียน
- เครื่องหมายประจำโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร ประกอบด้วย
- พระเกี้ยวน้อยเปล่งรัศมี มีเลข ๕ อยู่ข้างล่างซึ่งเป็นเครื่องหมายประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้พระราชทานกำเนิดโรงเรียน
- อักษร บ.บ. อยู่ใต้ตัวเลข ๕ เป็นอักษรย่อของโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
- คติธรรมประจำโรงเรียน คือ อุฎฐาตา วินทฺเต ธนํ แปลว่า ผู้หมั่นย่อมหาทรัพย์ได้
(ซึ่งเป็นคติธรรมที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภโณ)อดีตสมเด็จพระสังฆราช อดีตเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร
ดุสิตวนารามประทานให้แก่โรงเรียน)
████ สีประจำโรงเรียน
- สีชมพู ██ เป็นสีประจำวันอังคารซึ่งตรงกับวันพระราชสมภพในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นสัญลักษณ์เตือนใจ
นักเรียน และครูอาจารย์ของโรงเรียนให้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
- สีเหลือง ██ เป็นสีของพระพุทธศาสนา หมายถึง โรงเรียนตั้งอยู่ในวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นสัญลักษณ์เตือนใจนักเรียน และครูอาจารย์ของโรงเรียนให้กระทำในสิ่งที่ชอบไม่ประกอบในสิ่งที่ผิด ฝึกชำระจิตใจให้บริสุทธิ์สะอาด ใช้ความสามารถคุ้มครองตน และเป็นคนมีธรรมะทุกเมื่อ
- วิสัยทัศน์
- มุ่งจัดการศึกษาพัฒนาสู่สากล บนพื้นฐานแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
- อัตลักษณ์
- "สุภาพบุรุษเบญจมบพิตร" เป็นผู้มีสัมมาคารวะ รู้จักรุ่นพี่รุ่นน้อง
- เอกลักษณ์
- คุณธรรมเด่น เน้นวิชาการ ก้าวทันเทคโนโลยี
- เพลงประจำโรงเรียน
- มาร์ชเบญจมบพิตร (ประพันธ์โดย อ.ปทุม สายะสนธิ)
- ต้นไม้ประจำโรงเรียน
คณะสีของโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร [แก้]
โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร เป็นโรงเรียนเดียวของประเทศไทยที่ใช้ชื่อคณะสีจากหน้าบันพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
- ██ คณะนารายณ์ทรงครุฑ Naraisongkrut (สีแสด) ก่อตั้งวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2521
- ██ คณะจักรรถ Jakrot (สีแดง) ก่อตั้งวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2521
- ██ คณะมหาอุณาโลม Mahaunalom (สีเขียว) ก่อตั้งวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2521
- ██ คณะไอยราพต Iyarapot (สีฟ้า) ก่อตั้งวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2521
- ██ คณะจุลมงกุฎ Chula Mongkut (สีเทา) ก่อตั้งวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2531 ปัจจุบันไม่มีคณะสีนี้แล้ว
โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร เคยร่วมจัดงานสมานมิตร เพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับโรงเรียนเพื่อนบ้าน โดยมี 3 โรงเรียนดังนี้
โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ โรงเรียนวัดราชาธิวาส และโรงเรียนวัดน้อยนพคุณ
การปฏิณาญตนของนักเรียนในพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม [แก้]
- นักเรียนโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร ต้องเข้าพิธีปฏิญาณตน และมอบตัวเป็นศิษย์องค์พระพุทธชินราช พระพุทธเจ้าหลวง และพระพุทธวรญาณ เจ้าอาวาสวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
เป็นประจำทุกปี
ปูชนียวัตถุเป็นที่เคารพสักการบูชาอย่างสูงของชาวเบญจมบพิตร [แก้]
- พระพุทธชินราช (จำลอง)พระประธานในพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
- พระสรีรังคารพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งประดิษฐานอยู่ใต้รัตนบัลลังก์ขององค์พระพุทธชินราชจำลองในพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร
- พระบรมรูปประทับยืนขนาดใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ศาลาร้อยปีปิยมหาราชอนุสรณ์
- พระบรมสาทิสลักษณ์ประทับยืนขนาดใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ห้องเกียรติยศของโรงเรียน
- พระรูปหล่อสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภโณ)) ที่มุขด้านทิศตะวันออกของพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ อ.ป.ก.
องค์ผู้อุปการะโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร [แก้]
องค์ผู้อุปการะโรงเรียน คือ เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม อาทิ
- สมเด็จพระวันรัต[2]
- สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภณ)
- สมเด็จพระพุทธชินวงศ์
- พระพรหมจริยาจารย์
- พระพุทธวรญาณ
องค์กรที่ให้การสนับสนุนโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร [แก้]
- วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
- มูลนิธิวัดเบญจมบพิตร (กองทุนสมโภชพระพุทธชินราช)
- คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
- สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
- สมาคมนักเรียนเก่าเบญจมบพิตร ในพระบรมราชูปถัมภ์
- มูลนิธินักเรียนเก่าเบญจมบพิตร
- มูลนิธิเบญจมเมตตาธรรม
- คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
- องค์กรภาครัฐ เอกชน องค์กรท้องถิ่น และชุมชน ฯลฯ
รายนามผู้บริหารโรงเรียน [แก้]
ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง [แก้]
รายนาม ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงของโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
สถานที่สำคัญที่อยู่ใกล้เคียง [แก้]
- วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
- พระราชวังดุสิต
- ลานพระบรมรูปทรงม้า
- พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
- สนามเสือป่า
- ทำเนียบรัฐบาล
- กองบัญชาการ กองทัพภาคที่ 1
- กระทรวงศึกษาธิการ
- ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย (สนามม้านางเลิ้ง)
- สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)
- สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)
- สวนสัตว์ดุสิต
ดูเพิ่ม [แก้]
อ้างอิง [แก้]
- ↑ http://www.watbencha.com/history/school.html ปัจจุบันทางการได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น "โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร" เปิดสอนเฉพาะนักเรียนชาย
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความกระทรวงธรรมการ แผนกกรมสามัญศึกษา เรื่องมีผู้อุปการโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร, เล่ม ๔๕, ตอน ๐ ง , ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๑, หน้า ๒๖๗๓
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
- เว็บไซต์โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
- เว็บไซต์สมาคมนักเรียนเก่าเบญจมบพิตร ในพระบรมราชูปถัมภ์
- เว็บไซต์วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
- เว็บบอร์ดนักเรียนเก่าเบญจมบพิตร 104
- เว็บบอร์ดนักเรียนเก่าเบญจมบพิตร 105
- แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
- ภาพถ่ายดาวเทียมจากวิกิแมเปีย หรือกูเกิลแมปส์
- แผนที่จากมัลติแมป หรือโกลบอลไกด์
- ภาพถ่ายทางอากาศจากเทอร์ราเซิร์ฟเวอร์
พิกัดภูมิศาสตร์: 13°45′57″N 100°30′45″E / 13.765876°N 100.512521°E
|
|||||||||||
|
||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||

