โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับพระอารามหลวง ดูที่ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร
โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
Mwbb logo color.svg
อุฎฐาตา วินทฺเต ธนํ
ผู้หมั่นย่อมหาทรัพย์ได้
69 ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
พิกัด 13°45′57″N 100°30′45″E / 13.765876°N 100.512521°E / 13.765876; 100.512521
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Mathayom Wat Benchamabophit School
อักษรย่อ บ.บ. (BB)
ประเภท โรงเรียนรัฐบาล
สถาปนา ร.ศ. 119 / พ.ศ. 2443
ผู้ก่อตั้ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เขตการศึกษา เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 กลุ่ม 2
ผู้อำนวยการ นายชลอ เขียวฉลัว
จำนวนนักเรียน 1,193 คน
สี สีชมพู ██ - สีเหลือง ██
เพลง มาร์ชเบญจมบพิตร
สังกัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ต้นไม้ประจำโรงเรียน ต้นอโศก
เว็บไซต์
ภาพถ่ายเก่าอาคารพระพุทธเจ้าหลวง ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
ภาพหน้าบันอาคารพระพุทธเจ้าหลวง

โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร (Mathayom Wat Benchamabophit School) ตั้งอยู่ในบริเวณวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ในเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ 42 ตารางวา อยู่ในเขตพระราชฐาน เป็นโรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานครที่เปิดสอนเฉพาะนักเรียนชาย (โรงเรียนชายล้วน) [1] ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชกำเนิดเมื่อ ร.ศ.119 (พ.ศ. 2443) พระองค์ทรงกำหนดหลักสูตรแนวการสอนด้วยพระองค์เอง และเปิดสอนตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2446 มีนักเรียน 40 คน เป็นโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์โดยตรงไม่ขึ้นตรงต่อกระทรวงธรรมการสมัยนั้น หลังจากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระบรมวงศานุวงศ์ ชั้นผู้ใหญ่และเสนาบดีกระทรวงธรรมการ ร่วมกันวางแผนปรับปรุงโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร ที่สำคัญยิ่งก็คือ พระองค์ได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างอาคารถาวรเป็นตึกทรงยุโรปสถาปัตยกรรมแบบ Neo-Classic และทรงห่วงใยในเรื่องการก่อสร้างเป็นอย่างยิ่ง แม้ในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องได้รับพระราชทาน บรมราชานุญาตทุกอย่าง โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตรปัจจุบันเปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่า วัดเบญจมบพิตรตั้งอยู่ห่างไกล บรรดาศิษย์วัดซึ่งต้องอุปฐากรับใช้ภิกษุสามเณร ไม่สะดวกที่จะเดินทางไปเล่าเรียนที่ห่างไกล จึงมีพระราชประสงค์ให้สร้างขึ้นเพื่อ "สอนศิษย์ซึ่งเป็นคฤหัสถ์" พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานกำเนิดเมื่อ ร.ศ.119 (พ.ศ. 2443) ในชั้นต้นที่อาคารชั่วคราวหลังมุงจากใช้เสื่อลำแพนกั้นเป็นประตูและหน้าต่างเพียงหลังเดียว พระองค์ทรงกำหนดหลักสูตรแนวการสอนด้วยพระองค์เอง และเปิดสอนตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2444 มีนักเรียน 40 คน เป็นโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์โดยตรง ไม่ขึ้นตรงต่อกระทรวงธรรมการสมัยนั้น

หลังจากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระบรมวงศานุวงศ์ ชั้นผู้ใหญ่และเสนาบดีกระทรวงธรรมการ ร่วมกันวางแผนปรับปรุงโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร อาทิเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล)จัดทำหลักสูตรโรงเรียนตามพระราชดำริ ที่สำคัญยิ่งก็คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างอาคารถาวรซึ่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นผู้ทรงออกแบบก่อสร้างเป็นตึกทรงยุโรป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยในเรื่องการก่อสร้างเป็นอย่างยิ่ง แม้ในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องได้รับพระราชทาน บรมราชานุญาตทุกอย่าง ขณะที่พระองค์เสด็จประพาสยุโรปนั้นได้โปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถเสด็จมาทรงควบคุมแทนพระองค์ และพระราชทานนามจารึกที่หน้าบันมุขกลางว่า "โรงเรียนเบญจมบพิตร สร้าง รัตนโกสินทรศก ๑๒๑" เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน รัตนโกสินทรศก 121 ตรงกับ วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2445 แล้วได้โปรดเกล้าฯให้นักเรียนขึ้นเรียนบนอาคารถาวรหลังใหม่หลังจากฉลองอาคารแล้ว ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน 2447 เป็นต้นมา

แล้วต่อมาทางการได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนจาก "โรงเรียนเบญจมบพิตร" เป็น "โรงเรียนมัธยมเบญจมบพิตร" เป็น "โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร" ตามลำดับ และสุดท้ายทางการได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น "โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร" ในปัจจุบัน ส่วนชื่อ "โรงเรียนเบญจมบพิตร ได้นำไปใช้กับ โรงเรียนประถม"

โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร เป็นโรงเรียนแรกของประเทศไทยที่ชื่อขึ้นต้นว่า "เบญจม" และเป็นโรงเรียนเดี่ยวที่ขึ้นต้น "เบญจม" ที่ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า "เบญจมบพิตร" ซึ่งต่างจากโรงเรียนอื่นๆที่ขึ้นต้นว่า "เบญจม" ที่ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

เอกลักษณ์ของโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร[แก้]

เครื่องหมายประจำโรงเรียน[แก้]

เครื่องหมายประจำโรงเรียน
เครื่องหมายประจำโรงเรียน
เครื่องหมายประจำโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร ประกอบด้วย
  • พระเกี้ยวน้อยเปล่งรัศมี มีเลข ๕ อยู่ข้างล่างซึ่งเป็นเครื่องหมายประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้พระราชทานกำเนิดโรงเรียน
  • อักษร บ.บ. อยู่ใต้ตัวเลข ๕ เป็นอักษรย่อของโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
  • คติธรรมประจำโรงเรียน คือ อุฎฐาตา วินทฺเต ธนํ แปลว่า ผู้หมั่นย่อมหาทรัพย์ได้

(ซึ่งเป็นคติธรรมที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภโณ) อดีตสมเด็จพระสังฆราช อดีตเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร
ดุสิตวนารามประทานให้แก่โรงเรียน)

สีประจำโรงเรียน[แก้]

  • สีชมพู ██ เป็นสีประจำวันอังคารซึ่งตรงกับวันพระราชสมภพในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นสัญลักษณ์เตือนใจ

นักเรียน และครูอาจารย์ของโรงเรียนให้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

  • สีเหลือง ██ เป็นสีของพระพุทธศาสนา หมายถึง โรงเรียนตั้งอยู่ในวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นสัญลักษณ์เตือนใจนักเรียน และครูอาจารย์ของโรงเรียนให้กระทำในสิ่งที่ชอบไม่ประกอบในสิ่งที่ผิด ฝึกชำระจิตใจให้บริสุทธิ์สะอาด ใช้ความสามารถคุ้มครองตน และเป็นคนมีธรรมะทุกเมื่อ

ปูชนียวัตถุเป็นที่เคารพสักการบูชาอย่างสูงของชาวเบญจมบพิตร[แก้]

พระพุทธชินราชจำลอง ประธานในพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร ใต้รัตนบัลลังก์บรรจุพระสรีรางคารรัชกาลที่ 5
เครื่องแบบนักเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตรสมัยก่อน

อัตลักษณ์ และ เอกลักษณ์[แก้]

  • อัตลักษณ์ สุภาพบุรุษเบญจมบพิตร เป็นผู้มีสัมมาคารวะ รู้จักรุ่นพี่รุ่นน้อง
  • เอกลักษณ์ คุณธรรมเด่น เน้นวิชาการ ก้าวทันเทคโนโลยี

เพลงประจำโรงเรียน[แก้]

  • มาร์ชเบญจมบพิตร ประพันธ์โดย อ.ปทุม สายะสนธิ

ต้นไม้ประจำโรงเรียน[แก้]

คณะสีของโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร[แก้]

โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร เป็นโรงเรียนเดียวของประเทศไทยที่ใช้ชื่อคณะสีจากหน้าบันพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

  • ██ คณะนารายณ์ทรงครุฑ Naraisongkrut (สีแสด) ก่อตั้งวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2521
  • ██ คณะจักรรถ Jakrot (สีแดง) ก่อตั้งวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2521
  • ██ คณะมหาอุณาโลม Mahaunalom (สีเขียว) ก่อตั้งวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2521
  • ██ คณะไอยราพต Iyarapot (สีฟ้า) ก่อตั้งวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2521
  • ██ คณะจุลมงกุฎ Chula Mongkut (สีเทา) ก่อตั้งวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2531 ปัจจุบันไม่มีคณะสีนี้แล้ว

อาคารและสถานที่ภายในบริเวณโรงเรียน[แก้]

อาคารพระพุทธเจ้าหลวง โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
มุมมองอาคารพระพุทธเจ้าหลวงจากสนามวัดเบญจมบพิตร
โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
  • อาคารที่ 1 (อาคารพระพุทธเจ้าหลวง ตึกสีชมพู) สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2445 เป็นอาคารทรงยุโรปแบบพิเศษ 2 ชั้น 8 มุข 16 ห้องเรียน ทรงยุโรป สถาปัตยกรรม Neo-Classic ตัวอาคารสีกาบบัว (สีแดงเจือขาว) หน้าต่างและกระเบื้องหลังคาสีเขียวอมน้ำเงิน (สีเขียวคอเป็ด) ปัจจุบันหลังคาเป็นสีอิฐ

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นด้วยทุนทรัพย์ซึ่งเป็น "สมบัติของพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอิศริยาภรณ์ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอนุสรสิริประสาธน์ และเจ้าจอมมารดาเกสร " อาคารพุทธเจ้าหลวงหลังนี้อยู่ด้านทิศตะวันตกของแนวกุฏิสงฆ์ ติดรั้ววัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ราคาก่อสร้าง 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นผู้ทรงออกแบบก่อสร้างอาคารหลังนี้ อาคารเรียนหลังนี้ได้รับคัดเลือกให้เป็นอาคารอนุรักษ์อาคารสถานที่ราชการอนุรักษ์ดีเด่นของสมาคมสถาปนิกสยาม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระราชทานโล่รางวัล และประกาศนียบัตรแก่โรงเรียนเมื่อพ.ศ. 2527 อาคารพระพุทธเจ้าหลวงได้รับการซ่อมแซมหลายครั้ง อาทิเช่น กรมสามัญศึกษาได้ทำการซ่อมแซมเมื่อ พ.ศ. 2525 ใช้งบประมาณ 2.4 ล้านบาท และครั้งหลังสุด ในพ.ศ. 2556 โรงเรียนได้ทำการบูรณะอาคารด้วยงบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการเป็นจำนวนเงิน 21 ล้าน และได้มีการปรับปรุงสนามกีฬาหน้าอาคาร 1 ด้วยงบประมาณ 1.9 ล้านบาท

ปัจจุบันอาคารพระพุทธเจ้าหลวงยังมั่นคง แข็งแรง และสง่างาม
  • อาคารที่ 2 (อาคารเทพศึกษา)  :สร้างเมื่อพ.ศ. 2507 เป็นอาคารเรียน 3 ชั้น ขนาด 15 ห้องเรียน ราคาก่อสร้าง 1.5 ล้านบาท
  1. ชั้น 1 ประกอบด้วย : ห้องคอมพิวเตอร์ 2 ห้อง สำนักผู้อำนวยการ 1 ห้อง ห้องกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน 1 ห้อง
  2. ชั้น 2 ประกอบด้วย : ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Library) 1 ห้อง
  3. ชั้น 3 ประกอบด้วย : ห้องกลุ่มบริหารงานวิชาการ 1 ห้อง ห้องเรียนวิชาภาษาไทย 4 ห้อง และห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 1 ห้อง


  • อาคารที่ 3 (อาคารพุทธิศึกษา) สร้างเมื่อพ.ศ. 2517 เป็นอาคารเรียน 4 ชั้น ขนาด 20 ห้องเรียน ราคาก่อสร้าง 2.4 ล้านบาท
  1. ชั้น 1 ประกอบด้วย : สหกรณ์โรงเรียน 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 1 ห้อง ห้องเรียนศิลปะป้องกันตัว (มวยไทย) 1 ห้อง ห้องเรียนสุขศึกษา 1 ห้อง

ห้องพยาบาล 1 ห้อง ห้องแนะแนว 1 ห้อง

  1. ชั้น 2 ประกอบด้วย : ห้องเรียน ICP 3 ห้อง ห้องคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียน ICP 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 1 ห้อง
  2. ชั้น 3 ประกอบด้วย : ห้องเรียน INTENSIVE 3 ห้อง ห้องเรียนอัจริยะ (E-Classroom) 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 1 ห้อง
  3. ชั้น 4 ประกอบด้วย : ห้องเรียนสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 3 ห้อง ห้องพุทธวรญาณ (ศุนย์พระพุทธศาสนา) 1 ห้อง


  • อาคารที่ 4 (อาคารธรรมศึกษา) สร้างเมื่อพ.ศ. 2520 เป็นอาคารเรียน 4 ชั้น ขนาด 20 ห้องเรียน ราคาก่อสร้าง 3.9 ล้านบาท
  1. ชั้น 1 ประกอบด้วย : หอประชุมโรงเรียน
  2. ชั้น 2 ประกอบด้วย : ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิศาสตร์ 1 ห้อง ห้องเรียนคณิตศาสตร์ 4 ห้อง
  3. ชั้น 3 ประกอบด้วย : ห้องดนตรีไทย 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ 1 ห้อง ห้องเรียนศิลปะ 3 ห้อง
  4. ชั้น 4 ประกอบด้วย : ห้องวงโยธวาทิต (ดนตรีสากล) 1 ห้อง ห้องเรียนศิลปะป้องกันตัว (เทควันโด) 1 ห้อง


  • อาคารที่ 5 (อาคารรัตนโกสินทร 200 ปี) สร้างเมื่อพ.ศ. 2522 แบบพิเศษ 4 ชั้น ราคาก่อสร้าง 3.3 ล้านบาท
  1. ชั้น 1 ประกอบด้วย : ศูนย์อาหาร และบริการ
  2. ชั้น 2 ประกอบด้วย : ห้องคหกรรม 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี 1 ห้อง ห้องเรียนการงานอาชีพ 2 ห้อง
  3. ชั้น 3 ประกอบด้วย : ห้องปฏิบัติการทางด้านภาษา (Sound Lab) 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 1 ห้อง ศูนย์วิชาการภาษาฝรั่งเศส 1 ห้อง
  4. ชั้น 4 ประกอบด้วย : ห้องพิมพ์ดีด 1 ห้อง ห้องเรียนรวม 1 ห้อง


  • อาคารที่ 6 (อาคารพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก) สร้างเมื่อ พ.ศ. 2528 แบบพิเศษ 3 ชั้น ขนาด 12 ห้องเรียน ราคาก่อสร้าง 5 ล้านบาท พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก สร้างให้ด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว
  1. ชั้น 1 ประกอบด้วย : ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ 1 ห้อง ห้องอุปกรณ์ 1 ห้อง ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ 1 ห้อง ห้องปฏิบัติการทางชีววิทยา 1 ห้อง
  2. ชั้น 2 ประกอบด้วย : ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ 1 ห้อง ห้องอุปกรณ์ 1 ห้อง ห้องปฏิบัติการทางฟิสิกส์ 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 1 ห้อง
  3. ชั้น 3 ประกอบด้วย : ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ 1 ห้อง ห้องอุปกรณ์ 1 ห้อง ห้องปฏิบัติการทางเคมี 1 ห้อง ห้องศูนย์สื่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 1 ห้อง


  • อาคารที่ 7 (เรือนพยาบาลพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก) เป็นอาคารเรือนทรงไทย พร้อมด้วยเวชภัณฑ์และครุภัณฑ์ขนาด 4 เตียง สร้างด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัวของพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก

ราคาก่อสร้าง 250,000 บาท ปัจจุบันได้ใช้เป็นห้องพักครู แล้วได้ย้ายห้องพยาบาลไปยังอาคารพระพุทธเจ้าหลวงชั้น 1

องค์ผู้อุปการะโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร[แก้]

องค์ผู้อุปการะโรงเรียน คือ เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ทุกรูปตั้งแต่เมื่อครั้ง แรกสถาปนา

รายนามผู้บริหารโรงเรียน[แก้]

ลำดับ รูป รายนาม ชั้นเรียน เริ่มวาระ สิ้นสุดวาระ
1 พระยาบรรหารวรอรรถ
(ฉัตร ยุกติรัตน)
มูล - ม.3 พ.ศ. 2443 พ.ศ. 2447
2 หลวงประศาสน์อักษรการ
(โหมด เทวะผลิน)
มูล - ม.3 พ.ศ. 2447 พ.ศ. 2450
3 พระประกอบวุฒิสาท
(ทิพย์ เปรมกมล)
มูล - ม.2 พ.ศ. 2450 พ.ศ. 2452
4 หลวงพิเพทย์นิติสรรค์
(ฮวดหลี หุตะโกวิท)
มูล - ม.2 พ.ศ. 2452 พ.ศ. 2455
5 พระชำนาญอนุสาสน์
(ทองคำ โคปาลสุต)
มูล - ม.2 พ.ศ. 2455 พ.ศ. 2458
6 พระสันธิวิทยาพัฒน์
(ไล่เฮียง ศิริสิงห์)
ม.1 - ม.7 พ.ศ. 2458 พ.ศ. 2465
7 พระพณิชยสารวิเทศ
(ผาด มนธาตุผลิต)
ม.1 - ม.8 พ.ศ. 2465 พ.ศ. 2468
8 หลวงสันธานวิทยาสิทธิ์
(กำจาย พลางกูร)
ม.1 - ม.8 พ.ศ. 2468 พ.ศ. 2472
9 หลวงแจ่มวิชาสอน
(แจ่ม นิยมเหตุ)
ม.3 - ม.6 พ.ศ. 2472 พ.ศ. 2473
10 พระยาประมวลวิชาพูล
(วงษ์ บุญ-หลง)
ม.3 - ม.8 พ.ศ. 2473 พ.ศ. 2475
11 นายนาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา ม.3 - ม.8 พ.ศ. 2475 พ.ศ. 2476
12 หลวงชุมวิชากิจ
(ชุม โปตรนันท์)
ม.3 - ม.8 พ.ศ. 2476 พ.ศ. 2476
13 หลวงปราโมทย์จรรยาวิภาช
(ปราโมทย์ จันทวิมล)
พ.ศ. 2476 พ.ศ. 2477
14 หลวงลือล้ำศาสตร์
(เลื่อน ศรีวรรธนะ)
ม.4 - ม.8 พ.ศ. 2477 พ.ศ. 2478
15 พระดรุณพยุหรักษ์.jpg พระดรุณพยุหรักษ์
(บุญเย็น ธนโกเศศ)
ม.4 - ม.6 พ.ศ. 2478 พ.ศ. 2479
16 ทรง-ประนิช.jpg หลวงทรงวิทยาศาสตร์
(ทรง ประนิช)
ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2479 พ.ศ. 2481
17 นายถวิล ดารากร ณ อยุธยา ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2481 พ.ศ. 2485
18 นายเทือก กุสุมา ณ อยุธยา ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2485 พ.ศ. 2489
19 นายพร ทองพูนศักดิ์ ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2489 พ.ศ. 2491
20 สุดใจ เหล่าสุนทร.jpg ศาสตราจารย์ สุดใจ เหล่าสุนทร ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2491 พ.ศ. 2493
21 นายร่นเดช เดชกุญชร ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2493 พ.ศ. 2498
22 หลวงชุมวิชากิจ
(ประเสริฐ จุลฤกษ์)
ม.1 - ตร.1 พ.ศ. 2498 พ.ศ. 2505
23 นายบุญอวบ บูรณะบุตร ม.3 - ต.2 พ.ศ. 2505 พ.ศ. 2507
24 นายทองสุก เกตุโรจน์ ม.ศ.1 - ม.ศ.5 พ.ศ. 2507 พ.ศ. 2511
25 นายแก้ว อุปพงศ์ ม.ศ.1 - ม.ศ.5 พ.ศ. 2511 พ.ศ. 2516
26 นายลพ ชูแข ม.ศ.1 - ม.ศ.5 พ.ศ. 2516 พ.ศ. 2526
27 นายวิสิทธิ์ คำปันศักดิ์ ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2526 พ.ศ. 2533
28 นายวิกรม ชุมสาย ณ อยุธยา ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2533 พ.ศ. 2539
29 สมชัย เชาว์พานิช.jpg นายสมชัย เชาว์พานิช ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2539 พ.ศ. 2544
30 นายสุนทร วิไลลักษณ์ ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2444 พ.ศ. 2445
31 นายจีระศักดิ์ จันทุดม ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2545 พ.ศ. 2547
32 นายบุญธรรม พิมพาภรณ์ ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2547 พ.ศ. 2549
33 นายสุรพล การบุญ ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2549 พ.ศ. 2550
34 นายนาวี ยั่งยืน ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2550 พ.ศ. 2551
35 MK Director.png นายวันชัย ทองเกิด ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2551 พ.ศ 2554
36 นายชลอ เขียวฉลัว ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2554 ปัจจุบัน

กิจกรรมของโรงเรียน[แก้]

เข้าร่วมขบวนพระราชพิธีสมโภชขึ้นระวางช้างเผือก พ.ศ. 2499[แก้]

นักเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร เข้าร่วมขบวนพระราชพิธีสมโภชขึ้นระวางช้างเผือก พ.ศ. 2499

นักเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร เข้าร่วมขบวนพระราชพิธีสมโภชขึ้นระวางช้างเผือก พ.ศ. 2499

งานสมานมิตร[แก้]

โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร เคยร่วมจัดงานสมานมิตร เพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับโรงเรียนเพื่อนบ้าน โดยมี 3 โรงเรียนดังนี้
โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ โรงเรียนวัดราชาธิวาส และโรงเรียนวัดน้อยนพคุณ

การปฏิญาณตนของนักเรียนในพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม[แก้]

นักเรียนโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร ต้องเข้าพิธีปฏิญาณตน และมอบตัวเป็นศิษย์องค์พระพุทธชินราช พระพุทธเจ้าหลวง และพระพุทธวรญาณ เจ้าอาวาสวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามเป็นประจำทุกปี

วงโยธวาทิต[แก้]

วงโยธวาทิตโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2515

องค์กรที่ให้การสนับสนุนโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร[แก้]

  • วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
  • มูลนิธิวัดเบญจมบพิตร (กองทุนสมโภชพระพุทธชินราช)
  • คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
  • สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
  • สมาคมนักเรียนเก่าเบญจมบพิตร ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • มูลนิธินักเรียนเก่าเบญจมบพิตร
  • มูลนิธิเบญจมเมตตาธรรม
  • คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
  • องค์กรภาครัฐ เอกชน องค์กรท้องถิ่น และชุมชน ฯลฯ

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]

สถานที่สำคัญที่อยู่ใกล้เคียง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.watbencha.com/history/school.html ปัจจุบันทางการได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น "โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร" เปิดสอนเฉพาะนักเรียนชาย
  2. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความกระทรวงธรรมการ แผนกกรมสามัญศึกษา เรื่องมีผู้อุปการโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร, เล่ม ๔๕, ตอน ๐ ง , ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๑, หน้า ๒๖๗๓

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°45′57″N 100°30′45″E / 13.765876°N 100.512521°E / 13.765876; 100.512521