โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
Logo b.b..jpg
อุฎฐาตา วินทฺเต ธนํ
ผู้หมั่นย่อมหาทรัพย์ได้
Location
เลขที่ 69 ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Mathayom Wat Benchamabophit School
อักษรย่อ บ.บ. (BB)
ประเภท โรงเรียนรัฐบาล
สถาปนา ร.ศ. 119 / พ.ศ. 2443
ผู้ก่อตั้ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ผู้อำนวยการ นายชลอ เขียวฉลัว
จำนวนนักเรียน 1,193 คน
เพลง มาร์ชเบญจมบพิตร
สังกัดการศึกษา สพฐ.
เว็บไซต์
อาคารพระพุทธเจ้าหลวง โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
ภาพถ่ายเก่าอาคารพระพุทธเจ้าหลวง ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
ภาพหน้าบันอาคารพระพุทธเจ้าหลวง


โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร (Mathayom Wat Benchamabophit School) ตั้งอยู่ในบริเวณวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ในเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ 42 ตารางวา อยู่ในเขตพระราชฐาน เป็นโรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานครที่เปิดสอนเฉพาะนักเรียนชาย (โรงเรียนชายล้วน) [1] ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชกำเนิดเมื่อ ร.ศ.119 (พ.ศ. 2443) พระองค์ทรงกำหนดหลักสูตรแนวการสอนด้วยพระองค์เอง และเปิดสอนตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2446 มีนักเรียน 40 คน เป็นโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์โดยตรงไม่ขึ้นตรงต่อกระทรวงธรรมการสมัยนั้น หลังจากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระบรมวงศานุวงศ์ ชั้นผู้ใหญ่และเสนาบดีกระทรวงธรรมการ ร่วมกันวางแผนปรับปรุงโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร ที่สำคัญยิ่งก็คือ พระองค์ได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างอาคารถาวรเป็นตึกทรงยุโรปสถาปัตยกรรมแบบ Neo-Classic และทรงห่วงใยในเรื่องการก่อสร้างเป็นอย่างยิ่ง แม้ในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องได้รับพระราชทาน บรมราชานุญาตทุกอย่าง โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตรปัจจุบันเปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

เนื้อหา

ประวัติ [แก้]

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่า วัดเบญจมบพิตรตั้งอยู่ห่างไกล บรรดาศิษย์วัดซึ่งต้องอุปฐากรับใช้ภิกษุสามเณร ไม่สะดวกที่จะเดินทางไปเล่าเรียนที่ห่างไกล จึงมีพระราชประสงค์ให้สร้างขึ้นเพื่อ "สอนศิษย์ซึ่งเป็นคฤหัสถ์" พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานกำเนิดเมื่อ ร.ศ.119 (พ.ศ. 2443) ในชั้นต้นที่อาคารชั่วคราวหลังมุงจากใช้เสื่อลำแพนกั้นเป็นประตูและหน้าต่างเพียงหลังเดียว พระองค์ทรงกำหนดหลักสูตรแนวการสอนด้วยพระองค์เอง และเปิดสอนตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2444 มีนักเรียน 40 คน เป็นโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์โดยตรง ไม่ขึ้นตรงต่อกระทรวงธรรมการสมัยนั้น

หลังจากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระบรมวงศานุวงศ์ ชั้นผู้ใหญ่และเสนาบดีกระทรวงธรรมการ ร่วมกันวางแผนปรับปรุงโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร อาทิเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล)จัดทำหลักสูตรโรงเรียนตามพระราชดำริ ที่สำคัญยิ่งก็คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างอาคารถาวรซึ่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นผู้ทรงออกแบบก่อสร้างเป็นตึกทรงยุโรป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยในเรื่องการก่อสร้างเป็นอย่างยิ่ง แม้ในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องได้รับพระราชทาน บรมราชานุญาตทุกอย่าง ขณะที่พระองค์เสด็จประพาสยุโรปนั้นได้โปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถเสด็จมาทรงควบคุมแทนพระองค์ และพระราชทานนามจารึกที่หน้าบันมุขกลางว่า "โรงเรียนเบญจมบพิตร สร้าง รัตนโกสินทรศก ๑๒๑" เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน รัตนโกสินทรศก 121 (พ.ศ. 2445) หรือ ร.ศ. 121 แล้วได้โปรดเกล้าฯให้นักเรียนขึ้นเรียนบนอาคารถาวรหลังใหม่หลังจากฉลองอาคารแล้ว ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน 2447 เป็นต้นมา

แล้วต่อมาทางการได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนจาก "โรงเรียนเบญจมบพิตร" เป็น "โรงเรียนมัธยมเบญจมบพิตร" เป็น "โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร" ตามลำดับ และสุดท้ายทางการได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น "โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร" ในปัจจุบัน ส่วนชื่อ "โรงเรียนเบญจมบพิตร ได้นำไปใช้กับ โรงเรียนประถม"

โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร เป็นโรงเรียนแรกของประเทศไทยที่ชื่อขึ้นต้นว่า "เบญจม" และเป็นโรงเรียนเดี่ยวที่ขึ้นต้น "เบญจม" ที่ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า "เบญจมบพิตร" ซึ่งต่างจากโรงเรียนอื่นๆที่ขึ้นต้นว่า "เบญจม" ที่ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว


อาคารและสถานที่ภายในบริเวณโรงเรียน [แก้]

  • อาคารที่ 1 (อาคารพระพุทธเจ้าหลวง ตึกสีชมพู) สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2445 เป็นอาคารทรงยุโรปแบบพิเศษ 2 ชั้น 8 มุข 16 ห้องเรียน ทรงยุโรป สถาปัตยกรรม Neo-Classic ตัวอาคารสีกาบบัว (สีแดงเจือขาว) หน้าต่างและกระเบื้องหลังคาสีเขียวอมน้ำเงิน (สีเขียวคอเป็ด) ปัจจุบันหลังคาเป็นสีอิฐ

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นด้วยทุนทรัพย์ซึ่งเป็น "สมบัติของพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอิศริยาภรณ์ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอนุสรสิริประสาธน์ และเจ้าจอมมารดาเกสร " อาคารพุทธเจ้าหลวงหลังนี้อยู่ด้านทิศตะวันตกของแนวกุฏิสงฆ์ ติดรั้ววัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ราคาก่อสร้าง 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นผู้ทรงออกแบบก่อสร้างอาคารหลังนี้ อาคารพระพุทธเจ้าหลวงได้รับการซ่อมแซมหลายครั้ง ครั้งหลังสุด กรมสามัญศึกษาได้ทำการซ่อมแซมเมื่อ พ.ศ. 2525 ใช้งบประมาณ 2.4 ล้านบาท

อาคารเรียนหลังนี้ได้รับคัดเลือกให้เป็นอาคารอนุรักษ์อาคารสถานที่ราชการอนุรักษ์ดีเด่นของสมาคมสถาปนิกสยาม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระราชทานโล่รางวัล และประกาศนียบัตรแก่โรงเรียนเมื่อพ.ศ. 2527

ปัจจุบันอาคารพระพุทธเจ้าหลวงยังมั่นคง แข็งแรง และสง่างาม

(ในขณะนี้ พ.ศ. 2556 ทางโรงเรียนได้ทำการบูรณะอาคารด้วยงบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการเป็นจำนวนเงิน 21 ล้าน และได้มีการปรับปรุงสนามกีฬาหน้าอาคาร 1 ด้วยงบประมาณ 1.9 ล้านบาท )


  • อาคารที่ 2 (อาคารเทพศึกษา)  :สร้างเมื่อพ.ศ. 2507 เป็นอาคารเรียน 3 ชั้น ขนาด 15 ห้องเรียน ราคาก่อสร้าง 1.5 ล้านบาท
  1. ชั้น 1 ประกอบด้วย : ห้องคอมพิวเตอร์ 2 ห้อง สำนักผู้อำนวยการ 1 ห้อง ห้องกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน 1 ห้อง
  2. ชั้น 2 ประกอบด้วย : ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Library) 1 ห้อง
  3. ชั้น 3 ประกอบด้วย : ห้องกลุ่มบริหารงานวิชาการ 1 ห้อง ห้องเรียนวิชาภาษาไทย 4 ห้อง และห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 1 ห้อง


  • อาคารที่ 3 (อาคารพุทธิศึกษา) สร้างเมื่อพ.ศ. 2517 เป็นอาคารเรียน 4 ชั้น ขนาด 20 ห้องเรียน ราคาก่อสร้าง 2.4 ล้านบาท
  1. ชั้น 1 ประกอบด้วย : สหกรณ์โรงเรียน 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 1 ห้อง ห้องเรียนศิลปะป้องกันตัว (มวยไทย) 1 ห้อง ห้องเรียนสุขศึกษา 1 ห้อง

ห้องพยาบาล 1 ห้อง ห้องแนะแนว 1 ห้อง

  1. ชั้น 2 ประกอบด้วย : ห้องเรียน ICP 3 ห้อง ห้องคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียน ICP 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 1 ห้อง
  2. ชั้น 3 ประกอบด้วย : ห้องเรียน INTENSIVE 3 ห้อง ห้องเรียนอัจริยะ (E-Classroom) 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 1 ห้อง
  3. ชั้น 4 ประกอบด้วย : ห้องเรียนสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 3 ห้อง ห้องพุทธวรญาณ (ศุนย์พระพุทธศาสนา) 1 ห้อง


  • อาคารที่ 4 (อาคารธรรมศึกษา) สร้างเมื่อพ.ศ. 2520 เป็นอาคารเรียน 4 ชั้น ขนาด 20 ห้องเรียน ราคาก่อสร้าง 3.9 ล้านบาท
  1. ชั้น 1 ประกอบด้วย : หอประชุมโรงเรียน
  2. ชั้น 2 ประกอบด้วย : ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิศาสตร์ 1 ห้อง ห้องเรียนคณิตศาสตร์ 4 ห้อง
  3. ชั้น 3 ประกอบด้วย : ห้องดนตรีไทย 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ 1 ห้อง ห้องเรียนศิลปะ 3 ห้อง
  4. ชั้น 4 ประกอบด้วย : ห้องวงโยธวาทิต (ดนตรีสากล) 1 ห้อง ห้องเรียนศิลปะป้องกันตัว (เทควันโด) 1 ห้อง


  • อาคารที่ 5 (อาคารรัตนโกสินทร 200 ปี) สร้างเมื่อพ.ศ. 2522 แบบพิเศษ 4 ชั้น ราคาก่อสร้าง 3.3 ล้านบาท
  1. ชั้น 1 ประกอบด้วย : ศูนย์อาหาร และบริการ
  2. ชั้น 2 ประกอบด้วย : ห้องคหกรรม 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี 1 ห้อง ห้องเรียนการงานอาชีพ 2 ห้อง
  3. ชั้น 3 ประกอบด้วย : ห้องปฏิบัติการทางด้านภาษา (Sound Lab) 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 1 ห้อง ศูนย์วิชาการภาษาฝรั่งเศส 1 ห้อง
  4. ชั้น 4 ประกอบด้วย : ห้องพิมพ์ดีด 1 ห้อง ห้องเรียนรวม 1 ห้อง


  • อาคารที่ 6 (อาคารพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก) สร้างเมื่อ พ.ศ. 2528 แบบพิเศษ 3 ชั้น ขนาด 12 ห้องเรียน ราคาก่อสร้าง 5 ล้านบาท พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก สร้างให้ด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว
  1. ชั้น 1 ประกอบด้วย : ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ 1 ห้อง ห้องอุปกรณ์ 1 ห้อง ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ 1 ห้อง ห้องปฏิบัติการทางชีววิทยา 1 ห้อง
  2. ชั้น 2 ประกอบด้วย : ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ 1 ห้อง ห้องอุปกรณ์ 1 ห้อง ห้องปฏิบัติการทางฟิสิกส์ 1 ห้อง ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 1 ห้อง
  3. ชั้น 3 ประกอบด้วย : ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ 1 ห้อง ห้องอุปกรณ์ 1 ห้อง ห้องปฏิบัติการทางเคมี 1 ห้อง ห้องศูนย์สื่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 1 ห้อง


  • อาคารที่ 7 (เรือนพยาบาลพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก) เป็นอาคารเรือนทรงไทย พร้อมด้วยเวชภัณฑ์และครุภัณฑ์ขนาด 4 เตียง สร้างด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัวของพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก

ราคาก่อสร้าง 250,000 บาท ปัจจุบันได้ใช้เป็นห้องพักครู แล้วได้ย้ายห้องพยาบาลไปยังอาคารพระพุทธเจ้าหลวงชั้น 1


เอกลักษณ์ของโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร [แก้]

เครื่องหมายประจำโรงเรียน
เครื่องแบบนักเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตรสมัยก่อน
วงโยธวาทิตโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2515
เครื่องหมายประจำโรงเรียน
เครื่องหมายประจำโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร ประกอบด้วย
  • พระเกี้ยวน้อยเปล่งรัศมี มีเลข ๕ อยู่ข้างล่างซึ่งเป็นเครื่องหมายประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้พระราชทานกำเนิดโรงเรียน
  • อักษร บ.บ. อยู่ใต้ตัวเลข ๕ เป็นอักษรย่อของโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
  • คติธรรมประจำโรงเรียน คือ อุฎฐาตา วินทฺเต ธนํ แปลว่า ผู้หมั่นย่อมหาทรัพย์ได้

(ซึ่งเป็นคติธรรมที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภโณ)อดีตสมเด็จพระสังฆราช อดีตเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร
ดุสิตวนารามประทานให้แก่โรงเรียน)


████ สีประจำโรงเรียน

  • สีชมพู ██ เป็นสีประจำวันอังคารซึ่งตรงกับวันพระราชสมภพในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นสัญลักษณ์เตือนใจ

นักเรียน และครูอาจารย์ของโรงเรียนให้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

  • สีเหลือง ██ เป็นสีของพระพุทธศาสนา หมายถึง โรงเรียนตั้งอยู่ในวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นสัญลักษณ์เตือนใจนักเรียน และครูอาจารย์ของโรงเรียนให้กระทำในสิ่งที่ชอบไม่ประกอบในสิ่งที่ผิด ฝึกชำระจิตใจให้บริสุทธิ์สะอาด ใช้ความสามารถคุ้มครองตน และเป็นคนมีธรรมะทุกเมื่อ


วิสัยทัศน์
  • มุ่งจัดการศึกษาพัฒนาสู่สากล บนพื้นฐานแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง


อัตลักษณ์
  • "สุภาพบุรุษเบญจมบพิตร" เป็นผู้มีสัมมาคารวะ รู้จักรุ่นพี่รุ่นน้อง


เอกลักษณ์
  • คุณธรรมเด่น เน้นวิชาการ ก้าวทันเทคโนโลยี


เพลงประจำโรงเรียน
  • มาร์ชเบญจมบพิตร (ประพันธ์โดย อ.ปทุม สายะสนธิ)


ต้นไม้ประจำโรงเรียน

คณะสีของโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร [แก้]

โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร เป็นโรงเรียนเดียวของประเทศไทยที่ใช้ชื่อคณะสีจากหน้าบันพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

  • ██ คณะนารายณ์ทรงครุฑ Naraisongkrut (สีแสด) ก่อตั้งวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2521
  • ██ คณะจักรรถ Jakrot (สีแดง) ก่อตั้งวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2521
  • ██ คณะมหาอุณาโลม Mahaunalom (สีเขียว) ก่อตั้งวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2521
  • ██ คณะไอยราพต Iyarapot (สีฟ้า) ก่อตั้งวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2521
  • ██ คณะจุลมงกุฎ Chula Mongkut (สีเทา) ก่อตั้งวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2531 ปัจจุบันไม่มีคณะสีนี้แล้ว


โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร เคยร่วมจัดงานสมานมิตร เพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับโรงเรียนเพื่อนบ้าน โดยมี 3 โรงเรียนดังนี้
โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ โรงเรียนวัดราชาธิวาส และโรงเรียนวัดน้อยนพคุณ


การปฏิณาญตนของนักเรียนในพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม [แก้]

นักเรียนโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร ต้องเข้าพิธีปฏิญาณตน และมอบตัวเป็นศิษย์องค์พระพุทธชินราช พระพุทธเจ้าหลวง และพระพุทธวรญาณ เจ้าอาวาสวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

เป็นประจำทุกปี


ปูชนียวัตถุเป็นที่เคารพสักการบูชาอย่างสูงของชาวเบญจมบพิตร [แก้]


องค์ผู้อุปการะโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร [แก้]

องค์ผู้อุปการะโรงเรียน คือ เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม อาทิ


องค์กรที่ให้การสนับสนุนโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร [แก้]

  • วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
  • มูลนิธิวัดเบญจมบพิตร (กองทุนสมโภชพระพุทธชินราช)
  • คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
  • สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
  • สมาคมนักเรียนเก่าเบญจมบพิตร ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • มูลนิธินักเรียนเก่าเบญจมบพิตร
  • มูลนิธิเบญจมเมตตาธรรม
  • คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
  • องค์กรภาครัฐ เอกชน องค์กรท้องถิ่น และชุมชน ฯลฯ


รายนามผู้บริหารโรงเรียน [แก้]

นักเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร เข้าร่วมขบวนพระราชพิธีสมโภชช้างเผือก พ.ศ. 2499
เครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตรในอดีต
โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
มุมมองอาคารพระพุทธเจ้าหลวงจากสนามวัดเบญจมบพิตร
ลำดับ รูป รายนาม ชั้นเรียน เริ่มวาระ สิ้นสุดวาระ
1 พระยาบรรหารวรอรรถ
(ฉัตร ยุกติรัตน)
มูล - ม.3 พ.ศ. 2443 พ.ศ. 2447
2 หลวงประศาสน์อักษรการ
(โหมด เทวะผลิน)
มูล - ม.3 พ.ศ. 2447 พ.ศ. 2450
3 พระประกอบวุฒิสาท
(ทิพย์ เปรมกมล)
มูล - ม.2 พ.ศ. 2450 พ.ศ. 2452
4 หลวงพิเพทย์นิติสรรค์
(ฮวดหลี หุตะโกวิท)
มูล - ม.2 พ.ศ. 2452 พ.ศ. 2455
5 พระชำนาญอนุสาสน์
(ทองคำ โคปาลสุต)
มูล - ม.2 พ.ศ. 2455 พ.ศ. 2458
6 พระสันธิวิทยาพัฒน์
(ไล่เฮียง ศิริสิงห์)
ม.1 - ม.7 พ.ศ. 2458 พ.ศ. 2465
7 พระพณิชยสารวิเทศ
(ผาด มนธาตุผลิต)
ม.1 - ม.8 พ.ศ. 2465 พ.ศ. 2468
8 หลวงสันธานวิทยาสิทธิ์
(กำจาย พลางกูร)
ม.1 - ม.8 พ.ศ. 2468 พ.ศ. 2472
9 หลวงแจ่มวิชาสอน
(แจ่ม นิยมเหตุ)
ม.3 - ม.6 พ.ศ. 2472 พ.ศ. 2473
10 พระยาประมวลวิชาพูล
(วงษ์ บุญ-หลง)
ม.3 - ม.8 พ.ศ. 2473 พ.ศ. 2475
11 นายนาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา ม.3 - ม.8 พ.ศ. 2475 พ.ศ. 2476
12 หลวงชุมวิชากิจ
(ชุม โปตรนันท์)
ม.3 - ม.8 พ.ศ. 2476 พ.ศ. 2476
13 หลวงปราโมทย์จรรยาวิภาช
(ปราโมทย์ จันทวิมล)
พ.ศ. 2476 พ.ศ. 2477
14 หลวงลือล้ำศาสตร์
(เลื่อน ศรีวรรธนะ)
ม.4 - ม.8 พ.ศ. 2477 พ.ศ. 2478
15 พระดรุณพยุหรักษ์.jpg พระดรุณพยุหรักษ์
(บุญเย็น ธนโกเศศ)
ม.4 - ม.6 พ.ศ. 2478 พ.ศ. 2479
16 หลวงทรงวิทยาศาสตร์
(ทรง ประนิช)
ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2479 พ.ศ. 2481
17 นายถวิล ดารากร ณ อยุธยา ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2481 พ.ศ. 2485
18 นายเทือก กุสุมา ณ อยุธยา ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2485 พ.ศ. 2489
19 นายพร ทองพูนศักดิ์ ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2489 พ.ศ. 2491
20 สุดใจ เหล่าสุนทร.jpg ศาสตราจารย์ สุดใจ เหล่าสุนทร ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2491 พ.ศ. 2493
21 นายร่นเดช เดชกุญชร ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2493 พ.ศ. 2498
22 หลวงชุมวิชากิจ
(ประเสริฐ จุลฤกษ์)
ม.1 - ตร.1 พ.ศ. 2498 พ.ศ. 2505
23 นายบุญอวบ บูรณะบุตร ม.3 - ต.2 พ.ศ. 2505 พ.ศ. 2507
24 นายทองสุก เกตุโรจน์ ม.ศ.1 - ม.ศ.5 พ.ศ. 2507 พ.ศ. 2511
25 นายแก้ว อุปพงศ์ ม.ศ.1 - ม.ศ.5 พ.ศ. 2511 พ.ศ. 2516
26 นายลพ ชูแข ม.ศ.1 - ม.ศ.5 พ.ศ. 2516 พ.ศ. 2526
27 นายวิสิทธิ์ คำปันศักดิ์ ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2526 พ.ศ. 2533
28 นายวิกรม ชุมสาย ณ อยุธยา ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2533 พ.ศ. 2539
29 สมชัย เชาว์พานิช.jpg นายสมชัย เชาว์พานิช ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2539 พ.ศ. 2544
30 นายสุนทร วิไลลักษณ์ ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2444 พ.ศ. 2445
31 นายจีระศักดิ์ จันทุดม ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2545 พ.ศ. 2547
32 นายบุญธรรม พิมพาภรณ์ ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2547 พ.ศ. 2549
33 นายสุรพล การบุญ ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2549 พ.ศ. 2550
34 นายนาวี ยั่งยืน ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2550 พ.ศ. 2551
35 MK Director.png นายวันชัย ทองเกิด ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2551 พ.ศ 2554
36 นายชลอ เขียวฉลัว ม.1 - ม.6 พ.ศ. 2554 ปัจจุบัน


ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง [แก้]

รายนาม ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงของโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร


สถานที่สำคัญที่อยู่ใกล้เคียง [แก้]


ดูเพิ่ม [แก้]


อ้างอิง [แก้]

  1. http://www.watbencha.com/history/school.html ปัจจุบันทางการได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น "โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร" เปิดสอนเฉพาะนักเรียนชาย
  2. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความกระทรวงธรรมการ แผนกกรมสามัญศึกษา เรื่องมีผู้อุปการโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร, เล่ม ๔๕, ตอน ๐ ง , ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๑, หน้า ๒๖๗๓


แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°45′57″N 100°30′45″E / 13.765876°N 100.512521°E / 13.765876; 100.512521