โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เว็บย่อ:
CBSch
โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล (ช.ย.)
กลฺยาณการี กลฺยาณํ
" ทำดีได้ดี "
(พ.ศ. 2481 - พ.ศ. 2510)

นตฺถิ ปญฺญา สมา อาภา
" แสงสว่างใดเสมอด้วยปัญญาไม่มี "
(พ.ศ. 2510 - ปัจจุบัน)

"เรียนดี กีฬาเยี่ยม เปี่ยมคุณธรรม"
เลขที่ 19 ถนนบรรณาการ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ รหัสไปรษณีย์ 36000
15°48′23″N 102°01′59″E / 15.806294°N 102.03295°E / 15.806294; 102.03295

ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Chaiyabhumbhakdeechumphon School (C.B.)
อักษรย่อ ช.ภ. (พ.ศ. 2493 - พ.ศ. 2504)
ช.ย. (พ.ศ. 2504 - ปัจจุบัน)
(C.B.)
ประเภท สหศึกษารัฐบาล
สถาปนา 25 ธันวาคม พ.ศ. 2442
ผู้ก่อตั้ง พระเทพมุณี
รหัส 1011360101
ภาษา ภาษาที่มีการเรียนการสอนในโรงเรียน

ไทย ภาษาไทย
สหราชอาณาจักร ภาษาอังกฤษ
ประเทศจีน ภาษาจีน

ชั่วโมงเรียน 5-6 ชั่วโมง (08.30-15.10 หรือ 16.00)

พ.ศ. 2553
สำนักงานเขตศึกษามัธยมศึกษาเขต 30

วิทยาเขต ร.ศ. 131 ธรรมการเมืองไชยภูมิ
มณฑลนคราชสีมา
สี ███ เหลือง
███ แดง
เพลง มาร์ชชัยภูมิภักดีชุมพล
เพลงชัยภูมิภักดีชุมพล
หนังสือพิมพ์ วารสารเหลือง - แดง
Yearbook หนังสือที่ระลึกประจำปี
สังกัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
เว็บไซต์

โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดชัยภูมิ เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายแบบโรงเรียนสหศึกษา และเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ คำว่า ชัยภูมิภักดีชุมพล มาจากคำสองคำคือ ชัยภูมิ คือชื่อจังหวัดอันเป็นที่ตั้งของโรงเรียน และ ภักดีชุมพล มาจากบรรดาศักดิ์ของเจ้าเมืองคนแรกของจังหวัดชัยภูมิ หรือ พระยาภักดีชุมพล โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลก่อตั้งขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งพระองค์ทรงมีพระราชการะแส "อนุโมทนา"[1] กับการก่อตั้งโรงเรียนซึ่งปัจจุบันในวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2445 [2]โรงเรียนจึงถือให้วันที่ 25 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปณาโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ปัจจุบันพระราชกระแสต้นฉบับได้เก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ศูนย์เรียนรู้ไทยภัณฑ์ พร้อมด้วยเอกสารการรับบริจาคเงินเรี่ยรายในปี พ.ศ. 2444

เนื้อหา

ประวัติโรงเรียน[แก้]

ยุคสถาปนา (พ.ศ. 2442 - พ.ศ. 2445)[แก้]

โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2442 ตามพระบรมราโชบาย ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในการขยายการศึกษาออกสู่หัวเมือง เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร และความต้องการจัดการ ศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติโดยได้ออก"ประกาศจัดการเล่าเรียนในหัวเมือง" เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2441 ความว่า

…ความเจริญของคนทั้งหลายย่อมเกิดแต่ความประพฤติชอบ และการเลี้ยงชีวิตโดยชอบเป็นที่ตั้ง ครั้นทั้งหลายจะประพฤติชอบ แลจะหาเลี้ยงชีวิตโดยชอบนั้นเล่า ก็ย่อมอาศัยการได้ศึกษาวิชา ความรู้ ในทางที่จะให้บังเกิดประโยชน์ มาแต่ย่อมเยาว์ และฝึกซ้อมสันดานให้น้อยในทางสัมมาปฏิบัติและเจริญปัญญา สามารถในกิจการต่างๆ อันเป็นเครื่องประกอบการหาเลี้ยงชีพเมื่อเติบใหญ่ จึงเชื่อว่าได้เข้าสู่ทางความเจริญ… บัดนี้การฝึกสอนในกรุงเทพฯเจริญแพร่หลายมากขึ้นแล้ว สมควรจะจัดการฝึกสอนให้หัวเมืองได้เจริญขึ้นตามกัน…[3]

เพื่อให้เป็นไปตามพระบรมราโชบาย ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในการจัดการศึกษาในหัวเมืองต่าง ผู้รังราชการ (ผู้ว่าราชการจังหวัด) พระหฤทัย (บัว) จึงได้เริ่มทำการเรียนการสอนในจวนผู้ว่า ซึ่งเป็นสถานที่แห่งแรกที่มีการเรียนการสอนตามแบบอย่างหัวเมืองใหญ่ต่างๆ ในสยามประเทศ นับเป็นจุดเริ่มต้นของโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล

  • ปี พ.ศ. 2442 ร.ศ. 118 พระหฤทัย ( บัว ) ผู้รั้งราชการ ได้ทำการสอนกุลบุตรกุลธิดา ณ จวน โดยให้พระครูจรูญ นิโรธกิจ เป็นผู้อุปการะและเป็นครูสอน โดยมีนายป้อม นายพรหมา เป็นผู้ดูแลการเรียนการสอน [4]
  • ปี พ.ศ. 2445 ร.ศ. 121 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระเทพมุณี ได้ตั้งโรงเรียนสอนกุลบุตรกุลธิดาขึ้นที่วัดประสิทธิ์ มีนักเรียน 100 คน ครู 1 คน ต่อมา หลวงพิทักษ์นรากร ผู้ว่าราชการเมืองชัยภูมิ ได้ขอรับบริจาคเพื่อปรับปรุงโรงเรียน รวม 166 บาท 8 อัฐ หลวงพิทักษ์นรากร ได้นำเงินที่ได้ไปจ้างครูเพิ่มเป็น 2 คน คนละ 5 บาทต่อเดือน รวมปีหนึ่ง 144 บาท คงเหลือเงิน 22 บาท 8 อัฐ ได้นำไปซื้อเก้าอี้สำหรับนักเรียน [5]
  • วันที่ 2 ธันวาคม ร.ศ. 121 หลวงพิทักษ์นรากร ผู้ว่าราชการเมืองชัยภูมิ สมัยนั้น ได้เสนอขอตั้งโรงเรียนไปยังกระทรวงมหาดไทย[5]
  • วันที่ 12 ธันวาคม ร.ศ. 121 พระยาศรีสหเทพราชปลัดทูลฉลอง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เสนอขอตั้งโรงเรียนไปยังพระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ ปลัดกระทรวงธรรมการ และได้เสนอต่อไปยังสำนักราชเลขานุการ ได้นำความกราบทูล พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสมมตอมรพันธ์ และความถึง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์มีพระราชกระแสลายพระหัตถ์ "อนุโมทนา" [4]
  • วันที่ 27 ธันวาคม ร.ศ. 121 พระยาวุฒิการบดี ได้แจ้งเรื่องกลับมาตามลำดับ จนกระทั่งถึงจึงหวัดชัยภูมิได้สร้างโรงเรียนใหม่ขึ้น ณ สถานที่ปัจจุบัน จากนั้นมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเรื่อยมาทั้งการเรียนการสอนและสิ่งก่อสร้าง[6]

ยุคบุกเบิกการศึกษาโดยคณะภิกษุสงฆ์ (พ.ศ. 2445 - พ.ศ. 2452)[แก้]

หลังจากโรงเรียนก่อตั้งได้ไม่นาน พระอาจารย์จรูญ นิโรธกิจ (เจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ) ก็ต้องย้ายไปรับราชการในระดับเขตการศึกษา เพื่อควบคุมการศึกษาภาษาไทยในเมืองชัยภูมิ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นพัฒนาการทางการสอนที่เท่ากัน และเท่าเทียม สำหรับผู้ชายและผู้หญิงนั้นสามารถศึกษาได้อย่างเท่าเทียม ทางราชการได้แต่งตั้งพระอาจารย์เกิดมาเพื่อรับตำแหน่งแทนพระครูจรูญ นิโรธกิจซึ่งรับราชการในระดับที่สูงขึ้น การศึกษาในยุคนี้มิได้เน้นวิชาสมัยใหม่เหมือนในกรุงเทพมหานคร อต่เป็นการสอนการเขียน การอ่านภาษาไทย การเรียนวิชาในพุทธศาสนา และการสอนนั้นเน้นไปในทางปริญัติธรรมเสียส่วนใหญ่

  • ปี พ.ศ. 2445 พระอาจารย์เกิด ได้ลาออกจากราชการ ทางราชการจึงแต่งตั้ง พระอาจารย์เปล่ง เป็นครูใหญ่แทน [7]
ปี พ.ศ. 2442 โรงเรียนใช้ศาลาการเปรียญเป็นอาคารเรียนเพื่อทำการสอน ณ วัดชัยประสิทธ์
  • ปี พ.ศ. 2450 พระอาจารย์เปล่ง ได้ลาออกจากราชการ กลับภูมิลำเนาเดิม ที่จังหวัดนครราชสีมา ทางราชการจึงแต่งตั้ง พระอาจารย์ป้อม เป็นครูใหญ่แทน และปีเดียวกันโรงเรียนก็ย้ายที่เรียนมาอยู่ที่ วัดทรงศิลา โดยอาศัยศาลาการเปรียญ เป็นสถานที่เรียน
ปี พ.ศ. 2447 ได้สร้างอาคารเรียนขึ้น ณ วัดชัยประสิทธิ์เพื่อขยายการเรียนการสอน

ยุคบุกเบิกการศึกษาโดยฆราวาส (พ.ศ. 2452 - พ.ศ. 2478)[แก้]

ในยุคนี้ผู้ที่ได้รับยกย่องให้เป็นครูใหญ่ผู้บุกเบิกคือ นายมนู นาคามดี ครูใหญ่ผู้บุกเบิกโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ซึ่งตามประวัติที่มีการจดบันทึกไว้จากการบอกเล่าของ นงไฉน ปริญญาธวัช (ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณกรรมปี พ.ศ. 2555) บุตรสาวของนายหนู นาคามดี นายหนู ต้องเดินทางมายังโรงเรียนชัยภูมจากจังหวัดนครราชสีมาด้วยระยะทางเพียง 100 กิโลเมตรเศษโดยใช้เวลา 5 วัน 5 คืน ซึ่งในขณะนั้นจังหวัดชัยภูมินับว่าเป็นดินแดนที่ "กันดาร" ตามคำบอกเล่าของบุตรสาวและได้ขยายโรงเรียนแห่งใหม่โดยซื้อที่ดินคืนจากชาวบ้านที่มาทำนา ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนมาจนถึงปัจจุบัน ในอดีตไม่มีใครอยากจะมาเป็นข้าราชการที่จังหวัดอันห่างไกลแห่งนี้ แต่นายหนู เดินทางมาด้วยความมานะอุตสาหะ ด้วยความไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก นายหนูได้รับยกย่องให้เป็นครูสอนวิชาภาษาอังกฤษคนแรกของจังหวัดชัยภูมิอีกด้วย ในวัยก่อนเกษียนท่านได้รับคำนำหน้าชื่อเป็น รองอำมาตย์ตรี มนู นาคามดี นับว่าเป็นสิ่งที่แสดงความตั้งใจในการทำงานและเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงมานะอุตสาหะของครูผู้บุกเบิกผู้นี้

  • ปี พ.ศ. 2452 นายพรหมมา ศิริพรหมมา เป็นครูใหญ่ และใน ปี พ.ศ. 2456 ทางราชการกระทรวงกลาโหม ได้ย้ายกองทหารไปรวมอยู่ที่นครราชสีมา จึงยกสถานที่เดิม ให้เป็นที่เรียนของโรงเรียน และเมื่อย้ายกองทหารกลับมา โรงเรียนต้องย้ายไปเรียน ที่วัดทรงศิลาอีกครั้งหนึ่ง
  • ปี พ.ศ. 2455 พระครูจรูญ นิโรธกิจ ได้รับตำแหน่งผู้ตรวจแขวงใต้ เมืองไชยภูมิ
  • ปี พ.ศ. 2458 ทางราชการได้สร้างโรงเรียนใหม่ขึ้น ณ สถานที่ปัจจุบัน จากนั้นก็มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเรื่อยมา ทั้งการเรียนการสอน และสิ่งก่อสร้าง จนกระทั่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
  • ปี พ.ศ. 2459 ทางราชการได้แต่งตั้งนายหนู (มนู) นาคามดี วุฒิ ป.ม. จากนครราชสีมามาเป็นครูใหญ่โรงเรียนชัยภูมิ และมาช่วยนายพรหมา ก่อสร้างโรงเรียนหลังใหม่จนสำเร็จ จึงย้ายสถานที่เรียนจากวัดทรงศิลามาเรียนที่โรงเรียนแห่งใหม่และได้เปิดสอนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
  • ปี พ.ศ. 2460 โรงเรียนได้เปลี่ยนหลังคาจากสังกะสี มามุงด้วยกระเบื้องซีเมนต์ระหว่างเปลี่ยนหลังคานี้ได้ใช้ใต้ถุนศาลากลางจังหวัดชัยภูมิเป็นทีเรียนชั่วคราว
  • ปี พ.ศ. 2471 เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ขึ้น มีนายกุหลาบ (สกล) ประภาสโนบล เป็นครูประจำชั้น
  • ปี พ.ศ. 2473 เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ขึ้น มีนายกุหลาบ (สกล) ประภาสโนบล เป็นครูประจำชั้น ส่วนมัธยมศึกษาปีที่ 4 นั้นให้นายเหลือ คำพิทักษ์ เป็นครูประจำชั้นแทน ซึ่งย้ายมาจากโรงเรียนประจำจังหวัดนครราชสีมา (ปัจจุบันคือโรงเรียนสุรนารีวิทยา) มาเป็นครูประจำชั้น
  • ปี พ.ศ. 2475 ได้ทำการเปิดสอนถึงช้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แต่สถานที่เรียนไม่เพียงพอจึงได้สร้างอาคารขึ้นมาอีก 2 หลังอยู่ทางทิศตะวันตกและทิศตะวันออกของอาคารเรียนหลังเก่า เป็นเรือนไม้สูง หลังคามุงสังกะสี
  • ปี พ.ศ. 2476 นายมนู นาคามดีได้ย้ายไปเป็นครูใหญ่จังหวัดนครราชสีมา ทางราชการจึงได้แต่งตั้งให้นายกุหลาบ ประภาสโนบล วุฒิ ป.ม. ครูมัธยมศึกษาขึ้นเป็นครูใหญ่แทน

ยุคสร้างโรงเรียนหญิงล้วนแห่งใหม่ (พ.ศ. 2478 - พ.ศ. 2481)[แก้]

สืบเนื่องจากนโยบายทางการศึกษาของรัฐบาลใหม่หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่มุ่งเน้นให้นักเรียนชายและหญิงศึกษาอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงจึงแยกโรงเรียนออกเป็นชายล้วนและหญิงล้วนในระหว่างช่วงนี้โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลได้แยกนักเรียนหญิงในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นไปยัง โรงเรียนสตรีชัยภูมิ และได้ทำการสอนนักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายตามปกติจนกระทั่งปี พ.ศ. 2483 โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลก็เป็นโรงเรียนชายล้วนอย่างสมบูรณ์

  • ปี พ.ศ. 2477 ได้รื้ออาคารหลังเก่าสร้างใหม่ให้พื้นสูงเท่ากับอาคารเรียนหลังใหม่ 2 หลังซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก และขยายต่อออกไปเป็นหลังคาเดียวกัน กั้นแต่ละห้องด้วยลูกกรงเหล็กอาคารหลังเก่าปรับปรุงด้วยเงินบริจาค 1800 บาท
  • ปี พ.ศ. 2478 ทางราชการได้ย้ายนายกุหลาบ ประภาสโนบลไปเป็นครูใหญ่จังหวัดลำพูนทางราชการได้แต่งตั้งนายทอง พงศ์อนันต์ วุฒิ ป.ม. เป็นครูใหญ่แทน
  • ปี พ.ศ. 2479 ได้ต่อมุขโรงเรียนหลังกลางไปทางทิศใต้ ขนาดเท่ามุขด้านหน้าแต่ต่ออาคารเรียนหลังทิศตะวันออกไปทางทิศใต้อีก 1 ห้องเรียนเพื่อใช้เป็นห้องเรียนต่อไป
  • ปี พ.ศ. 2481 โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดชัยภูมิได้สร้างเสร็จ จึงได้โอนนักเรียนชายหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และนักเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ไปเรียนที่นั้นส่วนนักเรียนที่เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นั้นยังคงเรียนที่เดิมจนกว่าจะสอบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้ก็จะหมดไปเอง โดยโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดชัยภูมินั้นปัจจุบันคือ "โรงเรียนสตรีชัยภูมิ"

ยุคแห่งผู้บริหารจาก "ธรรมศาสตร์" (พ.ศ. 2476 - พ.ศ. 2494)[แก้]

ยุคแห่งผู้บริหารจาก "ธรรมศาสตร์" ในยุคนี้มีผู้อำนวยการถึง 3 คนที่จบปริญญาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คือ นายกุหลาบ ประภาสโนบล นายทอง พงศ์อนันต์ และนายชะลอ ปทุมานนท์ ซึ่งล้วนแล้วแต่นำสิ่งใหม่ๆมาสู่โรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นสีประจำโรงเรียน (เหลืองแดง) ต้นไม้ที่ปลูกรอบโรงเรียนล้วนได้รับอิทธิพลจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แม้กระทั่งตราโรงเรียนยุคแรกก็ยังได้รับอิธิพลจากตราธรรมจักรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

  • ปี พ.ศ. 2482 นักเรียนหญิงในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1,2,3 ถูกย้ายไปเรียน ณ โรงเรียนใหม่แล้ว
  • ปี พ.ศ. 2484 นักเรียนหญิงในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้หมดลงแล้ว นับว่าโรงเรียนชัยภูมิ เป็นโรงเรียนชายล้วน และต่อจากนั้นมาโรงเรียนจึงมีชื่อเรียกสั้นๆว่า "โรงเรียนชาย"
  • ปี พ.ศ. 2488 นายทอง พงศ์อนันต์ ลาออกจากราชการทางราชการได้แต่งตั้งนายชะลอ ปทุมานนท์ วุฒิ ป.ม. ธ.บ. พ.อ. ครูโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย กรุงเทพมหานคร มาเป็นครูใหญ่โรงเรียนชัยภูมิ
  • ปี พ.ศ. 2490 นายชะลอ ประทุมานนท์ ลาออกจากราชการทางราชการได้แต่งตั้งนายเฉลิม จิระนาท วุฒ ป.ม. ครูโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล มาเป็นครูใหญ่
  • ปี พ.ศ. 2491 วารสารเหลืองแดงฉบับปฐมฤกษ์ตีพิมพ์ ภายใต้ชื่อ " ชัยภูมิสาร "
  • ปี พ.ศ. 2492 ทางกระทรวงศึกษาธิการสั่งเปลี่ยนแปลงห้องเรียนใหม่
  • ปี พ.ศ. 2494 นายเฉลิม จิระนาท ได้รับตำแหน่งเป็นครูใหญ่โรงเรียนกาฬสินทธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ทางราชการได้แต่งตั้งให้นายเหลือ คำพิทักษ์ ครูใหญ่โรงเรียนสกลนคร มาเป็นครูใหญ่แทนจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2506 ได้รับตำแหน่งเป็นอาจารย์ใหญ่ และเป็นอาจารย์ใหญ่คนแรกของโรงเรียน

ยุคแห่งการพัฒนา (พ.ศ. 2495 - พ.ศ. 2500)[แก้]

การพัฒนาทั้งทางด้านการศึกษา พัฒนาด้านการเรียนการสอน อาคารเรียนและบุคลากรทางการศึกษา มีนักเรียนรุ่นที่จบไปแล้วเริ่มมารับราชการครูในโรงเรียนที่ตนเคยศึกษา การเรียนการสอนถูกปรับปรุงให้ทันสมัยเข้าสู่ยุคและสังคมที่ทันสมัยขึ้น บริเวณโรงเรียนและอาคารเรียนมีมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามกระแสของการตื่นตัวทางการศึกษาของคนไทยในยุคหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง นโยบายทางการศึกษาใหม่ๆ ทำให้มีการส่งเสริมการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่รู้จักกันในนาม โรงเรียนชัยภูมิ โรงเรียนประจำจังหวัดชัยภูมิ และยุคนี้คือ "ยุคแห่งการพัฒนา"

  • ปี พ.ศ. 2495 ทางกระทรวงศึกษาได้ให้งบประมาณสร้างโรงเรียนใหม่ เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น 8 ห้องเรียนในงบประมาณ 2 แสนบาท แต่สร้างเต็มหลังไม่ได้ทางจังหวัดขออีก 5 หมื่นบาทจึงสำเร็จ ตลอดจนทาสี ทางโรงเรียนได้ให้นักเรียนขึ้นเรียนในวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2497
อาคารเรียนสร้างเมื่อปี พศ 2495 เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น 8 ห้องเรียนงบประมาณ 250,000 บาทนักเรียนขึ้นเรียนวันที่ 20 ธันวาคม 2497 (ปัจจุบันนี้รื้อแล้ว)
  • ปี พ.ศ. 2497 ทางราชการได้แต่งตั้งนายช่วง นราลัย วุฒิ ป.ม.ก. เป็นผู้ช่วยครูใหญ่ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนชัยภูมิมีผู้ช่วยครูใหญ่

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497 โรงเรียนได้งบประมาณสร้างบ้านพักครูหนึ่งหลังเป็นเงิน 25,000 บาท ซึ่งได้สร้างทางทิศตะวันออกของสระพัง สร้างแล้วเสร็จให้นายวินิช เวชสัสถ์ ครูโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลขึ้นอยู่อาศัย เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2497 ในปีนี้โรงเรียนได้ขยายโรงอาหารออกไปทางทิศใต้และทิศตะวันออก เพื่อใช้เป็นสถานที่ประชุม โดยเงินสะสมเพื่อสร้างโรงอาหารของโรงเรียนเป็นเงิน 8,225.05 บาท แต่นักเรียนมีมากถึง 500 คนทำให้ที่ประชุมคับแคบไป ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2498 โรงเรียนได้จัดหาวัสดุมาสร้างบ้านพักครูอีกหลังหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของสระพัง เป็นบ้านทรงปั้นหยา 2 ห้องมีระเบียงสองข้าง และมีนอกชาน ต่อจากนี้มีห้องครัว 2 ห้อง ห้องส้วมอยู่บนบ้านสร้างขึ้นไม่มีงบประมาณ แต่อาศัยเงินบำรุงจำนวน 4,271.71 บาท สร้างเสร็จให้นายบุญเรือน แช่มชื่น ครูสอนแตรขึ้นอยู่อาศัยแต่นายบุญเรือง แช่มชื่น ลาออกจากราชการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2489 จึงให้นายมงคล ประภาสโนบล อยู่แทน

ยุคแห่งความมั่นคง (พ.ศ. 2500 - พ.ศ. 2510)[แก้]

ในยุคนี้โรงเรียนที่มีอายุมากถึง 50 ปีเป็นตัวชี้ศักยภาพทางการศึกษา มีเหตุการณ์ที่แสดงความสามารถการันตีความเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด ไม่ว่าจะมีระดับชั้นการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในจังหวัดที่เตรียมตัวเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา การจัดทำหนังสืออนุสรณ์ การสร้างถนนในโรงเรียน การเตรียมการสำหรับแนวการศึกษาใหม่ๆ การศึกษาวิชาพละศึกษาที่ไม่เคยมีการสอนมาก่อน เป็นต้น

  • ปี พ.ศ. 2504 หนังสืออนุสรณ์โรงเรียนเล่มแรก ฉลองครบ 59 ปีพระราชกระแส จัดจำหน่าย
  • ปี พ.ศ. 2506 ต้นปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งนำโดยนายสุวัฒน์ โชคสุวัฒนกุล เป็นหัวหน้าชขั้น ม.ศ. 3 ได้รวบรวมเงินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 จัดเงินมาสร้างถนนคอนกรีตหน้าโรงเรียนเป็นเงิน 700 บาทแต่สร้างได้เพียงครึ่งเดียว ทางโรงเรียนจึงอนุมัติงบอีก 7,000 บาทเพื่อสร้างต่อจนแล้วเสร็จตลอดสาย ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นำโดยนายสมเกียรติ วิจิตรธนสาร ได้จัดหาเงินสร้างสนามบาสเก็ตบอลเป็นคอนกรีต โดยใช้เงินทั้งสิ้น 14,458.00 บาท และในปีเดียวกันนี้ทางโรงเรียนได้งบประมาณรื้อถอน และซ่อมแซมโรงอาหารหลังเก่า ขยายให้กว้าง ลาดพื้นซีเมนต์เพื่อใช้เป็นห้องฝึกหัดพละศึกษาและใช้เป็นห้องประชุม และเงินงบประมาณยอดเดียวกันนี้ ได้ทาสีโรงเรียนใหม่ และซ่อมแซมประตูหน้าต่างให้เสร็จหมดงบประมาณทั้งสิน 100,000 บาท และ ได้สร้างบ้านภารโรงขึ้น ๑ หลัง อยู่ทางทิศใต้ของหนองสระพัง ด้วยเงินบำรุงการศึกษา 3,000 บาท

ในปลายปี พ.ศ. 2506 ทางกรมวิสามัญศึกษาได้โทรเลขให้โรงเรียนชัยภูมิเปิดชั้นเตรียมอุดมศึกษาปีที่ 1 ปีต่อมาก็เปิดปีที่ 2 ตามลำดับและต่อเนื่องจนทุกวันนี้ และเปลี่ยนชื่อเป็นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในเวลาต่อมา

  • ปี พ.ศ. 2544 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล โดยมี นายทองอินทร์ เพียภูเขียว อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล

เป็นประธาน ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544 ให้ วันที่25 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล [5]

  • ปี พ.ศ. 2547 นายวงษ์ชัย ชนะชัย อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ได้ประสานงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 รับบริจาคพื้นที่จำนวน 4 ไร่ 3 งาน (ติดโรงพยาบาลชัยภูมิ) รวมพื้นที่ปัจจุบัน 29 ไร่ 1 งาน 10 ตารางวา

ตราโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลและองค์กรในโรงเรียน[แก้]

ตราโรงเรียนยุคแรก[แก้]

ปี พ.ศ. 2491 เป็นปีที่โรงเรียนทำวารสารประจำปีโดยใช้ชื่อว่า "ชัยภูมิสาร" และในปีเดียวกันนี้ตราโรงเรียนแบบแรกได้ถูกเผยแพร่ขึ้น ภายใต้ธรรมจักรมีอักษรย่อ ช.ภ. ซึ่งหมายถึงโรงเรียนชัยภูมิในขณะนั้นจนกระทั่งได้เปลี่ยนเป็น ช.ย. ในเวลาต่อมา

ตราโรงเรียนแบบที่ 2[แก้]

ตราโรงเรียนแบบที่ 3[แก้]

เป็นตราโรงเรียนเริ่มต้นใช้ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2510 โดยมีลักษณะคือ เป็นวงกลมภายใต้ชฎา ภายในมีตัวอักษรย่อ ชย ซึ่งมาจากชื่อโรงเรียนชัยภูมิ มีอักษรเขียนด้านล่างว่า โรงเรียนชัยภูมิ และมีอักษรเขียนใต้ตราอีกชั้นหนึ่งว่า นตฺถิ ปัญฺญา สฺมา อาภา [8]

ตราโรงเรียน แบบที่ 5[แก้]

แรกเริ่มเดิมทีเป็นตราโรงเรียนที่ออกแบบมาเพื่อทดแทนตราโรงเรียนยุคแรก โดยออกแบบในสมัยผู้อำนวยการทองอินทร์ เพียภูเขียวและบางส่วนเป็นต้นแบบของตราโรงเรียนแบบ ก และแบบ ข ซึ่งตราโรงเรียนแบบนี้ไม่เป็นที่นิยมในหมูนักเรียนนักเนื่องจากรายละเอียดภาพไม่ดี ตัดภาพยาก และไม่เหมาะกับงานที่มีพื้นหลังสีขาว แต่เราสามารถพบตรารูปแบบนี้ในหนังสือคู่มือนักเรียน ผู้ปกครองปี พ.ศ. 2551 - พ.ศ. 2555 และหอประชุม 99 ปี โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล

ตราโรงเรียน แบบ ก (ชฎาสีเหลืองทอง)[แก้]

ตราโรงเรียนแบบ ก (ชฎาสีเหลืองทอง) นี้เป็นตราโรงเรียนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการนำไปใช้ (สำหรับนักเรียนในโรงเรียนทำรายงาน การทำผลงานทางวิชาการของคุณครู เอกสารประกอบการเรียน ตารางการแข่งขันระหว่างโรงเรียน) เพราะมีความละเอียดสูงกว่าตราโรงเรียนแบบอื่นๆ ที่ใช้อยู่ในขณะนั้น (พ.ศ. 2548) และมีความสวยงาม แต่ไม่สะดวกกับการนำไปใช้ในงานที่ต้องการความละเอียดมากๆ มีการใช้ตรานี้ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2546 แต่ไม่เป็นที่แพร่หลายนัก การใช้ตราโรงเรียนนี้ออกแบบขึ้นในสมัยของผู้อำนวยการวงษ์ชัย ชนะชัย และนำมาใช้อย่างแพร่หลายในปี พ.ศ. 2549 โดยเริ่มแรกตราโรงเรียนแบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสกรีนลงบนจานและชาม รวมถึงแก้วที่ระลึกของโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล สำหรับตราโรงเรียนประเภทนี้นั้นมีใช้ทั้งในกลุ่มงานวิชาการ กลุ่มงานกิจการนักเรียน กลุ่มบริหารทั่วไป และกลุ่มธุรการ โดยตราแบบเดียวกันนี้ถูกนำไปดัดแปลงเป็นตราขององค์กรต่างๆในโรงเรียนหลายๆแบบด้วยกัน เช่น งานสภานักเรียน งานคณะกรรมการนักเรียน เป็นต้น

ตราโรงเรียน แบบ ข (ชฎาสีม่วงเข้ม-เหลือง)[แก้]

ตราโรงเรียนแบบ ข (ชฎาสีม่วงเข้ม-เหลือง) เป็นตราโรงเรียนอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการใช้งาน ตราประเภทนี้ถูกดัดแปลงมาจากตราโรงเรียนแบบ ก (ชฎาสีเหลืองทอง) เพื่อใช้ในงานสำคัญต่างๆโดยออกแบบในปี พ.ศ. 2548 เพื่อสกรีนลงบนจานชามและเอกสารประกอบการเรียนหลายเล่มของโรงเรียน แต่ด้วยข้อจำกัดในการใช้งานคือภาพมีความละเอียดต่ำเมื่อเทียบกับแบบ ก เนื่องจากเป็นไฟล์ที่ถูกคัดลอกผ่านเว็บไซต์หรือผ่านสแกนจากงานต่างๆ สามารถพบการใช้ตรานี้ได้อย่างแพร่หลายในเอกสารประกอบการแข่งขันงานต่างๆของโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล เช่น เอกสารประกอบการแข่งขันงานสภานักเรียน ระเบียบว่าด้วยคณะกรรมการนักเรียน เป็นต้น

ตราโรงเรียน แบบ ค (ศูนย์เรียนรู้ไทยภัณฑ์)[แก้]

ที่มาของชื่อโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล[แก้]

โรงเรียนวัดประสิทธิ์[แก้]

แต่เดิมโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2442 โดยใช้ศาลาการเปรียญวัดประสิทธิ์เป็นอาคารโดยเปิดสอนกุลบุตร กุลธิดา ในระดับการศึกษาตามที่ทางราชการกำหนด ซึ่งนับได้ว่า "โรงเรียนวัดประสิทธิ์" (วัดชัยประสิทธิ์ในเวลาต่อมา) เป็นชื่อโรงเรียนชื่อแรก ของโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลในปัจจุบัน

โรงเรียนวัดชัยประสิทธิ์[แก้]

โรงเรียนชัยภูมิ[แก้]

โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล[แก้]

รายนามผู้บริหารโรงเรียน[แก้]

ผู้อำนวยการโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลแบ่งได้เป็น 4 ยุคด้วยกันคือ ยุคพระภิกษุ ยุคครูใหญ่ ยุคอาจารย์ใหญ่ และยุคผู้อำนวยการ ซึ่งมีรายนามดังต่อไปนี้

ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง หมายเหตุ
1 พระครูจรูญ นิโรธกิจ [9] พ.ศ. 2442 - 2444
2 พระอาจารย์เกิด [10] พ.ศ. 2444 - 2445
3 พระอาจารย์เปล่ง พ.ศ. 2445 - 2450
4 พระอาจารย์ป้อม พ.ศ. 2450 - 2452
5 นายพรหมมา ศิริพรหมมา พ.ศ. 2452 - 2458
6 นายหนู นาคามดี พ.ศ. 2458 - 2476
7 นายกุหลาบ ประภาสโนบล พ.ศ. 2476 - 2478
8 นายทอง พงศ์อนันต์ พ.ศ. 2478 - 2488
9 นายชลอ ปทุมานนท์ พ.ศ. 2488 - 2490
10 นายเฉลิม จิระนาท พ.ศ. 2490 - 2494
11 นายเหลือ คำวชิรพิทักษ์ พ.ศ. 2494 - 2512
12 นายชุบ วงษ์นรา พ.ศ. 2512 - 2517
13 นายมาโนช ปานโต พ.ศ. 2517 - 2519
14 นายดิลก วัจนสุนทร พ.ศ. 2519 - 2521
15 นายทรวง ยุวกาญจน์ พ.ศ. 2521- 2525
16 นายสำลี ผดุงศรี พ.ศ. 2525 - 2529
17 นายทองอินทร์ เพียภูเขียว พ.ศ. 2529 - 2540
18 นายคณิต ภิรมย์ไกรภักดิ์ พ.ศ. 2540 - 2541
19 นายอำพัน รักษ์มณี พ.ศ. 2541 - 2543
20 นายวงษ์ชัย ชนะชัย พ.ศ. 2543 - 2553
21 นายพิสิษฐ์ สืบนุการวัฒนา พ.ศ. 2553 - 2555
22 นายสุรวิทย์ พลมณี พ.ศ. 2555 - ปัจจุบัน

อาคารและสิ่งก่อสร้าง[แก้]

อาคาร 1 เป็นที่ตั้งของห้องสมุดกลางโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล และห้องปฏิบัติการณ์คอมพิวเตอร์
  • อาคาร 1

แบ่งออกเป็น 3 ชั้นโดยชั้นแรกเป็นชั้นห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ชั้นที่สองเป็นที่ตั้งของ ห้องสมุดกลาง โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล และชั้นที่สาม เป็นห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์

  • อาคาร 2

แบ่งออกเป็น 3 ชั้น

ชั้นที่ 1 เป็นห้องเรียนมีทั้งหมด 6 ห้องเรียน คือตั้งแต่ห้อง 211-216
ชั้นที่ 2 เป็นห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ แบ่งออกเป็น 6 ห้อง คือตั้งแต่ห้อง 221-226 โดยห้อง 221 นั้นเป็นห้องพักครู
ชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศแบ่งออกเป็น 6 ห้องเรียนคือห้อง 231-236
อาคาร 3 เป็นอาคารที่ใช้งานเฉพาะชั้น 1 และ 2 โดยยกเลิกการเป็นอาคารเรียนเมื่อปี พ.ศ. 2553 และปัจจุบันมีเฉพาะชั้นล่างเท่านั้นที่มีการใช้งานบ่อยครั้งชั้น 1 เป็นที่ทำงานของฝ่ายธุรการ ฝ่ายงบประมาณ ฝ่ายวิชาการ ห้องผู้บริหาร งานทะเบียน แนะแนวชั้น 2 เป็นที่ตั้งของห้องโสตทัศนูปกรณ์ชั้น 3 ปิดการใช้งาน
  • อาคาร 3 (รื้อถอนแล้ว)

เป็นอาคารที่ใช้งานเฉพาะชั้น 1 และ 2 โดยยกเลิกการป็นอาคารเรียนเมื่อปี พ.ศ. 2553 และปัจจุบันมีเฉพาะชั้นล่างเท่านั้นที่มีการใช้งานบ่อยครั้ง

ชั้น 1 เป็นที่ทำงานของฝ่ายธุรการ ฝ่ายงบประมาณ ฝ่ายวิชาการ ห้องผู้อำนวยการโรงเรียน งานทะเบียน แนะแนว
ชั้น 2 เป็นที่ตั้งของห้องโสตทัศนูปกรณ์
ชั้น 3 ปิดการใช้งาน
  • อาคาร 4
  • อาคาร 5

เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม โดยมีทั้งหมด 3 ชั้นคือ

ชั้นที่ 1 เป็นที่ตั้งของห้องวงโยธวาธิต ศูนย์เรียนรู้ไทยภัณฑ์ โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ห้องกลุ่มบริหารงานทั่วไป ห้องฝ่ายพัฒนาผู้เรียน
ชั้นที่ 2 เป็นห้องเรียนของมสาระการเรียนรู้กลุ่สังคมศึกษาฯ ห้องนาฏศิลป์ และห้องเรียนวิชาศิลปะ
ชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ
อาคาร 6เป็นอาคารที่ใหญ่ที่สุดในโรงเรียนมีทั้งสิ้น 6 ชั้น
  • อาคาร 6

เป็นอาคารที่ใหญ่ที่สุดในโรงเรียนมีทั้งสิ้น 6 ชั้น

ชั้นที่ 1 เป็นที่ตั้งของห้องประชุม 99 ปี
ชั้นที่ 2 ใช้เป็นห้องเรียนและห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ และห้องเก็บสาร (สารเคมี)
ชั้นที่ 3 คือห้องเรียนและห้องปฏิบัติการทางฟิสิกส์ ชีววิทยา
ชั้นที่ 4 คือห้องเรียนของกลุ่มส้าระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชั้นที่ 5 คือห้องเรียนและห้องพักครูของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชั้นที่ 6 คือห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
  • อาคาร 7

เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และเป็นที่ตั้งของห้องสมุด 111 ปีโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล มีทั้งสิ้น 4 ชั้น

ชั้นที่ 1 เป็นที่ตั้งของห้องสมุด 111 ปีโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล
ชั้นที่ 2 เป็นที่ตั้งของห้องพักครู และห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และศูนย์อาเซียนศึกษาโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล
ชั้นที่ 3 ห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชั้นที่ 4 ห้องเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
  • อาคาร 8

เป็นอาคารชั้นเดียว

ประกอบด้วยห้องของ ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล กรมการรักษาดินแดน มทบ.๒๑ นครราชสีมา
ห้องคูหาลูกเสือ ชุมนุมลูกเสือกองพิเศษ
  • โรงอาหาร
  • อาคารศูนย์กีฬา
  • อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา
  • ห้องกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน (ห้องปกครอง)
  • ห้องประชาสัมพันธ์ หน้าห้องกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน
สระน้ำกลางโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล
  • หนองสระพัง

สระน้ำกลางโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล

ศูนย์อาเซียนโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล[แก้]

ศูนย์เรียนรู้ไทยภัณฑ์[แก้]

ศูนย์เรียนรู้ไทยภัณฑ์เป็นองค์กรที่มุ่งมั่นพัฒนาความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ให้แก่บุคคลที่สนใจ "เมื่อเราศึกษาอดีตอย่างมีเหตุและมีผลจะทำให้เราสามารถทำตัวอยู่กับปัจจุบันอย่างมีเหตุผล" เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว จึงมีผู้ที่ต้องการรวบรวมความรู้ด้านประวัติศาสตร์ของสถานศึกษา และท้องถิ่น โดยงานหลักของศูนย์เรียนรู้ไทยภัณฑ์คือการดูแลรักษาสมบัติของโรงเรียนที่มีอายุมากกว่า 50 ปีรวมถึงประมวลภาพเหตุการณ์ของโรงเรียนทั้งฟิมล์ สไลด์ หรือไฟล์ดิจิทัล เพลงโรงเรียนตั้งแต่ยุคแผ่นเสียง เทป จนสู่ยุคแผ่นซีดี และงานจดหมายเหตุต่างๆ

ชีวิตในโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล[แก้]

กองลูกเสือโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล[แก้]

ศิษย์เก่าโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลที่มีชื่อเสียง[แก้]

  • สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • อร่าม โล่ห์วีระ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
  • ฟองสนาน จามรจันทร์ นักจัดรายการวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์
  • ชูเกียรติธน ยศภัทร์หนูสลุง อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยชุดดรีมทีม
  • เชิดศักดิ์ ชัยบุตร อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย
  • สุทิน ไชยกิตติ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย
  • นายแพทย์สมปอง เจริญวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชัยภูมิ

อาณาเขต[แก้]

  • ทิศเหนือ ติดถนนบรรณาการ ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ
  • ทิศตะวันออก ติดห้องสมุดประชาชน และโรงพยาบาลชัยภูมิ
  • ทิศตะวันตก ติดถนนหฤทัย ตรงข้ามสำนักงานที่ดินจังหวัดชัยภูมิ
  • ทิศใต้ ติดที่ดินส่วนบุคคล

มีพื้นที่รวม 29ไร่ 1งาน 10ตารางวา [5]

สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน[แก้]

  • สุภาษิตประจำโรงเรียน นตฺถิ ปญฺญา สมาอาภา แปลว่า "แสงสว่างใดเสมอด้วยปัญญาไม่มี"
  • อุดมการณ์ เรียนดี กีฬาเยี่ยม เปี่ยมคุณธรรม
  • สีประจำโรงเรียน
    • ███ สีเหลือง หมายถึงธรรม ได้แก่ คุณธรรม จริยธรรม ธรรมทั้งหลาย และสติปัญญา
    • ███ สีแดง หมายถึง ความกล้าหาญ ความเสียสละ ความสามัคคี

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงเรียน[แก้]

  • อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล

รูปจำลองพระยาภักดีชุมพล(แล) เจ้าเมืองชัยภูมิคนแรก ตั้งบริเวณหน้าอาคาร 1

  • ศาลเจ้าพ่อขุนพลัง

มีการบวงสรวงเป็นประจำทุกปีในวันสถาปนาโรงเรียน (25 ธันวาคมของทุกปี)

เกียรติประวัติโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล[แก้]


  1. โรงเรียนรางวัลพระราชทาน ระดับมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ ประจำปี 2532 2548 และ 2555
    จาก กระทรวงศึกษาธิการ
  2. โรงเรียนสีขาว เฉลิมพระเกียรติ ปลอดยาเสพติด ประจำปี 2542
    จาก กระทรวงศึกษาธิการ
  3. โรงเรียนปฏิรูปการศึกษาดีเด่น ประจำปี 2544
    จาก คุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ
  4. โรงเรียนดีเด่นด้านการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2546
    จาก กรมสามัญศึกษา
  5. รางวัลโครงการสระพังสวยด้วยมือเรา ประจำปี 2534
    จาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ
  6. รางวัลโครงการโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น เฉลิมพระเกียรติ ประจำปี 2543
    จาก สมาคมสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมไทย
  7. รางวัลกองลูกเสือดีเด่น ประจำปี 2540
    จาก มูลนิธิส่งเสริมกิจกรรมลูกเสือไทย
  8. รางวัลชนะเลิศกองร้อยวิ่งสวนสนาม ประจำปี 2551 และ 2552
    จาก กองทัพภาคที่ 2
  9. รางวัลชนะเลิศกองพันเดินสวนสนาม ประจำปี 2552 และ 2553
    จาก กองทัพภาคที่ 2
  10. รางวัล won 3rd price in the category of music ประเทศกรีก ประจำปี 2541
    จาก The Hellenic Action Cancer, Athens Greek
  11. รางวัลเหรียญทอง การนำเสนอผลงานโรงเรียนมาตรฐานสากล ประจำปี 2553
    จาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  12. รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ประเภท Rescue Robot Superteam RoboCup Junior 2010 ประเทศสิงคโปร์
    จาก RoboCup Junior 2010 ประเทศสิงคโปร์
  13. รางวัลโรงเรียนส่งเสริมการอ่านยอดเยี่ยมระดับประเทศ ประจำปี 2556
    จากนานมีบุ๊คส์รีดดิ้งคลับ ปีที่ 12

แผนการเรียน[แก้]

โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลเปิดสอนในแผนการเรียนดังต่อไปนี้

  • แผนการเรียนวิทย์-คณิต
  • แผนการเรียนศิลป์-ภาษา
  • ห้องเรียนพิเศษ MEP (Mini English Program) เฉพาะระดับมัธยมต้น
  • ห้องเรียนพิเศษ IEP (Intensive English Program)
  • ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ SMP (Science-Math Program)

กิจกรรมภายในโรงเรียน[แก้]

  • กิจกรรมกีฬาภายใน (กีฬาสี)

โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลจะมีการจัดกการแข่งขันกีฬาภายในหรือกีฬาสีในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมของทุกปี ปีละ 5 วัน โดยแบ่งเป็น 5 คณะสี เรียงตามสีประจำวัน (ยกเว้นสีเหลืองและสีแดงที่เป็นสีประจำโรงเรียน) มีชื่อเรียกตามชื่ออัญมณีต่างๆ เพื่อทำกิจกรรมดังนี้

  • ██ คณะ 1 พลอยม่วง (สีม่วง) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 1,6 และ 11
  • ██ คณะ 2 ทับทิม (สีชมพู) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 2 และ 7
  • ██ คณะ 3 มรกต (สีเขียว) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 3 และ 8
  • ██ คณะ 4 บุศราคัม (สีแสด) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 4 และ 9
  • ██ คณะ 5 ไพลิน (สีฟ้า) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 5 และ 10

และมีการแข่งขันกีฬาดังต่อไปนี้

  • ฟุตบอล
  • ฟุตซอล
  • บาสเกตบอล
  • วอลเลย์บอล
  • เซปักตะกร้อ
  • แบดมินตัน
  • เทเบิลเทนนิส
  • เปตอง
  • กรีฑา
  • กิจกรรมการเชียร์ของคณะต่างๆ

พิธีปิดการแข่งขันกีฬาภายในจะจัดขึ้นที่สนามกีฬากลางจังหวัดชัยภูมิ โดยในวันปิดจะมีการเดินขบวนพาเหรดของทั้ง 5 คณะสีเดินอ้อมตลาดเมืองชัยภูมิไปจนถึงสนามกีฬากลาง โดยกิจกรรมในพิธีปิดจะมีการแข่งขันกรีฑา การแข่งขันฟุตบอลคุณครู การประกวดกองเชียร์และเชียร์ลีดเดอร์จาก 5 คณะสี และพิธีมอบถ้วยรางวัล

โครงการธนาคารโรงเรียน[แก้]

โครงการธนาคารโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ได้รับการพิจารณาสนับสนุนจากธนาคารออมสิน ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาค 11) ให้เปิดธนาคารเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีใจรักในการออมบนพื้นฐานในการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง ปลูกฝังนิสัยรักการออมให้แก่เด็กนักเรียน วิธีการรับฝากเงิน นักเรียนสามารถนำเงินมาฝากกับธนาคารโรงเรียน (ตั้งแต่ 1 บาทเป็นต้นไป) ได้ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลาทำการโรงเรียนมีนโยบายให้นักเรียนออมเงินตลอดจบการศึกษาเพื่อเป็นการปลูกฟังนิสัยที่ดีในการออม เมื่อจบการศึก นักเรียนปิดบัญชีธนาคารโรงเรียนธนาคารออมสินสาขาชัยภูมิ จะโอนเงินจากธนาคารโรงเรียนไปฝากที่ธนาคารออมสิน สาขาชัยภูมิ ธนาคารจะทำบัตร ATM ให้โดยอัตโนมัติ

อ้างอิง[แก้]

  1. เอกสารก่อตั้งสถานศึกษา หอจดหมายเหตุแห่งชาติ (ไมโครฟิมล์) (ศธ.3/ร.ศ.121),
  2. รายงานการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐานโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล พ.ศ. 2547
  3. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2441/033/333.PDF,ราชกิจกานุเบกษา เล่ม 15 แผ่นที่ 33 วันที่ 13 พฤศจิกายน ร.ศ. 2441
  4. 4.0 4.1 เอกสารก่อตั้งสถานศึกษา หอจดหมายเหตุแห่งชาติ (ไมโครฟิมล์),
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 หนังสือที่ระลึก 111 ปีโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล 25 ธันวาคม 2553
  6. หนังสือที่ระลึก 109 ปีโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล
  7. รายงานข้าราชการกระทรวงธรรมการ มณฑลนครราชสีมา ร.ศ. 124
  8. หนังสือที่ระรึกโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล พ.ศ. 2532
  9. รายชื่อข้าราชการกระทรวงธรรมการ ร.ศ.120 ศธ.3/ร.ศ.120.23 กระทรวงธรรมการ
  10. รายชื่อข้าราชการกระทรวงธรรมการ ร.ศ.123 ศธ.3/ร.ศ.123.26/1 กระทรวงธรรมการ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]