โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
LOGO YRC.jpg
เรียนให้เด่น เล่นให้ดี มีศีลธรรม
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Yupparaj Wittayalai School (ปัจจุบัน)
Yupparaj Royal's College (เดิม)
อักษรย่อ ย.ว. (Y.R.C.)
ประเภท โรงเรียนรัฐบาล
ก่อตั้ง • 2448 (โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย)

• 2432 (โรงเรียนเมืองนครเชียงใหม่)

ผู้ก่อตั้ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระราชทานนามโรงเรียน พ.ศ. 2448)
รหัส 50012001 (ปัจจุบัน)
08500101 (เดิม)
ผู้อำนวยการ ว่าง
เพลง ยุพราช-บานเย็น
สังกัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ภาพถ่ายอาคารเรือนเพชร ซึ่งปัจจุบันถูกรื้อถอนไปเพื่อนำไม้ไปสร้างอาคารเรือนแก้ว ถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2496
ตึกยุพราชอาคารหลังแรกของโรงเรียน ปัจจุจบันมีอายุครบ 114 ปี
โรงช้างต้น หรือ เรือนช้างต้น หนึ่งในอาคารเก่าแก่ที่ปัจจุบันใช้เป็นห้อง BAND


โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย (อักษรย่อ: ย.ว., Y.R.C.) เป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกของภาคเหนือ และโรงเรียนสหศึกษาของรัฐบาลประจำจังหวัดเชียงใหม่ เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน)สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี โรงเรียนก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2432 และสถาปนาเป็น"โรงเรียนหลวงประจำมณฑลพายัพ" โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามโรงเรียนเป็น "โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย" ซึ่งมีความหมายว่า "โรงเรียนของสมเด็จพระยุพราช" เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2448


เนื้อหา

ประวัติโรงเรียน[แก้]

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยเป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกของจังหวัดเชียงใหม่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2432 และได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นโรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลพายัพ หรือโรงเรียนตัวอย่างประจำ ภาคเหนือเมื่อปี พ.ศ. 2442 ตามพระบรมราโชบาย ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในการขยายการศึกษาออกสู่หัวเมือง เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร และความต้องการจัดการ ศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติโดยได้ออก"ประกาศจัดการเล่าเรียนในหัวเมือง" เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2441 ความว่า

…ความเจริญของคนทั้งหลายย่อมเกิดแต่ความประพฤติชอบ และการเลี้ยงชีวิตโดยชอบเป็นที่ตั้ง ครั้นทั้งหลายจะประพฤติชอบ แลจะหาเลี้ยงชีวิตโดยชอบนั้นเล่า ก็ย่อมอาศัยการได้ศึกษาวิชา ความรู้ ในทางที่จะให้บังเกิดประโยชน์ มาแต่ย่อมเยาว์ และฝึกซ้อมสันดานให้น้อยในทางสัมมาปฏิบัติและเจริญปัญญา สามารถในกิจการต่างๆ อันเป็นเครื่องประกอบการหาเลี้ยงชีพเมื่อเติบใหญ่ จึงเชื่อว่าได้เข้าสู่ทางความเจริญ… บัดนี้การฝึกสอนในกรุงเทพฯเจริญแพร่หลายมากขึ้นแล้ว สมควรจะจัดการฝึกสอนให้หัวเมืองได้เจริญขึ้นตามกัน…

สำหรับเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นหัวเมืองใหญ่ของมณฑลพายัพนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมี พระราชประสงค์ จะให้จัดเป็นโรงเรียนตัวอย่างและฝึกอบรมกุลบุตรกุลธิดา ให้รู้ธรรมเนียมการหนังสือ และฝึกหัดลายมือ ให้ใช้เป็นเสมียนได้ วิชาคิดเลขและวิชาช่างที่เป็นประโยชน์ และธรรมเนียมต่างๆ ที่เป็นคุณแก่แผ่นดิน ยิ่งไปกว่านั้น พระองค์ก็ยังมีพระราชประสงค์จะปลูกฝังคุณสมบัติ ให้นักเรียนเป็นคนขยันขันแข็ง สะอาดทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ซื่อสัตย์สุจริตมีอุปนิสัยใจคอดี และเป็นพลเมืองดีในที่สุด

เมื่อแรกเริ่มก่อตั้งนั้น โรงเรียนมีที่ตั้งอยู่ที่ศาลากลางสวน ในจวนของพระยานริศรราชกิจ (สาย โชติกเสถียร) ข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพในขณะนั้น ลักษณะการก่อตั้งโรงเรียนเป็นไปตามแนวพระดำริ ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ต้องการให้โรงเรียนหลวงตั้งอยู่ริมจวนข้าหลวง หรือในวัด ที่อยู่ไกล้จวนข้าหลวง เพื่อจะได้ช่วย เป็นธุระดูแลและให้ครูได้ตั้งใจสั่งสอนนักเรียน โรงเรียนหลวงที่ตั้งขึ้นมีจุดประสงค์สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เพื่อเป็น โรงเรียนตัวอย่าง แก่โรงเรียนอื่นๆ ในเมืองเชียงใหม่ จึงมีชื่อเป็นที่รู้จักของคนสมัยนั้นว่า โรงเรียนประจำมณฑลพายัพ หรือโรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลพายัพ เริ่มต้นจากการสอนภาษาพื้นเมือง ภาษาไทย และวิชาชีพต่างๆ รวมทั้งการอบรมความประพฤติ ให้รู้จักรับผิดชอบ ในระยะแรกเริ่มนั้นจัดการศึกษาเป็นแบบสหศึกษา มีนักเรียนชาย หญิง พระภิกษุ สามเณร เรียนรวมกัน มีขุนอุปกรณ์ศิลปศาสตร์ ข้าหลวงธรรมการมณฑล เป็นครูใหญ่คนแรก

โรงเรียนหลวงประจำมณฑลพายัพ ซึ่งระยะแรกตั้งอยู่ที่ศาลากลางสวน ในจวนของข้าหลวงใหญ่ เริ่มมีจำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้น จึงได้ขยายที่เรียนมาอยู่ที่โรงละคร ของเจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 8 เมื่อปี พ.ศ. 2444 แต่ภายหลังการศึกษาเพื่อให้เกิดความผสมผสานกลมกลืนกันในชาติ โดยใช้วิธีสอนหนังสือไทยกลางให้เหมือนกันทั่วประเทศ และเจ้าผู้ครองนครต่างๆ ในมณฑลพายัพต่างสนับสนุนการจัดการศึกษาของรัฐบาลอย่างดี สำหรับเมืองเชียงใหม่นั้น เจ้าอินทวโรรสสุริยวงค์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ได้สนับสนุนการตั้งโรงเรียนเพื่อสอนภาษาไทยชั้นสูง โดยได้บริจาคที่ดิน คือที่ดินตำบลสี่แยกถนนวโรรส ในเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีขนาดเนื้อที่ความยาว 37 วา 2 ศอก ความกว้าง 19 วา 2 ศอก และยกโรงเรือนซึ่งเป็นโรงละครเดิมจำนวน 1 หลัง ประกอบด้วยเสาไม้แก่นมีเครื่องบน และพื้นไม้จริงเพื่อให้สร้างโรงเรียนต่อไป สำหรับตัวอาคารของโรงเรียนหลังแรกนี้ ได้วางรูปแบบเป็นรูปทรงปั้นหยา มี 9 ห้อง มีขนาดความยาว 17 วา 2 ศอก ความกว้าง 6 วา มีเรือนโถงต่อจากเรือนเดิม เพื่อใช้เป็นที่นั่งเล่นหรือประโยชน์อื่นๆ รวม 4 ด้าน การก่อสร้างทำได้ถึงขั้นสร้างโครง และติดเครื่องบนแต่เนื่องจากขาดทุนทรัพย์การก่อสร้างโรงเรียน จึงหยุดชะงักไปชั่วคราว

ปี พ.ศ. 2445 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้พระยาสุรสีห์ วิสิษฐ์ศักดิ์ (เชย กัลยาณมิตร)ขึ้นมารับราชการตำแหน่ง ข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพ โดยเฉพาะทางด้านการศึกษานั้น พระยาสุรสีห์วิสิษฐ์ศักดิ์พยายามดำเนินการทุกวิถีทางในอันที่จะใช้ "การศึกษาแผนใหม่" เป็นเครื่องช่วยในการปฏิรูป มณฑลพายัพ โดยเริ่มจากการสร้างโรงเรียน ท่านได้มอบหมายให้ขุนอุปกรณ์ศิลปศาสตร์ ข้าหลวงธรรมการมณฑลพายัพ เป็นหัวหน้าบอกบุญเรี่ยรายเงิน จากเจ้านายฝ่ายเหนือและข้าราชการมณฑล ได้เงินจำนวนมาก การก่อสร้างโรงเรียนที่ เจ้าอินทวโรรสสุริยวงค์ได้ก่อสร้างค้างไว ้จึงได้เริ่มดำเนินการต่อ จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2448 เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ครั้งยังดำรงพระอิสริยศเป็นสมเด็จพระบรม โอรสาธิราช สยามมงกุฏราชกุมาร ได้เสด็จประพาสมณฑลพายัพ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จเยี่ยมโรงเรียนเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2448 ดังความปรากฏในลิลิตพายัพ ความว่า "…ครั้นรุ่งขึ้นพระองค์ทรงรัถยานขับรี่ สู่ที่ตั้งโรงเรียน อ่านเขียนหนังสือสยาม เล่าบ่นตามกำหนด หมดทั้งเลขวิทยา ราชาทอดพระเนตรเสร็จ ผันพักตร์เสด็จโดยบาท สู่อาวาสเจดีย์หลวง…" ในการเสด็จประพาสมณฑลพายัพครั้งนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรด พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 500 บาท สมทบการสร้างโรงเรียน และได้พระราชทานนามโรงเรียน ที่ก่อสร้างใหม่ว่า โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ซึ่งมีความหมายว่าเป็นโรงเรียนของสมเด็จพระยุพราช นั่นเอง[1][2]

เหตุการณ์สำคัญและการจัดการศึกษาในล้านนา ก่อนพระราชทานนาม “ยุพราชวิทยาลัย”[แก้]

  • พ.ศ. 2410 คณะมิชชันนารี อเมริกันเพรสไบทีเรียน นำโดยหมอแมคกิลวารี ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลที่กรุงเทพฯ ให้เข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ นิกายโปรแตสแตนท์ เป็นครั้งแรกที่เชียงใหม่
  • พ.ศ. 2416 นางแมคกิลวารี มิชชั่นนารีชาวอเมริกัน สอนหนังสือแก่เด็กหญิงชาวล้านนา เป็นครั้งแรก
  • พ.ศ. 2421 คณะมิชชันนารีชาวอเมริกัน ได้จัดตั้ง “โรงเรียนสตรีอเมริกัน” ที่เมืองเชียงใหม่
  • พ.ศ. 2430 ศาสนาจารย์ เดวิด จี คอลินส์ ได้ขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนสำหรับเด็กชายขึ้นที่วัดร้างบ้านวังสิงห์คำ เรียกว่า Chiang mai Boy School หรือ “โรงเรียนชายวังสิงห์คำ
  • พ.ศ. 2441 รัชกาลที่ 5 ทรงให้จัดตั้งโรงเรียนภาษาไทยในหัวเมืองล้านนาเป็นครั้งแรกที่เมืองลำปาง โดยการบริจาคที่ดินของเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิตย์ เจ้าผู้ครองนครลำปาง และในปี พ.ศ. 2448 ได้พระราชทานนามว่า “โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย” ในระยะเวลาดังกล่าวการศึกษาในเมืองเชียงใหม่ ยังเป็นหน้าที่ของวัดต่างในชุมชน เช่น โรงเรียนวัดพระสิงห์ โรงเรียนวัดเจดีย์หลวง โรงเรียนวัดดวงดี โรงเรียนวัดเสาหิน เป็นต้น
  • พ.ศ. 2442 รัชกาลที่ 5 ทรงให้จัดตั้งโรงเรียนตัวอย่างตามหัวเมืองต่างๆ ในล้านนา ที่เมืองเชียงใหม่ทรงให้จัดตั้งโรงเรียนหลวงประจำมณฑลพายัพ หรือโรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลพายัพ ที่ในสวนหลวงจวนข้าหลวงมณฑลพายัพ(พระยานริศราชกิจ-สาย โชติกเสถียร) มีการสอนภาษาพื้นเมือง ภาษาไทยกลาง และวิชาชีพต่างๆ นักเรียนประกอบด้วยชาวบ้าน พระภิกษุ สามเณร
  • พ.ศ. 2443 ที่เมืองลำพูน มีการจัดตั้งโรงเรียนสอนหนังสือไทย สำหรับบุตรหลานของเจ้านายและข้าราชการเป็นครั้งแรก มีนักเรียน 33 คน นักเรียนประกอบเด็กชาย ภิกษุ สามเณร และที่บ้านหนองจ้อม แขวงสันทราย เมืองเชียงใหม่ พญาผาบหรือพญาปราบสงคราม เชื้อสายชาวเขินจากเชียงตุง นายแคว่น(กำนัน)หนองจ้อม นำชาวบ้านขัดขืนการเสียภาษีเป็นเงินตามนโยบายของรัฐบาลกรุงเทพฯ แทนสิ่งของ ดังที่เป็นมาในอดีต โดยการยกกำลังมาถึงน้ำแม่คาว มุ่งที่จะฆ่าและขับไล่ข้าหลวงและข้าราชการที่ส่งมาจากกรุงเทพฯ และถูกปราบลงได้
  • พ.ศ. 2444 ย้ายโรงเรียนหลวงประจำมณฑลพายัพ มาที่โรงละครของเจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครลำดับที่ 8 ในขณะเดียวกันกลุ่มคนจีนจากกรุงเทพฯ ที่มาค้าขายและตั้งรกรากในเมืองเชียงใหม่ ได้ก่อตั้งโรงเรียนสอนภาษาจีนสำหรับลูกหลาน เช่น นายเตี๋ยงและชาวจีนย่านวัดเกตได้ก่อตั้ง ”โรงเรียนฮั่วเฮง” ต่อมานายสุ่นฮี้ (หลวงอนุสารสุนทร) ได้ย้ายโรงเรียนไปที่ถนนช้างคลาน
  • พ.ศ. 2445 พะกาหม่อง นำชาวไทใหญ่หรือเงี้ยว ที่ตั้งรกรากค้าขายที่เมืองแพร่ เข้ายึดจวนข้าหลวงเมืองแพร่ ข้าหลวง(พระยาราชฤทธานนท์)และข้าราชการที่มาจากกรุงเทพฯ ถูกประหารชีวิตเพราะเหตุที่มีการตั้งด่านเก็บภาษีการเดินทางระหว่างหัวเมืองต่างๆในล้านนา และถูกปราบลงได้ และใน ปีเดียวกันนี้เจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ ได้ยกที่ดินและโรงละคร ยังได้ชักชวนข้าราชการและชาวบ้านบริจาคเงินสร้างสร้างอาคารเรียน 9 ห้อง ยกพื้นชั้นเดียว ทรงปั้นหยา
  • พ.ศ. 2448 (รัตนโกสินทร์ศก 124) รัชกาลที่ 6 ซึ่งขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ พระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมาร ในรัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสมณฑลพายัพ ได้พระราชทานนาม “โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย” “โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย” และ “โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย[3][4][5]


ข้อมูลปัจจุบัน[แก้]

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เป็นโรงเรียนรัฐบาลประจำจังหวัดเชียงใหม่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน) ตั้งอยู่กลางเมืองเชียงใหม่และอยู่บนเนื้อที่ 29 ไร่ 3 งาน เปิดการสอนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 6 แบบสหศึกษา มีนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 3,759 คน คณาจารย์และบุคลากรจำนวน 250 คน ปัจจุบันเป็นศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (โครงการ พสวท.) ประจำภาคเหนือ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527


องค์อุปถัมภ์[แก้]

สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาพระองค์เดียวใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จเยี่ยมและทอดพระเนตรกิจการโรงเรียนเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 และได้ทรงพระกรุณารับโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยไว้ในพระอุปถัมภ์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2532 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพครบ 9 รอบในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นับแต่นั้นเป็นต้นมา สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ได้พระราชทานพระกรุณาโดยประการต่างๆ แก่ทางโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง อาทิ พระราชทานเงินทุนก่อสร้างอาคารเรียน, พระราชทานทุนบำรุงโรงเรียน, พระราชทานประกาศนียบัตรจบการศึกษาแก่นักเรียน, พระราชทานนามอาคารใหม่ของโรงเรียนว่า "อาคารเพชรรัตนราชสุดา", ตลอดจน ทรงพระกรุณารับงานสมโภชยุพราชวิทยาลัย 100 ปี ไว้ในพระอุปถัมภ์ เป็นต้น


งานพระบารมีปกเกล้าฯ ยุพราชวิทยาลัย ๑๐๐ ปี ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี[แก้]

วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2548 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย พร้อมด้วยคณะครู ศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน ต่างพร้อมใจกันจัดงานสมโภชเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี แห่งวันที่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ พระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมาร (พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว) ได้เสด็จมาทอดพระเนตรโรงเรียนหนังสือไทย (โรงเรียนหลวงประจำมณฑลพายัพ) และได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 500 บาท เพื่อสมทบในการสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ และพระราชทานนามโรงเรียนนี้ว่า “โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย” ซึ่งมีความหมายอันเป็นมงคลยิ่งว่า "โรงเรียนของสมเด็จพระยุพราช" ในช่วงเช้าวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2448 (รัตนโกสินทร์ศก 124)

พร้อมกันนี้คณะกรรมการจัดงานฯ ได้นำความกราบทูล สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาเพียงพระองค์เดียวใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว และองค์อุปถัมภิกาของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ทราบฝ่าพระบาท ซึ่งได้ทรงพระกรุณารับงานสมโภชยุพราชวิทยาลัย 100 ปี ไว้ในพระอุปภัมภ์

งานพระบารมีปกเกล้าฯ ยุพราชวิทยาลัย 100 ปี ในพระอุปภัมภ์ฯ ถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่ตลอดทั้งปี พ.ศ. 2548 โดยมีกิจกรรมอาทิ

  • การจัดทำหนังสือ "พระบารมีปกเกล้าฯ ยุพราชวิทยาลัย 100 ปี นามพระราชทาน"
  • การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ "พระบารมีปกเกล้าฯ ยุพราชวิทยาลัย 100 ปี นามพระราชทาน"
  • งานเสวนาวิชาการ "ยุพราชวิทยาลัยในบริบททางประวัติศาสตร์: การปฏิรูปการศึกษาในมณฑลพายัพ" และ "ยุพราชวิทยาลัยนามนั้นสำคัญไฉน?"
  • การจัดกิจกรรมกิจกรรมจักรยานแรลลี่ "เจริญรอยพระยุคลบาท หนึ่งศตวรรษสมเด็จพระยุพราช องค์ที่ 2 เสด็จฯ เลียบเมืองเชียงใหม่" เพื่อร่วมย้อนรำลึกเส้นทางเสด็จฯ เมืองนครเชียงใหม่ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 เมื่อครั้งยังทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระยุพราช โดยความร่วมมือของ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย และ เทศบาลนครเชียงใหม่
  • การบรรพชาสามเณรและทอดผ้าป่าสามัคคีเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสฉลองพระชนมายุ 80 พรรษาองค์อุปถัมภิกา ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2548
  • โครงการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ "พระบารมีปกเกล้าฯ ยุพราชวิทยาลัย 100 ปี นามพระราชทาน" ในวงเงินกว่า 300 ล้านบาท การนี้ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี มีพระกรุณาธิคุณพระราชทานเงินทุนประเดิมจำนวน 100,000 บาท แก่ทางโรงเรียน
  • โครงการ "รวมพลังรวมใจ เก็บออมเพื่อยุพราชวิทยาลัย 100 ปี" โดยเชิญชวนศิษย์เก่ายุพราชวิทยาลัยและผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินหรือทุนทรัพย์เพื่อสมทบทุนการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ "พระบารมีปกเกล้าฯ ยุพราชวิทยาลัย 100 ปี นามพระราชทาน"
  • การแสดงแสง สี และเสียงสุดอลังการ "100 ปี ยุพราชวิทยาลัย ร้อยสายใยแห่งเกียรติยศ" และ "งานคืนสู่เหย้า ชาวบานเย็น จากทั่วประเทศ" ในวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2548


เกียรติยศและความภาคภูมิใจ[แก้]


รายนามผู้บริหารโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย[แก้]

ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง หมายเหตุ
1 หม่อมราชวงศ์จันทร์ พ.ศ. 2432-2442
2 พระยาอุปกรณ์ศิลปศาสตร์ พ.ศ. 2442-2446
3 นายเงิน ตุลยสัชฎ์ พ.ศ. 2447-2448
4 นายอิน นุพงศ์ไทย พ.ศ. 2449-2449
5 ขุนประยุทธนิติสาร พ.ศ. 2450-2453
6 รองอำมาตย์เอกหลวงสุนทรเสข พ.ศ. 2454-2456
7 รองอำมาตย์เอกหลวงสุทธิชัยนฤเวทย์ พ.ศ. 2457-2458
8 รองอำมาตย์ตรีหลวงวุฒิศรเนติสาร พ.ศ. 2459-2461
9 รองอำมาตย์เอกหลวงอาจวิชชาสรร พ.ศ. 2462-2467
10 รองอำมาตย์โทขุนชำนิอนุสาสน์ พ.ศ. 2467-2468
11 รองอำมาตย์เอกหลวงอาจวิชชาสรร พ.ศ. 2469-2474
12 นายถวิล ดารากร ณ อยุธยา พ.ศ. 2475-2475
13 หลวงปราโมทย์จรรยาวิภาช พ.ศ. 2476-2478
14 นายเกยูร ผลาชีวะ พ.ศ. 2479-2487
15 นายชื่น จรินโท พ.ศ. 2488-2490
16 นายโปร่ง ส่งแสงเติม พ.ศ. 2491-2495
17 นายโสภิต ศุขเกษม พ.ศ. 2496-2510 ,

พ.ศ. 2512-2515

18 นายสนอง มณีภาค พ.ศ. 2511-2512
19 นายสุเชฎฐ วิชชวุต พ.ศ. 2516-2520
20 นายบรรจง พงศ์ศาสตร์ พ.ศ. 2520-2525
21 นายสมชาย นพเจริญกุล พ.ศ. 2525-2535
22 นายประสิทธิ์ แสนไชย พ.ศ. 2535-2537
23 นายสุรชาติ ช่วงฉ่ำ พ.ศ. 2537-2540
24 นายสาหร่าย แสงทอง พ.ศ. 2541-2544
25 นายวีรยุทธ จงสถาพรพงศ์ พ.ศ. 2544-2547
26 นายประดิษฐ์ จันทร์แสนตอ พ.ศ. 2547-2549
27 นายบรรจง พลฤทธิ์ พ.ศ. 2549-2552
28 นายวิษณุ ไชยแก้วเมร์ พ.ศ. 2554-2557

บุคลากรโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย[แก้]

  • ฝ่ายบริหาร
ตำแหน่ง ชื่อ-สกุล วิทยฐานะ
ผู้อำนวยการโรงเรียน ว่าง -
รองผู้อำนวยการฝ่ายอำนวยการ นางผ่องพรรณ สายทอง รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ
รองผู้อำนวยการฝ่ายจัดการศึกษา นางสาวเกษแก้ว ภักดี รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ
รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียน นายรังสฤษฎิ์ เอี่ยมสะอาด รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ
รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทั่วไป นายบุญยิ่ง ฉัตรเสาวภัณฑ์ รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ
รองผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและแผน นางสาวศิริพร ดรุณธรรม ครูชำนาญการพิเศษ
  • หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
ตำแหน่ง ชื่อ-สกุล วิทยฐานะ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ นางสาวปทุมพร นามวงศ์ ครูชำนาญการพิเศษ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ นางสาวพิมพรรณ ช่วงสกุล ครูชำนาญการพิเศษ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย นายวิชาญ วงศ์วรทัญญู ครูชำนาญการพิเศษ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม นายสมเจตน์ เจตนสุนทรเวทิน ครูชำนาญการพิเศษ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ก นางสาวสุวรรณา โปธา ครูชำนาญการพิเศษ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ข นางไพริน นันทะเสน ครูชำนาญการพิเศษ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา นายชัยวัฒน์ ดรุณธรรม ครูชำนาญการพิเศษ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ นางเสาวนีย์ พงษ์ปิณฑะดิษ ครูชำนาญการพิเศษ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี นางประจวบจิต รุ่งพิบูลโสภิษฐ์ ครูชำนาญการพิเศษ
หัวหน้ากลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นายวรมงคล ภาพพริ้ง ครูชำนาญการพิเศษ

อาคารเรียน[แก้]

ดอกชงโค ต้นไม้ประจำโรงเรียน


อาคาร 1 ตึกยุพราช

  • ชั้นที่ 1 เป็นหอเกียรติยศ แสดงพัฒนาการและประวัติของโรงเรียน
  • ชั้นที่ 2 เป็นหอวชิราวุธานุสรณ์ ประจำจังหวัดเชียงใหม่


อาคาร 2 เรือนวิเชียร เป็นอาคารของกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ

  • ชั้นที่ 1 เป็นห้องโครงการเรียนร่วม, ห้องศูนย์ Eric, ห้องศูนย์ประสานงานมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช,ห้องโรเนียว, ห้องพัสดุ, ห้องศูนย์ดาวเทียม, สำนักงานสภานักเรียน ฝ่ายกิจการนักเรียน
  • ชั้นที่ 2 เป็นห้องโครงการ Resource Center, ห้องคอมพิวเตอร์ภาษาอังกฤษ, ห้องพักครูภาษาอังกฤษ
  • ชั้นที 3 เป็นห้องเรียนนักเรียนโครงการ English Program, ห้องศูนย์การเรียนรู้ภาษาจีน, ห้องศูนย์การเรียนรู้ภาษาฝรั่งเศส
  • ชั้นที่ 4 เป็นห้องเรียนนักเรียนโครงการ English Program, ห้องศูนย์การเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่น, ห้องพักครูโครงการ English Program


อาคาร 3 เรือนรัตน์ เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

  • ชั้นที่ 1 เป็นห้องศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น To be number 1, ห้องธนาคารโรงเรียน, ห้องศูนย์เยาวชนมีหัวใจไกล่เกลี่ย
  • ชั้นที่ 2 เป็นห้องเรียนนักเรียนโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์และนักเรียนทุน พสวท. ชั้นม.5, ห้องศูนย์การเรียนรู้คณิตศาสตร์, ห้องพักครูคณิตศาสตร์, ห้องเรียนโครงการ international Program
  • ชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.3
  • ชั้นที่ 4 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.3


อาคาร 4 เรือนเพชร เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

  • ชั้นที่ 1 เป็นห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ พสวท., ห้องเรียนสีเขียว, ห้องโสตฯอาคาร 4 (200 ที่นั่ง)
  • ชั้นที่ 2 เป็นห้องสมุดวิทยาศาสตร์, ห้องพักครูวิทยาศาสตร์, ห้องปฏิบัติการเคมี
  • ชั้นที่ 3 เป็นห้องคอมพิวเตอร์วิทยาศาสตร์, ห้องปฏิบัติการชีววิทยา
  • ชั้นทื่ 4 เป็นห้องปฏิบัติการดาราศาสตร์, ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์


อาคาร 5 เรือนวชิระ เป็นอาคารอำนวยการ

  • ชั้นที่ 1 เป็นสำนักงานผู้อำนวยการ, สำนักงานฝ่ายอำนวยการ, ห้องประชาสัมพันธ์
  • ชั้นที่ 2 เป็นห้องพัฒนาบุคลากร, สำนักงานฝ่ายจัดการศึกษา, ห้องทะเบียนและวัดผล, ห้องเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.1
  • ชั้นที่ 4 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.1


อาคาร 6 เรือนพัชระ เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ และกลุมสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

  • ชั้นที่ 1 เป็นห้องเครื่องสายสากล, กองพันนักศึกษาวิชาทหาร โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย, ห้องพักครูเกษตร, ห้องพักครูคหกรรม, ห้องคหกรรม
  • ชั้นที่ 2 เป็นห้องประดิษฐ์, ห้องงานบ้าน, ห้องศิลปะ, ห้องพักครูศิลปะ


อาคาร 7 เรือนรัตนมณี เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา

  • ชั้นที่ 1 เป็นห้องศูนย์ข่าวเยาวชนไทย, ห้องแนะแนว, ห้องนาฏศิลป์, ห้องพักครูเวรยามชาย
  • ชั้นที่ 2 เป็นห้องศูนย์การเรียนรู้สังคมศึกษา, ห้องพักครูสังคมศึกษา
  • ชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียน
  • ชั้นที่ 4 เป็นห้องเรียน


อาคาร 8 เรือนศรีมรกต เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

  • ชั้นที่ 1 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.1 และม.2
  • ชั้นที่ 2 เป็นห้องเรียนนักเรียนโครงการความสามารถพิเศษด้านภาษาไทย, ห้องศูนย์การเรียนรู้ภาษาไทย, ห้องพักครูภาษาไทย
  • ชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.2
  • ชั้นที่ 4 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.2


อาคาร 9 เรือนนวรัตน์

  • ชั้นที่ 1 เป็นโรงอาหาร 2, ห้องชมรมคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
  • ชั้นที่ 2 เป็นห้องประชุมวิภาตะวนิช, ห้องสมุดกลาง(ห้องสมุดกาญจนาภิเษก)
  • ชั้นที่ 3 เป็นหอประชุมใหญ่(1000 ที่นั่ง)


อาคาร 10 เพชรรัตนราชสุดา

  • ชั้นที่ 1 เป็นโรงอาหาร 1
  • ชั้นที่ 2 เป็นห้องเรียนคอมพิวเตอร์, ห้องพักครูคอมพิวเตอร์, ห้องควบคุมระบบคอมพิวเตอร์, ห้องเรียนนักเรียนโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์และนักเรียนทุน พสวท. ชั้นม.4
  • ชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.4
  • ชั้นที่ 4 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.4


อาคาร ยุพราช 100 ปี

  • ชั้นที่ 1 ห้องจัดเลี้ยง ชงโค, ร้านมินิมาร์ท, ร้านถ่ายเอกสาร, โรงอาหาร 2
  • ชั้นที่ 2 เป็นห้องพิมพ์ดีดภาษาไทย, ห้องพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษ, ห้องพักครูพาณิชยกรรม, ห้องงานธุรกิจ
  • ชั้นที่ 3 ห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์, ห้องศูนย์การเรียน School Online, ห้องออกแบบและเทคโนโลยี


อาคารสมาคมผู้ปกครองและครูยุพราชวิทยาลัย (สปย.)

  • สำนักงานฝ่ายกิจการนักเรียน
  • สำนักงานกลุ่มงานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม
  • กองกำกับการกลุ่มงานสารวัตรนักเรียน
  • ห้องประชุมสมาคมผู้ปกครองและครูยุพราชวิทยาลัย
  • ห้องครูเวรสตรี วันหยุดราชการ


อาคารประชาสัมพันธ์ 100 ปี

  • สำนักงานของฝ่ายบริหารทั่วไป


อาคารอื่นๆ

  • เรือนแก้ว เป็นอาคารทรงไทย สร้างด้วยไม้จากอาคารเรียนเก่า เพื่อรำลึกถึงอดีต เป็นศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรม และเป็นสถานที่เรียนวิชายุพราชศึกษา
  • อาคารพลศึกษา ห้องพักครูสุขศึกษาและพลศึกษา และโรงยิมพลศึกษา
  • เรือนพยาบาล
  • ธรรมสถานและวัดนางเหลียว เป็นสถานที่เรียนวิชาพระพุทธศาสนา
  • อาคารดนตรีไทย
  • อาคารโรงช้างต้น เป็นห้องศูนย์การเรียนรู้วงโยธวาทิต
  • อาคารศูนย์ประชาสัมพันธ์ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
  • การก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ได้จัดทำโครงการจัดสร้างอาคารเรียน จำนวน 1 หลัง ขนาด 5 ชั้น 24 ห้องเรียน 3 ห้องปฏิบัติการ โดยการประสานงานของนายบรรเจิด สิทธิโชค ผู้อำนวยการมูลนิธิพัฒนาสหกรณ์แห่งเอเชีย (ศิษย์เก่ายุพราชวิทยาลัย) นำเสนอต่อมูลนิธิฯ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ และได้รับความเห็นชอบจาก ดร.ศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานมูลนิธิพัฒนาสหกรณ์แห่งเอเชีย อนุมัติงบประมาณจำนวน 60,000,000 บาท (หกสิบล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างอาคารเรียนดังกล่าว รองรับการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน โดยขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้าง

การจัดคณะปกครอง[แก้]

มีการจัดนักเรียนเป็นคณะปกครอง ดังนี้

  • ██ คณะเทอดจรรยา สีประจำคณะ สีเหลือง
  • ██ คณะสามัคคี สีประจำคณะ สีแดง
  • ██ คณะศรีวัฒนา สีประจำคณะ สีเขียว
  • ██ คณะการุณรักษ์ สีประจำคณะ สีม่วง
  • ██ คณะภักดิ์พิรีย์ สีประจำคณะ สีฟ้า
  • ██ คณะไมตรีจิต สีประจำคณะ สีขาว (ยุบเลิก)
  • ██ คณะมิตรภาพ (ยุบเลิก)
  • ██ คณะบำราบภัย (ยุบเลิก)

แผนการเรียนพิเศษของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย[แก้]

  • โครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล(World-Class Standard School)
  • โครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (English Program)
  • โครงการหลักสูตรนานาชาติ (International Program)
  • โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์
  • โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (โครงการ พสวท.) ประจำภาคเหนือ
  • โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาคสมทบ (โครงการ พสวท.สมทบ)
  • โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย

กิจกรรม/ชุมนุมของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย[แก้]

ตราชุมนุมรักษ์สิ่งแวดล้อม โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
  • สภานักเรียนโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย[6]
  • ธนาคารโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย[7]
  • ชุมนุมรักษ์สิ่งแวดล้อม[8]
  • ชุมนุม To be number one[9]
  • ชมรมดนตรีพื้นบ้านล้านนาโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย[10]
  • ชุมนุมนักหนังสือพิมพ์น้อย Child's Thainews
  • วงดนตรีไทย โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
  • วงดุริยางค์ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย (Y.R.C.Band)
  • ชุมนุมพุทธศาสน์
  • เยาวชนศาสนทายาท (เยาวชนพิทักษ์พระพุทธศาสนา) โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
  • ชุมนุมรักษ์ศูนย์ไทย
  • ชุมนุมสวดมนต์
  • ชุมนุมโหราศาสตร์
  • ชุมนุมรักการอ่าน
  • ชุมนุมคณิตศาสตร์โอลิมปิก
  • ชุมนุมวิทยาศาสตร์โอลิมปิก
  • ชุมนุมเคมีโอลิมปิก
  • ชุมนุมชีววิทยาโอลิมปิก
  • ชุมนุมฟิสิกส์โอลิมปิก
  • ชุมนุมดาราศาสตร์โอลิมปิก
  • ชุมนุมนาฏศิลป์
  • ชุมนุมภาษาและวรรณกรรมล้านนา
  • ชุมนุมภาษาและวัฒนธรรมญี่ปู่น

บุคคลที่มีชื่อเสียงที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย[แก้]

ดูเพิ่มที่ บุคคลจากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

การเมือง[แก้]

ข้าราชการ[แก้]

  • อินทร์จันทร์ บุราพันธ์ - รองราชเลขาธิการ ศิษย์เก่าดีเด่นยุพราชวิทยาลัยภาครัฐ ปี พ.ศ. 2551
  • พล.ต.ต.พีรพันธุ์ เปรมภูติ - อดีตเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
  • ศรศักดิ์ แสนสมบัติ - ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม อดีตอธิบดีกรมเจ้าท่า อดีตรองปลัดกระทรวงคมนาคม และศิษย์เก่าดีเด่นยุพราช ปี พ.ศ. 2554
  • ทินกร นำบุญจิตต์ - อดีตรองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • จตุพร บุรุษพัฒน์ - อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ
  • สวัสดิ์ ศรีสุวรรณดี - อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, ตาก และประธานชมรมผู้ประณีประนอมประจำศาลจังหวัดเชียงใหม่ ศิษย์เก่าดีเด่นยุพราช
  • กฤษดาภรณ์ เสียมภักดี - อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน, เชียงใหม่ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่
  • ชูชาติ กีฬาแปง - ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ศิษย์เก่าดีเด่นยุพราช ปี พ.ศ. 2550
  • จีรนันท์ วงษ์มงคล - อัครรราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา
  • สมศักดิ์ ตาไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)
  • วิเชียร พุฒิวิญญู อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ (1 ตุลาคม พ.ศ. 2556 - 1 มิถุนายน พ.ศ. 2557)

นักวิชาการ[แก้]

  • ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ประเสริฐ ณ นคร - อดีตนายกราชบัณฑิตยสถาน และนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติปี พ.ศ. 2531
  • ศาสตราจารย์ สุกิจ นิมมานเหมินท์ - เลขาธิการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2481) รักษาการคณบดีคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (2483) สมาชิกพฤฒสภา (2489) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (2491-2492) เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอินเดีย (2502) เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศสหรัฐอเมริกา (2506) สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (2515) นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (2515-2517) รองนายกรัฐมนตรี (2516-2519) และราชบัณฑิต ได้รับพระราชทานเข็มดุษฏีมาลา ศิลปวิทยา
  • ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย - อดีตอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่
  • ศาสตราจารย์ ดร. สุวรรณ เกษตรสุวรรณ
  • ไพบูลย์ มุสิกโปดก - ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ภาพถ่ายศิลปะ ประจำปี พ.ศ. 2547
  • รศ. ทพ. ทองนารถ คำใจ - คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • รศ. ดร. สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ - คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • รศ.อาคม กาญจนประโชติ - รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
  • รศ.ดร.เดชา สังขวรรณ - คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • รศ. ดร.ประพันธ์ ธรรมไชย - อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

ผู้ประกาศข่าว[แก้]

นักร้องนักแสดง[แก้]

อื่นๆ[แก้]

  • บุญเสริม สาตราภัย - ผู้บันทึกภาพประวัติศาสตร์สำคัญของล้านนา มากมาย[11]
  • กฤชภร หอมบุญญาศักดิ์ - นางสาวไทยประจำปี พ.ศ. 2553-2554

อ้างอิง[แก้]

  1. จดหมายเหตุ ร.ศ.125 เรื่อง การสร้างโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย. (เอกสารชั้นต้น)
  2. http://www.yupparaj.ac.th/history/part1.html
  3. หนานแก้วเมืองบูรพ์ (พระนามแฝง).ลิลิตพายัพ พระราชนิพนธ์ของ รัชกาลที่ 6. (เอกสารชั้นต้น)
  4. ธเนศวร์ เจริญเมือง, คนเมือง, เชียงใหม่ : หจก.โรงพิมพ์แสงศิลป์, 2544.
  5. สรัสวดี อ๋องสกุล, ประวัติศาสตร์ล้านนา พิมพ์ครั้งที่ 3, กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชซิ่ง, 2541
  6. http://www.facebook.com/Yupparaj.Committee
  7. http://www.yupparaj.ac.th/new/websitebankyrc/index.html
  8. http://www.pangfan.org/MyBelovedTree/My%20site/index.html
  9. http://www.yrctobenumberone.myreadyweb.com/
  10. http://lannayrc.orgfree.com/
  11. http://www.idealanna.com/index.php?mo=3&art=56148


แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 18°47′30″N 98°59′19″E / 18.79167°N 98.98861°E / 18.79167; 98.98861