โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
| โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย | |
|---|---|
|
เรียนให้เด่น เล่นให้ดี มีศีลธรรม
|
|
| ข้อมูล | |
| ชื่ออังกฤษ | Yupparaj Wittayalai School (ปัจจุบัน) Yupparaj Royal's College (เดิม) |
| อักษรย่อ | ย.ว. (Y.R.C) |
| ประเภท | รัฐบาล |
| ก่อตั้ง | • 2448 (โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย) • 2432 (โรงเรียนหลวงประจำมณฑลพายัพ) |
| ผู้ก่อตั้ง | พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระราชทานนามโรงเรียน พ.ศ. 2448) |
| รหัส | 50012001 (ปัจจุบัน) 08500101 (เดิม) |
| เพลง | ยุพราช-บานเย็น |
| สังกัดการศึกษา | สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ |
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย (อักษรย่อ: ย.ว., Y.R.C.) เป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกของภาคเหนือ และโรงเรียนสหศึกษาของรัฐบาลประจำจังหวัดเชียงใหม่ เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน)สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี โรงเรียนก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2432 และสถาปนาเป็น"โรงเรียนหลวงประจำมณฑลพายัพ" โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามโรงเรียนเป็น "โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย" ซึ่งมีความหมายว่า "โรงเรียนของสมเด็จพระยุพราช" เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2448
ประวัติโรงเรียน [แก้]
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยเป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกของจังหวัดเชียงใหม่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2432 และได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นโรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลพายัพ หรือโรงเรียนตัวอย่างประจำ ภาคเหนือเมื่อปี พ.ศ. 2442 ตามพระบรมราโชบาย ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในการขยายการศึกษาออกสู่หัวเมือง เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร และความต้องการจัดการ ศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติโดยได้ออก"ประกาศจัดการเล่าเรียนในหัวเมือง" เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2441 ความว่า
|
สำหรับเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นหัวเมืองใหญ่ของมณฑลพายัพนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมี พระราชประสงค์ จะให้จัดเป็นโรงเรียนตัวอย่างและฝึกอบรมกุลบุตรกุลธิดา ให้รู้ธรรมเนียมการหนังสือ และฝึกหัดลายมือ ให้ใช้เป็นเสมียนได้ วิชาคิดเลขและวิชาช่างที่เป็นประโยชน์ และธรรมเนียมต่างๆ ที่เป็นคุณแก่แผ่นดิน ยิ่งไปกว่านั้น พระองค์ก็ยังมีพระราชประสงค์จะปลูกฝังคุณสมบัติ ให้นักเรียนเป็นคนขยันขันแข็ง สะอาดทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ซื่อสัตย์สุจริตมีอุปนิสัยใจคอดี และเป็นพลเมืองดีในที่สุด
เมื่อแรกเริ่มก่อตั้งนั้น โรงเรียนมีที่ตั้งอยู่ที่ศาลากลางสวน ในจวนของพระยานริศรราชกิจ (สาย โชติกเสถียร) ข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพในขณะนั้น ลักษณะการก่อตั้งโรงเรียนเป็นไปตามแนวพระดำริ ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ต้องการให้โรงเรียนหลวงตั้งอยู่ริมจวนข้าหลวง หรือในวัด ที่อยู่ไกล้จวนข้าหลวง เพื่อจะได้ช่วย เป็นธุระดูแลและให้ครูได้ตั้งใจสั่งสอนนักเรียน โรงเรียนหลวงที่ตั้งขึ้นมีจุดประสงค์สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เพื่อเป็น โรงเรียนตัวอย่าง แก่โรงเรียนอื่นๆ ในเมืองเชียงใหม่ จึงมีชื่อเป็นที่รู้จักของคนสมัยนั้นว่า โรงเรียนประจำมณฑลพายัพ หรือโรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลพายัพ เริ่มต้นจากการสอนภาษาพื้นเมือง ภาษาไทย และวิชาชีพต่างๆ รวมทั้งการอบรมความประพฤติ ให้รู้จักรับผิดชอบ ในระยะแรกเริ่มนั้นจัดการศึกษาเป็นแบบสหศึกษา มีนักเรียนชาย หญิง พระภิกษุ สามเณร เรียนรวมกัน มีขุนอุปกรณ์ศิลปศาสตร์ ข้าหลวงธรรมการมณฑล เป็นครูใหญ่คนแรก
โรงเรียนหลวงประจำมณฑลพายัพ ซึ่งระยะแรกตั้งอยู่ที่ศาลากลางสวน ในจวนของข้าหลวงใหญ่ เริ่มมีจำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้น จึงได้ขยายที่เรียนมาอยู่ที่โรงละคร ของเจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 8 เมื่อปี พ.ศ. 2444 แต่ภายหลังการศึกษาเพื่อให้เกิดความผสมผสานกลมกลืนกันในชาติ โดยใช้วิธีสอนหนังสือไทยกลางให้เหมือนกันทั่วประเทศ และเจ้าผู้ครองนครต่างๆ ในมณฑลพายัพต่างสนับสนุนการจัดการศึกษาของรัฐบาลอย่างดี สำหรับเมืองเชียงใหม่นั้น เจ้าอินทวโรรสสุริยวงค์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ได้สนับสนุนการตั้งโรงเรียนเพื่อสอนภาษาไทยชั้นสูง โดยได้บริจาคที่ดิน คือที่ดินตำบลสี่แยกถนนวโรรส ในเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีขนาดเนื้อที่ความยาว 37 วา 2 ศอก ความกว้าง 19 วา 2 ศอก และยกโรงเรือนซึ่งเป็นโรงละครเดิมจำนวน 1 หลัง ประกอบด้วยเสาไม้แก่นมีเครื่องบน และพื้นไม้จริงเพื่อให้สร้างโรงเรียนต่อไป สำหรับตัวอาคารของโรงเรียนหลังแรกนี้ ได้วางรูปแบบเป็นรูปทรงปั้นหยา มี 9 ห้อง มีขนาดความยาว 17 วา 2 ศอก ความกว้าง 6 วา มีเรือนโถงต่อจากเรือนเดิม เพื่อใช้เป็นที่นั่งเล่นหรือประโยชน์อื่นๆ รวม 4 ด้าน การก่อสร้างทำได้ถึงขั้นสร้างโครง และติดเครื่องบนแต่เนื่องจากขาดทุนทรัพย์การก่อสร้างโรงเรียน จึงหยุดชะงักไปชั่วคราว
ปี พ.ศ. 2445 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้พระยาสุรสีห์ วิสิษฐ์ศักดิ์ (เชย กัลยาณมิตร)ขึ้นมารับราชการตำแหน่ง ข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพ โดยเฉพาะทางด้านการศึกษานั้น พระยาสุรสีห์วิสิษฐ์ศักดิ์พยายามดำเนินการทุกวิถีทางในอันที่จะใช้ "การศึกษาแผนใหม่" เป็นเครื่องช่วยในการปฏิรูป มณฑลพายัพ โดยเริ่มจากการสร้างโรงเรียน ท่านได้มอบหมายให้ขุนอุปกรณ์ศิลปศาสตร์ ข้าหลวงธรรมการมณฑลพายัพ เป็นหัวหน้าบอกบุญเรี่ยรายเงิน จากเจ้านายฝ่ายเหนือและข้าราชการมณฑล ได้เงินจำนวนมาก การก่อสร้างโรงเรียนที่ เจ้าอินทวโรรสสุริยวงค์ได้ก่อสร้างค้างไว ้จึงได้เริ่มดำเนินการต่อ จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2448 เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ครั้งยังดำรงพระอิสริยศเป็นสมเด็จพระบรม โอรสาธิราช สยามมงกุฏราชกุมาร ได้เสด็จประพาสมณฑลพายัพ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จเยี่ยมโรงเรียนเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2448 ดังความปรากฏในลิลิตพายัพ ความว่า "…ครั้นรุ่งขึ้นพระองค์ทรงรัถยานขับรี่ สู่ที่ตั้งโรงเรียน อ่านเขียนหนังสือสยาม เล่าบ่นตามกำหนด หมดทั้งเลขวิทยา ราชาทอดพระเนตรเสร็จ ผันพักตร์เสด็จโดยบาท สู่อาวาสเจดีย์หลวง…" ในการเสด็จประพาสมณฑลพายัพครั้งนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรด พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 500 บาท สมทบการสร้างโรงเรียน และได้พระราชทานนามโรงเรียน ที่ก่อสร้างใหม่ว่า โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ซึ่งมีความหมายว่าเป็นโรงเรียนของสมเด็จพระยุพราช นั่นเอง[1][2]
เหตุการณ์สำคัญและการจัดการศึกษาในล้านนา ก่อนพระราชทานนาม “ยุพราชวิทยาลัย” [แก้]
- พ.ศ. 2410 คณะมิชชันนารี อเมริกันเพรสไบทีเรียน นำโดยหมอแมคกิลวารี ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลที่กรุงเทพฯ ให้เข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ นิกายโปรแตสแตนท์ เป็นครั้งแรกที่เชียงใหม่
- พ.ศ. 2416 นางแมคกิลวารี มิชชั่นนารีชาวอเมริกัน สอนหนังสือแก่เด็กหญิงชาวล้านนา เป็นครั้งแรก
- พ.ศ. 2421 คณะมิชชันนารีชาวอเมริกัน ได้จัดตั้ง “โรงเรียนสตรีอเมริกัน” ที่เมืองเชียงใหม่
- พ.ศ. 2430 ศาสนาจารย์ เดวิด จี คอลินส์ ได้ขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนสำหรับเด็กชายขึ้นที่วัดร้างบ้านวังสิงห์คำ เรียกว่า Chiang mai Boy School หรือ “โรงเรียนชายวังสิงห์คำ”
- พ.ศ. 2441 รัชกาลที่ 5 ทรงให้จัดตั้งโรงเรียนภาษาไทยในหัวเมืองล้านนาเป็นครั้งแรกที่เมืองลำปาง โดยการบริจาคที่ดินของเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิตย์ เจ้าผู้ครองนครลำปาง และในปี พ.ศ. 2448 ได้พระราชทานนามว่า “โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย” ในระยะเวลาดังกล่าวการศึกษาในเมืองเชียงใหม่ ยังเป็นหน้าที่ของวัดต่างในชุมชน เช่น โรงเรียนวัดพระสิงห์ โรงเรียนวัดเจดีย์หลวง โรงเรียนวัดดวงดี โรงเรียนวัดเสาหิน เป็นต้น
- พ.ศ. 2442 รัชกาลที่ 5 ทรงให้จัดตั้งโรงเรียนตัวอย่างตามหัวเมืองต่างๆ ในล้านนา ที่เมืองเชียงใหม่ทรงให้จัดตั้งโรงเรียนหลวงประจำมณฑลพายัพ หรือโรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลพายัพ ที่ในสวนหลวงจวนข้าหลวงมณฑลพายัพ(พระยานริศราชกิจ-สาย โชติกเสถียร) มีการสอนภาษาพื้นเมือง ภาษาไทยกลาง และวิชาชีพต่างๆ นักเรียนประกอบด้วยชาวบ้าน พระภิกษุ สามเณร
- พ.ศ. 2443 ที่เมืองลำพูน มีการจัดตั้งโรงเรียนสอนหนังสือไทย สำหรับบุตรหลานของเจ้านายและข้าราชการเป็นครั้งแรก มีนักเรียน 33 คน นักเรียนประกอบเด็กชาย ภิกษุ สามเณร และที่บ้านหนองจ้อม แขวงสันทราย เมืองเชียงใหม่ พญาผาบหรือพญาปราบสงคราม เชื้อสายชาวเขินจากเชียงตุง นายแคว่น(กำนัน)หนองจ้อม นำชาวบ้านขัดขืนการเสียภาษีเป็นเงินตามนโยบายของรัฐบาลกรุงเทพฯ แทนสิ่งของ ดังที่เป็นมาในอดีต โดยการยกกำลังมาถึงน้ำแม่คาว มุ่งที่จะฆ่าและขับไล่ข้าหลวงและข้าราชการที่ส่งมาจากกรุงเทพฯ และถูกปราบลงได้
- พ.ศ. 2444 ย้ายโรงเรียนหลวงประจำมณฑลพายัพ มาที่โรงละครของเจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครลำดับที่ 8 ในขณะเดียวกันกลุ่มคนจีนจากกรุงเทพฯ ที่มาค้าขายและตั้งรกรากในเมืองเชียงใหม่ ได้ก่อตั้งโรงเรียนสอนภาษาจีนสำหรับลูกหลาน เช่น นายเตี๋ยงและชาวจีนย่านวัดเกตได้ก่อตั้ง ”โรงเรียนฮั่วเฮง” ต่อมานายสุ่นฮี้ (หลวงอนุสารสุนทร) ได้ย้ายโรงเรียนไปที่ถนนช้างคลาน
- พ.ศ. 2445 พะกาหม่อง นำชาวไทใหญ่หรือเงี้ยว ที่ตั้งรกรากค้าขายที่เมืองแพร่ เข้ายึดจวนข้าหลวงเมืองแพร่ ข้าหลวง(พระยาราชฤทธานนท์)และข้าราชการที่มาจากกรุงเทพฯ ถูกประหารชีวิตเพราะเหตุที่มีการตั้งด่านเก็บภาษีการเดินทางระหว่างหัวเมืองต่างๆในล้านนา และถูกปราบลงได้ และใน ปีเดียวกันนี้เจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ ได้ยกที่ดินและโรงละคร ยังได้ชักชวนข้าราชการและชาวบ้านบริจาคเงินสร้างสร้างอาคารเรียน 9 ห้อง ยกพื้นชั้นเดียว ทรงปั้นหยา
- พ.ศ. 2448 (รัตนโกสินทร์ศก 124) รัชกาลที่ 6 ซึ่งขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ พระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมาร ในรัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสมณฑลพายัพ ได้พระราชทานนาม “โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย” “โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย” และ “โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย” [3][4][5]
ข้อมูลปัจจุบัน [แก้]
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เป็นโรงเรียนรัฐบาลประจำจังหวัดเชียงใหม่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน) ตั้งอยู่กลางเมืองเชียงใหม่และอยู่บนเนื้อที่ 29 ไร่ 3 งาน เปิดการสอนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 6 แบบสหศึกษา มีนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 3,759 คน คณาจารย์และบุคลากรจำนวน 250 คน ปัจจุบันเป็นศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (โครงการ พสวท.) ประจำภาคเหนือ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527
องค์อุปถัมภ์ [แก้]
สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาพระองค์เดียวใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จเยี่ยมและทอดพระเนตรกิจการโรงเรียนเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 และได้ทรงพระกรุณารับโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยไว้ในพระอุปถัมภ์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2532 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพครบ 9 รอบในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นับแต่นั้นเป็นต้นมา สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ได้พระราชทานพระกรุณาโดยประการต่างๆ แก่ทางโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง อาทิ พระราชทานเงินทุนก่อสร้างอาคารเรียน, พระราชทานทุนบำรุงโรงเรียน, พระราชทานประกาศนียบัตรจบการศึกษาแก่นักเรียน, พระราชทานนามอาคารใหม่ของโรงเรียนว่า "อาคารเพชรรัตนราชสุดา", ตลอดจน ทรงพระกรุณารับงานสมโภชยุพราชวิทยาลัย 100 ปี ไว้ในพระอุปถัมภ์ เป็นต้น
งานพระบารมีปกเกล้าฯ ยุพราชวิทยาลัย ๑๐๐ ปี ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี [แก้]
วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2548 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย พร้อมด้วยคณะครู ศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน ต่างพร้อมใจกันจัดงานสมโภชเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี แห่งวันที่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ พระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมาร (พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว) ได้เสด็จมาทอดพระเนตรโรงเรียนหนังสือไทย (โรงเรียนหลวงประจำมณฑลพายัพ) และได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 500 บาท เพื่อสมทบในการสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ และพระราชทานนามโรงเรียนนี้ว่า “โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย” ซึ่งมีความหมายอันเป็นมงคลยิ่งว่า "โรงเรียนของสมเด็จพระยุพราช" ในช่วงเช้าวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2448 (รัตนโกสินทร์ศก 124)
พร้อมกันนี้คณะกรรมการจัดงานฯ ได้นำความกราบทูล สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาเพียงพระองค์เดียวใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว และองค์อุปถัมภิกาของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ทราบฝ่าพระบาท ซึ่งได้ทรงพระกรุณารับงานสมโภชยุพราชวิทยาลัย 100 ปี ไว้ในพระอุปภัมภ์
งานพระบารมีปกเกล้าฯ ยุพราชวิทยาลัย 100 ปี ในพระอุปภัมภ์ฯ ถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่ตลอดทั้งปี พ.ศ. 2548 โดยมีกิจกรรมอาทิ
- การจัดทำหนังสือ "พระบารมีปกเกล้าฯ ยุพราชวิทยาลัย 100 ปี นามพระราชทาน"
- การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ "พระบารมีปกเกล้าฯ ยุพราชวิทยาลัย 100 ปี นามพระราชทาน"
- งานเสวนาวิชาการ "ยุพราชวิทยาลัยในบริบททางประวัติศาสตร์: การปฏิรูปการศึกษาในมณฑลพายัพ" และ "ยุพราชวิทยาลัยนามนั้นสำคัญไฉน?"
- การจัดกิจกรรมกิจกรรมจักรยานแรลลี่ "เจริญรอยพระยุคลบาท หนึ่งศตวรรษสมเด็จพระยุพราช องค์ที่ 2 เสด็จฯ เลียบเมืองเชียงใหม่" เพื่อร่วมย้อนรำลึกเส้นทางเสด็จฯ เมืองนครเชียงใหม่ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 เมื่อครั้งยังทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระยุพราช โดยความร่วมมือของ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย และ เทศบาลนครเชียงใหม่
- การบรรพชาสามเณรและทอดผ้าป่าสามัคคีเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสฉลองพระชนมายุ 80 พรรษาองค์อุปถัมภิกา ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2548
- โครงการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ "พระบารมีปกเกล้าฯ ยุพราชวิทยาลัย 100 ปี นามพระราชทาน" ในวงเงินกว่า 300 ล้านบาท การนี้ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี มีพระกรุณาธิคุณพระราชทานเงินทุนประเดิมจำนวน 100,000 บาท แก่ทางโรงเรียน
- โครงการ "รวมพลังรวมใจ เก็บออมเพื่อยุพราชวิทยาลัย 100 ปี" โดยเชิญชวนศิษย์เก่ายุพราชวิทยาลัยและผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินหรือทุนทรัพย์เพื่อสมทบทุนการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ "พระบารมีปกเกล้าฯ ยุพราชวิทยาลัย 100 ปี นามพระราชทาน"
- การแสดงแสง สี และเสียงสุดอลังการ "100 ปี ยุพราชวิทยาลัย ร้อยสายใยแห่งเกียรติยศ" และ "งานคืนสู่เหย้า ชาวบานเย็น จากทั่วประเทศ" ในวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2548
เกียรติยศและความภาคภูมิใจ [แก้]
- พ.ศ. 2448 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร (พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว) เสด็จเยี่ยมโรงเรียนสอนหนังสือไทยเมืองนครเชียงใหม่ และพระราชทานนามโรงเรียนเป็น "ยุพราชวิทยาลัย" ซึ่งมีความหมายอันเป็นมงคลยิ่งว่า "โรงเรียนของสมเด็จพระยุพราช"
- พ.ศ. 2453 พระราชชายา เจ้าดารารัศมีได้ทรงบริจาคที่ดินอันเป็นที่ตั้งของคุ้มเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 8 พระเจ้าอินทวิชยานนท์ เพื่อเป็นที่ตั้งของโรงเรียนเป็นการถาวร
- พ.ศ. 2463 ได้รับสถาปนาเป็นโรงเรียนประจำมณฑลพายัพ (ภาคเหนือ)
- พ.ศ. 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จเยี่ยมโรงเรียนประจำมณฑลพายัพ "ยุพราชวิทยาลัย"
- พ.ศ. 2476 ได้รับสถาปนาเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดเชียงใหม่
- พ.ศ. 2501 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยี่ยมโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
- พ.ศ. 2527 ได้รับคัดเลือกเป็นศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (โครงการ พสวท.)ประจำภาคเหนือ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527
- พ.ศ. 2531 สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เสด็จเยี่ยมโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย และทรงรับไว้ในพระอุปถัมภ์
- พ.ศ. 2548 สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี องค์อุปถัมภิกาของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ได้ทรงพระกรุณารับงาน "สมโภชยุพราชวิทยาลัย 100 ปี" ไว้ในพระอุปภัมภ์
- พ.ศ. 2550 ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับทอง
- พ.ศ. 2551 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธาน เปิดศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น (To Be Number One Friend Corner) จังหวัดเชียงใหม่ ณ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย และในปีเดียวกัน โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนรางวัลพระราชทาน ประเภทมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ เป็นต้นแบบโรงเรียนดีใกล้บ้าน และเป็นต้นแบบโรงเรียนในฝัน
- พ.ศ. 2554 ได้รับรางวัล International School Award (ISA) จาก British Council และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
รายนามผู้บริหารโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย [แก้]
| ลำดับ | รายนาม | ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | หม่อมราชวงศ์จันทร์ | พ.ศ. 2432-2442 |
| 2 | พระยาอุปกรณ์ศิลปศาสตร์ | พ.ศ. 2442-2446 |
| 3 | นายเงิน ตุลยสัชฎ์ | พ.ศ. 2447-2448 |
| 4 | นายอิน นุพงศ์ไทย | พ.ศ. 2449-2449 |
| 5 | ขุนประยุทธนิติสาร | พ.ศ. 2450-2453 |
| 6 | รองอำมาตย์เอกหลวงสุนทรเสข | พ.ศ. 2454-2456 |
| 7 | รองอำมาตย์เอกหลวงสุทธิชัยนฤเวทย์ | พ.ศ. 2457-2458 |
| 8 | รองอำมาตย์ตรีหลวงวุฒิศรเนติสาร | พ.ศ. 2459-2461 |
| 9 | รองอำมาตย์เอกหลวงอาจวิชชาสรร | พ.ศ. 2462-2467 |
| 10 | รองอำมาตย์โทขุนชำนิอนุสาสน์ | พ.ศ. 2467-2468 |
| 11 | รองอำมาตย์เอกหลวงอาจวิชชาสรร | พ.ศ. 2469-2474 |
| 12 | นายถวิล ดารากร ณ อยุธยา | พ.ศ. 2475-2475 |
| 13 | หลวงปราโมทย์จรรยาวิภาช | พ.ศ. 2476-2478 |
| 14 | นายเกยูร ผลาชีวะ | พ.ศ. 2479-2487 |
| 15 | นายชื่น จรินโท | พ.ศ. 2488-2490 |
| 16 | นายโปร่ง ส่งแสงเติม | พ.ศ. 2491-2495 |
| 17 | นายโสภิต ศุขเกษม | พ.ศ. 2496-2510 , พ.ศ. 2512-2515 |
| 18 | นายสนอง มณีภาค | พ.ศ. 2511-2512 |
| 19 | นายสุเชฎฐ วิชชวุต | พ.ศ. 2516-2520 |
| 20 | นายบรรจง พงศ์ศาสตร์ | พ.ศ. 2520-2525 |
| 21 | นายสมชาย นพเจริญกุล | พ.ศ. 2525-2535 |
| 22 | นายประสิทธิ์ แสนไชย | พ.ศ. 2535-2537 |
| 23 | นายสุรชาติ ช่วงฉ่ำ | พ.ศ. 2537-2540 |
| 24 | นายสาหร่าย แสงทอง | พ.ศ. 2541-2544 |
| 25 | นายวีรยุทธ จงสถาพรพงศ์ | พ.ศ. 2544-2547 |
| 26 | นายประดิษฐ์ จันทร์แสนตอ | พ.ศ. 2547-2549 |
| 27 | นายบรรจง พลฤทธิ์ | พ.ศ. 2549-2552 |
| 28 | นายสุรพงษ์ ญาณสาร | พ.ศ. 2552-2554 (รักษาการ) |
| 29 | นายวิษณุ ไชยแก้วเมร์ | พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน |
อาคารเรียน [แก้]
อาคาร 1 ตึกยุพราช
- ชั้นที่ 1 เป็นหอเกียรติยศแสดงพัฒนาการและประวัติของโรงเรียน
- ชั้นที่ 2 เป็นหอวชิราวุธานุสรณ์ ประจำจังหวัดเชียงใหม่
อาคาร 2 เรือนวิเชียร เป็นอาคารของกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ
- ชั้นที่ 1 เป็นห้องโครงการเรียนร่วม ห้องศูนย์ Eric ห้องศูนย์ประสานงานมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ห้องพัสดุ ห้องศูนย์ดาวเทียม และ สำนักงานสภานักเรียน ฝ่ายกิจการนักเรียน
- ชั้นที่ 2 เป็นห้องโครงการ Resource Center ห้องคอมพิวเตอร์ภาษาอังกฤษ ห้องพักครูภาษาอังกฤษ
- ชั้นที 3 เป็นห้องโครงการEnglish Program ห้องศูนย์การเรียนรู้ภาษาจีน ห้องศูนย์การเรียนรู้ภาษาฝรั่งเศส
- ชั้นที่ 4 เป็นห้องโครงการEnglish Program ห้องศูนย์การเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่น
อาคาร 3 เรือนรัตน์ เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
- ชั้นที่ 1 เป็นห้องศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น ห้องธนาคารโรงเรียน ห้องศูนย์เยาวชนมีหัวใจไกล่เกลี่ย
- ชั้นที่ 2 เป็นห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ห้องศูนย์การเรียนรู้คณิตศาสตร์ ห้องพักครูคณิตศาสตร์
- ชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.3
- ชั้นที่ 4 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.3
อาคาร 4 เรือนเพชร เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
- ชั้นที่ 1 เป็นห้องพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ห้องเรียนสีเขียว ห้องประชุมเรือนเพชร (200 ที่นั่ง)
- ชั้นที่ 2 เป็นห้องสมุดวิทยาศาสตร์ ห้องพักครูวิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการเคมี
- ชั้นที่ 3 เป็นห้องคอมพิวเตอร์วิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการชีววิทยา
- ชั้นทื่ 4 เป็นห้องปฏิบัติการดาราศาสตร์ ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์
อาคาร 5 เรือนวชิระ เป็นอาคารอำนวยการ
- ชั้นที่ 1 เป็นห้องผู้อำนวยการ ฝ่ายอำนวยการ (งานธุรการและงานการเงิน)
- ชั้นที่ 2 ฝ่ายจัดการศึกษา (งานแผนงาน งานวิชาการ และงานทะเบียนวัดผล) ห้องพัฒนาบุคลากร ห้องเทคโนโลยีสารสนเทศ
- ชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.1
- ชั้นที่ 4 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.1
อาคาร 6 เรือนพัชระ เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ และการงาน อาชีพและเทคโนโลยี
- ชั้นที่ 1 ห้องเครื่องสายสากล ห้องกิจกรรมนักศึกษาวิชาทหาร ห้องพักครูเกษตร ห้องพักครูคหกรรม ห้องคหกรรม
- ชั้นที่ 2 ห้องประดิษฐ์ ห้องงานบ้าน ห้องศิลปะ ห้องพักครูศิลปะ
อาคาร 7 เรือนรัตนมณี เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
- ชั้นที่ 1 เป็นห้องศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ห้องแนะแนว ห้องนาฏศิลป์
- ชั้นที่ 2 ห้องศูนย์การเรียนรู้สังคมศึกษา ห้องพักครูสังคมศึกษา
- ชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.6
- ชั้นที่ 4 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.6
อาคาร 8 เรือนศรีมรกต เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
- ชั้นที่ 1 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.1
- ชั้นที่ 2 เป็นห้องศูนย์การเรียนรู้ภาษาไทย ห้องพักครูภาษาไทย
- ชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.2
- ชั้นที่ 4 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.2
อาคาร 9 เรือนนวรัตน์
- ชั้นที่ 1 ใต้ถุนโล่ง เป็นโรงอาหาร
- ชั้นที่ 2 ห้องประชุมวิภาตะวนิช ห้องสมุดกลาง(ห้องสมุดกาญจนาภิเษก)
- ชั้นที่ 3 ห้องประชุม(1000 ที่นั่ง)
อาคาร 10 เพชรรัตนราชสุดา
- ชั้นที่ 1 ใต้ถุนโล่ง เป็นโรงอาหาร
- ชั้นที่ 2 ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี ห้องพักครูคอมพิวเตอร์
- ชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.4
- ชั้นที่ 4 เป็นห้องเรียนนักเรียนชั้นม.4
อาคาร ยุพราช 100 ปี
- ชั้นที่ 1 ใต้ถุนโล่ง เป็นโรงอาหาร
- ชั้นที่ 2 เป็นห้องพิมพ์ดีดภาษาไทย ห้องพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษ ห้องพักครูพาณิชยกรรม
- ชั้นที่ 3 ห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์ ห้องศูนย์การเรียน School Online ห้องออกแบบและเทคโนโลยี
อาคารอื่นๆ
- เรือนแก้ว เป็นอาคารทรงไทย สร้างด้วยไม้จากอาคารเรียนเก่า เพื่อรำลึกถึงอดีต เป็นศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรม
- อาคารสมาคมผู้ปกครองและครูยุพราชวิทยาลัย (สปย.) เป็นห้องฝ่ายกิจการนักเรียน
- อาคารประชาสัมพันธ์ 100 ปี เป็นสำนักงานของฝ่ายบริหารทั่วไป
- อาคารพลศึกษา ห้องพักครูสุขศึกษาและพลศึกษา
- เรือนพยาบาล
- ธรรมสถานและวัดนางเหลียว เป็นสถานที่เรียนวิชาพระพุทธศาสนา
- อาคารดนตรีไทย
- อาคารดนตรีสากล (โรงช้างต้น)
- อาคารช่างโลหะ-เขียนแบบ (รื้อถอน)
- อาคารช่างก่อสร้าง-ไฟฟ้า(รื้อถอน)
- อาคารช่างยนต์(รื้อถอน)
- แปลงเกษตร
- การก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ได้จัดทำโครงการจัดสร้างอาคารเรียน จำนวน 1 หลัง ขนาด 5 ชั้น 24 ห้องเรียน 3 ห้องปฏิบัติการ โดยการประสานงานของนายบรรเจิด สิทธิโชค ผู้อำนวยการมูลนิธิพัฒนาสหกรณ์แห่งเอเชีย (ศิษย์เก่ายุพราชวิทยาลัย) นำเสนอต่อมูลนิธิฯ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ และได้รับความเห็นชอบจาก ดร.ศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานมูลนิธิพัฒนาสหกรณ์แห่งเอเชีย อนุมัติงบประมาณจำนวน 60,000,000 บาท (หกสิบล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างอาคารเรียนดังกล่าว รองรับการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน โดยขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้าง
การจัดคณะปกครอง [แก้]
มีการจัดนักเรียนเป็นคณะปกครอง ดังนี้
- ██ คณะเทอดจรรยา สีประจำคณะ สีเหลือง
- ██ คณะสามัคคี สีประจำคณะ สีแดง
- ██ คณะศรีวัฒนา สีประจำคณะ สีเขียว
- ██ คณะการุณรักษ์ สีประจำคณะ สีม่วง
- ██ คณะภักดิ์พิรีย์ สีประจำคณะ สีฟ้า
- ██ คณะไมตรีจิต สีประจำคณะ สีขาว (ยกเลิก)
- ██ คณะมิตรภาพ (ยกเลิก)
- ██ คณะบำราบภัย (ยกเลิก)
แผนการเรียนพิเศษของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย [แก้]
- โครงการโรงเรียนนำร่องมาตรฐานสากล Student Hub
- โครงการ English Program
- โครงการหลักสูตรนานาชาติ (International Program)
- โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์
- โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (โครงการ พสวท.) ประจำภาคเหนือ
- โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาคสมทบ (โครงการ พสวท.สมทบ)
- โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์
- โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษด้านภาษาอังกฤษ
- โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษด้านภาษาไทย
กิจกรรม/ชุมนุมของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย [แก้]
- สภานักเรียนโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย[6]
- ธนาคารโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย[7]
- ชุมนุมรักษ์สิ่งแวดล้อม[8]
- ชุมนุม To be number one[9]
- ชมรมดนตรีพื้นบ้านล้านนาโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย[10]
- ชุมนุมนักหนังสือพิมพ์น้อย Child's Thainews
- วงดนตรีไทย โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
- วงดุริยางค์ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย (Y.R.C.Band)
- ชุมนุมพุทธศาสน์
- เยาวชนศาสนทายาท (เยาวชนพิทักษ์พระพุทธศาสนา) โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
- ชุมนุมรักษ์ศูนย์ไทย
- ชุมนุมสวดมนต์
- ชุมนุมโหราศาสตร์
- ชุมนุมรักการอ่าน
- ชุมนุมคณิตศาสตร์โอลิมปิก
- ชุมนุมวิทยาศาสตร์โอลิมปิก
- ชุมนุมเคมีโอลิมปิก
- ชุมนุมชีววิทยาโอลิมปิก
- ชุมนุมฟิสิกส์โอลิมปิก
- ชุมนุมดาราศาสตร์โอลิมปิก
- ชุมนุมนาฏศิลป์
- ชุมนุมภาษาและวรรณกรรมล้านนา
- ชุมนุมภาษาและวัฒนธรรมญี่ปู่น
บุคคลที่มีชื่อเสียงที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย [แก้]
ดูเพิ่มที่ บุคคลจากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
การเมือง [แก้]
- ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร - นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ของประเทศไทย (นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย) เลขประจำตัว 19582 รุ่น "บัวเกี๋ยง" ศิษย์เก่าดีเด่นยุพราช ปี พ.ศ. 2548
- บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ - อดีต รัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และ ประธานสภาผู้แทนราษฏร (9 พฤษภาคม 2522 - 19 มีนาคม 2526)
- จอมพลประภาส จารุเสถียร - อดีต รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการทหารบก อธิบดีกรมตำรวจ และ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ไกรสร ตันติพงศ์ - อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เลขประจำตัว 2745 รุ่น "ศรีบุญเรือง”
- ปรีดา พัฒนถาบุตร - อดีตรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่
- เลิศ ชินวัตร - อดีตสมาชิกสภาจังหวัดเชียงใหม่ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ (บิดา นายกรัฐมนตรี นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร)
- พลอากาศเอก ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร - อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ และ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (2 มี.ค. 2551 - 18 ม.ค. 2554)
ข้าราชการ [แก้]
- อินทร์จันทร์ บุราพันธ์ - รองราชเลขาธิการ ศิษย์เก่าดีเด่นยุพราชวิทยาลัยภาครัฐ ปี พ.ศ. 2551
- พล.ต.ต.พีรพันธุ์ เปรมภูติ - อดีตเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
- ศรศักดิ์ แสนสมบัติ - รองปลัดกระทรวงคมนาคม และศิษย์เก่าดีเด่นยุพราช ปี พ.ศ. 2554
- ทินกร นำบุญจิตต์ - รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
- จตุพร บุรุษพัฒน์ - อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ
- สวัสดิ์ ศรีสุวรรณดี - อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, ตาก และประธานชมรมผู้ประณีประนอมประจำศาลจังหวัดเชียงใหม่ ศิษย์เก่าดีเด่นยุพราช
- กฤษดาภรณ์ เสียมภักดี - อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน, เชียงใหม่ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่
- ชูชาติ กีฬาแปง - ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ศิษย์เก่าดีเด่นยุพราช ปี พ.ศ. 2550
- จีรนันท์ วงษ์มงคล - อัครรราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา
- สมศักดิ์ ตาไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)
นักวิชาการ [แก้]
- ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ประเสริฐ ณ นคร - อดีตนายกราชบัณฑิตยสถาน และนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติปี พ.ศ. 2531
- ศาสตราจารย์ สุกิจ นิมมานเหมินท์ - เลขาธิการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2481) รักษาการคณบดีคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (2483) สมาชิกพฤฒสภา (2489) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (2491-2492) เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอินเดีย (2502) เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศสหรัฐอเมริกา (2506) สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (2515) นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (2515-2517) รองนายกรัฐมนตรี (2516-2519) และราชบัณฑิต ได้รับพระราชทานเข็มดุษฏีมาลา ศิลปวิทยา
- ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย - อดีตอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่
- ศาสตราจารย์ ดร. สุวรรณ เกษตรสุวรรณ
- ไพบูลย์ มุสิกโปดก - ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ภาพถ่ายศิลปะ ประจำปี พ.ศ. 2547
- รศ. ทพ. ทองนารถ คำใจ - คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- รศ. ดร. สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ - คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- รศ.อาคม กาญจนประโชติ - รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
- รศ.ดร.เดชา สังขวรรณ - คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผู้ประกาศข่าว [แก้]
- นารากร ติยายน - ผู้ประกาศข่าวประจำสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และ พิธีกรข่าว รายการ ประเด็นเด็ด 7 สี
- พิมลวรรณ หุ่นทองคำ - ผู้ประกาศข่าวประจำสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
- ศิริกุล อัตถปัญญาพล - ผู้ประกาศข่าวประจำสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
- พิมพิมล ปัญญานะ - ผู้ประกาศข่าวประจำสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส
นักร้องนักแสดง [แก้]
- อชิตะ ธนาศาสตนันท์ - อิม
- มุขพล จันทรวงศ์ - (นักร้องนำ, กีตาร์วง Bogie Dodge,Producer ค่าย KAMIKAZE,Executive Music Director ค่าย RS)
- ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง - นักแสดงนำเรื่องโอเคเบตง
- แก้วมณี วัฒนวรากุล - หงษ์ Miss U-Tip Freshy Idol 2009 และนักแสดง
- พูลภัทร อัตถปัญญาพล - พล นักแสดงสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
- อุเทน พรหมมินทร์ (เท่ห์) - นักร้อง นักแสดง และดีเจ
- พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข - ปั๊บ potato
- ศักยวัชร์ วงศ์รัตนกมล - ป๊อป วง Jo&Pop
- วันธงชัย อินทรวัตร - ต้อล (ต้น) เอเอฟ4
- สมฤทัย พรหมจรรย์ - พริ้ง (พิ้ง) เอเอฟ5
- ปภาวริญจน์ เมี่ยงหอม- เอิงเอย (เอิง)เอเอฟ8
- วีเจ แชมป์ โอไอซี
- ณพธนพล ธิพึง- ต้าร์ พิธีกร ผู้ประกาศช่อง 3
- แก้วมณี วัฒนวรากุล-หงส์ Miss U-tip ปี 2009,นักแสดงค่ายกันตนา
อื่นๆ [แก้]
- บุญเสริม สาตราภัย - ผู้บันทึกภาพประวัติศาสตร์สำคัญของล้านนา มากมาย[11]
- กฤชภร หอมบุญญาศักดิ์ - นางสาวไทยประจำปี พ.ศ. 2553
อ้างอิง [แก้]
- ↑ จดหมายเหตุ ร.ศ.125 เรื่อง การสร้างโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย. (เอกสารชั้นต้น)
- ↑ http://www.yupparaj.ac.th/history/part1.html
- ↑ หนานแก้วเมืองบูรพ์ (พระนามแฝง).ลิลิตพายัพ พระราชนิพนธ์ของ รัชกาลที่ 6. (เอกสารชั้นต้น)
- ↑ ธเนศวร์ เจริญเมือง, คนเมือง, เชียงใหม่ : หจก.โรงพิมพ์แสงศิลป์, 2544.
- ↑ สรัสวดี อ๋องสกุล, ประวัติศาสตร์ล้านนา พิมพ์ครั้งที่ 3, กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชซิ่ง, 2541
- ↑ http://www.facebook.com/Yupparaj.Committee
- ↑ http://www.yupparaj.ac.th/new/websitebankyrc/index.html
- ↑ http://www.pangfan.org/MyBelovedTree/My%20site/index.html
- ↑ http://www.yrctobenumberone.myreadyweb.com/
- ↑ http://lannayrc.orgfree.com/
- ↑ http://www.idealanna.com/index.php?mo=3&art=56148
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
พิกัดภูมิศาสตร์: 18°47′30″N 98°59′19″E / 18.79167°N 98.98861°E
|
||||||||
|
||||||||||||||||||||||