รายพระนามพระมหากษัตริย์และจักรพรรดิฝรั่งเศส
| ราชาธิปไตย แห่งฝรั่งเศส | |
|---|---|
| ราชาธิปไตยในอดีต | |
| ตราแผ่นดินจักรวรรดิฝรั่งเศสที่สอง | |
| จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ผู้ปกครองในระบอบราชาธิปไตยแห่งฝรั่งเศส องค์สุดท้าย | |
|
| |
| ปฐมกษัตริย์ | พระเจ้าอูก กาแป (พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์) |
| องค์สุดท้าย | จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 (จักรพรรดิแห่งชาวฝรั่งเศส) |
| เริ่มระบอบ | ค.ศ. 843 |
| สิ้นสุดระบอบ | • 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1848 (พระมหากษัตริย์) • 4 กันยายน ค.ศ. 1870 (พระจักรพรรดิ) |
| ผู้อ้างสิทธิ์ | ยังคงเป็นที่ถกเถียง • หลุยส์ อาลฟงส์แห่งบูร์บง (สายเลฌีตีมิสต์) • ฌ็อง เคานต์แห่งปารีส (สายออร์เลอ็อง) • ฌ็อง-คริสต็อฟ เจ้าชายนโปเลียน (สายโบนาปาร์ติสต์) |
พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศส (ฝรั่งเศส: Monarques de France) ทรงปกครองดินแดนฝรั่งเศสมาตั้งแต่ยุคราชอาณาจักรแฟรงก์ในปี ค.ศ. 843 ไปจนถึงการล่มสลายของจักรวรรดิฝรั่งเศสที่ 2 ในปี ค.ศ. 1848 โดยฝรั่งเศสถูกปกครองด้วยตำแหน่งพระมหากษัตริย์ตลอดช่วงระยะเวลาส่วนมากบนหน้าประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตามยังมีพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์กาโรแล็งเชียงสี่พระองค์ที่ดำรงตำแหน่งจักรพรรดิแห่งโรมันและบุคคลจากราชวงศ์โบนาปาร์ตดำรงตำแหน่งจักรพรรดิแห่งชาวฝรั่งเศสด้วย
บทความนี้รวบรวมรายพระนามผู้ปกครองในตำแหน่ง พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์ (Roi des Francs) ระหว่าง ค.ศ. 843 - 1180 พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศส (Roi de France) ระหว่าง ค.ศ. 1180 - 1790 และ ค.ศ. 1815 - 1830 พระมหากษัตริย์แห่งชาวฝรั่งเศส (Roi des Français) ระหว่าง ค.ศ. 1830 - 1848 และ จักรพรรดิแห่งชาวฝรั่งเศส (Empereur des Français) ระหว่าง ค.ศ. 1804 - 1814, ค.ศ. 1815 และ ค.ศ. 1852 - 1870 ตามลำดับ
นอกจากนี้ ในรายพระนามด้านล่างยังรวมพระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษและบริเตนใหญ่ช่วง ค.ศ. 1442 - 1453 ที่ทรงอ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์ฝรั่งเศสเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ บนพื้นฐานตามข้อตกลงในของสนธิสัญญาทรัว ที่พระเจ้าชาร์ลที่ 6 ทรงถือเอาพระเจ้าเฮนรีที่ 5 แห่งอังกฤษว่าเป็นอุปราชและรัชทายาทแห่งราชบัลลังก์ฝรั่งเศส แต่พระเจ้าเฮนรีที่ 5 เสด็จสวรรคตก่อนพระเจ้าชาร์ลที่ 6 ดังนั้นพระโอรสของพระเจ้าเฮนรีที่ 5 ซึ่งก็คือ พระเจ้าเฮนรีที่ 6 แห่งอังกฤษ จึงเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศสต่อจากพระอัยกา (พระเจ้าชาร์ลที่ 6) ดินแดนทางตอนเหนือของฝรั่งเศสส่วนมากอยูภายใต้การปกครองของอังกฤษจนกระทั่ง ค.ศ. 1340 แต่เมื่อถึง ค.ศ. 1453 ชาวอังกฤษก็ถูกขับไล่ออกไปจากแผ่นดินฝรั่งเศสจนหมดสิ้น ฝรั่งเศสได้ยึดคืนเมืองกาลายส์และหมู่เกาะแชนเนล แต่ก็ถูกยึดอีกครั้งในปี ค.ศ. 1558 อย่างไรก็ตามพระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษ (ต่อมาเปลี่ยนเป็นพระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร) ยังคงอ้างสิทธิ์เหนือบัลลังก์ฝรั่งเศสมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งการสถาปนาสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์ (จากพระราชบัญญัติสหภาพ) ในปี ค.ศ. 1800
ตำแหน่ง พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์ (ละติน: Rex Francorum) ถูกใช้ไปจนถึง ค.ศ. 1230 ในช่วงรัชสมัยพระเจ้าฟิลิปที่ 2 แห่งฝรั่งเศส (แต่มีการใช้ FRANCORUM REX โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 12 แห่งฝรั่งเศส ใน ค.ศ. 1499 โดยพระเจ้าฟร็องซัวที่ 1 แห่งฝรั่งเศส ใน ค.ศ. 1515 และโดยพระเจ้าอ็องรีที่ 2 แห่งฝรั่งเศส ประมาณปี ค.ศ. 1550[1]) ในช่วงระยะเวลาอันสั้นที่รัฐธรรมนูญฝรั่งเศสมีผลบังคับใช้ระหว่าง ค.ศ. 1791 - 1792 และหลังการปฏิวัติเดือนกรกฎาคมในปี ค.ศ. 1830 พระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งชาวฝรั่งเศส ถูกใช้แทนพระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศส (และนาวาร์) เป็นประดิษฐกรรมทางรัฐธรรมนูญที่รู้จักกันว่าราชาธิปไตยโดยประชานิยม ซึ่งเชื่อมเอาพระยศของกษัตริย์ผู้ปกครองเข้ากับประชาชนชาวฝรั่งเศส แทนการเชื่อมเข้ากับดินแดนฝรั่งเศสที่ทรงปกครอง
นอกจากนี้ฝรั่งเศสยังเคยใช้ระบอบจักรวรรดิสองครั้งคือ จักรวรรดิฝรั่งเศสที่ 1 ตั้งแต่ ค.ศ. 1804 - 1815 ซึ่งสถาปนาและปกครองโดยจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ต่อมาคือ จักรวรรดิฝรั่งเศสที่ 2 ตั้งแต่ ค.ศ. 1852 - 1870 ซึ่งซึ่งสถาปนาและปกครองโดยจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 พระราชนัดดาในนโปเลียนที่ 1
พระมหากษัตริย์แฟรงก์
[แก้]สำหรับรายพระนามพระมหากษัตริย์แฟรงก์ช่วงก่อนสนธิสัญญาแวร์เดิง ดูรายพระนามพระมหากษัตริย์แฟรงก์
ราชวงศ์การอแล็งเฌียง (ค.ศ. 843 - 887)
[แก้]ราชวงศ์การอแล็งเฌียงเป็นตระกูลขุนนางชาวแฟรงก์ที่มีรากฐานมาจากตระกูลอาร์นัลฟิง (Arnulfing) และปิปปินิด (Pippinid) ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 ซึ่งได้เริ่มรวบรวมอำนาจในคริสต์ศตวรรษที่ 8 จนส่งผลให้ตำแหน่งสมุหราชมนเทียรและ ผู้นำและเจ้าแห่งชาวแฟรงก์ (dux et princeps Francorum) กลายเป็นตำแหน่งสืบตระกูล และก้าวขึ้นเป็นผู้กุมอำนาจที่แท้จริงเบื้องหลังพระมหากษัตริย์เมรอแว็งเฌียง
ราชวงศ์การอแล็งเฌียงมีที่มาจากชาร์ล มาร์แตล หนึ่งในสมุหราชมนเทียรผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งต่อมาเปแป็ง บุตรชาย ได้ถอดพระมหากษัตริย์เมรอแว็งเฌียงออกจากราชสมบัติในปี ค.ศ. 751 และปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์ภายใต้พระสมณานุญาติจากพระสันตะปาปาและฉันทามติของเหล่าขุนนาง[2] ต่อมาในรัชสมัยของพระเจ้าชาร์ลมหาราช (ครองราชย์ ค.ศ. 768 - 814) หรือที่รู้จักกันในนาม ชาร์เลอมาญ อาณาจักรแฟรงก์ได้แผ่ขยายอำนาจลึกเข้าไปในยุโรปตอนกลาง จนสามารถพิชิตอิตาลีและพื้นที่ส่วนใหญ่ของเยอรมนีในปัจจุบันเอาไว้ได้ นอกจากนี้ พระองค์ยังเข้ารับบรมราชาภิเษกจากพระสันตะปาปาเป็นจักรพรรดิแห่งชาวโรมัน ซึ่งเป็นพระอิสริยยศที่ผู้ปกครองชาวเยอรมันแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์สืบทอดต่อมาในภายหลัง
ต่อมาจักรพรรดิหลุยส์ผู้ศรัทธา (ครองราชย์ ค.ศ. 814 - 840) พระราชโอรสในพระเจ้าชาร์เลอมาญได้สืบทอดอำนาจและแบ่งอาณาจักรให้แก่พระราชบุตรทั้งสามพระองค์ แต่การตัดสินใจดังกล่าวกลับนำไปสู่สงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อยาวนานสามปี จนกระทั่งสิ้นสุดลงด้วยสนธิสัญญาแวร์เดิงซึ่งแบ่งราชอาณาจักรแฟรงก์ออกเป็นสามส่วน โดยหนึ่งในนั้นคืออาณาจักรแฟรงก์กลางที่มีอายุเพียงช่วงสั้น ๆ ส่วนอาณาจักรแฟรงก์ตะวันตกได้พัฒนาไปเป็นประเทศฝรั่งเศสในปัจจุบัน และอาณาจักรแฟรงก์ตะวันออกได้กลายเป็นจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์และประเทศเยอรมนีในเวลาต่อมา และในช่วงเวลานี้เอง อาณาจักรทางตะวันออกและตะวันตกเริ่มพัฒนาภาษาและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากกันอย่างชัดเจน[3][4]
| พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์ (Roi des Francs) | ||||
| พระนาม | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| เรื่มต้น | สิ้นสุด | |||
| พระเจ้าชาร์ลที่ 2[a] (Charles II) |
ประมาณ 10 สิงหาคม ค.ศ. 843 |
6 ตุลาคม ค.ศ. 877 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ผู้ศรัทธา (พระเจ้าหลุยส์ที่ 1) • พระราชนัดดาในพระเจ้าชาร์ลมหาราช (ชาร์เลอมาญ) • ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์หลังข้อตกลงในสนธิสัญญาแวร์เดิง • พระมหากษัตริย์แห่งอากีแตน และจักรพรรดิแห่งชาวโรมัน • เสด็จสวรรคตด้วยโรคชรา[5] | |
| 34 ปี 1 เดือน 26 วัน | ||||
| พระเจ้าหลุยส์ที่ 2 (Louis II) |
6 ตุลาคม ค.ศ. 877 |
10 เมษายน ค.ศ. 879 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าชาร์ลที่ 2 • พระมหากษัตริย์แห่งอากีแตน • เสด็จสวรรคตด้วยโรคชรา[6] | |
| 1 ปี 6 เดือน 4 วัน | ||||
| พระเจ้าหลุยส์ที่ 3 (Louis III) |
10 เมษายน ค.ศ. 879 |
5 สิงหาคม ค.ศ. 882 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 2 • ปกครองอาณาจักรทางเหนือ • สวรรคตด้วยอุบัติเหตุพระเศียรฟาดชนกับทับหลังขณะประทับบนหลังม้า[7] | |
| 3 ปี 3 เดือน 26 วัน | ||||
| พระเจ้าการ์โลม็องที่ 2 (Carloman II) |
10 เมษายน ค.ศ. 879 |
6 ธันวาคม ค.ศ. 884 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 2 • ปกครองอาณาจักรทางใต้ • สวรรคตหลังจากถูกข้าราชบริพารแทงด้วยอาวุธโดยไม่ตั้งใจ[8] | |
| 5 ปี 7 เดือน 26 วัน | ||||
| พระเจ้าชาร์ล (ที่ 3)[b] (Charles III) |
12 ธันวาคม ค.ศ. 884 |
11 พฤศจิกายน ค.ศ. 887 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ชาวเยอรมัน พระมหากษัตริย์แฟรงก์ตะวันออก • พระราชนัดดาในพระเจ้าหลุยส์ผู้ศรัทธา • พระมหากษัตริย์แห่งแฟรงก์ตะวันออก และจักรพรรดิแห่งชาวโรมัน • พระมหากษัตริย์ผู้ปกครองอาณาจักรแฟรงก์ทั้งปวงพระองค์สุดท้าย • ทรงถูกขุนนางขับไล่ออกจากบัลลังก์และเสด็จสวรรคตด้วยโรคชราต่อมาในภายหลัง[10] | |
| 2 ปี 10 เดือน 30 วัน | ||||
ราชวงศ์รอแบเฌียง (ค.ศ. 888 - 898)
[แก้]| พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์ (Roi des Francs) | ||||
| พระนาม | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| เรื่มต้น | สิ้นสุด | |||
| พระเจ้าอูด (Eudes หรือ Odon) |
29 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 888 |
3 มกราคม ค.ศ. 898 |
• พระราชโอรสในรอแบร์ผู้แข็งแกร่ง • ได้รับเลือกเป็นพระมหากษัตริย์โดยเหล่าขุนนาง • ทรงป้องกันปารีสจากการรุกรานของชาวไวกิง • เสด็จสวรรคตด้วยโรคชรา[11] | |
| 9 ปี 10 เดือน 5 วัน | ||||
ราชวงศ์การอแล็งเฌียง (ค.ศ. 898 - 922)
[แก้]| พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์ (Roi des Francs) | ||||
| พระนาม | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| เรื่มต้น | สิ้นสุด | |||
| พระเจ้าชาร์ลที่ 3 (Charles III) |
3 มกราคม ค.ศ. 898 |
29 มิถุนายน ค.ศ. 922 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 2 (ประสูติหลังพระราชบิดาเสด็จสวรรคต) • ทูลเชิญขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์เพื่อต่อต้านพระเจ้าอูดในเดือนมกราคม ค.ศ. 893 • ถูกโค่นล้มราชบัลลังก์โดยผู้สนับสนุนของพระเจ้ารอแบร์ • ถูกจับกุมและคุมขังโดยเคานต์แห่งแวร์ม็องดัวจวบจนเสด็จสวรรคต[12] | |
| 24 ปี 5 เดือน 26 วัน | ||||
ราชวงศ์รอแบเฌียง (ค.ศ. 922 - 923)
[แก้]| พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์ (Roi des Francs) | ||||
| พระนาม | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| เรื่มต้น | สิ้นสุด | |||
| พระเจ้ารอแบร์ที่ 1 (Robert Ier) |
29 มิถุนายน ค.ศ. 922 |
15 มิถุนายน ค.ศ. 923 |
• พระราชโอรสในรอแบร์ผู้แข็งแกร่ง • พระอนุชาในพระเจ้าอูด • เสด็จสวรรคตในยุทธการที่ซัวซ็องระหว่างศึกสงครามกับพระเจ้าชาร์ลที่ 3 • พระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสพระองค์เดียวที่สวรรคตจากการรบ[13] | |
| 11 เดือน 17 วัน | ||||
ราชวงศ์โบโซนิด (ค.ศ. 923 - 936)
[แก้]| พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์ (Roi des Francs) | ||||
| พระนาม | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| เรื่มต้น | สิ้นสุด | |||
| พระเจ้ารอดอล์ฟ (Raoul หรือ Rodolphe) |
15 มิถุนายน ค.ศ. 923 |
14 มกราคม ค.ศ. 936 |
• พระราชโอรสในริชาร์ด ดยุกแห่งบูร์กอญ • พระชามาดา (ลูกเขย) ในพระเจ้ารอแบร์ที่ 1 • เกิดความวุ่นวายจากสงครามกลางเมืองและการปล้นสะดมของชาวไวกิงตลอดรัชสมัย • สูญเสียดินแดนโลทริงเงิน (แคว้นลอแรน) ให้แก่พระเจ้าไฮน์ริชที่ 1 แห่งเยอรมนี • เสด็จสวรรคตด้วยพระอาการประชวร[14] | |
| 12 ปี 6 เดือน 30 วัน | ||||
ราชวงศ์การอแล็งเฌียง (ค.ศ. 936 - 987)
[แก้]| พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์ (Roi des Francs) | ||||
| พระนาม | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| เรื่มต้น | สิ้นสุด | |||
| พระเจ้าหลุยส์ที่ 4 (Louis IV) |
19 มิถุนายน ค.ศ. 936 |
10 กันยายน ค.ศ. 954 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าชาร์ลที่ 3 • เสด็จกลับมาฝรั่งเศสหลังการลี้ภัยในอังกฤษ • เสด็จสวรรคตหลังตกจากหลังม้า[15] | |
| 18 ปี 2 เดือน 22 วัน | ||||
| พระเจ้าโลแทร์ (Lothaire) |
10 กันยายน ค.ศ. 954 |
2 มีนาคม ค.ศ. 986 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 4 • เสด็จสวรรคตด้วยโรคชรา[16] | |
| 31 ปี 5 เดือน 20 วัน | ||||
| พระเจ้าหลุยส์ที่ 5 (Louis V) |
2 มีนาคม ค.ศ. 986 |
22 พฤษภาคม ค.ศ. 987 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าโลแทร์ • เสด็จสวรรคตจากอุบัติเหตุระหว่างล่าสัตว์[17] | |
| 1 ปี 2 เดือน 20 วัน | ||||
ราชวงศ์กาเปเซียง
[แก้]ราชวงศ์กาเปเซียงมีที่มาจากพระเจ้าอูก กาแป เชื้อพระวงศ์รอแบเฌียง ผู้ดำรงตำแหน่งดยุกแห่งแฟรงก์และได้รับเลือกขึ้นเป็นกษัตริย์ใน ค.ศ. 987 หากไม่นับรวมจักรวรรดิฝรั่งเศสภายใต้การนำของราชวงศ์โบนาปาร์ตแล้ว พระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสทุกพระองค์ล้วนสืบเชื้อสายผ่านทางรัชทายาทชายมาจากพระเจ้าอูก กาแป แทบทั้งสิ้น โดยการสืบราชสันตติวงศ์จากพระราชบิดาสู่พระราชโอรสเรื่อยมาจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 14 ซึ่งเรียกยุคนี้ว่า ราชวงศ์กาเปเซียงสายตรง (Direct Capetians)
ต่อมาราชบัลลังก์ได้เปลี่ยนผ่านสู่ราชวงศ์วาลัว ซึ่งเป็นสาขาแยกที่สืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าฟิลิปที่ 3 อย่างไรก็ตาม สิทธิในราชบัลลังก์ของราชวงศ์วาลัวถูกคัดค้านและอ้างสิทธิ์โดยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่งราชวงศ์แพลนแทเจอนิตของอังกฤษ เป็นพระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสผู้ชอบธรรมผ่านทางพระราชมารดา อีซาแบลแห่งฝรั่งเศส ส่งผลให้ทั้งสองราชวงศ์สู้รบกันในสงครามร้อยปี และนำไปสู่ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ที่พระเจ้าเฮนรีที่ 6 แห่งอังกฤษ เป็นที่ยอมรับในฐานะพระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสตามข้อตกลงในสนธิสัญญาทรัว
การปกครองของราชวงศ์วาลัวสิ้นสุดลงในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 ในระหว่างสงครามศาสนาของฝรั่งเศส โดยมีราชวงศ์บูร์บงซึ่งเป็นสายพระญาติห่าง ๆ เข้ามาสืบราชสมบัติแทน ราชวงศ์นี้สืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 แห่งราชวงศ์กาเปเซียง ทั้งนี้ ราชวงศ์บูร์บงได้ปกครองฝรั่งเศสเรื่อยมาจนกระทั่งถูกล้มล้างในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส แม้จะมีฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ขึ้นใหม่หลังจักรพรรดินโปเลียนถูกโค่นล้มราชบัลลังก์ก็ตาม โดยพระมหากษัตริย์ผู้สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์กาเปเซียงพระองค์สุดท้ายที่ได้ปกครองประเทศคือ พระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปที่ 1 แห่งราชวงศ์บูร์บง-ออร์เลอ็อง (ราชวงศ์สาขา) ในสมัยราชาธิปไตยเดือนกรกฎาคม (ค.ศ. 1830 – 1848)
ราชวงศ์กาเป
[แก้]| พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์ (Roi des Francs) | |||||
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| เรื่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| ไม่มี | พระเจ้าอูก กาแป (Hugues Capet) |
3 มิถุนายน ค.ศ. 987 |
24 ตุลาคม ค.ศ. 996 |
• พระราชโอรสในอูกมหาราช • พระราชนัดดาในพระเจ้ารอแบร์ที่ 1[c] • ทรงได้รับเลือกจากขุนนางฝรั่งเศสขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ • ดยุกแห่งชาวแฟรงก์ตั้งแต่ ค.ศ. 956 และเสด็จสวรรคตด้วยโรคชรา[19] | |
| 9 ปี 4 เดือน 21 วัน | |||||
| พระเจ้ารอแบร์ที่ 2 (Robert II) |
24 ตุลาคม ค.ศ. 996 |
20 กรกฎาคม ค.ศ. 1031 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าอูก กาแป • ทรงถูกตัดขาดจากศาสนจักรเนื่องด้วยอภิเษกสมรสสามครั้ง • ผนวกรวมดัชชีบูร์กอญเข้าเป็นส่วนหนึ่งของฝรั่งเศส[20] | ||
| 34 ปี 8 เดือน 26 วัน | |||||
| พระเจ้าอ็องรีที่ 1 (Henri Ier) |
20 กรกฎาคม ค.ศ. 1031 |
4 สิงหาคม ค.ศ. 1060 |
• พระราชโอรสในพระเจ้ารอแบร์ที่ 2 • รัชกาลของพระองค์ประสบความขัดแย้งกับเหล่าบรรดาขุนนาง[21] | ||
| 29 ปี 15 วัน | |||||
| พระเจ้าฟีลิปที่ 1 (Philippe Ier) |
4 สิงหาคม ค.ศ. 1060 |
29 กรกฎาคม ค.ศ. 1108 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าอ็องรีที่ 1 • ปกครองโดยมีพระราชมารดาและเคานต์แห่งฟลานเดอส์เป็นผู้สำเร็จราชการแทนจนกระทั่งปี ค.ศ. 1066[22] | ||
| 47 ปี 11 เดือน 25 วัน | |||||
| พระเจ้าหลุยส์ที่ 6 (Louis VI) |
29 กรกฎาคม ค.ศ. 1108 |
1 สิงหาคม ค.ศ. 1137 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าฟีลิปที่ 1 • ทรงรวมศูนย์พระราชอำนาจในระหว่างรัชกาล • พระมหากษัตริย์ผู้ทรงศึกสงครามกับอังกฤษพระองค์แรก[23] | ||
| 29 ปี 3 วัน | |||||
| พระเจ้าหลุยส์ที่ 7 (Louis VII) |
1 สิงหาคม ค.ศ. 1137 |
18 กันยายน ค.ศ. 1180 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 6 • ทรงเป็นที่จดจำในฐานะพระราชศัตรูของพระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งอังกฤษ และการทัพในระหว่างสงครามครูเสดครั้งที่ 2[24] | ||
| 43 ปี 1 เดือน 17 วัน | |||||
| พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศส (Roi de France) | |||||
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| เรื่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าฟีลิปที่ 2 (Philippe II) |
18 กันยายน ค.ศ. 1180 |
14 กรกฎาคม ค.ศ. 1223 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 7 • หนึ่งในพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส • ริเริ่มใช้พระราชอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศส เป็นพระองค์แรก[25] | ||
| 42 ปี 9 เดือน 26 วัน | |||||
| พระเจ้าหลุยส์ที่ 8 (Louis VIII) |
14 กรกฎาคม ค.ศ. 1223 |
8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1226 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าฟีลิปที่ 2 • ปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์อังกฤษในปี ค.ศ. 1216 แต่ต่อมาพ่ายแพ้ในสงครามขุนนางครั้งที่หนึ่ง[26] | ||
| 3 ปี 3 เดือน 25 วัน | |||||
| พระเจ้าหลุยส์ที่ 9 (Louis IX) |
8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1226 |
25 สิงหาคม ค.ศ. 1270 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 8 • ปกครองโดยมีพระราชมารดาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนจนกระทั่งปี ค.ศ. 1234 • เสด็จสวรรคตในระหว่างสงครามครูเสดครั้งที่ 8 • พระมหากษัตริย์พระองค์เดียวผู้เป็นที่เคารพบูชาโดยศาสนจักรโรมันคาทอลิก[27] | ||
| 43 ปี 9 เดือน 17 วัน | |||||
| พระเจ้าฟีลิปที่ 3 (Philippe III) |
25 สิงหาคม ค.ศ. 1270 |
5 ตุลาคม ค.ศ. 1285 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 • ทรงแผ่ขยายอิทธิพลของฝรั่งเศสในยุโรปออกไปเป็นอันมาก • ประชวรและสวรรคตด้วยโรคไข้[28] | ||
| 15 ปี 1 เดือน 10 วัน | |||||
| พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศสและนาวาร์ (Roi de France et de Navarre) | |||||
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| เรื่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าฟีลิปที่ 4 (Philippe IV) |
5 ตุลาคม ค.ศ. 1285 |
29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1314 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าฟีลิปที่ 3 • พระมหากษัตริย์แห่งนาวาร์ (พระเจ้าฟีลิปที่ 1) จากการอภิเษกสมรสกับพระราชินีนาถโยอานาที่ 1 • ทรงเป็นที่จดจำจากความขัดแย้งกับพระสันตะปาปาแห่งกรุงโรม • ทรงรวมศูนย์พระราชอำนาจในระหว่างรัชกาลและลดทอนอิทธิพลของบรรดาขุนนาง[29] | ||
| 29 ปี 1 เดือน 24 วัน | |||||
| พระเจ้าหลุยส์ที่ 10 (Louis X) |
29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1314 |
5 มิถุนายน ค.ศ. 1316 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าฟีลิปที่ 4 • พระมหากษัตริย์แห่งนาวาร์ (พระเจ้าหลุยส์ที่ 1) • รัชกาลสั้น ๆ ของพระองค์ประสบความขัดแย้งกับบรรดาขุนนาง[30] | ||
| 1 ปี 6 เดือน 7 วัน | |||||
| พระเจ้าฌ็องที่ 1 (Jean Ier) |
15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1316 |
19 พฤศจิกายน ค.ศ. 1316 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 10 (ประสูติหลังพระราชบิดาเสด็จสวรรคต) • พระมหากษัตริย์พระองค์เดียวผู้ทรงพระเยาว์ ผู้ครองราชย์ตั้งแต่ประสูติจวบจนสวรรคต และผู้ครองราชสมบัติสั้นที่สุด (โดยไม่เป็นที่โต้แย้ง) ในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส[d] | ||
| 4 วัน | |||||
| พระเจ้าฟีลิปที่ 5 (Philippe V) |
20 พฤศจิกายน ค.ศ. 1316 |
3 มกราคม ค.ศ. 1322 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าฟีลิปที่ 4 • พระปิตุลาในพระเจ้าฌ็องที่ 1 • พระมหากษัตริย์แห่งนาวาร์ (พระเจ้าฟีลิปที่ 2) • เสด็จสวรรคตโดยปราศจากรัชทายาทชาย[34] | ||
| 5 ปี 1 เดือน 14 วัน | |||||
| พระเจ้าชาร์ลที่ 4 (Charles IV) |
3 มกราคม ค.ศ. 1322 |
1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1328 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าฟีลิปที่ 4 • พระอนุชาในพระเจ้าฟีลิปที่ 5 • พระมหากษัตริย์แห่งนาวาร์ (พระเจ้าชาร์ลที่ 1) • เสด็จสวรรคตโดยปราศจากรัชทายาทชาย เป็นผลให้ราชสันตติวงศ์กาเปเซียงสายตรงสิ้นสุดลง[35] | ||
| 6 ปี 29 วัน | |||||
ราชวงศ์วาลัว
[แก้]การสวรรคตของพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ก่อให้เกิดสงครามร้อยปีระหว่างราชวงศ์วาลัวและราชวงศ์แพลนแทเจอนิต ผ่านราชวงศ์สาขาอย่างราชวงศ์แลงคัสเตอร์ เพื่อช่วงชิงสิทธิ์ในการสืบราชบัลลังก์ฝรั่งเศส ซึ่งราชวงศ์วาลัวอ้างสิทธิ์ตามกฎหมายแซลิกโบราณที่จำกัดไว้เฉพาะรัชทายาทชายเท่านั้น โดยยึดตามสายพระโลหิตบุรุษล้วนของกษัตริย์ฝรั่งเศสที่ใกล้ที่สุดคือ ชาร์ล เคานต์แห่งวาลัว พระราชโอรสองค์ที่สามในพระเจ้าฟิลิปที่ 3 ขณะที่ราชวงศ์แพลนแทเจอนิตอ้างสิทธิ์โดยยึดความใกล้ชิดทางสายพระโลหิตกับกษัตริย์ฝรั่งเศสในรัชกาลที่ใกล้กว่าคือ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ พระราชนัดดาในพระเจ้าฟิลิปที่ 4 ผ่านทางพระราชินีอีซาแบล พระราชมารดา
หลังสงครามสิ้นสุดลง ราชวงศ์วาลัวเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในท้ายที่สุด พงศาวดารฝรั่งเศสจึงได้บันทึกรายพระนามกษัตริย์ฝรั่งเศสจากราชวงศ์วาลัวเป็นกษัตริย์โดยชอบธรรม ทั้งนี้ กษัตริย์จากราชวงศ์แพลนแทเจอนิตพระองค์หนึ่งคือ พระเจ้าเฮนรีที่ 6 แห่งอังกฤษ ทรงปกครองฝรั่งเศสในทางนิตินัยตามข้อตกลงจากสนธิสัญญาทรัว ซึ่งกลายเป็นรากฐานให้พระมหากษัตริย์อังกฤษใช้อ้างสิทธิ์เหนือราชบัลลังก์ฝรั่งเศสสืบเนื่องไปจนถึงปี ค.ศ. 1801 โดยมีราชวงศ์วาลัวปกครองฝรั่งเศสไปจนกระทั่งไร้รัชทายาทสืบราชสันตติวงศ์ในปี ค.ศ. 1589 ท่ามกลางสงครามศาสนาที่กำลังก่อตัว อนึ่ง เนื่องด้วยราชอาณาจักรนาวาร์ไม่มีธรรมเนียมการสืบราชสมบัติเฉพาะแต่รัชทายาทชาย ราชบัลลังก์นาวาร์และฝรั่งเศสจึงสืบสันตติวงศ์แยกจากกันนับตั้งแต่รัชสมัยพระราชินีนาถโยอานาที่ 2 พระราชธิดาในพระเจ้าหลุยส์ที่ 10 เป็นต้นมา
| พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศส (Roi de France) | |||||
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| เรื่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าฟีลิปที่ 6 (Philippe VI) |
1 เมษายน ค.ศ. 1328 |
22 สิงหาคม ค.ศ. 1350 |
• พระราชนัดดาในพระเจ้าฟิลิปที่ 3 • พระญาติในพระเจ้าชาร์ลที่ 4 • รัชกาลของพระองค์รายล้อมไปด้วยผลสืบเนื่องจากความขัดแย้งในการสืบราชสมบัติจนนำไปสู่สงครามร้อยปี[36] | ||
| 22 ปี 4 เดือน 21 วัน | |||||
| พระเจ้าฌ็องที่ 2 (Jean II) |
22 สิงหาคม ค.ศ. 1350 |
8 เมษายน ค.ศ. 1364 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าฟีลิปที่ 6 • ทรงถูกฝ่ายอังกฤษจับกุมในยุทธการที่ปัวตีเย และถูกบังคับให้ลงพระนามในสนธิสัญญาที่ทำให้เสียเปรียบหลายฉบับ[37] | ||
| 13 ปี 7 เดือน 17 วัน | |||||
| พระเจ้าชาร์ลที่ 5 (Charles V) |
8 เมษายน ค.ศ. 1364 |
16 กันยายน ค.ศ. 1380 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าฌ็องที่ 2 • รัชกาลของพระองค์ประสบความขัดแย้งกับเหล่าขุนนางและความขัดแย้งครั้งใหม่กับอังกฤษ[38] | ||
| 16 ปี 5 เดือน 8 วัน | |||||
| พระเจ้าชาร์ลที่ 6 (Charles VI) |
16 กันยายน ค.ศ. 1380 |
21 ตุลาคม ค.ศ. 1422 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าชาร์ลที่ 5 • สำเร็จราชการแทนโดยพระปิตุลาจนถึงปี ค.ศ. 1388 • พระสติฟั่นเฟือนเป็นเวลายาวนานก่อจะเสด็จสวรรคตด้วยโรคชรา[39] | ||
| 42 ปี 1 เดือน 5 วัน | |||||
| พระเจ้าอ็องรีที่ 2 (Henri II) |
21 ตุลาคม ค.ศ. 1422 |
19 ตุลาคม ค.ศ. 1453 |
• ผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์สายอังกฤษ • พระราชนัดดาในพระเจ้าชาร์ลที่ 6 ผ่านทางพระราชมารดา • รัชทายาทฝรั่งเศสผ่านการอ้างสิทธิ์ตามสนธิสัญญาทรัว • พระมหากษัตริย์อังกฤษตั้งแต่ 1 กันยายน ค.ศ. 1422 ผ่านผู้สำเร็จราชการแทนหลายพระองค์จนกระทั่งปี ค.ศ. 1437[40] | ||
| 30 ปี 11 เดือน 28 วัน (เป็นที่ถกเถียง) | |||||
| พระเจ้าชาร์ลที่ 7 (Charles VII) |
21 ตุลาคม ค.ศ. 1422 |
22 กรกฎาคม ค.ศ. 1461 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าชาร์ลที่ 6 • พระปิตุลาในพระเจ้าอ็องรีที่ 2 • สงครามร้อยปีสิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของราชวงศ์วาลัว[41] | ||
| 38 ปี 9 เดือน 1 วัน | |||||
| พระเจ้าหลุยส์ที่ 11 (Louis XI) |
22 กรกฎาคม ค.ศ. 1461 |
30 สิงหาคม ค.ศ. 1483 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าชาร์ลที่ 7 • ทรงแผ่ขยายพระราชอำนาจเพิ่มเติมตลอดรัชกาล • ทรงได้รับสมัญญานาม "พระราชาแมงมุม" เนื่องด้วยแผนการคบคิดและกลอุบายต่าง ๆ ของพระองค์ร้อยเรียงราวกับเครือข่ายใยแมงมุม[42] | ||
| 22 ปี 1 เดือน 8 วัน | |||||
| พระเจ้าชาร์ลที่ 8 (Charles VIII) |
30 สิงหาคม ค.ศ. 1483 |
7 เมษายน ค.ศ. 1498 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 11 • ปกครองผ่านการสำเร็จราชการแทนโดยพระเชษฐภคินีจนกระทั่งปี ค.ศ. 1491 • ทรงริเริ่มสงครามอิตาลีอันยาวนานและไม่ประสบความสำเร็จ • สวรรคตจากอุบัติเหตุพระเศียรฟาดชนกับทับหลัง[43] | ||
| 14 ปี 7 เดือน 8 วัน | |||||
ราชวงศ์วาลัว-ออร์เลอ็อง
[แก้]| พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศส (Roi de France) | |||||
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| เรื่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าหลุยส์ที่ 12 (Louis XII) |
7 เมษายน ค.ศ. 1498 |
1 มกราคม ค.ศ. 1515 |
• พระราชปนัดดา (เหลน) ในพระเจ้าชาร์ลที่ 4 • พระญาติและพระชามาดา (ลูกเขย) ในพระเจ้าหลุยส์ที่ 11 • ทรงศึกสงครามและเข้าปกครองราชอาณาจักรนาโปลีและดัชชีมีลาโนในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ[44] | ||
| 16 ปี 8 เดือน 25 วัน | |||||
ราชวงศ์วาลัว-อ็องกูแลม
[แก้]| พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศส (Roi de France) | |||||
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| เรื่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าฟร็องซัวที่ 1 (François Ier) |
1 มกราคม ค.ศ. 1515 |
31 มีนาคม ค.ศ. 1547 |
• พระราชปนัดดา (เหลน) ในพระเจ้าชาร์ลที่ 4 • พระญาติและพระชามาดา (ลูกเขย) ในพระเจ้าหลุยส์ที่ 12 • ทรงเป็นที่จดจำในฐานะผู้อุปถัมภ์ศิลปวิทยาการสมัยเรอแนซ็องส์ • ประชวรและสวรรคตด้วยโรคไข้[45] | ||
| 32 ปี 2 เดือน 30 วัน | |||||
| พระเจ้าอ็องรีที่ 2 (Henri II) |
31 มีนาคม ค.ศ. 1547 |
10 กรกฎาคม ค.ศ. 1559 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าฟร็องซัวที่ 1 • สวรรคตจากอุบัติเหตุระหว่างการแข่งขันประลองทวน[46] | ||
| 12 ปี 3 เดือน 10 วัน | |||||
| พระเจ้าฟร็องซัวที่ 2 (François II) |
10 กรกฎาคม ค.ศ. 1559 |
5 ธันวาคม ค.ศ. 1560 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าอ็องรีที่ 2 • พระราชสวามีในพระราชินีนาถแมรีที่ 1 แห่งสกอตแลนด์ • ประชวรและพระพลานามัยอ่อนแอตั้งแต่ทรงพระเยาว์ • ปกครองผ่านการสำเร็จราชการแทนโดยตระกูลกีซจวบจนสวรรคตก่อนเจริญพระชนมพรรษา[47] | ||
| 1 ปี 4 เดือน 25 วัน | |||||
| พระเจ้าชาร์ลที่ 9 (Charles IX) |
5 ธันวาคม ค.ศ. 1560 |
30 พฤษภาคม ค.ศ. 1574 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าอ็องรีที่ 2 • ปกครองผ่านการสำเร็จราชการแทนโดยพระราชมารดาจนกระทั่ง ค.ศ. 1563 และตกอยู่ใต้อิทธิพลของพระนางตลอดรัชกาล • สงครามศาสนาปะทุขึ้นในปี ค.ศ. 1562 • ทรงเป็นที่จดจำจากการสังหารหมู่ที่วาซี (Massacre of Vassy)[48] | ||
| 13 ปี 5 เดือน 25 วัน | |||||
| พระเจ้าอ็องรีที่ 3 (Henri III) |
30 พฤษภาคม ค.ศ. 1574 |
2 สิงหาคม ค.ศ. 1589 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าอ็องรีที่ 2 • พระมหากษัตริย์แห่งเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย[e] • ทรงปกครองในช่วงสงครามศาสนาจนนำไปสู่การลอบปลงพระชนม์ในท้ายที่สุด[52] | ||
| 15 ปี 2 เดือน 3 วัน | |||||
ราชวงศ์บูร์บง
[แก้]เมื่อพระเจ้าอ็องรีที่ 2 เสด็จสวรรคต ราชบัลลังก์ฝรั่งเศสภายใต้การปกครองของราชวงศ์วาลัวแลดูมั่นคงสถาพร เนื่องด้วยรัชทายาทชายผู้สืบราชสันตติวงศ์ยังทรงพระชนม์ชีพถึง 4 พระองค์ อย่างไรก็ตาม พระเจ้าฟร็องซัวที่ 2 พระราชโอรสองค์แรกกลับเสด็จสวรรคตขณะยังทรงพระเยาว์ ส่วนพระเจ้าชาร์ลที่ 9 พระราชโอรสองค์ที่สองไม่มีพระราชบุตรตามกฎหมายที่จะสืบราชสมบัติได้ ตามมาด้วยการสิ้นพระชนม์ก่อนวัยอันควรของแอร์กูล ฟร็องซัว พระราชโอรสองค์ที่สี่ และการลอบปลงพระชนม์พระเจ้าอ็องรีที่ 3 พระราชโอรสองค์ที่สามผู้ไร้ซึ่งรัชทายาท ฝรั่งเศสจึงตกอยู่ในวิกฤตการสืบราชสันตติวงศ์เพื่อช่วงชิงราชบัลลังก์โดยเหล่าพระญาติห่าง ๆ ของพระมหากษัตริย์อย่างไม่คาดหมาย ในขณะที่ผู้มีสิทธิ์สืบราชบัลลังก์มากที่สุดอย่างพระเจ้าอ็องรีที่ 3 แห่งนาวาร์ ทรงเป็นโปรเตสแตนต์ ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของเหล่าขุนนางฝรั่งเศสส่วนใหญ่
ในท้ายที่สุด หลังจากทรงได้รับชัยชนะจากสมรภูมิหลายครั้งเพื่อปกป้องราชสิทธิ์ของพระองค์ พระเจ้าอ็องรีตัดสินพระทัยเปลี่ยนมาเข้ารีตนิกายโรมันคาทอลิกและบรมราชาภิเษกเป็นพระเจ้าอ็องรีที่ 4 อันเป็นการสถาปนาราชวงศ์บูร์บงขึ้นอย่างเป็นทางการ นับเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ที่ราชอาณาจักรนาวาร์และฝรั่งเศสตกอยู่ใต้การปกครองของประมุของค์เดียวกัน เนื่องด้วยกฎการสืบราชสมบัติที่แตกต่างได้แยกทั้งสองอาณาจักรออกจากกันในระหว่างสงครามร้อยปี ทั้งนี้ การปกครองของราชวงศ์บูร์บงสิ้นสุดลงในระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส และถูกแทนที่ด้วยระบอบสาธารณรัฐในช่วงระยะสั้น ๆ
| พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศสและนาวาร์ (Roi de France et de Navarre) | |||||
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| เรื่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าชาร์ลที่ 10 (Charles X) |
2 สิงหาคม ค.ศ. 1589 |
9 พฤษภาคม ค.ศ. 1590 |
• ผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์ • พระปนัดดารุ่นที่ 7 ในพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 • ประกาศให้เป็นกษัตริย์โดยสันนิบาตคาทอลิกเพื่อต่อต้านพระเจ้าอ็องรีที่ 4 • อ้างสิทธิ์ตลอดรัชกาลขณะถูกคุมขังโดยพระเจ้าอ็องรีที่ 4 จวบจนมรณภาพด้วยโรคชรา | ||
| 9 เดือน 7 วัน (เป็นที่ถกเถียง) | |||||
| พระเจ้าอ็องรีที่ 4 (Henri IV) |
2 สิงหาคม ค.ศ. 1589 |
14 พฤษภาคม ค.ศ. 1610 |
• รัชทายาทรุ่นที่ 10 ในพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 • พระภาติยะ (หลานลุง) ในชาร์ล พระคาร์ดินัลแห่งบูร์บง • พระชามาดา (ลูกเขย) ในพระเจ้าอ็องรีที่ 2 • พระมหากษัตริย์แห่งนาวาร์ล่าง (พระเจ้าอ็องรีที่ 3) • ถูกลอบปลงพระชนม์โดยคริสต์ศาสนิกชนนิกายคาทอลิกหัวรุนแรง ฟร็องซัว ราวายัก | ||
| 20 ปี 9 เดือน 12 วัน | |||||
| พระเจ้าหลุยส์ที่ 13 (Louis XIII) |
14 พฤษภาคม ค.ศ. 1610 |
14 พฤษภาคม ค.ศ. 1643 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าอ็องรีที่ 4 • พระมหากษัตริย์แห่งนาวาร์ล่างองค์สุดท้าย (พระเจ้าหลุยส์ที่ 2)[f] • เสด็จสวรรคตด้วยโรคชรา[53] | ||
| 33 ปี | |||||
| พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 (Louis XIV) |
14 พฤษภาคม ค.ศ. 1643 |
1 กันยายน ค.ศ. 1715 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 • ครองราชย์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์โดยมีพระราชมารดาเป็นผู้สำเร็จราชการแทน • พระมหากษัตริย์ผู้ครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์โลก[54] | ||
| 72 ปี 3 เดือน 18 วัน | |||||
| พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 (Louis XV) |
1 กันยายน ค.ศ. 1715 |
10 พฤษภาคม ค.ศ. 1774 |
• พระราชปนัดดา (เหลน) ในพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 • ครองราชย์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์โดยมีดยุกแห่งบูร์บง-ออร์เลอ็องเป็นผู้สำเร็จราชการแทน[55] | ||
| 58 ปี 8 เดือน 9 วัน | |||||
| พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 (Louis XVI) |
10 พฤษภาคม ค.ศ. 1774 |
21 กันยายน ค.ศ. 1792[g] |
• พระราชนัดดาในพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 • ทรงจำยอมเป็นกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญหลังเกิดการปฏิวัติฝรั่งเศส • ทรงถูกโค่นล้มราชบัลลังก์อย่างเป็นทางการหลังการสถาปนาสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 1 • ทรงถูกสำเร็จโทษต่อหน้าสาธารณชน ณ ปลัสเดอลาเรวอลูว์ซียง ด้วยข้อหากบฏต่อแผ่นดิน[56] | ||
| 18 ปี 4 เดือน 11 วัน | |||||
| พระเจ้าหลุยส์ที่ 17 (Louis XVII) |
21 มกราคม ค.ศ. 1793 |
8 มิถุนายน ค.ศ. 1795 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 • ทรงถูกจับกุมและคุมขังโดยกองกำลังคณะปฏิวัติตลอดรัชกาล[57] | ||
| 2 ปี 4 เดือน 18 วัน (เป็นที่ถกเถียง) | |||||
คริสต์ศตวรรษที่ 19 อันยาวนาน
[แก้]ยุคสมัยที่เรียกกันว่า คริสต์ศตวรรษที่ 19 อันยาวนาน (Long nineteenth century) ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความผันผวนอย่างยิ่งในทางการเมืองของฝรั่งเศส โดยทั่วไปเริ่มตั้งแต่การปฏิวัติฝรั่งเศส ซึ่งนำไปสู่การโค่นล้มและสำเร็จโทษพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 อย่างไรก็ตาม ฝ่ายนิยมกษัตริย์ยังคงยอมรับพระเจ้าหลุยส์ที่ 17 พระราชโอรส เป็นพระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศสในทางนิตินัยต่อไป แม้ว่าพระองค์จะถูกคุมขังโดยรัฐบาลคณะปฏิวัติจวบจนเสด็จสวรรคตโดยมิเคยได้ปกครองประเทศอย่างแท้จริง
ต่อมาภายใต้ระบอบสาธารณรัฐ ฝรั่งเศสเปลี่ยนรูปแบบรัฐบาลและรัฐธรรมนูญหลายครั้ง จนกระทั่งสถาปนาเป็นจักรวรรดิจากการขึ้นสู่อำนาจของนโปเลียน โบนาปาร์ต ผู้ดำรงตำแหน่งกงสุลเอกในขณะนั้น ซึ่งได้ปราบดาภิเษกเป็นจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ในเวลาต่อมา อย่างไรก็ดี จักรพรรดินโปเลียนถูกถอดจากราชบัลลังก์ถึงสองครั้งหลังพ่ายแพ้ในสงครามนโปเลียน
ภายหลังยุคนโปเลียน ฝรั่งเศสได้เข้าสู่ช่วงเวลาของรัฐบาลกษัตริย์นิยมสองระบอบ ได้แก่ การฟื้นฟูราชวงศ์บูร์บง ซึ่งปกครองโดยพระอนุชาของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 สองพระองค์ต่อจากกันตามลำดับ และระบอบกษัตริย์เดือนกรกฎาคมภายใต้การปกครองของพระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปที่ 1 ผู้สืบสายพระโลหิตมาจากดยุกแห่งออร์เลอ็อง พระอนุชาในพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 จนกระทั่งเกิดการปฏิวัติฝรั่งเศส ค.ศ. 1848 ที่ยุติการปกครองแบบมีพระมหากษัตริย์ลงอีกครั้ง และก่อตั้งสาธารณรัฐที่ 2 ซึ่งดำรงอยู่เพียง 4 ปี ก่อนที่ประธานาธิบดีในขณะนั้นจะปราบดาภิเษกตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 และทรงถูกถอดถอนโดยสาธารณรัฐที่ 3 ในเวลาต่อมา นับเป็นการสิ้นสุดระบอบกษัตริย์ในฝรั่งเศสอย่างถาวร
ราชวงศ์โบนาปาร์ต (จักรวรรดิที่หนึ่ง)
[แก้]| จักรพรรดิแห่งชาวฝรั่งเศส (Empereur des Français) | |||||
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| เรื่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 (Napoléon Ier) |
18 พฤษภาคม ค.ศ. 1804 |
2 เมษายน ค.ศ. 1814 |
• ดำรงตำแหน่งกงสุลเอกหลังการรัฐประหาร 18 บรูว์แมร์ • ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นจักรพรรดิฝรั่งเศสพระองค์แรก • เข้ายึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในยุโรปจากสงครามนโปเลียน • ทรงเป็นที่จดจำในฐานะผู้บัญชาการทหารผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์พระองค์หนึ่ง • ทรงถูกโค่นล้มระหว่างออกรบในต่างประเทศ • ทรงถูกบังคับให้สละราชสมบัติและเนรเทศไปยังเกาะเอลบา[58] | ||
| 9 ปี 10 เดือน 15 วัน | |||||
| จักรพรรดินโปเลียนที่ 2 (Napoléon II) |
4 เมษายน ค.ศ. 1814 |
6 เมษายน ค.ศ. 1814 |
• พระราชโอรสในจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 • สืบราชสมบัติต่อจากพระราชบิดาด้วยวัยเพียง 4 ชันษา • ฝ่ายสหสัมพันธมิตรและวุฒิสภาไม่ยอมรับเป็นจักรพรรดิ | ||
| 2 วัน (เป็นที่ถกเถียง) | |||||
ราชวงศ์บูร์บง (ฟื้นฟูครั้งที่หนึ่ง)
[แก้]| พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศสและนาวาร์ (Roi de France et de Navarre) | |||||
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| เรื่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าหลุยส์ที่ 18 (Louis XVIII) |
3 พฤษภาคม ค.ศ. 1814 |
20 มีนาคม ค.ศ. 1815 |
• พระอนุชาในพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 • ขึ้นครองราชย์จากการฟื้นฟูสถาบันกษัตริย์ด้วยความช่วยเหลือของราชวงศ์ต่าง ๆ ในยุโรป • เสด็จลี้ภัยออกจากฝรั่งเศสในช่วงที่พระเชษฐาเสด็จหนีออกจากกรุงปารีสระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส • เสด็จลี้ภัยอีกครั้งหลังการกลับมาของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1[59] | ||
| 10 เดือน 17 วัน | |||||
ราชวงศ์โบนาปาร์ต (สมัยร้อยวัน)
[แก้]| จักรพรรดิแห่งชาวฝรั่งเศส (Empereur des Français) | |||||
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| เรื่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 (Napoléon Ier) |
20 มีนาคม ค.ศ. 1815 |
22 มิถุนายน ค.ศ. 1815 |
• เสด็จนิวัติกรุงปารีสและครองราชย์อีกครั้ง • ทรงพ่ายแพ้ในยุทธการที่วอเตอร์ลู • สละราชสมบัติให้พระราชโอรส • ภายหลังทรงถูกเนรเทศไปยังเกาะเซนต์เฮเลนาและเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1821[58] | ||
| 3 เดือน 2 วัน (94 วัน) | |||||
| จักรพรรดินโปเลียนที่ 2 (Napoléon II) |
22 มิถุนายน ค.ศ. 1815 |
7 กรกฎาคม ค.ศ. 1815 |
• พระราชโอรสในจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 • ประทับอยู่ในออสเตรียกับพระราชมารดาตลอดช่วงรัชกาล • ฝ่ายสหสัมพันธมิตรไม่ยอมรับเป็นพระจักรพรรดิ • สิ้นพระชนม์ด้วยวัณโรคในอีกหลายปีต่อมา[60][61] | ||
| 15 วัน (เป็นที่ถกเถียง) | |||||
ราชวงศ์บูร์บง (ฟื้นฟูครั้งที่สอง)
[แก้]| พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศสและนาวาร์ (Roi de France et de Navarre) | |||||
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| เรื่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าหลุยส์ที่ 18 (Louis XVIII) |
7 กรกฎาคม ค.ศ. 1815 |
16 กันยายน ค.ศ. 1824 |
• พระอนุชาในพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 • ทรงพยายามครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ • พระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสพระองค์สุดท้ายที่สวรรคตขณะทรงราชย์[59] | ||
| 9 ปี 2 เดือน 9 วัน | |||||
| พระเจ้าชาร์ลที่ 10 (Charles X) |
16 กันยายน ค.ศ. 1824 |
2 สิงหาคม ค.ศ. 1830 |
• พระอนุชาในพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระเจ้าหลุยส์ที่ 18 • ทรงพยายามรื้อฟื้นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ • สละราชสมบัติแก่พระราชนัดดาหลังการปฏิวัติเดือนกรกฎาคม[62] | ||
| 5 ปี 10 เดือน 17 วัน | |||||
| พระเจ้าหลุยส์ที่ 19 (Louis XIX) |
2 สิงหาคม ค.ศ. 1830 | • พระราชโอรสในพระเจ้าชาร์ลที่ 10 • บันทึกกล่าวอ้างว่าทรงสละราชสมบัติตามหลังพระบิดาเพียง 20 นาที[h] • ต่อมาทรงเป็นผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์สายเลฌีตีมิสต์[65] | |||
| 20 นาที (เป็นที่ถกเถียง) | |||||
| พระเจ้าอ็องรีที่ 5 (Henri V) |
2 สิงหาคม ค.ศ. 1830 |
9 สิงหาคม ค.ศ. 1830 |
• ผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์สายเลฌีตีมิสต์ • พระราชนัดดาในพระเจ้าชาร์ลที่ 10 • เสด็จสวรรคตระหว่างลี้ภัยยังต่างประเทศในอีกหลายปีต่อมา[66] | ||
| 7 วัน (เป็นที่ถกเถียง) | |||||
ราชวงศ์บูร์บง-ออร์เลอ็อง (ราชาธิปไตยเดือนกรกฎาคม)
[แก้]ราชวงศ์บูร์บงฟื้นฟูสิ้นสุดลงจากการปฏิวัติเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1830 หลังพระเจ้าชาร์ลที่ 10 ถูกถอดจากราชสมบัติและเชิญพระญาติห่าง ๆ ผู้มีแนวคิดเสรีนิยมมากกว่าอย่างพระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปที่ 1 ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์แทน ทั้งนี้ ก่อนที่จะลงพระนามสละสิทธิ์การสืบราชสมบัติ เจ้าชายหลุยส์ อ็องตวน พระราชโอรสในพระเจ้าชาร์ลที่ 10 ทรงโต้เถียงกับพระราชบิดานานกว่า 20 นาที ก่อให้เกิดข้อถกเถียงว่าควรนับรวมพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสหรือไม่ เนื่องด้วยไม่เคยผ่านพิธีบรมราชาภิเษกและปกครองประเทศอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับ เจ้าชายอ็องรีแห่งอาร์ตัว พระภาติยะ (หลานลุง) ที่ได้รับยกย่องเป็นพระเจ้าอ็องรีที่ 5 จากฝ่ายนิยมเจ้าบางส่วน แต่ระบอบการปกครองใหม่ไม่ยอมรับการอ้างสิทธิ์ดังกล่าวและพระองค์ก็มิเคยได้ปกครองในทางพฤตินัย
พระเจ้าชาร์ลที่ 10 เคยเสนอพระนามดยุกแห่งออร์เลอ็อง (พระยศของพระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปที่ 1 ขณะนั้น) เป็น ลีเยอเตอน็อง เฌเนราล ดู รอโยม (Lieutenant général du royaume; เทียบเท่ายศพลโททางทหาร) ในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระเจ้าอ็องรีที่ 5 ขณะทรงพระเยาว์ และเป็นผู้ประกาศพระราชประสงค์ในการสืบราชสมบัติแก่พระราชนัดดาให้สภาผู้แทนราษฎร (เทียบเท่าสภาสามัญชนของสหราชอาณาจักร) ซึ่งเป็นสภาล่างของรัฐสภาฝรั่งเศสทราบ แต่ดยุกแห่งออร์เลออ็องไม่ได้ทรงปฏิบัติตาม เนื่องด้วยต้องการเพิ่มโอกาสขึ้นครองราชย์ของพระองค์เอง ด้วยเหตุดังกล่าว ประกอบกับสมาชิกรัฐสภาฝรั่งเศสในขณะนั้นทราบถึงแนวคิดการเมืองแบบเสรีนิยมและความนิยมส่วนพระองค์ในหมู่ประชาชน จึงได้เชิญเสด็จสืบราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แทนเชื้อพระราชวงศ์บูร์บงสายหลัก
| พระมหากษัตริย์แห่งชาวฝรั่งเศส (Roi des Français) | |||||
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| เรื่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปที่ 1 (Louis-Philippe Ier) |
9 สิงหาคม ค.ศ. 1830 |
24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1848 |
• รัชทายาทรุ่นที่ 6 ในพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 • ขึ้นครองราชย์หลังจากการปฏิวัติเดือนกรกฎาคม • ทรงประกาศตนว่าเป็นกษัตริย์แห่งชาวฝรั่งเศส มิใช่กษัตริย์แห่งประเทศฝรั่งเศส • ทรงเป็นพระราชาธิบดี (King) พระองค์สุดท้ายของฝรั่งเศส | ||
| 17 ปี 6 เดือน 15 วัน | |||||
| พระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปที่ 2 (Louis-Philippe II) |
24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1848 |
26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1848 |
• ผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์สายออร์เลอ็องนิสต์ • พระราชนัดดาในพระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปที่ 1 • ได้รับเลือกจากพระอัยกาเป็นรัชทายาทสืบทอดบัลลังก์ แต่สมัชชาแห่งชาติปฏิเสธที่จะยอมรับเป็นพระมหากษัตริย์ และประกาศสถาปนาสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่สองในเวลาต่อมา | ||
| 2 วัน (เป็นที่ถกเถียง) | |||||
ราชวงศ์โบนาปาร์ต (จักรวรรดิที่สอง)
[แก้]สาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 2 ดำรงอยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1848 ถึง ค.ศ. 1852 ก่อนจะสิ้นสุดลงเมื่อประธานาธิบดี ชาร์ล-หลุยส์-นโปเลียน โบนาปาร์ต ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งชาวฝรั่งเศสด้วยพระนาม นโปเลียนที่ 3 ทั้งนี้ ทรงถูกถอดถอนจากอำนาจในระหว่างสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย และเป็นพระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายที่ปกครองฝรั่งเศส
| จักรพรรดิแห่งชาวฝรั่งเศส (Empereur des Français) | |||||
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| เรื่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 (Napoléon III) |
2 ธันวาคม ค.ศ. 1852 |
4 กันยายน ค.ศ. 1870 |
• เป็นพระภาติยะ (หลานลุง) ในจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 • ทรงเป็นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสคนแรก • ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 1848 จนถึงการปราบดาภิเษก • ทรงรัฐประหารและปราบดาภิเษกขึ้นเป็นจักรพรรดิ • ทรงเป็นจักรพรรดิฝรั่งเศสพระองค์สุดท้าย | ||
| 17 ปี 9 เดือน 2 วัน | |||||
ผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์
[แก้]ผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์หลายท่านสืบเชื้อสายมาจากกษัตริย์พระองค์ก่อน ๆ และได้ประกาศตนเป็นกษัตริย์ฝรั่งเศสที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งยังไม่ยอมรับประมุขแห่งรัฐ (ประธานาธิบดี) และกันเองอีกด้วย ซึ่งได้แก่
- ผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์ฝรั่งเศสสายเลฌีตีมิสต์ สืบเชื้อสายจากพระเจ้าอ็องรีที่ 4 แห่งราชวงศ์บูร์บง ตั้งแต่ ค.ศ. 1830 ผู้อ้างสิทธิพระองค์ปัจจุบันคือ หลุยส์ อัลฟอนส์เซร์ ดยุกแห่งอ็องฌู (หลุยส์ที่ 20)
- ผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์ฝรั่งเศสสายออร์เลอ็องนิสต์ สืบเชื้อสายจากพระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปที่ 1 แห่งราชวงศ์ออร์เลอ็อง ตั้งแต่ ค.ศ. 1848 ผู้อ้างสิทธิพระองค์ปัจจุบันคือ ฌ็อง เคานต์แห่งปารีส (ฌ็องที่ 4)
- ผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์ฝรั่งเศสสายโบนาปาร์ติสต์ สืบเชื้อสายมาจากจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 แห่งราชวงศ์โบนาปาร์ต และพระอนุชา ตั้งแต่ ค.ศ. 1815 – 1852 และตั้งแต่ ค.ศ. 1870 ผู้อ้างสิทธิพระองค์ปัจจุบันเป็นที่ขัดแย้งระหว่าง ชาร์ล เจ้าชายนโปเลียน (นโปเลียนที่ 7) และ ฌ็อง-คริสต็อฟ เจ้าชายนโปเลียน (นโปเลียนที่ 8)
- ผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์ฝรั่งเศสสายอังกฤษ สืบเชื้อสายจากพระเจ้าชาร์ลที่ 6 ผ่านทางกาทรีนแห่งวาลัว พระราชินีเแห่งอังกฤษ อ้างสิทธิ์โดยพระมหากษัตริย์อังกฤษและบริเตนใหญ่ ซึ่งภายหลังพระเจ้าจอร์จที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร พระมหากษัตริย์จากราชวงศ์ฮันโนเฟอร์สละการอ้างสิทธิ์ เนื่องด้วยการรวมเป็นสหภาพระหว่างบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์ ค.ศ. 1800
- ผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์ฝรั่งเศสสายแจกเคอไบต์ สืบเชื้อสายจากพระเจ้าฟีลิปที่ 4 ผ่านทางอีซาแบลแห่งฝรั่งเศส พระราชินีเแห่งอังกฤษ อ้างสิทธิ์โดยรัชทายาทของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ ซึ่งอ้างสิทธิในราชบัลลังก์ฝรั่งเศส อังกฤษ สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์ (สละการอ้างสิทธิ์โดยพระเจ้าจอร์จที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ในปี ค.ศ. 1800 เช่นเดียวกัน)
หมายเหตุ
[แก้]- ↑ พระเจ้าหลุยส์ผู้ศรัทธาและชาร์เลอมาญ ทรงถูกระบุเป็น พระเจ้าหลุยส์ที่ 1 และ พระเจ้าชาร์ลที่ 1 ในทั้งรายพระนามพระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสและเยอรมัน
- ↑ พระเจ้าชาร์ลเดิมเป็นพระมหากษัตริย์แห่งแฟรงก์ตะวันออก (เยอรมนี) และจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ด้วยทรงเป็นจักรพรรดิพระนามชาร์ลพระองค์ที่ 3 จึงเป็นที่รู้จักในฐานะ พระเจ้าชาร์ลที่ 3 ในรายพระนามพระมหากษัตริย์ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นคนละพระองค์กับ พระเจ้าชาร์ลที่ 3 (ชาร์ลผู้เรียบง่าย) โดยความสับสนในการลำดับพระนามนี้มีที่มาจากพระเจ้าชาร์ลที่ 5 ผู้ริเริ่มลำดับพระนามของพระมหาษัตริย์เป็นพระองค์แรก[9]
- ↑ พระเจ้าอูก กาแป ยังเป็นรัชทายาทสืบเชื้อสายมาจากทั้งพระเจ้าหลุยส์ผู้ศรัทธาและพระเจ้าเปแป็งแห่งอิตาลี พระราชโอรสในพระเจ้าชาร์เลอมาญ ผ่านทางพระอัยยิกาฝ่ายพระราชบิดา (ย่า) และฝ่ายพระราชมารดา (ยาย) ตามลำดับ และเป็นภาติยะ (หลานลุง) ในพระเจ้าอ็อทโทที่ 1 มหาราช[18]
- ↑ ทรงพระชนม์ชีพระหว่างวันที่ 15 - 19 พฤศจิกายน ตามพงศาวดารของกีโยม เดอ น็องฌี (Guillaume de Nangis)[31] ขณะที่ พงศาวดารปารีสนิรนาม ค.ศ. 1316 - 1339 (Chronique Parisienne Anonyme de 1316 à 1339) ระบุว่าทรงพระชนม์ชีพระหว่างวันที่ 13 - 18 พฤศจิกายน[32] อย่างไรก็ตาม แหล่งอ้างอิงในปัจจุบันมักระบุพระชนม์ชีพของพระองค์เป็นวันที่ 13 - 15 พฤศจิกายน[33]
- ↑ พระเจ้าอ็องรีที่ 3 ได้รับเลือกเป็นพระมหากษัตริย์แห่งเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 1573[49] และบรมราชาภิเษกเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1574[50] แต่ทรงถูกขับออกจากบัลลังก์เพียงหนึ่งปีถัดมาเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 1575[51]
- ↑ นาวาร์ล่างถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของฝรั่งเศสในรัชกาลของพระองค์ แต่พระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสจากราชวงศ์บูร์บงยังคงใช้พระอิสริยยศ แห่งนาวาร์ ต่อท้าย เรื่อยไปจนถึงสมัยราชวงศ์ฟื้นฟู
- ↑ พระราชอำนาจของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ในทางพฤตินัยสิ้นสุดลงหลังการเดินขบวนสู่แวร์ซายเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 1789 หลังตกเป็นองค์ประกันของกองกำลังฝ่ายปฏิวัติ
- ↑ แม้ บันทึกสถิติโลกกินเนสส์ อ้างว่าเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ครองราชย์สั้นที่สุดในประวัติศาสตร์[63] แต่ข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ปรากฎหลักฐานยืนยัน[64] รวมถึงพฤติการณ์ในระหว่างที่ทรงสละราชสมบัติก็ไม่ปรากฎแน่ชัด เอกสารที่ลงพระนามร่วมกับพระราชบิดาปรากฎเพียงพระอิสริยยศ โดแฟ็ง โดยอ้างว่าทรงปฏิเสธการลงพระนามตามหลังพระราชบิดาในตอนต้น จึงได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ในห้วงเวลานั้น
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ Potter, David (2008). Renaissance France at War. Boydell & Brewer Ltd. p. viii. ISBN 9781843834052.
- ↑ Babcock, Philip (1993). Webster's Third New International Dictionary of the English Language, Unabridged. MA, US: Merriam-Webster. p. 341.
- ↑ Reynolds, Susan (1984). Kingdoms and communities in Western Europe, 900–1300. Oxford: Clarendon Press. pp. 256–257. ISBN 978-0-19-821955-2.
- ↑ Scales, Len (2012). The Shaping of German Identity: Authority and Crisis, 1245-1414. Cambridge University Press. pp. 155–182. ISBN 9780521573337. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 1 April 2022. สืบค้นเมื่อ 1 April 2022.
- ↑ Peignot, p. lv; de Wailly, p. 10; Thoison, p. 189; McCarty, p. 328; EB, Charles II.
- ↑ Peignot, p. lv; de Wailly, p. 10; Thoison, p. 189; McCarty, p. 328; EB, Louis II.
- ↑ Peignot, p. lviii; Thoison, p. 189; McCarty, p. 328; Dutton 1994, p. 227; EB, Louis III.
- ↑ Peignot, p. lviii; Thoison, p. 189; Dutton 1994, p. 227; EB, Carloman.
- ↑ Brunel 2007, p. 79.
- ↑ Peignot, p. lv; de Wailly, p. 10; McCarty, p. 329; EB, Charles III.
- ↑ Peignot, p. lix; de Wailly, p. 10; McCarty, p. 329; EB, Eudes.
- ↑ Peignot, pp. lix–lx; de Wailly, p. 10; Thoison, p. 189; McCarty, p. 329; EB, Charles III.
- ↑ Peignot, p. lx; de Wailly, p. 10; Thoison, p. 189; McCarty, p. 329; EB, Eudes.
- ↑ Peignot, p. lxi; de Wailly, p. 10; Thoison, p. 189; McCarty, p. 329; EB, Rudolf.
- ↑ Peignot, p. lxi; de Wailly, p. 10; McCarty, p. 329; EB, Louis IV.
- ↑ Peignot, p. lxii; de Wailly, p. 10; Thoison, p. 190; McCarty, p. 329; EB, Lothar.
- ↑ Peignot, pp. lxii–lxiii; de Wailly, p. 10; McCarty, p. 329; EB, Louis V.
- ↑ Alcan 1892, pp. 254–261.
- ↑ Peignot, pp. 10–16; Humphreys, p. 1; EB, Hugh.
- ↑ Peignot, pp. 16–20; Humphreys, p. 2; EB, Robert II.
- ↑ Peignot, p. 20–22; Humphreys, p. 3; EB, Henry I.
- ↑ Thoison, p. 190; Humphreys, p. 4; EB, Philip I.
- ↑ Peignot, p. 29–32; Humphreys, p. 5; EB, Louis VI.
- ↑ Thoison, p. 190; Humphreys, p. 6; EB, Louis VII.
- ↑ Thoison, p. 190; Humphreys, p. 8; EB, Philip II.
- ↑ Thoison, p. 190; Humphreys, p. 10; EB, Louis VIII.
- ↑ Thoison, p. 191; Humphreys, p. 11; EB, Louis IX.
- ↑ Thoison, p. 191; Humphreys, p. 12; EB, Philip III.
- ↑ Thoison, p. 191; Humphreys, p. 14; EB, Philip IV.
- ↑ McCarty, p. 330; Humphreys, p. 15; EB, Philip IV.
- ↑ Hercule Géraud (1843) Chronique latine de Guillaume de Nangis, de 1113 à 1300 เก็บถาวร 28 มกราคม 2024 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. pp. 430–431.
- ↑ Amedée Hellot (1884). Chronique parisienne anonyme du XIVe siècle เก็บถาวร 29 กุมภาพันธ์ 2024 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. p. 26.
- ↑ Humphreys, p. 15; EB, John I ("19/20 November").
- ↑ Thoison, p. 192; Humphreys, p. 16; EB, Philip V.
- ↑ Peignot, p. 85; Humphreys, p. 17; EB, Charles IV.
- ↑ Peignot, pp. 91–96; Humphreys, p. 19; EB, Philip VI.
- ↑ Peignot, p. 96; Humphreys, p. 19; EB, John II.
- ↑ Peignot, p. 105; Humphreys, p. 20; EB, Henry I.
- ↑ Peignot, p. 112; Humphreys, p. 21; EB, Charles VI.
- ↑ Curry 1993, pp. 102–122; Bradford 2004, pp. 621–625; EB, Henry VI.
- ↑ Peignot, p. 123; Humphreys, p. 23; EB, Frances I.
- ↑ Peignot, p. 136; Humphreys, p. 25; EB, Louis XI.
- ↑ Peignot, p. 143; Humphreys, p. 27; Knecht 2007, p. 125; EB, Charles VII.
- ↑ Peignot, pp. 150; Humphreys, p. 28; Knecht 2007, p. 112; EB, Louis XII.
- ↑ Peignot, p. 157; Humphreys, p. 30; Knecht 2007, p. 112; EB, Francis I.
- ↑ Peignot, p. 168; Humphreys, p. 33; EB, Henry II.
- ↑ Curry 1993, pp. 103–122; Humphreys, p. 35; EB, Francis II.
- ↑ Peignot, p. 179; Humphreys, p. 36; EB, Charles IX.
- ↑ Knecht 2016, p. 56. "On 5 May three orators were chosen [...] On 11 May the minority conceded defeat [but the election] did not happen till 15 May.".
- ↑ Knecht 2016, p. 76.
- ↑ Knecht 2016, p. 84.
- ↑ Peignot, p. 186; Humphreys, p. 38; EB, Henry III.
- ↑ Peignot, p. 205; Humphreys, p. 42; EB, Louis XIII.
- ↑ Peignot, p. 216; Humphreys, p. 43; EB, Louis XIV.
- ↑ Peignot, p. 238; Humphreys, p. 47; EB, Louis XV.
- ↑ Peignot, p. 253; Humphreys, p. 51; EB, Louis XVI.
- ↑ Peignot, p. 260; EB, p. Louis (XVII).
- 1 2 Peignot, p. 261; EB, p. Napoleon I.
- 1 2 Peignot, p. 262; EB, p. Louis XVIII.
- ↑ EB, Napoléon-François-Charles-Joseph Bonaparte.
- ↑ "France: Commission of Government: 1815 - Archontology". www.archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 9 December 2023. สืบค้นเมื่อ 2023-12-09.
- ↑ EB, Charles X.
- ↑ "Shortest reign of a monarch". Guinness World Records (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 May 2022. สืบค้นเมื่อ 2023-02-10.
- ↑ Pinoteau, Hervé (1982). "Notes de vexillologie royale française". Hidalguía. Madrid (172–173): 361–362. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 19 September 2023. สืบค้นเมื่อ 9 December 2023.
- ↑ Castelot 1988, p. 454; Blanc 1848, p. 214.
- ↑ EB, Henri Dieudonné.