ข้ามไปเนื้อหา

รายพระนามพระมหากษัตริย์และจักรพรรดิฝรั่งเศส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ราชาธิปไตย
แห่งฝรั่งเศส
ราชาธิปไตยในอดีต
ตราแผ่นดินจักรวรรดิฝรั่งเศสที่สอง
จักรพรรดินโปเลียนที่ 3
ผู้ปกครองในระบอบราชาธิปไตยแห่งฝรั่งเศส
องค์สุดท้าย

ปฐมกษัตริย์ พระเจ้าอูก กาแป
(พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์)
องค์สุดท้าย จักรพรรดินโปเลียนที่ 3
(จักรพรรดิแห่งชาวฝรั่งเศส)
เริ่มระบอบ ค.ศ. 843
สิ้นสุดระบอบ • 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1848
(พระมหากษัตริย์)
• 4 กันยายน ค.ศ. 1870
(พระจักรพรรดิ)
ผู้อ้างสิทธิ์ ยังคงเป็นที่ถกเถียง
หลุยส์ อาลฟงส์แห่งบูร์บง
(สายเลฌีตีมิสต์)
ฌ็อง เคานต์แห่งปารีส
(สายออร์เลอ็อง)
ฌ็อง-คริสต็อฟ เจ้าชายนโปเลียน (สายโบนาปาร์ติสต์)

พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศส (ฝรั่งเศส: Monarques de France) ทรงปกครองดินแดนฝรั่งเศสมาตั้งแต่ยุคราชอาณาจักรแฟรงก์ในปี ค.ศ. 843 ไปจนถึงการล่มสลายของจักรวรรดิฝรั่งเศสที่ 2 ในปี ค.ศ. 1848 โดยฝรั่งเศสถูกปกครองด้วยตำแหน่งพระมหากษัตริย์ตลอดช่วงระยะเวลาส่วนมากบนหน้าประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตามยังมีพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์กาโรแล็งเชียงสี่พระองค์ที่ดำรงตำแหน่งจักรพรรดิแห่งโรมันและบุคคลจากราชวงศ์​โบนาปาร์ตดำรงตำแหน่งจักรพรรดิแห่งชาวฝรั่งเศสด้วย

บทความนี้รวบรวมรายพระนามผู้ปกครองในตำแหน่ง พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์ (Roi des Francs) ระหว่าง ค.ศ. 843 - 1180 พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศส (Roi de France) ระหว่าง ค.ศ. 1180 - 1790 และ ค.ศ. 1815 - 1830 พระมหากษัตริย์แห่งชาวฝรั่งเศส (Roi des Français) ระหว่าง ค.ศ. 1830 - 1848 และ จักรพรรดิแห่งชาวฝรั่งเศส (Empereur des Français) ระหว่าง ค.ศ. 1804 - 1814, ค.ศ. 1815 และ ค.ศ. 1852 - 1870 ตามลำดับ

นอกจากนี้ ในรายพระนามด้านล่างยังรวมพระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษและบริเตนใหญ่ช่วง ค.ศ. 1442 - 1453 ที่ทรงอ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์ฝรั่งเศสเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ บนพื้นฐานตามข้อตกลงในของสนธิสัญญาทรัว ที่พระเจ้าชาร์ลที่ 6 ทรงถือเอาพระเจ้าเฮนรีที่ 5 แห่งอังกฤษว่าเป็นอุปราชและรัชทายาทแห่งราชบัลลังก์ฝรั่งเศส แต่พระเจ้าเฮนรีที่ 5 เสด็จสวรรคตก่อนพระเจ้าชาร์ลที่ 6 ดังนั้นพระโอรสของพระเจ้าเฮนรีที่ 5 ซึ่งก็คือ พระเจ้าเฮนรีที่ 6 แห่งอังกฤษ จึงเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศสต่อจากพระอัยกา (พระเจ้าชาร์ลที่ 6) ดินแดนทางตอนเหนือของฝรั่งเศสส่วนมากอยูภายใต้การปกครองของอังกฤษจนกระทั่ง ค.ศ. 1340 แต่เมื่อถึง ค.ศ. 1453 ชาวอังกฤษก็ถูกขับไล่ออกไปจากแผ่นดินฝรั่งเศสจนหมดสิ้น ฝรั่งเศสได้ยึดคืนเมืองกาลายส์และหมู่เกาะแชนเนล แต่ก็ถูกยึดอีกครั้งในปี ค.ศ. 1558 อย่างไรก็ตามพระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษ (ต่อมาเปลี่ยนเป็นพระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร) ยังคงอ้างสิทธิ์เหนือบัลลังก์ฝรั่งเศสมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งการสถาปนาสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์ (จากพระราชบัญญัติสหภาพ) ในปี ค.ศ. 1800

ตำแหน่ง พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์ (ละติน: Rex Francorum) ถูกใช้ไปจนถึง ค.ศ. 1230 ในช่วงรัชสมัยพระเจ้าฟิลิปที่ 2 แห่งฝรั่งเศส (แต่มีการใช้ FRANCORUM REX โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 12 แห่งฝรั่งเศส ใน ค.ศ. 1499 โดยพระเจ้าฟร็องซัวที่ 1 แห่งฝรั่งเศส ใน ค.ศ. 1515 และโดยพระเจ้าอ็องรีที่ 2 แห่งฝรั่งเศส ประมาณปี ค.ศ. 1550[1]) ในช่วงระยะเวลาอันสั้นที่รัฐธรรมนูญฝรั่งเศสมีผลบังคับใช้ระหว่าง ค.ศ. 1791 - 1792 และหลังการปฏิวัติเดือนกรกฎาคมในปี ค.ศ. 1830 พระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งชาวฝรั่งเศส ถูกใช้แทนพระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศส (และนาวาร์) เป็นประดิษฐกรรมทางรัฐธรรมนูญที่รู้จักกันว่าราชาธิปไตยโดยประชานิยม ซึ่งเชื่อมเอาพระยศของกษัตริย์ผู้ปกครองเข้ากับประชาชนชาวฝรั่งเศส แทนการเชื่อมเข้ากับดินแดนฝรั่งเศสที่ทรงปกครอง

นอกจากนี้ฝรั่งเศสยังเคยใช้ระบอบจักรวรรดิสองครั้งคือ จักรวรรดิฝรั่งเศสที่ 1 ตั้งแต่ ค.ศ. 1804 - 1815 ซึ่งสถาปนาและปกครองโดยจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ต่อมาคือ จักรวรรดิฝรั่งเศสที่ 2 ตั้งแต่ ค.ศ. 1852 - 1870 ซึ่งซึ่งสถาปนาและปกครองโดยจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 พระราชนัดดาในนโปเลียนที่ 1

พระมหากษัตริย์แฟรงก์

[แก้]

สำหรับรายพระนามพระมหากษัตริย์แฟรงก์ช่วงก่อนสนธิสัญญาแวร์เดิง ดูรายพระนามพระมหากษัตริย์แฟรงก์

ราชวงศ์การอแล็งเฌียง (ค.ศ. 843 - 887)

[แก้]

ราชวงศ์การอแล็งเฌียงเป็นตระกูลขุนนางชาวแฟรงก์ที่มีรากฐานมาจากตระกูลอาร์นัลฟิง (Arnulfing) และปิปปินิด (Pippinid) ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 ซึ่งได้เริ่มรวบรวมอำนาจในคริสต์ศตวรรษที่ 8 จนส่งผลให้ตำแหน่งสมุหราชมนเทียรและ ผู้นำและเจ้าแห่งชาวแฟรงก์ (dux et princeps Francorum) กลายเป็นตำแหน่งสืบตระกูล และก้าวขึ้นเป็นผู้กุมอำนาจที่แท้จริงเบื้องหลังพระมหากษัตริย์เมรอแว็งเฌียง

ราชวงศ์การอแล็งเฌียงมีที่มาจากชาร์ล มาร์แตล หนึ่งในสมุหราชมนเทียรผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งต่อมาเปแป็ง บุตรชาย ได้ถอดพระมหากษัตริย์เมรอแว็งเฌียงออกจากราชสมบัติในปี ค.ศ. 751 และปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์ภายใต้พระสมณานุญาติจากพระสันตะปาปาและฉันทามติของเหล่าขุนนาง[2] ต่อมาในรัชสมัยของพระเจ้าชาร์ลมหาราช (ครองราชย์ ค.ศ. 768 - 814) หรือที่รู้จักกันในนาม ชาร์เลอมาญ อาณาจักรแฟรงก์ได้แผ่ขยายอำนาจลึกเข้าไปในยุโรปตอนกลาง จนสามารถพิชิตอิตาลีและพื้นที่ส่วนใหญ่ของเยอรมนีในปัจจุบันเอาไว้ได้ นอกจากนี้ พระองค์ยังเข้ารับบรมราชาภิเษกจากพระสันตะปาปาเป็นจักรพรรดิแห่งชาวโรมัน ซึ่งเป็นพระอิสริยยศที่ผู้ปกครองชาวเยอรมันแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์สืบทอดต่อมาในภายหลัง

ต่อมาจักรพรรดิหลุยส์ผู้ศรัทธา (ครองราชย์ ค.ศ. 814 - 840) พระราชโอรสในพระเจ้าชาร์เลอมาญได้สืบทอดอำนาจและแบ่งอาณาจักรให้แก่พระราชบุตรทั้งสามพระองค์ แต่การตัดสินใจดังกล่าวกลับนำไปสู่สงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อยาวนานสามปี จนกระทั่งสิ้นสุดลงด้วยสนธิสัญญาแวร์เดิงซึ่งแบ่งราชอาณาจักรแฟรงก์ออกเป็นสามส่วน โดยหนึ่งในนั้นคืออาณาจักรแฟรงก์กลางที่มีอายุเพียงช่วงสั้น ๆ ส่วนอาณาจักรแฟรงก์ตะวันตกได้พัฒนาไปเป็นประเทศฝรั่งเศสในปัจจุบัน และอาณาจักรแฟรงก์ตะวันออกได้กลายเป็นจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์และประเทศเยอรมนีในเวลาต่อมา และในช่วงเวลานี้เอง อาณาจักรทางตะวันออกและตะวันตกเริ่มพัฒนาภาษาและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากกันอย่างชัดเจน[3][4]

พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์
(Roi des Francs)
พระนาม รัชกาล หมายเหตุ
เรื่มต้น สิ้นสุด
พระเจ้าชาร์ลที่ 2[a]
(Charles II)
ประมาณ
10 สิงหาคม
ค.ศ. 843
6 ตุลาคม
ค.ศ. 877
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ผู้ศรัทธา (พระเจ้าหลุยส์ที่ 1)
• พระราชนัดดาในพระเจ้าชาร์ลมหาราช (ชาร์เลอมาญ)
• ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์หลังข้อตกลงในสนธิสัญญาแวร์เดิง
• พระมหากษัตริย์แห่งอากีแตน และจักรพรรดิแห่งชาวโรมัน
• เสด็จสวรรคตด้วยโรคชรา[5]
34 ปี 1 เดือน 26 วัน
พระเจ้าหลุยส์ที่ 2
(Louis II)
6 ตุลาคม
ค.ศ. 877
10 เมษายน
ค.ศ. 879
• พระราชโอรสในพระเจ้าชาร์ลที่ 2
• พระมหากษัตริย์แห่งอากีแตน
• เสด็จสวรรคตด้วยโรคชรา[6]
1 ปี 6 เดือน 4 วัน
พระเจ้าหลุยส์ที่ 3
(Louis III)
10 เมษายน
ค.ศ. 879
5 สิงหาคม
ค.ศ. 882
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 2
• ปกครองอาณาจักรทางเหนือ
• สวรรคตด้วยอุบัติเหตุพระเศียรฟาดชนกับทับหลังขณะประทับบนหลังม้า[7]
3 ปี 3 เดือน 26 วัน
พระเจ้าการ์โลม็องที่ 2
(Carloman II)
10 เมษายน
ค.ศ. 879
6 ธันวาคม
ค.ศ. 884
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 2
• ปกครองอาณาจักรทางใต้
• สวรรคตหลังจากถูกข้าราชบริพารแทงด้วยอาวุธโดยไม่ตั้งใจ[8]
5 ปี 7 เดือน 26 วัน
พระเจ้าชาร์ล (ที่ 3)[b]
(Charles III)
12 ธันวาคม
ค.ศ. 884
11 พฤศจิกายน
ค.ศ. 887
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ชาวเยอรมัน พระมหากษัตริย์แฟรงก์ตะวันออก
• พระราชนัดดาในพระเจ้าหลุยส์ผู้ศรัทธา
• พระมหากษัตริย์แห่งแฟรงก์ตะวันออก และจักรพรรดิแห่งชาวโรมัน
• พระมหากษัตริย์ผู้ปกครองอาณาจักรแฟรงก์ทั้งปวงพระองค์สุดท้าย
• ทรงถูกขุนนางขับไล่ออกจากบัลลังก์และเสด็จสวรรคตด้วยโรคชราต่อมาในภายหลัง[10]
2 ปี 10 เดือน 30 วัน

ราชวงศ์รอแบเฌียง (ค.ศ. 888 - 898)

[แก้]
พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์
(Roi des Francs)
พระนาม รัชกาล หมายเหตุ
เรื่มต้น สิ้นสุด
พระเจ้าอูด
(Eudes หรือ Odon)
29 กุมภาพันธ์
ค.ศ. 888
3 มกราคม
ค.ศ. 898
• พระราชโอรสในรอแบร์ผู้แข็งแกร่ง
• ได้รับเลือกเป็นพระมหากษัตริย์โดยเหล่าขุนนาง
• ทรงป้องกันปารีสจากการรุกรานของชาวไวกิง
• เสด็จสวรรคตด้วยโรคชรา[11]
9 ปี 10 เดือน 5 วัน

ราชวงศ์การอแล็งเฌียง (ค.ศ. 898 - 922)

[แก้]
พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์
(Roi des Francs)
พระนาม รัชกาล หมายเหตุ
เรื่มต้น สิ้นสุด
พระเจ้าชาร์ลที่ 3
(Charles III)
3 มกราคม
ค.ศ. 898
29 มิถุนายน
ค.ศ. 922
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 2 (ประสูติหลังพระราชบิดาเสด็จสวรรคต)
• ทูลเชิญขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์เพื่อต่อต้านพระเจ้าอูดในเดือนมกราคม ค.ศ. 893
• ถูกโค่นล้มราชบัลลังก์โดยผู้สนับสนุนของพระเจ้ารอแบร์
• ถูกจับกุมและคุมขังโดยเคานต์แห่งแวร์ม็องดัวจวบจนเสด็จสวรรคต[12]
24 ปี 5 เดือน 26 วัน

ราชวงศ์รอแบเฌียง (ค.ศ. 922 - 923)

[แก้]
พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์
(Roi des Francs)
พระนาม รัชกาล หมายเหตุ
เรื่มต้น สิ้นสุด
พระเจ้ารอแบร์ที่ 1
(Robert Ier)
29 มิถุนายน
ค.ศ. 922
15 มิถุนายน
ค.ศ. 923
• พระราชโอรสในรอแบร์ผู้แข็งแกร่ง
• พระอนุชาในพระเจ้าอูด
• เสด็จสวรรคตในยุทธการที่ซัวซ็องระหว่างศึกสงครามกับพระเจ้าชาร์ลที่ 3
• พระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสพระองค์เดียวที่สวรรคตจากการรบ[13]
11 เดือน 17 วัน

ราชวงศ์โบโซนิด (ค.ศ. 923 - 936)

[แก้]
พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์
(Roi des Francs)
พระนาม รัชกาล หมายเหตุ
เรื่มต้น สิ้นสุด
พระเจ้ารอดอล์ฟ
(Raoul หรือ Rodolphe)
15 มิถุนายน
ค.ศ. 923
14 มกราคม
ค.ศ. 936
• พระราชโอรสในริชาร์ด ดยุกแห่งบูร์กอญ
• พระชามาดา (ลูกเขย) ในพระเจ้ารอแบร์ที่ 1
• เกิดความวุ่นวายจากสงครามกลางเมืองและการปล้นสะดมของชาวไวกิงตลอดรัชสมัย
• สูญเสียดินแดนโลทริงเงิน (แคว้นลอแรน) ให้แก่พระเจ้าไฮน์ริชที่ 1 แห่งเยอรมนี
• เสด็จสวรรคตด้วยพระอาการประชวร[14]
12 ปี 6 เดือน 30 วัน

ราชวงศ์การอแล็งเฌียง (ค.ศ. 936 - 987)

[แก้]
พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์
(Roi des Francs)
พระนาม รัชกาล หมายเหตุ
เรื่มต้น สิ้นสุด
พระเจ้าหลุยส์ที่ 4
(Louis IV)
19 มิถุนายน
ค.ศ. 936
10 กันยายน
ค.ศ. 954
• พระราชโอรสในพระเจ้าชาร์ลที่ 3
• เสด็จกลับมาฝรั่งเศสหลังการลี้ภัยในอังกฤษ
• เสด็จสวรรคตหลังตกจากหลังม้า[15]
18 ปี 2 เดือน 22 วัน
พระเจ้าโลแทร์
(Lothaire)
10 กันยายน
ค.ศ. 954
2 มีนาคม
ค.ศ. 986
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 4
• เสด็จสวรรคตด้วยโรคชรา[16]
31 ปี 5 เดือน 20 วัน
พระเจ้าหลุยส์ที่ 5
(Louis V)
2 มีนาคม
ค.ศ. 986
22 พฤษภาคม
ค.ศ. 987
• พระราชโอรสในพระเจ้าโลแทร์
• เสด็จสวรรคตจากอุบัติเหตุระหว่างล่าสัตว์[17]
1 ปี 2 เดือน 20 วัน

ราชวงศ์กาเปเซียง

[แก้]

ราชวงศ์กาเปเซียงมีที่มาจากพระเจ้าอูก กาแป เชื้อพระวงศ์รอแบเฌียง ผู้ดำรงตำแหน่งดยุกแห่งแฟรงก์และได้รับเลือกขึ้นเป็นกษัตริย์ใน ค.ศ. 987 หากไม่นับรวมจักรวรรดิฝรั่งเศสภายใต้การนำของราชวงศ์โบนาปาร์ตแล้ว พระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสทุกพระองค์ล้วนสืบเชื้อสายผ่านทางรัชทายาทชายมาจากพระเจ้าอูก กาแป แทบทั้งสิ้น โดยการสืบราชสันตติวงศ์จากพระราชบิดาสู่พระราชโอรสเรื่อยมาจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 14 ซึ่งเรียกยุคนี้ว่า ราชวงศ์กาเปเซียงสายตรง (Direct Capetians)

ต่อมาราชบัลลังก์ได้เปลี่ยนผ่านสู่ราชวงศ์วาลัว ซึ่งเป็นสาขาแยกที่สืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าฟิลิปที่ 3 อย่างไรก็ตาม สิทธิในราชบัลลังก์ของราชวงศ์วาลัวถูกคัดค้านและอ้างสิทธิ์โดยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่งราชวงศ์แพลนแทเจอนิตของอังกฤษ เป็นพระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสผู้ชอบธรรมผ่านทางพระราชมารดา อีซาแบลแห่งฝรั่งเศส ส่งผลให้ทั้งสองราชวงศ์สู้รบกันในสงครามร้อยปี และนำไปสู่ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ที่พระเจ้าเฮนรีที่ 6 แห่งอังกฤษ เป็นที่ยอมรับในฐานะพระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสตามข้อตกลงในสนธิสัญญาทรัว

การปกครองของราชวงศ์วาลัวสิ้นสุดลงในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 ในระหว่างสงครามศาสนาของฝรั่งเศส โดยมีราชวงศ์บูร์บงซึ่งเป็นสายพระญาติห่าง ๆ เข้ามาสืบราชสมบัติแทน ราชวงศ์นี้สืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 แห่งราชวงศ์กาเปเซียง ทั้งนี้ ราชวงศ์บูร์บงได้ปกครองฝรั่งเศสเรื่อยมาจนกระทั่งถูกล้มล้างในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส แม้จะมีฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ขึ้นใหม่หลังจักรพรรดินโปเลียนถูกโค่นล้มราชบัลลังก์ก็ตาม โดยพระมหากษัตริย์ผู้สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์กาเปเซียงพระองค์สุดท้ายที่ได้ปกครองประเทศคือ พระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปที่ 1 แห่งราชวงศ์บูร์บง-ออร์เลอ็อง (ราชวงศ์สาขา) ในสมัยราชาธิปไตยเดือนกรกฎาคม (ค.ศ. 1830 – 1848)

ราชวงศ์กาเป

[แก้]
พระมหากษัตริย์แห่งชาวแฟรงก์
(Roi des Francs)
พระราช
ลัญจกร
พระนาม รัชกาล หมายเหตุ
เรื่มต้น สิ้นสุด
ไม่มี พระเจ้าอูก กาแป
(Hugues Capet)
3 มิถุนายน
ค.ศ. 987
24 ตุลาคม
ค.ศ. 996
• พระราชโอรสในอูกมหาราช
• พระราชนัดดาในพระเจ้ารอแบร์ที่ 1[c]
• ทรงได้รับเลือกจากขุนนางฝรั่งเศสขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์
ดยุกแห่งชาวแฟรงก์ตั้งแต่ ค.ศ. 956 และเสด็จสวรรคตด้วยโรคชรา[19]
9 ปี 4 เดือน 21 วัน
พระเจ้ารอแบร์ที่ 2
(Robert II)
24 ตุลาคม
ค.ศ. 996
20 กรกฎาคม
ค.ศ. 1031
• พระราชโอรสในพระเจ้าอูก กาแป
• ทรงถูกตัดขาดจากศาสนจักรเนื่องด้วยอภิเษกสมรสสามครั้ง
• ผนวกรวมดัชชีบูร์กอญเข้าเป็นส่วนหนึ่งของฝรั่งเศส[20]
34 ปี 8 เดือน 26 วัน
พระเจ้าอ็องรีที่ 1
(Henri Ier)
20 กรกฎาคม
ค.ศ. 1031
4 สิงหาคม
ค.ศ. 1060
• พระราชโอรสในพระเจ้ารอแบร์ที่ 2
• รัชกาลของพระองค์ประสบความขัดแย้งกับเหล่าบรรดาขุนนาง[21]
29 ปี 15 วัน
พระเจ้าฟีลิปที่ 1
(Philippe Ier)
4 สิงหาคม
ค.ศ. 1060
29 กรกฎาคม
ค.ศ. 1108
• พระราชโอรสในพระเจ้าอ็องรีที่ 1
• ปกครองโดยมีพระราชมารดาและเคานต์แห่งฟลานเดอส์เป็นผู้สำเร็จราชการแทนจนกระทั่งปี ค.ศ. 1066[22]
47 ปี 11 เดือน 25 วัน
พระเจ้าหลุยส์ที่ 6
(Louis VI)
29 กรกฎาคม
ค.ศ. 1108
1 สิงหาคม
ค.ศ. 1137
• พระราชโอรสในพระเจ้าฟีลิปที่ 1
• ทรงรวมศูนย์พระราชอำนาจในระหว่างรัชกาล
• พระมหากษัตริย์ผู้ทรงศึกสงครามกับอังกฤษพระองค์แรก[23]
29 ปี 3 วัน
พระเจ้าหลุยส์ที่ 7
(Louis VII)
1 สิงหาคม
ค.ศ. 1137
18 กันยายน
ค.ศ. 1180
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 6
• ทรงเป็นที่จดจำในฐานะพระราชศัตรูของพระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งอังกฤษ และการทัพในระหว่างสงครามครูเสดครั้งที่ 2[24]
43 ปี 1 เดือน 17 วัน
พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศส
(Roi de France)
พระราช
ลัญจกร
พระนาม รัชกาล หมายเหตุ
เรื่มต้น สิ้นสุด
พระเจ้าฟีลิปที่ 2
(Philippe II)
18 กันยายน
ค.ศ. 1180
14 กรกฎาคม
ค.ศ. 1223
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 7
• หนึ่งในพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส
• ริเริ่มใช้พระราชอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศส เป็นพระองค์แรก[25]
42 ปี 9 เดือน 26 วัน
พระเจ้าหลุยส์ที่ 8
(Louis VIII)
14 กรกฎาคม
ค.ศ. 1223
8 พฤศจิกายน
ค.ศ. 1226
• พระราชโอรสในพระเจ้าฟีลิปที่ 2
• ปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์อังกฤษในปี ค.ศ. 1216 แต่ต่อมาพ่ายแพ้ในสงครามขุนนางครั้งที่หนึ่ง[26]
3 ปี 3 เดือน 25 วัน
พระเจ้าหลุยส์ที่ 9
(Louis IX)
8 พฤศจิกายน
ค.ศ. 1226
25 สิงหาคม
ค.ศ. 1270
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 8
• ปกครองโดยมีพระราชมารดาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนจนกระทั่งปี ค.ศ. 1234
• เสด็จสวรรคตในระหว่างสงครามครูเสดครั้งที่ 8
• พระมหากษัตริย์พระองค์เดียวผู้เป็นที่เคารพบูชาโดยศาสนจักรโรมันคาทอลิก[27]
43 ปี 9 เดือน 17 วัน
พระเจ้าฟีลิปที่ 3
(Philippe III)
25 สิงหาคม
ค.ศ. 1270
5 ตุลาคม
ค.ศ. 1285
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 9
• ทรงแผ่ขยายอิทธิพลของฝรั่งเศสในยุโรปออกไปเป็นอันมาก
• ประชวรและสวรรคตด้วยโรคไข้[28]
15 ปี 1 เดือน 10 วัน
พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศสและนาวาร์
(Roi de France et de Navarre)
พระราช
ลัญจกร
พระนาม รัชกาล หมายเหตุ
เรื่มต้น สิ้นสุด
พระเจ้าฟีลิปที่ 4
(Philippe IV)
5 ตุลาคม
ค.ศ. 1285
29 พฤศจิกายน
ค.ศ. 1314
• พระราชโอรสในพระเจ้าฟีลิปที่ 3
พระมหากษัตริย์แห่งนาวาร์ (พระเจ้าฟีลิปที่ 1) จากการอภิเษกสมรสกับพระราชินีนาถโยอานาที่ 1
• ทรงเป็นที่จดจำจากความขัดแย้งกับพระสันตะปาปาแห่งกรุงโรม
• ทรงรวมศูนย์พระราชอำนาจในระหว่างรัชกาลและลดทอนอิทธิพลของบรรดาขุนนาง[29]
29 ปี 1 เดือน 24 วัน
พระเจ้าหลุยส์ที่ 10
(Louis X)
29 พฤศจิกายน
ค.ศ. 1314
5 มิถุนายน
ค.ศ. 1316
• พระราชโอรสในพระเจ้าฟีลิปที่ 4
พระมหากษัตริย์แห่งนาวาร์ (พระเจ้าหลุยส์ที่ 1)
• รัชกาลสั้น ๆ ของพระองค์ประสบความขัดแย้งกับบรรดาขุนนาง[30]
1 ปี 6 เดือน 7 วัน
พระเจ้าฌ็องที่ 1
(Jean Ier)
15 พฤศจิกายน
ค.ศ. 1316
19 พฤศจิกายน
ค.ศ. 1316
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 10 (ประสูติหลังพระราชบิดาเสด็จสวรรคต)
• พระมหากษัตริย์พระองค์เดียวผู้ทรงพระเยาว์ ผู้ครองราชย์ตั้งแต่ประสูติจวบจนสวรรคต และผู้ครองราชสมบัติสั้นที่สุด (โดยไม่เป็นที่โต้แย้ง) ในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส[d]
4 วัน
พระเจ้าฟีลิปที่ 5
(Philippe V)
20 พฤศจิกายน
ค.ศ. 1316
3 มกราคม
ค.ศ. 1322
• พระราชโอรสในพระเจ้าฟีลิปที่ 4
• พระปิตุลาในพระเจ้าฌ็องที่ 1
พระมหากษัตริย์แห่งนาวาร์ (พระเจ้าฟีลิปที่ 2)
• เสด็จสวรรคตโดยปราศจากรัชทายาทชาย[34]
5 ปี 1 เดือน 14 วัน
พระเจ้าชาร์ลที่ 4
(Charles IV)
3 มกราคม
ค.ศ. 1322
1 กุมภาพันธ์
ค.ศ. 1328
• พระราชโอรสในพระเจ้าฟีลิปที่ 4
• พระอนุชาในพระเจ้าฟีลิปที่ 5
พระมหากษัตริย์แห่งนาวาร์ (พระเจ้าชาร์ลที่ 1)
• เสด็จสวรรคตโดยปราศจากรัชทายาทชาย เป็นผลให้ราชสันตติวงศ์กาเปเซียงสายตรงสิ้นสุดลง[35]
6 ปี 29 วัน

ราชวงศ์วาลัว

[แก้]

การสวรรคตของพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ก่อให้เกิดสงครามร้อยปีระหว่างราชวงศ์วาลัวและราชวงศ์แพลนแทเจอนิต ผ่านราชวงศ์สาขาอย่างราชวงศ์แลงคัสเตอร์ เพื่อช่วงชิงสิทธิ์ในการสืบราชบัลลังก์ฝรั่งเศส ซึ่งราชวงศ์วาลัวอ้างสิทธิ์ตามกฎหมายแซลิกโบราณที่จำกัดไว้เฉพาะรัชทายาทชายเท่านั้น โดยยึดตามสายพระโลหิตบุรุษล้วนของกษัตริย์ฝรั่งเศสที่ใกล้ที่สุดคือ ชาร์ล เคานต์แห่งวาลัว พระราชโอรสองค์ที่สามในพระเจ้าฟิลิปที่ 3 ขณะที่ราชวงศ์แพลนแทเจอนิตอ้างสิทธิ์โดยยึดความใกล้ชิดทางสายพระโลหิตกับกษัตริย์ฝรั่งเศสในรัชกาลที่ใกล้กว่าคือ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ พระราชนัดดาในพระเจ้าฟิลิปที่ 4 ผ่านทางพระราชินีอีซาแบล พระราชมารดา

หลังสงครามสิ้นสุดลง ราชวงศ์วาลัวเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในท้ายที่สุด พงศาวดารฝรั่งเศสจึงได้บันทึกรายพระนามกษัตริย์ฝรั่งเศสจากราชวงศ์วาลัวเป็นกษัตริย์โดยชอบธรรม ทั้งนี้ กษัตริย์จากราชวงศ์แพลนแทเจอนิตพระองค์หนึ่งคือ พระเจ้าเฮนรีที่ 6 แห่งอังกฤษ ทรงปกครองฝรั่งเศสในทางนิตินัยตามข้อตกลงจากสนธิสัญญาทรัว ซึ่งกลายเป็นรากฐานให้พระมหากษัตริย์อังกฤษใช้อ้างสิทธิ์เหนือราชบัลลังก์ฝรั่งเศสสืบเนื่องไปจนถึงปี ค.ศ. 1801 โดยมีราชวงศ์วาลัวปกครองฝรั่งเศสไปจนกระทั่งไร้รัชทายาทสืบราชสันตติวงศ์ในปี ค.ศ. 1589 ท่ามกลางสงครามศาสนาที่กำลังก่อตัว อนึ่ง เนื่องด้วยราชอาณาจักรนาวาร์ไม่มีธรรมเนียมการสืบราชสมบัติเฉพาะแต่รัชทายาทชาย ราชบัลลังก์นาวาร์และฝรั่งเศสจึงสืบสันตติวงศ์แยกจากกันนับตั้งแต่รัชสมัยพระราชินีนาถโยอานาที่ 2 พระราชธิดาในพระเจ้าหลุยส์ที่ 10 เป็นต้นมา

พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศส
(Roi de France)
พระราช
ลัญจกร
พระนาม รัชกาล หมายเหตุ
เรื่มต้น สิ้นสุด
พระเจ้าฟีลิปที่ 6
(Philippe VI)
1 เมษายน
ค.ศ. 1328
22 สิงหาคม
ค.ศ. 1350
• พระราชนัดดาในพระเจ้าฟิลิปที่ 3
• พระญาติในพระเจ้าชาร์ลที่ 4
• รัชกาลของพระองค์รายล้อมไปด้วยผลสืบเนื่องจากความขัดแย้งในการสืบราชสมบัติจนนำไปสู่สงครามร้อยปี[36]
22 ปี 4 เดือน 21 วัน
พระเจ้าฌ็องที่ 2
(Jean II)
22 สิงหาคม
ค.ศ. 1350
8 เมษายน
ค.ศ. 1364
• พระราชโอรสในพระเจ้าฟีลิปที่ 6
• ทรงถูกฝ่ายอังกฤษจับกุมในยุทธการที่ปัวตีเย และถูกบังคับให้ลงพระนามในสนธิสัญญาที่ทำให้เสียเปรียบหลายฉบับ[37]
13 ปี 7 เดือน 17 วัน
พระเจ้าชาร์ลที่ 5
(Charles V)
8 เมษายน
ค.ศ. 1364
16 กันยายน
ค.ศ. 1380
• พระราชโอรสในพระเจ้าฌ็องที่ 2
• รัชกาลของพระองค์ประสบความขัดแย้งกับเหล่าขุนนางและความขัดแย้งครั้งใหม่กับอังกฤษ[38]
16 ปี 5 เดือน 8 วัน
พระเจ้าชาร์ลที่ 6
(Charles VI)
16 กันยายน
ค.ศ. 1380
21 ตุลาคม
ค.ศ. 1422
• พระราชโอรสในพระเจ้าชาร์ลที่ 5
• สำเร็จราชการแทนโดยพระปิตุลาจนถึงปี ค.ศ. 1388
• พระสติฟั่นเฟือนเป็นเวลายาวนานก่อจะเสด็จสวรรคตด้วยโรคชรา[39]
42 ปี 1 เดือน 5 วัน
พระเจ้าอ็องรีที่ 2
(Henri II)
21 ตุลาคม
ค.ศ. 1422
19 ตุลาคม
ค.ศ. 1453
ผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์สายอังกฤษ
• พระราชนัดดาในพระเจ้าชาร์ลที่ 6 ผ่านทางพระราชมารดา
• รัชทายาทฝรั่งเศสผ่านการอ้างสิทธิ์ตามสนธิสัญญาทรัว
พระมหากษัตริย์อังกฤษตั้งแต่ 1 กันยายน ค.ศ. 1422 ผ่านผู้สำเร็จราชการแทนหลายพระองค์จนกระทั่งปี ค.ศ. 1437[40]
30 ปี 11 เดือน 28 วัน (เป็นที่ถกเถียง)
พระเจ้าชาร์ลที่ 7
(Charles VII)
21 ตุลาคม
ค.ศ. 1422
22 กรกฎาคม
ค.ศ. 1461
• พระราชโอรสในพระเจ้าชาร์ลที่ 6
• พระปิตุลาในพระเจ้าอ็องรีที่ 2
สงครามร้อยปีสิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของราชวงศ์วาลัว[41]
38 ปี 9 เดือน 1 วัน
พระเจ้าหลุยส์ที่ 11
(Louis XI)
22 กรกฎาคม
ค.ศ. 1461
30 สิงหาคม
ค.ศ. 1483
• พระราชโอรสในพระเจ้าชาร์ลที่ 7
• ทรงแผ่ขยายพระราชอำนาจเพิ่มเติมตลอดรัชกาล
• ทรงได้รับสมัญญานาม "พระราชาแมงมุม" เนื่องด้วยแผนการคบคิดและกลอุบายต่าง ๆ ของพระองค์ร้อยเรียงราวกับเครือข่ายใยแมงมุม[42]
22 ปี 1 เดือน 8 วัน
พระเจ้าชาร์ลที่ 8
(Charles VIII)
30 สิงหาคม
ค.ศ. 1483
7 เมษายน
ค.ศ. 1498
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 11
• ปกครองผ่านการสำเร็จราชการแทนโดยพระเชษฐภคินีจนกระทั่งปี ค.ศ. 1491
• ทรงริเริ่มสงครามอิตาลีอันยาวนานและไม่ประสบความสำเร็จ
• สวรรคตจากอุบัติเหตุพระเศียรฟาดชนกับทับหลัง[43]
14 ปี 7 เดือน 8 วัน

ราชวงศ์วาลัว-ออร์เลอ็อง

[แก้]
พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศส
(Roi de France)
พระราช
ลัญจกร
พระนาม รัชกาล หมายเหตุ
เรื่มต้น สิ้นสุด
พระเจ้าหลุยส์ที่ 12
(Louis XII)
7 เมษายน
ค.ศ. 1498
1 มกราคม
ค.ศ. 1515
• พระราชปนัดดา (เหลน) ในพระเจ้าชาร์ลที่ 4
• พระญาติและพระชามาดา (ลูกเขย) ในพระเจ้าหลุยส์ที่ 11
• ทรงศึกสงครามและเข้าปกครองราชอาณาจักรนาโปลีและดัชชีมีลาโนในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ[44]
16 ปี 8 เดือน 25 วัน

ราชวงศ์วาลัว-อ็องกูแลม

[แก้]
พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศส
(Roi de France)
พระราช
ลัญจกร
พระนาม รัชกาล หมายเหตุ
เรื่มต้น สิ้นสุด
พระเจ้าฟร็องซัวที่ 1
(François Ier)
1 มกราคม
ค.ศ. 1515
31 มีนาคม
ค.ศ. 1547
• พระราชปนัดดา (เหลน) ในพระเจ้าชาร์ลที่ 4
• พระญาติและพระชามาดา (ลูกเขย) ในพระเจ้าหลุยส์ที่ 12
• ทรงเป็นที่จดจำในฐานะผู้อุปถัมภ์ศิลปวิทยาการสมัยเรอแนซ็องส์
• ประชวรและสวรรคตด้วยโรคไข้[45]
32 ปี 2 เดือน 30 วัน
พระเจ้าอ็องรีที่ 2
(Henri II)
31 มีนาคม
ค.ศ. 1547
10 กรกฎาคม
ค.ศ. 1559
• พระราชโอรสในพระเจ้าฟร็องซัวที่ 1
• สวรรคตจากอุบัติเหตุระหว่างการแข่งขันประลองทวน[46]
12 ปี 3 เดือน 10 วัน
พระเจ้าฟร็องซัวที่ 2
(François II)
10 กรกฎาคม
ค.ศ. 1559
5 ธันวาคม
ค.ศ. 1560
• พระราชโอรสในพระเจ้าอ็องรีที่ 2
• พระราชสวามีในพระราชินีนาถแมรีที่ 1 แห่งสกอตแลนด์
• ประชวรและพระพลานามัยอ่อนแอตั้งแต่ทรงพระเยาว์
• ปกครองผ่านการสำเร็จราชการแทนโดยตระกูลกีซจวบจนสวรรคตก่อนเจริญพระชนมพรรษา[47]
1 ปี 4 เดือน 25 วัน
พระเจ้าชาร์ลที่ 9
(Charles IX)
5 ธันวาคม
ค.ศ. 1560
30 พฤษภาคม
ค.ศ. 1574
• พระราชโอรสในพระเจ้าอ็องรีที่ 2
• ปกครองผ่านการสำเร็จราชการแทนโดยพระราชมารดาจนกระทั่ง ค.ศ. 1563 และตกอยู่ใต้อิทธิพลของพระนางตลอดรัชกาล
สงครามศาสนาปะทุขึ้นในปี ค.ศ. 1562
• ทรงเป็นที่จดจำจากการสังหารหมู่ที่วาซี (Massacre of Vassy)[48]
13 ปี 5 เดือน 25 วัน
พระเจ้าอ็องรีที่ 3
(Henri III)
30 พฤษภาคม
ค.ศ. 1574
2 สิงหาคม
ค.ศ. 1589
• พระราชโอรสในพระเจ้าอ็องรีที่ 2
พระมหากษัตริย์แห่งเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย[e]
• ทรงปกครองในช่วงสงครามศาสนาจนนำไปสู่การลอบปลงพระชนม์ในท้ายที่สุด[52]
15 ปี 2 เดือน 3 วัน

ราชวงศ์บูร์บง

[แก้]

เมื่อพระเจ้าอ็องรีที่ 2 เสด็จสวรรคต ราชบัลลังก์ฝรั่งเศสภายใต้การปกครองของราชวงศ์วาลัวแลดูมั่นคงสถาพร เนื่องด้วยรัชทายาทชายผู้สืบราชสันตติวงศ์ยังทรงพระชนม์ชีพถึง 4 พระองค์ อย่างไรก็ตาม พระเจ้าฟร็องซัวที่ 2 พระราชโอรสองค์แรกกลับเสด็จสวรรคตขณะยังทรงพระเยาว์ ส่วนพระเจ้าชาร์ลที่ 9 พระราชโอรสองค์ที่สองไม่มีพระราชบุตรตามกฎหมายที่จะสืบราชสมบัติได้ ตามมาด้วยการสิ้นพระชนม์ก่อนวัยอันควรของแอร์กูล ฟร็องซัว พระราชโอรสองค์ที่สี่ และการลอบปลงพระชนม์พระเจ้าอ็องรีที่ 3 พระราชโอรสองค์ที่สามผู้ไร้ซึ่งรัชทายาท ฝรั่งเศสจึงตกอยู่ในวิกฤตการสืบราชสันตติวงศ์เพื่อช่วงชิงราชบัลลังก์โดยเหล่าพระญาติห่าง ๆ ของพระมหากษัตริย์อย่างไม่คาดหมาย ในขณะที่ผู้มีสิทธิ์สืบราชบัลลังก์มากที่สุดอย่างพระเจ้าอ็องรีที่ 3 แห่งนาวาร์ ทรงเป็นโปรเตสแตนต์ ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของเหล่าขุนนางฝรั่งเศสส่วนใหญ่

ในท้ายที่สุด หลังจากทรงได้รับชัยชนะจากสมรภูมิหลายครั้งเพื่อปกป้องราชสิทธิ์ของพระองค์ พระเจ้าอ็องรีตัดสินพระทัยเปลี่ยนมาเข้ารีตนิกายโรมันคาทอลิกและบรมราชาภิเษกเป็นพระเจ้าอ็องรีที่ 4 อันเป็นการสถาปนาราชวงศ์บูร์บงขึ้นอย่างเป็นทางการ นับเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ที่ราชอาณาจักรนาวาร์และฝรั่งเศสตกอยู่ใต้การปกครองของประมุของค์เดียวกัน เนื่องด้วยกฎการสืบราชสมบัติที่แตกต่างได้แยกทั้งสองอาณาจักรออกจากกันในระหว่างสงครามร้อยปี ทั้งนี้ การปกครองของราชวงศ์บูร์บงสิ้นสุดลงในระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส และถูกแทนที่ด้วยระบอบสาธารณรัฐในช่วงระยะสั้น ๆ

พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศสและนาวาร์
(Roi de France et de Navarre)
พระราช
ลัญจกร
พระนาม รัชกาล หมายเหตุ
เรื่มต้น สิ้นสุด
พระเจ้าชาร์ลที่ 10
(Charles X)
2 สิงหาคม
ค.ศ. 1589
9 พฤษภาคม
ค.ศ. 1590
ผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์
• พระปนัดดารุ่นที่ 7 ในพระเจ้าหลุยส์ที่ 9
• ประกาศให้เป็นกษัตริย์โดยสันนิบาตคาทอลิกเพื่อต่อต้านพระเจ้าอ็องรีที่ 4
• อ้างสิทธิ์ตลอดรัชกาลขณะถูกคุมขังโดยพระเจ้าอ็องรีที่ 4 จวบจนมรณภาพด้วยโรคชรา
9 เดือน 7 วัน (เป็นที่ถกเถียง)
พระเจ้าอ็องรีที่ 4
(Henri IV)
2 สิงหาคม
ค.ศ. 1589
14 พฤษภาคม
ค.ศ. 1610
• รัชทายาทรุ่นที่ 10 ในพระเจ้าหลุยส์ที่ 9
• พระภาติยะ (หลานลุง) ในชาร์ล พระคาร์ดินัลแห่งบูร์บง
• พระชามาดา (ลูกเขย) ในพระเจ้าอ็องรีที่ 2
พระมหากษัตริย์แห่งนาวาร์ล่าง (พระเจ้าอ็องรีที่ 3)
• ถูกลอบปลงพระชนม์โดยคริสต์ศาสนิกชนนิกายคาทอลิกหัวรุนแรง ฟร็องซัว ราวายัก
20 ปี 9 เดือน 12 วัน
พระเจ้าหลุยส์ที่ 13
(Louis XIII)
14 พฤษภาคม
ค.ศ. 1610
14 พฤษภาคม
ค.ศ. 1643
• พระราชโอรสในพระเจ้าอ็องรีที่ 4
พระมหากษัตริย์แห่งนาวาร์ล่างองค์สุดท้าย (พระเจ้าหลุยส์ที่ 2)[f]
• เสด็จสวรรคตด้วยโรคชรา[53]
33 ปี
พระเจ้าหลุยส์ที่ 14
(Louis XIV)
14 พฤษภาคม
ค.ศ. 1643
1 กันยายน
ค.ศ. 1715
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 13
• ครองราชย์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์โดยมีพระราชมารดาเป็นผู้สำเร็จราชการแทน
• พระมหากษัตริย์ผู้ครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์โลก[54]
72 ปี 3 เดือน 18 วัน
พระเจ้าหลุยส์ที่ 15
(Louis XV)
1 กันยายน
ค.ศ. 1715
10 พฤษภาคม
ค.ศ. 1774
• พระราชปนัดดา (เหลน) ในพระเจ้าหลุยส์ที่ 14
• ครองราชย์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์โดยมีดยุกแห่งบูร์บง-ออร์เลอ็องเป็นผู้สำเร็จราชการแทน[55]
58 ปี 8 เดือน 9 วัน
พระเจ้าหลุยส์ที่ 16
(Louis XVI)
10 พฤษภาคม
ค.ศ. 1774
21 กันยายน
ค.ศ. 1792[g]
• พระราชนัดดาในพระเจ้าหลุยส์ที่ 15
• ทรงจำยอมเป็นกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญหลังเกิดการปฏิวัติฝรั่งเศส
• ทรงถูกโค่นล้มราชบัลลังก์อย่างเป็นทางการหลังการสถาปนาสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 1
• ทรงถูกสำเร็จโทษต่อหน้าสาธารณชนปลัสเดอลาเรวอลูว์ซียง ด้วยข้อหากบฏต่อแผ่นดิน[56]
18 ปี 4 เดือน 11 วัน
พระเจ้าหลุยส์ที่ 17
(Louis XVII)
21 มกราคม
ค.ศ. 1793
8 มิถุนายน
ค.ศ. 1795
• พระราชโอรสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 16
• ทรงถูกจับกุมและคุมขังโดยกองกำลังคณะปฏิวัติตลอดรัชกาล[57]
2 ปี 4 เดือน 18 วัน (เป็นที่ถกเถียง)

คริสต์ศตวรรษที่ 19 อันยาวนาน

[แก้]

ยุคสมัยที่เรียกกันว่า คริสต์ศตวรรษที่ 19 อันยาวนาน (Long nineteenth century) ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความผันผวนอย่างยิ่งในทางการเมืองของฝรั่งเศส โดยทั่วไปเริ่มตั้งแต่การปฏิวัติฝรั่งเศส ซึ่งนำไปสู่การโค่นล้มและสำเร็จโทษพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 อย่างไรก็ตาม ฝ่ายนิยมกษัตริย์ยังคงยอมรับพระเจ้าหลุยส์ที่ 17 พระราชโอรส เป็นพระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศสในทางนิตินัยต่อไป แม้ว่าพระองค์จะถูกคุมขังโดยรัฐบาลคณะปฏิวัติจวบจนเสด็จสวรรคตโดยมิเคยได้ปกครองประเทศอย่างแท้จริง

ต่อมาภายใต้ระบอบสาธารณรัฐ ฝรั่งเศสเปลี่ยนรูปแบบรัฐบาลและรัฐธรรมนูญหลายครั้ง จนกระทั่งสถาปนาเป็นจักรวรรดิจากการขึ้นสู่อำนาจของนโปเลียน โบนาปาร์ต ผู้ดำรงตำแหน่งกงสุลเอกในขณะนั้น ซึ่งได้ปราบดาภิเษกเป็นจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ในเวลาต่อมา อย่างไรก็ดี จักรพรรดินโปเลียนถูกถอดจากราชบัลลังก์ถึงสองครั้งหลังพ่ายแพ้ในสงครามนโปเลียน

ภายหลังยุคนโปเลียน ฝรั่งเศสได้เข้าสู่ช่วงเวลาของรัฐบาลกษัตริย์นิยมสองระบอบ ได้แก่ การฟื้นฟูราชวงศ์บูร์บง ซึ่งปกครองโดยพระอนุชาของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 สองพระองค์ต่อจากกันตามลำดับ และระบอบกษัตริย์เดือนกรกฎาคมภายใต้การปกครองของพระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปที่ 1 ผู้สืบสายพระโลหิตมาจากดยุกแห่งออร์เลอ็อง พระอนุชาในพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 จนกระทั่งเกิดการปฏิวัติฝรั่งเศส ค.ศ. 1848 ที่ยุติการปกครองแบบมีพระมหากษัตริย์ลงอีกครั้ง และก่อตั้งสาธารณรัฐที่ 2 ซึ่งดำรงอยู่เพียง 4 ปี ก่อนที่ประธานาธิบดีในขณะนั้นจะปราบดาภิเษกตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 และทรงถูกถอดถอนโดยสาธารณรัฐที่ 3 ในเวลาต่อมา นับเป็นการสิ้นสุดระบอบกษัตริย์ในฝรั่งเศสอย่างถาวร

ราชวงศ์โบนาปาร์ต (จักรวรรดิที่หนึ่ง)

[แก้]
จักรพรรดิแห่งชาวฝรั่งเศส
(Empereur des Français)
พระราช
ลัญจกร
พระนาม รัชกาล หมายเหตุ
เรื่มต้น สิ้นสุด
จักรพรรดินโปเลียนที่ 1
(Napoléon Ier)
18 พฤษภาคม
ค.ศ. 1804
2 เมษายน
ค.ศ. 1814
• ดำรงตำแหน่งกงสุลเอกหลังการรัฐประหาร 18 บรูว์แมร์
• ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นจักรพรรดิฝรั่งเศสพระองค์แรก
• เข้ายึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในยุโรปจากสงครามนโปเลียน
• ทรงเป็นที่จดจำในฐานะผู้บัญชาการทหารผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์พระองค์หนึ่ง
• ทรงถูกโค่นล้มระหว่างออกรบในต่างประเทศ
• ทรงถูกบังคับให้สละราชสมบัติและเนรเทศไปยังเกาะเอลบา[58]
9 ปี 10 เดือน 15 วัน
จักรพรรดินโปเลียนที่ 2
(Napoléon II)
4 เมษายน
ค.ศ. 1814
6 เมษายน
ค.ศ. 1814
• พระราชโอรสในจักรพรรดินโปเลียนที่ 1
• สืบราชสมบัติต่อจากพระราชบิดาด้วยวัยเพียง 4 ชันษา
ฝ่ายสหสัมพันธมิตรและวุฒิสภาไม่ยอมรับเป็นจักรพรรดิ
2 วัน (เป็นที่ถกเถียง)

ราชวงศ์บูร์บง (ฟื้นฟูครั้งที่หนึ่ง)

[แก้]
พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศสและนาวาร์
(Roi de France et de Navarre)
พระราช
ลัญจกร
พระนาม รัชกาล หมายเหตุ
เรื่มต้น สิ้นสุด
พระเจ้าหลุยส์ที่ 18
(Louis XVIII)
3 พฤษภาคม
ค.ศ. 1814
20 มีนาคม
ค.ศ. 1815
• พระอนุชาในพระเจ้าหลุยส์ที่ 16
• ขึ้นครองราชย์จากการฟื้นฟูสถาบันกษัตริย์ด้วยความช่วยเหลือของราชวงศ์ต่าง ๆ ในยุโรป
• เสด็จลี้ภัยออกจากฝรั่งเศสในช่วงที่พระเชษฐาเสด็จหนีออกจากกรุงปารีสระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส
• เสด็จลี้ภัยอีกครั้งหลังการกลับมาของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1[59]
10 เดือน 17 วัน

ราชวงศ์โบนาปาร์ต (สมัยร้อยวัน)

[แก้]
จักรพรรดิแห่งชาวฝรั่งเศส
(Empereur des Français)
พระราช
ลัญจกร
พระนาม รัชกาล หมายเหตุ
เรื่มต้น สิ้นสุด
จักรพรรดินโปเลียนที่ 1
(Napoléon Ier)
20 มีนาคม
ค.ศ. 1815
22 มิถุนายน
ค.ศ. 1815
• เสด็จนิวัติกรุงปารีสและครองราชย์อีกครั้ง
• ทรงพ่ายแพ้ในยุทธการที่วอเตอร์ลู
• สละราชสมบัติให้พระราชโอรส
• ภายหลังทรงถูกเนรเทศไปยังเกาะเซนต์เฮเลนาและเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1821[58]
3 เดือน 2 วัน (94 วัน)
จักรพรรดินโปเลียนที่ 2
(Napoléon II)
22 มิถุนายน
ค.ศ. 1815
7 กรกฎาคม
ค.ศ. 1815
• พระราชโอรสในจักรพรรดินโปเลียนที่ 1
• ประทับอยู่ในออสเตรียกับพระราชมารดาตลอดช่วงรัชกาล
ฝ่ายสหสัมพันธมิตรไม่ยอมรับเป็นพระจักรพรรดิ
• สิ้นพระชนม์ด้วยวัณโรคในอีกหลายปีต่อมา[60][61]
15 วัน (เป็นที่ถกเถียง)

ราชวงศ์บูร์บง (ฟื้นฟูครั้งที่สอง)

[แก้]
พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศสและนาวาร์
(Roi de France et de Navarre)
พระราช
ลัญจกร
พระนาม รัชกาล หมายเหตุ
เรื่มต้น สิ้นสุด
พระเจ้าหลุยส์ที่ 18
(Louis XVIII)
7 กรกฎาคม
ค.ศ. 1815
16 กันยายน
ค.ศ. 1824
• พระอนุชาในพระเจ้าหลุยส์ที่ 16
• ทรงพยายามครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ
• พระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสพระองค์สุดท้ายที่สวรรคตขณะทรงราชย์[59]
9 ปี 2 เดือน 9 วัน
พระเจ้าชาร์ลที่ 10
(Charles X)
16 กันยายน
ค.ศ. 1824
2 สิงหาคม
ค.ศ. 1830
• พระอนุชาในพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระเจ้าหลุยส์ที่ 18
• ทรงพยายามรื้อฟื้นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
• สละราชสมบัติแก่พระราชนัดดาหลังการปฏิวัติเดือนกรกฎาคม[62]
5 ปี 10 เดือน 17 วัน
พระเจ้าหลุยส์ที่ 19
(Louis XIX)
2 สิงหาคม ค.ศ. 1830 • พระราชโอรสในพระเจ้าชาร์ลที่ 10
• บันทึกกล่าวอ้างว่าทรงสละราชสมบัติตามหลังพระบิดาเพียง 20 นาที[h]
• ต่อมาทรงเป็นผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์สายเลฌีตีมิสต์[65]
20 นาที (เป็นที่ถกเถียง)
พระเจ้าอ็องรีที่ 5
(Henri V)
2 สิงหาคม
ค.ศ. 1830
9 สิงหาคม
ค.ศ. 1830
ผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์สายเลฌีตีมิสต์
• พระราชนัดดาในพระเจ้าชาร์ลที่ 10
• เสด็จสวรรคตระหว่างลี้ภัยยังต่างประเทศในอีกหลายปีต่อมา[66]
7 วัน (เป็นที่ถกเถียง)

ราชวงศ์บูร์บง-ออร์เลอ็อง (ราชาธิปไตยเดือนกรกฎาคม)

[แก้]

ราชวงศ์บูร์บงฟื้นฟูสิ้นสุดลงจากการปฏิวัติเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1830 หลังพระเจ้าชาร์ลที่ 10 ถูกถอดจากราชสมบัติและเชิญพระญาติห่าง ๆ ผู้มีแนวคิดเสรีนิยมมากกว่าอย่างพระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปที่ 1 ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์แทน ทั้งนี้ ก่อนที่จะลงพระนามสละสิทธิ์การสืบราชสมบัติ เจ้าชายหลุยส์ อ็องตวน พระราชโอรสในพระเจ้าชาร์ลที่ 10 ทรงโต้เถียงกับพระราชบิดานานกว่า 20 นาที ก่อให้เกิดข้อถกเถียงว่าควรนับรวมพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสหรือไม่ เนื่องด้วยไม่เคยผ่านพิธีบรมราชาภิเษกและปกครองประเทศอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับ เจ้าชายอ็องรีแห่งอาร์ตัว พระภาติยะ (หลานลุง) ที่ได้รับยกย่องเป็นพระเจ้าอ็องรีที่ 5 จากฝ่ายนิยมเจ้าบางส่วน แต่ระบอบการปกครองใหม่ไม่ยอมรับการอ้างสิทธิ์ดังกล่าวและพระองค์ก็มิเคยได้ปกครองในทางพฤตินัย

พระเจ้าชาร์ลที่ 10 เคยเสนอพระนามดยุกแห่งออร์เลอ็อง (พระยศของพระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปที่ 1 ขณะนั้น) เป็น ลีเยอเตอน็อง เฌเนราล ดู รอโยม (Lieutenant général du royaume; เทียบเท่ายศพลโททางทหาร) ในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระเจ้าอ็องรีที่ 5 ขณะทรงพระเยาว์ และเป็นผู้ประกาศพระราชประสงค์ในการสืบราชสมบัติแก่พระราชนัดดาให้สภาผู้แทนราษฎร (เทียบเท่าสภาสามัญชนของสหราชอาณาจักร) ซึ่งเป็นสภาล่างของรัฐสภาฝรั่งเศสทราบ แต่ดยุกแห่งออร์เลออ็องไม่ได้ทรงปฏิบัติตาม เนื่องด้วยต้องการเพิ่มโอกาสขึ้นครองราชย์ของพระองค์เอง ด้วยเหตุดังกล่าว ประกอบกับสมาชิกรัฐสภาฝรั่งเศสในขณะนั้นทราบถึงแนวคิดการเมืองแบบเสรีนิยมและความนิยมส่วนพระองค์ในหมู่ประชาชน จึงได้เชิญเสด็จสืบราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แทนเชื้อพระราชวงศ์บูร์บงสายหลัก

พระมหากษัตริย์แห่งชาวฝรั่งเศส
(Roi des Français)
พระราช
ลัญจกร
พระนาม รัชกาล หมายเหตุ
เรื่มต้น สิ้นสุด

พระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปที่ 1
(Louis-Philippe Ier)
9 สิงหาคม
ค.ศ. 1830
24 กุมภาพันธ์
ค.ศ. 1848
• รัชทายาทรุ่นที่ 6 ในพระเจ้าหลุยส์ที่ 13
• ขึ้นครองราชย์หลังจากการปฏิวัติเดือนกรกฎาคม
• ทรงประกาศตนว่าเป็นกษัตริย์แห่งชาวฝรั่งเศส มิใช่กษัตริย์แห่งประเทศฝรั่งเศส
• ทรงเป็นพระราชาธิบดี (King) พระองค์สุดท้ายของฝรั่งเศส
17 ปี 6 เดือน 15 วัน
พระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปที่ 2
(Louis-Philippe II)
24 กุมภาพันธ์
ค.ศ. 1848
26 กุมภาพันธ์
ค.ศ. 1848
ผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์สายออร์เลอ็องนิสต์
• พระราชนัดดาในพระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปที่ 1
• ได้รับเลือกจากพระอัยกาเป็นรัชทายาทสืบทอดบัลลังก์ แต่สมัชชาแห่งชาติปฏิเสธที่จะยอมรับเป็นพระมหากษัตริย์ และประกาศสถาปนาสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่สองในเวลาต่อมา
2 วัน (เป็นที่ถกเถียง)

ราชวงศ์โบนาปาร์ต (จักรวรรดิที่สอง)

[แก้]

สาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 2 ดำรงอยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1848 ถึง ค.ศ. 1852 ก่อนจะสิ้นสุดลงเมื่อประธานาธิบดี ชาร์ล-หลุยส์-นโปเลียน โบนาปาร์ต ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งชาวฝรั่งเศสด้วยพระนาม นโปเลียนที่ 3 ทั้งนี้ ทรงถูกถอดถอนจากอำนาจในระหว่างสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย และเป็นพระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายที่ปกครองฝรั่งเศส

จักรพรรดิแห่งชาวฝรั่งเศส
(Empereur des Français)
พระราช
ลัญจกร
พระนาม รัชกาล หมายเหตุ
เรื่มต้น สิ้นสุด
จักรพรรดินโปเลียนที่ 3
(Napoléon III)
2 ธันวาคม
ค.ศ. 1852
4 กันยายน
ค.ศ. 1870
• เป็นพระภาติยะ (หลานลุง) ในจักรพรรดินโปเลียนที่ 1
• ทรงเป็นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสคนแรก
• ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 1848 จนถึงการปราบดาภิเษก
• ทรงรัฐประหารและปราบดาภิเษกขึ้นเป็นจักรพรรดิ
• ทรงเป็นจักรพรรดิฝรั่งเศสพระองค์สุดท้าย
17 ปี 9 เดือน 2 วัน

ผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์

[แก้]

ผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์หลายท่านสืบเชื้อสายมาจากกษัตริย์พระองค์ก่อน ๆ และได้ประกาศตนเป็นกษัตริย์ฝรั่งเศสที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งยังไม่ยอมรับประมุขแห่งรัฐ (ประธานาธิบดี) และกันเองอีกด้วย ซึ่งได้แก่

หมายเหตุ

[แก้]
  1. พระเจ้าหลุยส์ผู้ศรัทธาและชาร์เลอมาญ ทรงถูกระบุเป็น พระเจ้าหลุยส์ที่ 1 และ พระเจ้าชาร์ลที่ 1 ในทั้งรายพระนามพระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสและเยอรมัน
  2. พระเจ้าชาร์ลเดิมเป็นพระมหากษัตริย์แห่งแฟรงก์ตะวันออก (เยอรมนี) และจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ด้วยทรงเป็นจักรพรรดิพระนามชาร์ลพระองค์ที่ 3 จึงเป็นที่รู้จักในฐานะ พระเจ้าชาร์ลที่ 3 ในรายพระนามพระมหากษัตริย์ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นคนละพระองค์กับ พระเจ้าชาร์ลที่ 3 (ชาร์ลผู้เรียบง่าย) โดยความสับสนในการลำดับพระนามนี้มีที่มาจากพระเจ้าชาร์ลที่ 5 ผู้ริเริ่มลำดับพระนามของพระมหาษัตริย์เป็นพระองค์แรก[9]
  3. พระเจ้าอูก กาแป ยังเป็นรัชทายาทสืบเชื้อสายมาจากทั้งพระเจ้าหลุยส์ผู้ศรัทธาและพระเจ้าเปแป็งแห่งอิตาลี พระราชโอรสในพระเจ้าชาร์เลอมาญ ผ่านทางพระอัยยิกาฝ่ายพระราชบิดา (ย่า) และฝ่ายพระราชมารดา (ยาย) ตามลำดับ และเป็นภาติยะ (หลานลุง) ในพระเจ้าอ็อทโทที่ 1 มหาราช[18]
  4. ทรงพระชนม์ชีพระหว่างวันที่ 15 - 19 พฤศจิกายน ตามพงศาวดารของกีโยม เดอ น็องฌี (Guillaume de Nangis)[31] ขณะที่ พงศาวดารปารีสนิรนาม ค.ศ. 1316 - 1339 (Chronique Parisienne Anonyme de 1316 à 1339) ระบุว่าทรงพระชนม์ชีพระหว่างวันที่ 13 - 18 พฤศจิกายน[32] อย่างไรก็ตาม แหล่งอ้างอิงในปัจจุบันมักระบุพระชนม์ชีพของพระองค์เป็นวันที่ 13 - 15 พฤศจิกายน[33]
  5. พระเจ้าอ็องรีที่ 3 ได้รับเลือกเป็นพระมหากษัตริย์แห่งเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 1573[49] และบรมราชาภิเษกเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1574[50] แต่ทรงถูกขับออกจากบัลลังก์เพียงหนึ่งปีถัดมาเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 1575[51]
  6. นาวาร์ล่างถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของฝรั่งเศสในรัชกาลของพระองค์ แต่พระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสจากราชวงศ์บูร์บงยังคงใช้พระอิสริยยศ แห่งนาวาร์ ต่อท้าย เรื่อยไปจนถึงสมัยราชวงศ์ฟื้นฟู
  7. พระราชอำนาจของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ในทางพฤตินัยสิ้นสุดลงหลังการเดินขบวนสู่แวร์ซายเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 1789 หลังตกเป็นองค์ประกันของกองกำลังฝ่ายปฏิวัติ
  8. แม้ บันทึกสถิติโลกกินเนสส์ อ้างว่าเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ครองราชย์สั้นที่สุดในประวัติศาสตร์[63] แต่ข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ปรากฎหลักฐานยืนยัน[64] รวมถึงพฤติการณ์ในระหว่างที่ทรงสละราชสมบัติก็ไม่ปรากฎแน่ชัด เอกสารที่ลงพระนามร่วมกับพระราชบิดาปรากฎเพียงพระอิสริยยศ โดแฟ็ง โดยอ้างว่าทรงปฏิเสธการลงพระนามตามหลังพระราชบิดาในตอนต้น จึงได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ในห้วงเวลานั้น

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Potter, David (2008). Renaissance France at War. Boydell & Brewer Ltd. p. viii. ISBN 9781843834052.
  2. Babcock, Philip (1993). Webster's Third New International Dictionary of the English Language, Unabridged. MA, US: Merriam-Webster. p. 341.
  3. Reynolds, Susan (1984). Kingdoms and communities in Western Europe, 900–1300. Oxford: Clarendon Press. pp. 256–257. ISBN 978-0-19-821955-2.
  4. Scales, Len (2012). The Shaping of German Identity: Authority and Crisis, 1245-1414. Cambridge University Press. pp. 155–182. ISBN 9780521573337. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 1 April 2022. สืบค้นเมื่อ 1 April 2022.
  5. Peignot, p. lv; de Wailly, p. 10; Thoison, p. 189; McCarty, p. 328; EB, Charles II.
  6. Peignot, p. lv; de Wailly, p. 10; Thoison, p. 189; McCarty, p. 328; EB, Louis II.
  7. Peignot, p. lviii; Thoison, p. 189; McCarty, p. 328; Dutton 1994, p. 227; EB, Louis III.
  8. Peignot, p. lviii; Thoison, p. 189; Dutton 1994, p. 227; EB, Carloman.
  9. Brunel 2007, p. 79.
  10. Peignot, p. lv; de Wailly, p. 10; McCarty, p. 329; EB, Charles III.
  11. Peignot, p. lix; de Wailly, p. 10; McCarty, p. 329; EB, Eudes.
  12. Peignot, pp. lix–lx; de Wailly, p. 10; Thoison, p. 189; McCarty, p. 329; EB, Charles III.
  13. Peignot, p. lx; de Wailly, p. 10; Thoison, p. 189; McCarty, p. 329; EB, Eudes.
  14. Peignot, p. lxi; de Wailly, p. 10; Thoison, p. 189; McCarty, p. 329; EB, Rudolf.
  15. Peignot, p. lxi; de Wailly, p. 10; McCarty, p. 329; EB, Louis IV.
  16. Peignot, p. lxii; de Wailly, p. 10; Thoison, p. 190; McCarty, p. 329; EB, Lothar.
  17. Peignot, pp. lxii–lxiii; de Wailly, p. 10; McCarty, p. 329; EB, Louis V.
  18. Alcan 1892, pp. 254–261.
  19. Peignot, pp. 10–16; Humphreys, p. 1; EB, Hugh.
  20. Peignot, pp. 16–20; Humphreys, p. 2; EB, Robert II.
  21. Peignot, p. 20–22; Humphreys, p. 3; EB, Henry I.
  22. Thoison, p. 190; Humphreys, p. 4; EB, Philip I.
  23. Peignot, p. 29–32; Humphreys, p. 5; EB, Louis VI.
  24. Thoison, p. 190; Humphreys, p. 6; EB, Louis VII.
  25. Thoison, p. 190; Humphreys, p. 8; EB, Philip II.
  26. Thoison, p. 190; Humphreys, p. 10; EB, Louis VIII.
  27. Thoison, p. 191; Humphreys, p. 11; EB, Louis IX.
  28. Thoison, p. 191; Humphreys, p. 12; EB, Philip III.
  29. Thoison, p. 191; Humphreys, p. 14; EB, Philip IV.
  30. McCarty, p. 330; Humphreys, p. 15; EB, Philip IV.
  31. Hercule Géraud (1843) Chronique latine de Guillaume de Nangis, de 1113 à 1300 เก็บถาวร 28 มกราคม 2024 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. pp. 430–431.
  32. Amedée Hellot (1884). Chronique parisienne anonyme du XIVe siècle เก็บถาวร 29 กุมภาพันธ์ 2024 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. p. 26.
  33. Humphreys, p. 15; EB, John I ("19/20 November").
  34. Thoison, p. 192; Humphreys, p. 16; EB, Philip V.
  35. Peignot, p. 85; Humphreys, p. 17; EB, Charles IV.
  36. Peignot, pp. 91–96; Humphreys, p. 19; EB, Philip VI.
  37. Peignot, p. 96; Humphreys, p. 19; EB, John II.
  38. Peignot, p. 105; Humphreys, p. 20; EB, Henry I.
  39. Peignot, p. 112; Humphreys, p. 21; EB, Charles VI.
  40. Curry 1993, pp. 102–122; Bradford 2004, pp. 621–625; EB, Henry VI.
  41. Peignot, p. 123; Humphreys, p. 23; EB, Frances I.
  42. Peignot, p. 136; Humphreys, p. 25; EB, Louis XI.
  43. Peignot, p. 143; Humphreys, p. 27; Knecht 2007, p. 125; EB, Charles VII.
  44. Peignot, pp. 150; Humphreys, p. 28; Knecht 2007, p. 112; EB, Louis XII.
  45. Peignot, p. 157; Humphreys, p. 30; Knecht 2007, p. 112; EB, Francis I.
  46. Peignot, p. 168; Humphreys, p. 33; EB, Henry II.
  47. Curry 1993, pp. 103–122; Humphreys, p. 35; EB, Francis II.
  48. Peignot, p. 179; Humphreys, p. 36; EB, Charles IX.
  49. Knecht 2016, p. 56. "On 5 May three orators were chosen [...] On 11 May the minority conceded defeat [but the election] did not happen till 15 May.".
  50. Knecht 2016, p. 76.
  51. Knecht 2016, p. 84.
  52. Peignot, p. 186; Humphreys, p. 38; EB, Henry III.
  53. Peignot, p. 205; Humphreys, p. 42; EB, Louis XIII.
  54. Peignot, p. 216; Humphreys, p. 43; EB, Louis XIV.
  55. Peignot, p. 238; Humphreys, p. 47; EB, Louis XV.
  56. Peignot, p. 253; Humphreys, p. 51; EB, Louis XVI.
  57. Peignot, p. 260; EB, p. Louis (XVII).
  58. 1 2 Peignot, p. 261; EB, p. Napoleon I.
  59. 1 2 Peignot, p. 262; EB, p. Louis XVIII.
  60. EB, Napoléon-François-Charles-Joseph Bonaparte.
  61. "France: Commission of Government: 1815 - Archontology". www.archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 9 December 2023. สืบค้นเมื่อ 2023-12-09.
  62. EB, Charles X.
  63. "Shortest reign of a monarch". Guinness World Records (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 May 2022. สืบค้นเมื่อ 2023-02-10.
  64. Pinoteau, Hervé (1982). "Notes de vexillologie royale française". Hidalguía. Madrid (172–173): 361–362. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 19 September 2023. สืบค้นเมื่อ 9 December 2023.
  65. Castelot 1988, p. 454; Blanc 1848, p. 214.
  66. EB, Henri Dieudonné.