ราชาธิปไตยเดือนกรกฎาคม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก กษัตริย์เดือนกรกฎาคม)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ราชอาณาจักรฝรั่งเศส
Royaume de France

1830–1848
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
เพลงชาติ
ลา ปาริเซียง
"ชาวปาริเซียงเอ๋ย"
ฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1840
เมืองหลวง ปารีส
ภาษา ฝรั่งเศส
ศาสนา โรมันคาทอลิก
ลัทธิคาลวิน
ลูเทอแรน
ยูดาห์
รัฐบาล ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
พระมหากษัตริย์แห่งชาวฝรั่งเศส
 -  1830–1848 พระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปที่ 1 แห่งฝรั่งเศส
นายกรัฐมนตรี
 -  1830 อาชีย์-ชาร์ล-วิกตอร์,ดุกเดอเบรย (คนแรก)
 -  1848 หลุยส์-มาตีเยอ มอเล (คนสุดท้าย)
สภานิติบัญญัติ รัฐสภา
 -  สภาสูง สภาขุนนาง
 -  สภาล่าง สภาผู้แทนราษฎร
ประวัติศาสตร์
 -  การปฏิวัติเดือนกรกฎาคม 26 กรกฎาคม 1830
 -  ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 7 สิงหาคม ค.ศ. 1830
 -  การปฏิวัติฝรั่งเศส 23 กุมภาพันธ์ 1848
สกุลเงิน ฟรังก์ฝรั่งเศส
ประเทศฝรั่งเศส
France moderne.svg

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ:
ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส



ประเทศอื่นๆ · แผนที่

ราชอาณาจักรฝรั่งเศส (ฝรั่งเศส: Royaume français) หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า ราชาธิปไตยเดือนกรกฎาคม (ฝรั่งเศส: Monarchie de Juillet) เป็นรัฐบาลราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญของประเทศฝรั่งเศสในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์-ฟิลิปที่ 1 แห่งฝรั่งเศส เริ่มต้นด้วยการปฏิวัติเดือนกรกฎาคมปี ค.ศ. 1830 และสิ้นสุดลงเมื่อ ค.ศ. 1848 ด้วยการปฏิวัติปี 1848 ความนิยมพระองค์ของเสื่อมลง และท้ายที่สุดก็นำไปสู่การสถาปนาสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 2

ภาพรวม[แก้]

ราชอาณาจักรฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1839
หลังจากการปฏิวัติเดือนกรกฎาคม ธงไตรรงค์ฝรั่งเศส ได้มาแทนที่ ธงขาวของราชวงศ์บูร์บง นี้เป็นการพยายามโยงรัฐบาลใหม่เข้ากับผลกระทบของ การปฏิวัติฝรั่งเศส

พระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปทรงได้รับการสนับสนุนโดยพันธมิตรระหว่างประชาชนชาวปารีส พวกสาธารณรัฐนิยม ซึ่งได้ทำการประท้วงอยู่ในเมืองหลวง; และพวกชนชั้นกระฎุมพีที่มีอุดมการณ์เสรีนิยม อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงปลายรัชสมัยของพระองค์ พระเจ้าหลุยส์-ฟีลิป ผู้ทรงมีพระราชสมญาว่า "กษัตริย์แห่งประชาชน" (ฝรั่งเศส: le Roi-Citoyen) ถูกโค่นล้มด้วยวิธีการเดียวกันใน การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้เกิดการจัดตั้งสาธารณรัฐ[1]

หลังจากการสละราชสมบัติและการลี้ภัยไปยังสหราชอาณาจักรของพระเจ้าหลุยส์-ฟีลิป พวกเสรีนิยม ออร์เลอองนีสต์ (ฝ่ายตรงข้ามของพวกต่อต้านการปฏิวัติ เลชีตีมีสต์) ยังคงสนับสนุนการกลับมาของราชวงศ์ออร์เลอ็อง แต่ราชาธิปไตยเดือนกรกฎาคมก็ถือเป็นการสิ้นสุดการปกครองของราชวงศ์บร์บงและสาขาย่อยออร์เลอ็องของฝรั่งเศส (ถึงแม้ระบอบราชาธิปไตยได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งโดยหลุยส์-นโปเลียน โบนาปาร์ต พระราชนัดดาของจักรพรรดินโปเลียน ในภายหลัง และครองราชย์ในฐานะจักรพรรดิระหว่างปี ค.ศ. 1852- ค.ศ. 1870) ต่อมา พวกเลชีตีมีสต์ถอนตัวออกจากเวทีการเมือง เหลือเพียงพวกออร์เลอองนีสต์ที่ยังคงต่อสู้กับพวกสาธารณรัฐนิยม

สมัยราชาธิปไตยเดือนกรกฎาคม (ค.ศ. 1830–ค.ศ. 1848) ถูกมองว่าเป็นยุคแห่งการครอบงำของชนชั้นกระฎุมพี และเป็นจุดเปลี่ยนของรัฐบาลที่มีพวกต่อต้านการปฏิวัติเลซีตีมีสต์เป็นผู้นำ มาสู่รัฐบาลเสรีนิยมที่มีพวกออร์เลอองนีสต์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการประณีประณอมกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการปฏิวัติปี 1789 อย่างเช่น พระเจ้าหลุยส์-ฟีลิป ทรงใช้พระราชอิสริยยศ "พระมหากษัตริย์แห่งชาวฝรั่งเศส" แทนที่พระราชอิสริยยศ "พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศส" เพื่อเป็นการบ่งบอกว่าพระองค์ทรงยอมรับอธิปไตยของปวงชน

พระเจ้าหลุยส์-ฟีลิป ผู้ทรงนิยมแนวคิดเสรีนิยมเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ปฏิเสธความเอิกเกริกและวิถีชีวิตอันหรูหราของราชวงศ์บูร์บง และทรงแวดล้อมพระองค์เองด้วยพวกพ่อค้าและนักธนาคาร อย่างไรก็ตามรัชสมัยของพระองค์ก็นับว่าเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายที่สุดสมัยหนึ่ง โดยเฉพาะในด้านการเมือง พวกฝ่ายขวาเลซีตีมีสต์กลุ่มใหญ่ต้องการฟื้นฟูราชวงศ์บร์บง ส่วนพวกสาธารณรัฐนิยม (และในภายหลังรวมถึงพวกสังคมนิยมด้วย) ยังคงเป็นกลุ่มที่ทรงอิทธิพล ในช่วงหลังของรัชสมัย พระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปทรงมีอุปนิสัยเข้มงวดและดื้อรั้นมากขึ้น อีกทั้งประธานรัฐสภา ฟรองซัวส์ กิโซต์ ที่พระองค์ทรงแต่งตั้งก็ไม่ได้รับความนิยมอย่างรุนแรง แต่พระองค์ก็ทรงปฏิเสธที่จะปลดเขาออก สถานะการณ์อยู่ในภาวะตึงเครียด จนกระทั่งเกิด การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้เกิดการล้มล้างราชาธิปไตยและตามมาด้วยการสถาปนาสาธารณรัฐ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกๆของรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์-ฟีลิป พระองค์ทรงทำการปฏิรูปหลายๆประการ รัฐบาลของพระองค์เองก็มีรากฐานมาจากกฎบัตร ค.ศ. 1830 ซึ่งถูกร่างขึ้นโดยสมาชิกที่มีแนวคิดหัวปฏิรูปของสภาผู้แทนราษฎร และยังมีการประกาศให้ความเท่าเทียมทางศาสนาแก่ชาวคาทอลิกและโปรเตสแตนต์ การเพิ่มอำนาจให้แก่ประชาชนด้วยการฟื้นฟูกองกำลังรักษาความสงบแห่งชาติ การปฏิรูปการเลือกตั้ง และการปฏิรูประบบบรรดาศักดิ์ขุนนาง และการลดพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ พระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปและเหล่ารัฐมนตรีของพระองค์ดำเนินนโยบายที่มีท่าทีเหมือนจะเป็นกลางภายใต้รัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม นโยบายเหล่านั้นมีจุดมุ่งหมายในการเพิ่มอำนาจและอิทธิพลให้แก่รัฐบาลและชนชั้นกระฎุมพี มากกว่าจะเป็นการพยายามส่งเสริมความเท่าเทียมและเพิ่มอำนาจให้แก่ประชาชนทั่วไป ดังนั้น ถึงแม้รัฐบาลของพระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปจะมีท่าทีเหมือนสนับสนุนการปฏิรูป แต่ความจริงแล้วความคิดเหล่านั้นถือว่าไม่ถูกต้องนัก

อ้างอิง[แก้]

  1. Ronald Aminzade, Ballots and Barricades: Class Formation and Republican Politics in France, 1830-1871 (1993).