การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พระโกศพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
พระโกศพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
การสวรรคต
พระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร
วันสวรรคต 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559
สถานที่สวรรคต อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้นที่ 16 โรงพยาบาลศิริราช
ประดิษฐานพระบรมศพ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง
พระโกศ พระโกศทองใหญ่
ฉัตร นพปฎลมหาเศวตฉัตร
พระเมรุ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เวลา 15.52 นาฬิกา ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช รัฐบาลประกาศไว้ทุกข์ถวายความอาลัยเป็นเวลา 1 ปี สำนักพระราชวังมีหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพระหว่างวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ถึง 21 มกราคม พ.ศ. 2560 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง รัฐบาลกำหนดให้มีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคม พ.ศ. 2560 หลังจากการจัดสร้างพระเมรุมาศแล้วเสร็จประมาณเดือนกันยายนปีเดียวกัน แต่ทั้งนี้ต้องนำความขึ้นกราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อให้มีพระราชวินิจฉัยเสียก่อน

เนื้อหา

พระอาการประชวร[แก้]

วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 สำนักพระราชวังแจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ ชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ตามคำกราบบังคมทูลเชิญเพื่อมาตรวจพระวรกายของคณะแพทย์ ผลการตรวจพบว่าพระโลหิต อุณหภูมิพระวรกาย ความดันพระโลหิตพระหทัย และระบบการหายพระทัยเป็นปกติ[1]

ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ประชวร ว่ามีพระปรอทต่ำ หายพระทัยเร็ว มีพระเสมหะ พระปับผาสะซ้ายอักเสบ มีพระโลหิตเป็นกรด และพบว่ามีน้ำคั่งในช่องเยื่อหุ้มพระปัปผาสะเล็กน้อย[2]

ในวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559 มีความดันพระโลหิตลดต่ำลง คณะแพทย์จึงรักษาด้วยพระโอสถปฏิชีวนะ และใช้สายสวนเข้าหลอดพระโลหิตดำเพื่อฟอกพระโลหิตระยะยาว แต่มีพระความดันพระโลหิตต่ำจึงใช้เครื่องช่วยหายพระทัย และมีการฟอกไต พระอาการไม่คงที่[3] ก่อนที่พระอาการจะเริ่มทรุดลงเรื่อย ๆ ทรงมีภาวะการติดเชื้อและการทำงานของพระยกนะ (ตับ) และมีแถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ 38 ความว่า[4]

วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ความดันพระโลหิตลดต่ำลงอีก พระชีพจรเร็วขึ้น ร่วมกับภาวะพระโลหิตมีความเป็นกรดเพิ่มขึ้นอีก ผลของการถวายตรวจพระโลหิตบ่งชี้ว่า มีภาวะการติดเชื้อและการทำงานของพระยกนะ (ตับ) ผิดปรกติ คณะแพทย์ฯ ได้ถวายพระโอสถปฏิชีวนะและแก้ไขภาวะพระโลหิตมีความเป็นกรด ตลอดจนถวายพระโอสถควบคุมความดันพระโลหิตเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งถวายเครื่องช่วยหายพระทัย (Ventilator) และถวายการรักษาด้วยวิธีทดแทนไต (CRRT) พระอาการประชวรโดยรวมยังไม่คงที่ ต้องควบคุมด้วยพระโอสถ คณะแพทย์ฯ ได้เฝ้าติดตามพระอาการและถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด

สำนักพระราชวัง 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

วันที่ 12 ตุลาคม พระราชโอรส-ธิดาทั้งสี่พระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และพระเจ้าหลานเธออีกสองพระองค์เข้าเยี่ยมพระอาการประชวร[5]

สวรรคต[แก้]

สำนักพระราชวังมีประกาศเรื่องพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ความว่า

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการประชวรหาคลายไม่ ได้ทรุดหนักลงตามลำดับ ถึงวันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 เวลา 15 นาฬิกา 52 นาที เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลศิริราช ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 89 ทรงครองราชสมบัติได้ 70 ปี

สำนักพระราชวัง 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559

มีคลิปศาสตราจารย์ นพ.นิพนธ์ พวงวรินทร์ แพทย์ผู้อยู่ถวายการรักษาขณะสวรรคต ให้สัมภาษณ์ว่าเสด็จสวรรคตด้วยภาวะเลือดแข็งตัวในหลอดเลือดแบบแพร่กระจาย[6] หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ถูกเลิกจ้าง โดยคำสั่งคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุเหตุผลว่า "...เนื่องจากได้มีการนำข้อมูลของผู้ป่วยไปเผยแพร่ในที่สาธารณะ"[7]

เคลื่อนพระบรมศพสู่พระบรมมหาราชวัง[แก้]

ขบวนเคลื่อนพระบรมศพฯ จากโรงพยาบาลศิริราช ไปยังพระบรมมหาราชวัง

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เวลา 16.00 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปโรงพยาบาลศิริราช เพื่อเคลื่อนพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไปพระบรมมหาราชวัง เพื่อประกอบพระราชพิธีสรงน้ำพระบรมศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา โดยขบวนเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลศิริราชทางถนนอรุณอมรินทร์ ผ่านไปยังแยกอรุณอมรินทร์ขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เคลื่อนต่อไปถนนราชดำเนินในสู่พระบรมมหาราชวังทางถนนหน้าพระลานที่ประตูพิมานไชยศรีและประตูเทวาภิรมย์[8]

ประชาชนถวายน้ำสรงพระบรมศพ[แก้]

ตั้งแต่เวลา 08.00–14.00 น. สำนักพระราชวังให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง[9]

ประชาชนถวายสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์[แก้]

สำนักพระราชวังให้ประชาชนเข้าถวายสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์[10] และได้จัดสมุดลงนามถวายความอาลัย ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 จนถึงวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

ประชาชนถวายสักการะพระบรมศพ[แก้]

สำนักพระราชวังได้รับพระราชานุญาต ให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เวลา 05.00–21.00 น. และร่วมบริจาคเงินสมทบทุนได้ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เป็นต้นไป[11]

การแสดงความอาลัย[แก้]

ภายในประเทศ[แก้]

พระบรมฉายาลักษณ์ประดับไว้เพื่อการแสดงความอาลัย ณ ท้องสนามหลวง
ธงครึ่งเสาที่หน้ากระทรวงกลาโหม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2559

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย แสดงความเสียใจต่อการสวรรคต ขอให้ประชาชนร่วมถวายความอาลัยและดำเนินชีวิตต่อไป[12]

รัฐบาลประกาศให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษาทุกแห่งลดธงครึ่งเสา มีกำหนด 30 วัน และให้ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจไว้ทุกข์ มีกำหนด 1 ปี เริ่มนับแต่วันที่ 14 ตุลาคม เป็นต้นไป[13] รวมทั้งยังมีประกาศขอความร่วมมือให้งดจัดงานรื่นเริงต่าง ๆ เป็นเวลา 30 วัน ส่งผลให้การแสดงรื่นรมย์ต่าง ๆ เช่น คอนเสิร์ต งานมหกรรม กิจกรรมกีฬา การแสดงต่าง ๆ ต่างยกเลิกหรือเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด รวมทั้งสถานบันเทิงต่าง ๆ หลายแห่งปิดการให้บริการชั่วคราว[14] และยังมีการประกาศให้วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เป็นวันหยุดราชการด้วย[15]

การแสดงความอาลัยในสื่อสังคม[แก้]

เว็บไซต์ในประเทศไทยเปลี่ยนสีเป็นขาว-ดำหรือสเกลสีเทา เพื่อแสดงความอาลัย

ในสื่อสังคมต่าง ๆ มีการแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก เช่นในเฟซบุ๊ก มีผู้ใช้งานจำนวนมากเปลี่ยนภาพผู้ใช้เพื่อแสดงความอาลัย เพจดังต่าง ๆ ลงภาพแสดงความอาลัยและงดลงเนื้อหาบันเทิงเป็นการชั่วคราว[16] รวมทั้งทางเฟซบุ๊กยังประกาศงดโฆษณาในเว็บไซต์ภาคภาษาไทยอย่างไม่มีกำหนดเพื่อแสดงความอาลัย,[17] กูเกิลประเทศไทยมีการเปลี่ยนดูเดิลเป็นสีดำเพื่อแสดงความอาลัย,[18] ยูทูบงดโฆษณา 7 วันเช่นกัน, ดาราและนักแสดงต่างร่วมกันแสดงความอาลัยผ่านทางอินสตาแกรมและทวิตเตอร์[19] นอกจากนี้เว็บไซต์ต่าง ๆ ทั่วประเทศได้เปลี่ยนสีเว็บเป็นขาวดำเพื่อแสดงความอาลัยด้วย[20]

ชาวต่างประเทศ อาทิ โชโกะ คาริยาซากิ โยชิมิ โทคุอิ ฮัม อึนจอง ถวายความอาลัยผ่านยูทูบและอินสตาแกรม[21] และเดินทางมาช่วยงานที่สนามหลวง[ต้องการอ้างอิง]

การดำเนินการของสถานีโทรทัศน์ภายหลังการสวรรคต[แก้]

สถานีโทรทัศน์ในประเทศไทยทุกช่องออกอากาศรายการพิเศษจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เป็นการฉายสารคดีพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชตลอดรัชกาล สลับกับการแถลงการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสวรรคต วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 มีการถ่ายทอดสดการเชิญพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราชไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยาในพระบรมมหาราชวัง และพระราชพิธีสรงน้ำพระบรมศพ กระทั่งเวลา 00.00 น. วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559 จึงเริ่มการออกอากาศรายการต่าง ๆ ตามปกติ เดิมพลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด แถลงว่า รัฐบาลขอความร่วมมืองดรายการตามปกติและรับสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเป็นเวลา 30 วัน ก่อนถูกยกเลิกไป[22] สำนักงาน กสทช. ได้ขอความร่วมมือให้งดรายการรื่นเริงต่าง ๆ เป็นเวลา 30 วัน[23]

ต่อมาในวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559 สำนักงาน กสทช. ออกแนวปฏิบัติในการนำเสนอรายการทางโทรทัศน์ โดยในช่วง 15-30 วันหลังการสวรรคต ให้สถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ ระมัดระวังและตรวจสอบการนำเสนอเนื้อหา การวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งแสดงถึงหรือกล่าวถึงความขัดแย้งในด้านต่าง ๆ ที่อาจนำไปสู่ความแตกแยกในสังคม และขอความร่วมมือในการปรับสีรายการต่าง ๆ ไม่ให้ฉูดฉาดจนเกินไป ในช่วง 31-37 วันถัดมา สามารถนำรายการเด็ก รายการทั่วไป และรายการแนะนำเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี ออกอากาศได้ โดยมีการควบคุมเนื้อหา และตั้งแต่วันที่ 38-100 หลังการสวรรคต สามารถนำรายการแนะนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ออกอากาศได้ แต่ไม่ควรมีเรื่องของความรุนแรง เรื่องทางเพศ และถ้อยคำหยาบคาย[24]

ต่อมาในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560 สำนักงาน กสทช. ได้ออกแนวปฏิบัติในการนำเสนอรายการทางโทรทัศน์ เมื่อล่วงพ้นระยะเวลา 100 วัน หลังการเสด็จสวรรคต โดยให้นำรายการปกติมาออกอากาศได้ แต่ต้องปฏิบัติตามประกาศ หลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการกำกับเนื้อหารายการผังรายการ และการจัดระดับความเหมาะสมของรายการตามที่ กสทช. กำหนดโดยเคร่งครัด รวมทั้งควรสอดแทรกรายการที่เกี่ยวกับการพระราชกรณียกิจ แนวความคิด และปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสารคดีเทิดพระเกียรติพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์อย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ นอกจากนี้ กรณีที่มีการถ่ายทอดสดพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล และพระราชพิธีต่าง ๆ รวมถึงรายการ "ศาสตร์แห่งพระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน" จากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ให้ทุกสถานีเชื่อมโยงสัญญาณในทันที[25]

ระดับนานาชาติ[แก้]

ผลกระทบ[แก้]

ประชาชนบางส่วนโจมตีผู้ไม่สวมเสื้อดำ แสดงการไว้ทุกข์ เกิดเหตุการณ์ล่าแม่มด บางส่วนมีพฤติกรรมรุนแรง ถึงขั้นประจานทางสื่อออนไลน์[26] จากเหตุการณ์ดังกล่าว พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เสนอให้ประชาชนที่ไม่สามารถจัดหาเสื้อผ้าสีดำหรือสีขาวมาร่วมแสดงความอาลัยได้ ติดริบบิ้นหรือโบสีดำบนหน้าอกเสื้อหรือที่แขนเสื้อบริเวณต้นแขนเพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ความอาลัยแทน[27][28]

นอกจากนี้ ในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตปิดล้อมบ้านของลูกชายเจ้าของร้านน้ำเต้าหู้ที่โพสต์ข้อความที่เข้าข่ายผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112[29] เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าโพสต์นั้นมิได้มีเนื้อหาหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เข้าควบคุมตัวชายคนนั้นในข้อหาดังกล่าว นอกจากนี้ยังเกิดเหตุการณ์คล้ายกันในจังหวัดพังงา[30]

รายนามผู้นำและตัวแทนต่างประเทศที่ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพ[แก้]

ผู้นำและประมุขของแต่ละประเทศ ตลอดจนผู้แทนพระองค์หรือผู้แทนพิเศษของประเทศต่าง ๆ ที่เสด็จพระราชดำเนิน เสด็จ และเดินทางมาร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และลงพระนามและลงนามแสดงความอาลัย ณ ศาลาว่าการพระราชวัง และอาคารสำนักราชเลขาธิการ มีรายพระนามและรายนามดังต่อไปนี้

ประเทศ ตำแหน่ง พระนามหรือชื่อ วัน
 ภูฏาน สมเด็จพระราชาธิบดี สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก 16 ตุลาคม 2559[31]
สมเด็จพระราชินี สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก
 บาห์เรน นายกรัฐมนตรี เคาะลีฟะฮ์ บิน ซัลมาน อัลเคาะลีฟะฮ์ 18 ตุลาคม 2559[32]
 สิงคโปร์ นายกรัฐมนตรี ลี เซียนลุง และภริยา 21 ตุลาคม 2559[33]
 มัลดีฟส์ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด ซาอิด (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจ) 21 ตุลาคม 2559[34]
 มาเลเซีย นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซะก์ และภริยา 22 ตุลาคม 2559[35]
 กัมพูชา นายกรัฐมนตรี สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน 22 ตุลาคม 2559[36]
รองนายกรัฐมนตรี เตีย บัญ
 จีน ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดี หลี่ หยวนเฉา (รองประธานาธิบดี) 22 ตุลาคม 2559[37]
 ลาว นายกรัฐมนตรี ทองลุน สีสุลิด 24 ตุลาคม 2559[38]
 สิงคโปร์ ประธานาธิบดี โทนี ตัน เค็ง ยัม 24 ตุลาคม 2559[39]
 อินโดนีเซีย ประธานาธิบดี โจโก วีโดโด และภริยา 25 ตุลาคม 2559[40]
 แกมเบีย ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดี บาลา การ์บา จาฮุมปา
(รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โยธาธิการ และการสื่อสาร)
25 ตุลาคม 2559[41]
 เวียดนาม นายกรัฐมนตรี เหงียน ซวน ฟุก 28 ตุลาคม 2559[42]
 ศรีลังกา ประธานาธิบดี ไมตรีพาลา สิริเสนา 30 ตุลาคม 2559[43]
 เลโซโท สมเด็จพระราชาธิบดี สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 แห่งเลโซโท 2 พฤศจิกายน 2559[44]
 พม่า ประธานาธิบดี ถิ่น จอ 9 พฤศจิกายน 2559[45]
 ฟิลิปปินส์ ประธานาธิบดี โรดรีโก ดูแตร์เต 9 พฤศจิกายน 2559[46]
 เบลเยียม ผู้แทนพระองค์สมเด็จพระราชาธิบดี นิโคลัส นิอง (อุปทูตสถานเอกอัครราชทูตเบลเยียมประจำประเทศไทย) 9 พฤศจิกายน 2559[47]
 อินเดีย นายกรัฐมนตรี นเรนทระ โมที 10 พฤศจิกายน 2559[48]
 บังกลาเทศ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดี เบกุม ตารานา ฮาลิม (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ) 15 พฤศจิกายน 2559[49]
 ตองงา มกุฎราชกุมาร เจ้าชายตูโปอูโตอา อูลูกาลาลา 15 พฤศจิกายน 2559[50]
 ติมอร์-เลสเต ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรี แอร์นานี ฟีโลเมนา โกเอลยา ดา ซิลวา (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต) 22 พฤศจิกายน 2559[51]
 รัสเซีย ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดี อันเดรย์ คลีซัส (ประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งรัฐสภาสหพันธรัฐรัสเซีย) 30 พฤศจิกายน 2559[52]
 ญี่ปุ่น สมเด็จพระจักรพรรดิ สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ 5 มีนาคม 2560[53]
สมเด็จพระจักรพรรดินี สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ

พระราชพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ[แก้]

พระราชพิธีถวายน้ำสรงบรมพระศพ

วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เวลา 17.00 นาฬิกาโดยประมาณ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวังในการถวายสรงน้ำพระบรมศพ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จเข้าสู่ภายในพระฉาก ซึ่งพระบรมศพบรรทมอยู่บนพระแท่น

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระบรมศพบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยราชสักการะพระบรมศพ ทรงรับขวดน้ำพระสุคนธ์ โถน้ำอบไทยและโถน้ำขมิ้น ถวายสรงที่พระบาทพระบรมศพ ต่อจากนั้น ทรงหวีเส้นพระเจ้าพระบรมศพขึ้นครั้งหนึ่ง หวีลงอีกครั้งหนึ่ง แล้วหวีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แล้วทรงหักพระสางนั้นวางไว้ในพานซึ่งเจ้าพนักงานเชิญอยู่ จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงถวายซองพระศรีบรรจุดอกบัวและธูปเทียน แผ่นทองคำจำหลักลายปิดพระพักตร์ พระชฎาห้ายอดวางข้างพระเศียรพระบรมศพ

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานเชิญพระบรมศพลงสู่หีบ ทหารราชวัลลภรักษาพระองค์เชิญหีบพระบรมศพไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมารและพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินและเสด็จตาม ตำรวจหลวงเชิญหีบพระบรมศพขึ้นประดิษฐานเหนือพระแท่นแว่นฟ้าเบื้องหลังพระฉากและพระแท่นสุวรรณเบญจดล ประกอบพระลองทองใหญ่ ภายใต้นพปฎลเศวตฉัตร แวดล้อมด้วยเครื่องสูงหักทองขวาง บังแทรก ชุมสาย ต้นไม้ทองเงิน ณ มุขตะวันตก พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

เสร็จแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะพระบรมศพ ทรงกราบ แล้วทรงจุดเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์เที่ยวละ 10 รูป ทรงทอดผ้าไตรเที่ยวละ 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ เมื่อครบ 100 รูป ทรงหลั่งทักษิโณทก ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จพระราชดำเนินไปที่หน้าพระโกศพระบรมศพ ทรงกราบ และเสด็จพระราชดำเนินไปที่หน้าพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่ประดิษฐานอยู่บนพระแท่นมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ จากนั้นทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระแท่นเตียงพระสวดพระอภิธรรม ณ มุขหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากนั้น เสด็จลงบันไดมุขกระสันด้านทิศเหนือพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

การบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพฯ[แก้]

หมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพฯ[แก้]

สำนักพระราชวัง กำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดังนี้[54]

พระราชพิธี ระยะเวลา ในวันที่
พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร 7 วัน 19–20 ตุลาคม 2559
พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร 15 วัน 27–28 ตุลาคม 2559
พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน 1–2 ธันวาคม 2559
พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 100 วัน 20–21 มกราคม 2560

พิธีถวายเลี้ยงภัตตาหารเช้าและเพลแด่พระพิธีธรรม[แก้]

ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพฯ ในการถวายภัตตาหารเช้าและเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ ระหว่างการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ ครบทั้ง 100 วัน ถึง วันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2560 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เวลา 7 นาฬิกา และเวลา 11 นาฬิกา

พระพิธีธรรมพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ[แก้]

ตั้งแต่คืนวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพฯ ในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพตลอด 100 วัน ถึงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2560 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในเวลา 15 นาฬิกา เวลา 19 นาฬิกา และเวลา 21 นาฬิกา

การบำเพ็ญกุศลพิธีกงเต็กถวายพระบรมศพ[แก้]

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้คณะสงฆ์จีนนิกาย คณะสงฆ์อนัมนิกาย เจริญ สิริวัฒนภักดี และคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี พร้อมครอบครัวสิริวัฒนภักดี สมาคมนักธุรกิจสัมพันธ์แห่งประเทศไทย และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพิธีกงเต็ก ถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560 วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2560 วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 และวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2560 ตามลำดับ[55]

การให้หน่วยงานหรือบุคคลต่าง ๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม[แก้]

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ หลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน)

หีบพระบรมศพ[แก้]

พรเทพ สุริยา เจ้าของร้านสุริยาหีบศพ กล่าวว่า สำนักพระราชวังได้ติดต่อให้จัดสร้างหีบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยสร้างหีบพระบรมศพทรงหลุยส์ผสมทองคำแท้ 100% จากแผ่นไม้สักทองอายุมากกว่า 100 ปีขนาดใหญ่เพียงแผ่นเดียวไม่มีรอยต่อ ขนาดความกว้าง 29 นิ้ว ความยาว 2.15 เมตร วัดรอบหีบทั้งใบ 229 นิ้ว ทั้งนี้ใช้เวลาประกอบทันทีหลังการเสด็จสวรรคต เจ้าของร้านสุริยาหีบศพ กล่าวเพิ่มเติมว่า หีบพระบรมศพดังกล่าวแกะสลักลายกุหลาบไทยผสมผสานลายหลุยส์ รอบหีบปิดด้วยทองคำแท้ ภายในหีบพระบรมศพ ใช้ผ้าไหมสีงาช้าง มีที่รองที่บรรทม และซีลภายในเพื่อความแข็งแรง ส่วนผ้าคลุมเป็นผ้าไหมปักดิ้นทอง ซึ่งทางสุริยาเป็นผู้ออกแบบเองทั้งหมด[56]

การประโคมย่ำยาม[แก้]

ในการประโคมงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีหน่วยงานเข้าร่วมประโคม วงประโคมของงานเครื่องสูง สำนักพระราชวัง (วงแตรสังข์และวงปี่ไฉนกลองชนะและกลองมโหรทึก) และวงปี่พาทย์นางหงส์ ของกลุ่มดุริยางค์ไทย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ[แก้]

แบบจำลอง 3 มิติ ของพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชกำหนดให้มีขึ้นในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2560 หลังจัดสร้างพระเมรุมาศแล้วเสร็จประมาณเดือนกันยายน 2560[57] โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเป็นองค์วินิจฉัยในการจัดสร้างพระเมรุมาศ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานอำนวยการพระราชพิธี[58]

อนึ่ง กำหนดการถวายพระเพลิงนี้รัฐบาลต้องนำความขึ้นกราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อให้มีพระราชวินิจฉัยเสียก่อน

การเตรียมจัดงานพระราชพิธี[แก้]

การจัดสร้างพระเมรุมาศ[แก้]

วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 มีการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างเป็นครั้งแรก โดยมีพลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นประธาน โดยมีการเปิดเผยร่างแบบพระเมรุมาศ พร้อมด้วยพระโกศจันทร์ ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าในการจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศฯ จะมีการส่งมอบพื้นที่ให้กรมศิลปากรจัดสร้างพระเมรุมาศในวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2560 โดยการจัดสร้างในทุก ๆ ด้าน คาดว่าแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2560 และจะมีการจัดแสดงนิทรรศการที่เกี่ยวข้องเป็นเวลา 2 เดือน ก่อนมีการรื้อถอน[59]

องค์ประกอบพระเมรุมาศ[แก้]

ผู้ออกแบบพระเมรุมาศ ประกอบด้วยสัตวัน ฮ่มซ้าย ผู้อำนวยการสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ก่อเกียรติ ทองผุด นายช่างศิลปกรรมชำนาญการ ธีรชาติ วีรยุทธานนท์ สถาปนิกชำนาญการ[60]

พระเมรุมาศออกแบบโดยยึดถือคติตามโบราณราชประเพณี รูปแบบเฉพาะสำหรับพระมหากษัตริย์ เป็นพระเมรุมาศทรงบุษบก สูง 50.49 เมตร มีชั้นเชิงกลอน 7 ชั้น ผังพื้นที่ใช้งานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้างด้านละ 60 เมตร มีบันไดทั้งสี่ด้าน ฐานยกพื้นที่สูง มี 3 ชั้น ชั้นบน ที่มุมทั้งสี่ ประกอบด้วย ซ่างทรงบุษบก ชั้นเชิงกลอนห้าชั้น สำหรับพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ฐานชั้นที่ 2 ประกอบด้วยซุ้มทรงบุษบกรูปแบบเดียวกัน รวมสิ่งก่อสร้างมีเครื่องยอดนับรวมได้ 9 ยอด โดยยอดกลางจะเปรียบเหมือนเป็นเขาพระสุเมรุ และอีก 8 ยอดเป็นเหมือนยอดเขาสัตตบริภัณฑ์ ซึ่งเปรียบเป็นระบบจักรวาล โดยเปรียบพระมหากษัตริย์เป็นเหมือนสมมติเทพ

ทั้งนี้ มีเสาโครงเป็นครุฑและสัตว์หิมพานต์ ซึ่งครุฑเป็นพาหนะของพระนารายณ์ มีความเชื่อตามสมมติเทพว่า พระมหากษัตริย์เป็นพระนารายณ์อวตารลงมา

อาคารประกอบพระราชพิธี[แก้]
  • พระที่นั่งทรงธรรม ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียวยกฐานสูง ขนาดกว้าง 44.50 เมตร ยาว 155 เมตร ซึ่งเป็นที่ประทับและบำเพ็ญพระราชกุศลในการพระราชพิธี ตลอดจนเป็นที่ประทับสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชวงศ์ต่างประเทศ พระราชอาคันตุกะ รวมทั้งจัดเป็นที่ประทับและที่นั่งสำหรับ พระราชวงศ์ สมาชิกราชสกุล ราชินิกูลทุกมหาสาขา ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า สตรีผู้มีตำแหน่งเฝ้าฯ คณะองคมนตรี สมุหราชองครักษ์ เลขาธิการพระราชวัง ราชเลขาธิการ ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ข้าราชบริพาร ข้าในพระองค์ นางสนองพระโอษฐ์ นางพระกำนัล และผู้ตามเสด็จฯ นายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานศาลฎีกา อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้งทหารและตำรวจ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ตลอดจนคณะทูตานุทูตและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ ตลอดจนข้าทูลละอองธุลีพระบาท และผู้ที่เข้ามาร่วมในพระราชพิธี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ภายในพระที่นั่งทรงธรรม และเป็นที่ตั้งอาสนะพระสงฆ์ และธรรมมาสน์ เป็นที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล รองรับได้ประมาณ 2,800 ที่นั่ง
  • ซ่าง เป็นทรงบุษบก ชั้นเชิงกลอนห้าชั้น ที่นั่งสำหรับพระสงฆ์ ในช่วงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ
  • หอเปลื้อง เป็นทรงบุษบก ชั้นเชิงกลอนห้าชั้น สำหรับเป็นที่เก็บพระโกศทองใหญ่ หลังจากอัญเชิญพระบรมศพขึ้นประดิษฐานพระจิตกาธานประกอบพระโกศจันทน์บนพระเมรุมาศแล้ว และเป็นที่เก็บเครื่องใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
  • ศาลาลูกขุน แบบที่ 1 ใช้เป็นที่เฝ้าของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการ สำนักพระราชวัง และสำนักราชเลขาธิการ และผู้ที่เข้ามาร่วมในพระราชพิธี
  • ศาลาลูกขุน แบบที่ 2 ใช้เป็นที่เฝ้าของข้าราชการและผู้ที่เข้ามาร่วมในพระราชพิธี
  • ศาลาลูกขุน แบบที่ 3 ใช้เป็นที่พักสำหรับทหารมหาดเล็ก และใช้เป็นห้องสุขา ตลอดจนใช้เป็นห้องส่งสำหรับส่งสัญญาณในการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธี
  • ทับเกษตร สำหรับใช้เป็นที่ตั้งเครื่องประโคมและวงปีพาทย์ และใช้เป็นที่เฝ้าของข้าราชการ และผู้ที่เข้ามาร่วมในพระราชพิธี ตลอดจนเป็นที่พักสำหรับทหารมหาดเล็ก และเจ้าพนักงาน รวมทั้งใช้เป็นที่เฝ้าของข้าราชการ และผู้ที่เข้ามาร่วมในพระราชพิธี และทำเป็นห้องสุขา
  • ทิม สำหรับทหารมหาดเล็ก เจ้าพนักงาน พระสงฆ์ แพทย์หลวงพัก ใช้เป็นที่เฝ้าของข้าราชการ และผู้ที่เข้ามาร่วมในพระราชพิธี และทำเป็นห้องสุขา
  • พลับพลายกท้องสนามหลวง อยู่ด้านนอกเขตรั้วราชวัติด้านทิศเหนือ ใช้สำหรับที่ประทับ สำหรับเสด็จรับพระบรมศพลงจากพระมหาพิชัยราชรถ สู่ราชรถปืนใหญ่
  • พลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ใช้สำหรับที่ประทับ สำหรับเสด็จรับพระบรมศพจากพระยานมาศสามลำคาน สู่พระมหาพิชับราชรถ
  • พลับพลายกพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท อยู่ด้านหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท หน้าพระบรมมหาราชวัง สำหรับเจ้านายฝ่ายในประทับ ทอดพระเนตรกระบวน และถวายบังคมพระบรมศพ
  • เกยลา ตั้งอยู่ด้านหน้าประตูกำแพงแก้วด้านทิศตะวันตกของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง สำหรับอัญเชิญพระโกศพระบรมศพขึ้นประดิษฐานบนพระยานมาศสามลำคาน
การออกแบบภูมิทัศน์และงานศิลปกรรมประกอบพระเมรุมาศ[แก้]

การออกแบบภูมิทัศน์จะจำลองพระราชกรณียกิจและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีการสร้างสระน้ำบริเวณ 4 มุม และได้จำลองกังหันชัยพัฒนา เครื่องดันน้ำ ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริ ในการออกแบบงานศิลปกรรมประกอบพระเมรุมาศ ประกอบด้วยงานศิลปกรรมประกอบอาคาร ฉัตร เทวดา สัตว์หิมพาน ประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศ งานเขียนฉากบังเพลิงและจิตรกรรมฝาผนังแสดงเรื่องราวตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ[61]

การจัดสร้างพระโกศจันทน์[แก้]

การจัดสร้างพระโกศจันทน์ กรมศิลปากร โดยสำนักช่างสิบหมู่ โดยนายช่างศิลปกรรมอาวุโสเป็นผู้ออกแบบ[62] ซึ่งไม้จันทน์ที่จะนำมาใช้ในครั้งนี้ มาจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรี อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 ได้มีพิธีบวงสรวงและเริ่มพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมตามโบราณราชประเพณี ณ บริเวณชายป่าใกล้อ่างเก็บน้ำย่านซื่อ เมื่อดำเนินการตัดไม้จันทน์หอมแล้วเสร็จ มีการแปรรูปและได้ส่งมอบไม้ให้กรมศิลปกรในวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559 และจะเริ่มสร้างพระโกศไม้จันทน์ช่วงต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2560

ของที่ระลึกเนื่องในพระราชพิธีพระบรมศพ[แก้]

หนังสือที่ระลึกงานพระบรมศพ[แก้]

หนังสือพระราชทาน[แก้]

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมารทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักราชเลขาธิการจัดพิมพ์หนังสือพระราชทาน สำหรับพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ พระราชวงศ์ องคมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และผู้ที่เข้าร่วมในการพระราชพิธีเป็นที่ระลึกอนุสรณ์วิทยาทาน เนื่องในโอกาสพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ครบ 7 วัน 15 วัน 50 วัน และ 100 วัน[63][64][65]

หนังสือที่จัดทำโดยรัฐบาล[แก้]

ทางรัฐบาลและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ รวมถึงหน่วยงาน องค์กรในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ร่วมกันจัดทำหนังสือเพื่อเทิดพระเกียรติเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ในวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2560 คณะกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เห็นฃอบให้จัดทำหนังสือจดหมายเหตุและหนังสือที่ระลึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพจำนวน 11 รายการ ดังนี้[66]

  • หนังสือจดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร
  • หนังสือจดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฉบับประชาชน
  • หนังสือจดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากหนังสือพิมพ์ ฉบับสื่อมวลชน
  • หนังสือจดหมายเหตุและซีดีบทเพลงแสดงความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
  • หนังสือจดหมายเหตุกานท์กวีคีตการปวงประชา น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

จดหมายเหตุทั้ง 4 เล่มนี้จัดพิมพ์โดย กระทรวงวัฒนธรรม และสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร

  • หนังสือพระเมรุมาศสมัยรัตนโกสินทร์และพระเมรุ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช' 'จัดพิมพ์โดย กระทรวงวัฒนธรรม สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร
  • หนังสือนวมินทราศิรวาทราชสดุดี ร้อยกรองเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
  • หนังสือพระราชพิธีในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร
  • หนังสือพระมหากรุณาธิคุณและพระอัจฉริยภาพในงานด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรม
  • หนังสือศาสตร์ของพระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

หนังสือทั้ง 4 เล่มนี้จัดพิมพ์โดย กระทรวงวัฒนธรรม และสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร

  • หนังสือเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจัดพิมพ์โดย กระทรวงวัฒนธรรม และสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ""ในหลวง"เสด็จ"รพ.ศิริราช" แพทย์ถวายตรวจพระอาการ". เดลินิวส์. 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2558. สืบค้นเมื่อ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558. 
  2. "แถลงการณ์พระอาการ “ในหลวง” ฉบับที่ 36". มติชน. 1 ตุลาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 13 ตุลาคม 2559. 
  3. "แถลงฉบับที่ 37-พระอาการ “ในหลวง” คณะแพทย์เฝ้าติดตามถวายการรักษาใกล้ชิด". ข่าวสด. 10 ตุลาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 13 ตุลาคม 2559. 
  4. "แถลงการณ์ ฉ.38 ในหลวงพระโลหิตติดเชื้อ พระอาการไม่คงที่ ถวายรักษาใกล้ชิด". ไทยรัฐ. 12 ตุลาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 13 ตุลาคม 2559. 
  5. "พระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯ รพ.ศิริราช". ไทยรัฐ. 12 ตุลาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 13 ตุลาคม 2559. 
  6. คลิปหลุด หมอนิพนธ์ เล่าวันสุดท้ายแห่งพระชนชีพ ร.9
  7. ที่ ศธ 0517.07/17489 เรื่อง ขอยกเลิกสัญญาจ้างผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย. ฝ่ายทรัพยากรบุคคล สำนักงานคณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2559
  8. พระบรมฯ อัญเชิญ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ
  9. พสกนิกรนับหมื่นร่วมถวายน้ำสรงพระบรมศพ ปลายแถวยาวถึงเชิงสะพานปิ่นเกล้า
  10. ประกาศ การถวายสักการะพระบรมศพ[[พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร]
  11. สำนักพระราชวัง ให้เข้าถวายสักการะ “พระบรมศพ” บนพระที่นั่งดุสิตเริ่ม 29 ต.ค. ตั้งแต่ 08.00–21.00 น.
  12. นายกฯ แถลงเรื่องในหลวง"เสด็จสวรรคตวันที่ 13 ต.ค.59
  13. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสวรรคต
  14. รัฐบาลประกาศขอความร่วมมือ สถานประกอบการ-สถานบันเทิง งดกิจกรรมรื่นเริง
  15. ครม.อนุมัติ14ตค.เป็นวันหยุดราชการ-งดจัดงานรื่นเริงมหรสพ 1 เดือน
  16. หัวใจสลาย...โลกออนไลน์กลายเป็นสีดำ
  17. Facebook ประกาศ งดลงโฆษณาในไทยชั่วคราว
  18. Google ร่วมถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ
  19. คนบันเทิงน้อมถวายความอาลัย"พ่อหลวง"เสด็จสู่สวรรคาลัย
  20. ความเปลี่ยนแปลงของโซเชียลมีเดียในไทย ต่อกรณีสวรรคต
  21. สองศิลปินจากแดนปลาดิบส่งคลิปถวายความอาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่๙ พร้อมให้กำลังใจคนไทย
  22. 'ไก่อู' แจง รบ.ขอความร่วมมือทีวีงดรายการปกติ เป็นเวลา 30วัน ตลอด 24ชม.
  23. กสทช.แจ้ง 'วิทยุทีวี' งดรายการบันเทิง30วัน
  24. กสท.สรุปข้อปฏิบัติรายการทีวีใน 30 วันห้ามฉายเนื้อหาสร้างความแตกแยก
  25. "กสทช." แจงเกณฑ์ออกทีวีหลังครบ100วันในหลวงร.9ทุกช่องยังต้องเชื่อมสัญญาณจากทรท.อย่างเคร่งครัด
  26. Ultra-Royalists Guilt-Shame People Who Don’t Wear Mourning Black
  27. [www.komchadluek.net/news/politic/246179 นายกฯ เชื่อคนไทยรักในหลวง แม้ไม่มีเสื้อดำใส่ทุกวัน]
  28. รัฐบาล แนะ ติดริบบิ้นดำทดแทนชุดขาว-ดำได้ ขอสังคมอย่าจับผิด
  29. ชาวภูเก็ตฮือล้อมบ้านลูกชายร้านเต้าหู้กลางดึก อ้างโพสต์FBจาบจ้วง-แจ้งความม.112แล้ว
  30. ฝูงชนพังงาปิดล้อมร้านโรตีไล่ล่าผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าโพสต์หมิ่น
  31. "Bhutanese royals pay respects to King". Bangkok Post. 2016-10-16. สืบค้นเมื่อ 2016-10-18. 
  32. "Bahraini PM pays respects to late king". Bangkok Post. 2016-10-19. สืบค้นเมื่อ 2016-10-22. 
  33. "PM Lee Hsien Loong pays respects to late Thai King Bhumibol Adulyadej in Bangkok". Straits Times. 2016-10-21. สืบค้นเมื่อ 2016-10-22. 
  34. "Special Envoy of the President departs to Thailand to pay respect to the Late King". The President Office. 2016-10-20. สืบค้นเมื่อ 2016-10-22. 
  35. "Death of King Bhumibol felt by all in Southeast Asia, says Najib". New Straits Times. 2016-10-22. สืบค้นเมื่อ 2016-10-22. 
  36. "นายกฯ กัมพูชาถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9". Dailynews. 2016-10-22. สืบค้นเมื่อ 2016-10-22. 
  37. "Special envoy of Chinese president pays respects to late Thai King". Global Times. 2016-10-23. สืบค้นเมื่อ 2016-10-24. 
  38. "ปธน.สิงคโปร์-นายกฯ ลาว วางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ". The Straits Times. 2016-10-24. สืบค้นเมื่อ 2016-11-2. 
  39. "President Tony Tan pays respects to late Thai King Bhumibol Adulyadej in Bangkok". The Straits Times. 2016-10-24. สืบค้นเมื่อ 2016-10-25. 
  40. "Jokowi pays respects to King". Bangkok Post. 2016-10-25. สืบค้นเมื่อ 2016-10-25. 
  41. "ผู้นำต่างประเทศวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ". The Government Public Relations Department. 2016-10-26. สืบค้นเมื่อ 2016-10-27. 
  42. "Viet Nam pays homage to Thai King". Viet Nam News. 2016-10-29. สืบค้นเมื่อ 2016-11-2. 
  43. "President pays last respects to the late king of Thailand". The Official website of the President. สืบค้นเมื่อ 2016-11-2. 
  44. "กษัตริย์เลโซโท เสด็จฯ มาถวายราชสักการะพระบรมศพ". Komchadluek. 2016-11-2. สืบค้นเมื่อ 2016-11-2. 
  45. "ผู้นำหลายประเทศวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ". Matichon. 2016-11-9. สืบค้นเมื่อ 2016-11-9. 
  46. "Duterte pays respects to King". Bangkok Post. 2016-11-9. สืบค้นเมื่อ 2016-11-9. 
  47. "สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิป และสมเด็จพระราชินีมาทิลเดอ แห่งราชอาณาจักรเบลเยียม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นาย Nicholas Nihon อุปทูต ณ สถานเอกอัครราชทูตเบลเยียม ประจำประเทศไทย ผู้แทนพระองค์ วางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพฯ [[พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช]]". The Government Public Relations Department. 2016-11-9. สืบค้นเมื่อ 2016-11-17.  Wikilink embedded in URL title (help)
  48. "PM Narendra Modi Makes Stopover In Thailand To Pay Respects To Late King". NDTV. 2016-11-10. สืบค้นเมื่อ 2016-11-10. 
  49. "รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ วางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช". The Government Public Relations Department. 2016-11-16. สืบค้นเมื่อ 2016-11-16. 
  50. "มกุฎราชกุมารตูโปโตอา อูลูกาลาลาแห่งตองกา เสด็จฯ ทรงลงพระหัตถ์ถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร". The Government Public Relations Department. 2016-11-15. สืบค้นเมื่อ 2016-11-18. 
  51. "ผู้แทนบุคคลสำคัญ และองค์กรจากต่างประเทศ วางพวงมาลาและลงนามแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในขณะที่ประชาชนจากภูมิภาคต่าง ๆ ไปกราบถวายบังคมพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง". Ch7. 2016-11-23. สืบค้นเมื่อ 2016-11-24. 
  52. "ผู้แทนบุคคลสำคัญจากต่างประเทศ และประชาชนชาวไทย ไปถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช = Ch7". 2016-11-30. สืบค้นเมื่อ 2016-12-1. 
  53. "จักรพรรดิญี่ปุ่นจะเสด็จฯ มาถวายราชสักการะพระบรมศพ". คมชัดลึก. 2017-01-11. สืบค้นเมื่อ 2017-01-12. 
  54. สำนักพระราชวัง. (2559, 17 ตุลาคม). งานพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช. เข้าถึงได้จาก: http://www.brh.thaigov.net/information/Buket%20Data/KingBhumibol/Data/13102016_04/4.1_13102016.pdf. (เข้าถึงเมื่อ 22 ตุลาคม 2559).
  55. คาดช่วงปีใหม่คนนับแสน จะมาสักการะ'พระบรมศพ' . (เข้าถึงเมื่อ 30 ธันวาคม 2559).
  56. เปิดตัวผู้ทำหีบบรรจุพระบรมศพ ไม้สักทองแผ่นเดียวไร้รอยต่อ อายุกว่า 100 ปี
  57. เผยภาพแบบก่อสร้างพระเมรุมาศในหลวงร.9
  58. กทม. ลงปรับพื้นที่สนามหลวง เตรียมการก่อสร้างพระเมรุมาศช่วงต้นปีหน้า
  59. เผยกำหนดถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตุลาคม 2560
  60. กรมศิลป์ฯ เปิดแบบ "พระเมรุมาศ" ยึดสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
  61. รัฐบาลเตรียมจัดสร้างพระเมรุมาศพร้อมบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ
  62. รัฐบาลเตรียมจัดสร้างพระเมรุมาศพร้อมบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ
  63. "พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร"พระบรมศพ"โปรดเกล้าฯ จัดพิมพ์หนังสือพระอภิธรรมภาษาบาลีและภาษาไทย เป็นอนุสรณ์วิทยาทานผู้เข้าร่วมพระราชพิธี". Headtnews. 2016-10-20. สืบค้นเมื่อ 2016-11-19. 
  64. "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร ถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช". Ch7. 2016-11-18. สืบค้นเมื่อ 2016-11-19. 
  65. "สมเด็จพระบรมฯ เสด็จฯ พระราชพิธี “ปัญญาสมวาร” พระเทพฯ ทรงคม". Matichon Online. 2016-12-1. สืบค้นเมื่อ 2016-12-2. 
  66. "เล็งพิมพ์หนังสือที่ระลึก 5 ล้านเล่มแจกงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.๙". Manager Online. 2017-01-9. สืบค้นเมื่อ 2017-01-17. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]