พระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตราสัญลักษณ์
พระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี
ชื่อ พระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พ.ศ. 2525
วันและเวลา 49 เมษายน พ.ศ. 2525
สถานที่ ไทย กรุงเทพมหานคร
ผู้จัด รัฐบาลไทย
โอกาส การเฉลิมฉลองในโอกาสที่กรุงรัตนโกสินทร์จะมี อายุบรรจบครบ 200 ปี เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2525

พระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เป็นพระราชพิธีที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสที่กรุงรัตนโกสินทร์จะมีอายุ บรรจบครบ 200 ปี เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2525 ซึ่งรัฐบาลสมัย พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้กราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า ในปีพ.ศ. 2525 กรุงรัตนโกสินทร์จะมีอายุได้ 200 ปี นับเป็นมหามงคลสมัยแสดงถึงความมั่นคงของบ้านเมือง ได้ผ่านพ้นภัยพิบัติต่างๆ มาโดยสวัสดี มีความร่มเย็นเป็นสุขด้วยพระบารมีของพระผู้สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และด้วยพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ผู้สืบราชสันตติวงศ์ทุกรัชกาลโดยลำดับ รัฐบาลและปวงชนชาวไทยจึงมีความปีติยินดี พร้อมกันแสดงความกตเวทิตาคุณ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อ พระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ และบรรพชนไทยที่จรรโลงชาติให้มีความรุ่งเรืองสันติสุขสืบมาตราบเท่าทุกวันนี้

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้กำหนดการ ในส่วนที่จะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชพิธี สมโภชกรุงรัตนโกสินทร์และฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยอนุโลมตามราชประเพณีที่มีมาแล้วในรัชกาลก่อน ทั้งให้สอดคล้องพอเหมาะ พอควรแก่กาลสมัยในปัจจุบัน ดังรายการต่อไปนี้ [1]

วันที่ 4 เมษายน พุทธศักราช 2525[แก้]

เวลา 16.30 น.พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินไปการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน ถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง พระสงฆ์ 24 รูป โดยมีสมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประธานเจริญพระพุทธมนต์ และสมเด็จพระญาณสังวรวัดบวรนิเวศวิหาร แสดงพระธรรมเทศนา และสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะ 25 รูป สดับปกรณ์พระบรมอัฐิ สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า

วันที่ 5 เมษายน พุทธศักราช 2525[แก้]

เวลา 08.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค จากท่าวาสุกรีไปยังท่าราชวรดิฐ โดยจัดเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชทอดบัลลังก์บุษบกเป็นเรือนำ เชิญพระชัย(หลังช้าง)ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เมื่อกระบวนพยุหยาตราถึงท่าราชวรดิฐแล้ว เสด็จพระราชดำเนินสู่พระบรมมหาราชวัง และจัดกระบวนพระราชอิสริยยศน้อยแห่พระชัย (หลังช้าง) ไปยังพลับพลาท้องสนามหลวง

กระบวนพยุหยาตราชลมารคใน พระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี

เวลา 10.30 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังพลับพลาท้องสนามหลวง พระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี ทูตานุทูต ข้าราชการ ทหาร พลเรือน สมาชิกรัฐสภา ลูกเสือ นักเรียน และทวยราษฎร์ทุกหมู่เหล่า เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เสด็จออกพระที่นั่งชุมสาย นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ถึงความพร้อมใจของรัฐบาลและปวงชนชาวไทย ที่ได้เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงเป็นมหาราช และถวายชัยมงคล แล้วมีพระราชดำรัสตอบ จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปยังมณฑลพิธีบวงสรวง ทรงแปรพระพักตร์สู่วัดพระศรีรัตนศาสดารามและปราสาทพระเทพบิดร ในพระบรมมหาราชวัง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะบวงสรวง สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าภาวาส บุนนาค รองราชเลขาธิการ อ่านราชาภิสดุดี เป็นการประกาศพระราชพิธีบวงสรวง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ฉลองพระองค์ครุยเสด็จพระราชดำเนินทรงชักสายสูตรยกช่อฟ้าพระอุโบสถวัดพระแก้ว

เวลาบ่าย เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ไปในการพระราชพิธีฉลองวัดพระแก้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเป็นแม่กองบูรณปฏิสังขรณ์ตามคำกราบบังคมทูลขอของรัฐบาล กราบบังคมทูลรายงานในการบูรณะวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินทรงชักสายสูตรยกช่อฟ้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระราชทานเทียนชนวนไปจุดดอกไม้เพลิงถวายเป็นพุทธบูชาในการฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

วันที่ 6 เมษายน พุทธศักราช 2525[แก้]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปยังชานชาลาเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ไปในการพิธีวันที่ระลึกบบมหาจักรีบรมราชวงศ์ ถวายพุ่มดอกไม้ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แล้วเสด็จพระราชดำเนินสู่พลับพลาพิธี ทรงศีล และทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะถวายเครื่องบวงสรวง ณ พระที่นั่งชุมสาย หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รองราชเลขาธิการอ่านอาศิรวาทปฐมราชสดุดี พระสงฆ์ในมณฑลพิธีกับพระสงฆ์ 209 รูป สี่มุม ป้อมกำแพงพระบรมมหาราชวัง และพระสงฆ์ทั่วราชอาณาจักร ลงอุโบสถเจริญ ชัยมงคลคาถา วัดในพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นทั่วราชอาณาจักร ย่ำฆ้องกลองระฆังขึ้นพร้อมกัน 3 ลา

วันที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2525[แก้]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปยังบริเวณหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ไปในการพระราชพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราช ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระสยามเทวาธิราชจากวิมานในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ มาประดิษฐานที่บุษบกมุขเด็จ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้อาณาประชาราษฎร์ได้สักการะพระสยามเทวาธิราชเป็นครั้งแรก ถึงวันที่ 21 เมษายน พุทธศักราช 2525 มีประชาชนทั่วทุกสารทิศเดินทางมาอย่างเนืองแน่นทุกวัน

วันที่ 9 เมษายน พุทธศักราช 2525[แก้]

เวลา 19.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ทรงฉลองพระองค์ครุย และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปยังทำเนียบรัฐบาล ไปในงานมหามงคลสโมสรสันนิบาต เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อเบื้องพระยุคลบาทในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และแสดงออกถึงความชื่นชมยินดี ที่พระบรมราชจักรีวงศ์ได้สถิตสถาพรมาเป็นเวลา 200 ปี ยั่งยืนนานยิ่งกว่าพระบรมราชวงศ์อื่นใดที่เสด็จขึ้นผ่านพิภพปกครองราชอาณาจักรไทยมาแล้วในอดีต โดยขอพระราชทานเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระบรมวงศานุวงศ์ เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ วิจิตรงดงามยิ่งกว่างานใดๆ ที่เคยจัดมา

วันที่ 12 เมษายน พุทธศักราช 2525[แก้]

มีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ ด้วยกระบวนพยุหยาตราชลมารคน้อย ไปยังสะพานพระพุทธยอดฟ้า (ฝั่งธนบุรี) และเชิญไปยังวงเวียนใหญ่ ก่อนที่จะอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ ท้องสนามหลวง ในเวลาต่อมา

วันที่ 21 เมษายน พุทธศักราช 2525[แก้]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปยังศาลหลักเมือง ไปในการพระราชพิธีสมโภชหลักเมือง และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลบวงสรวงพระเทพารักษ์ ซึ่งได้บูรณะศาลหลักเมืองใหม่ให้ใหญ่สง่างาม เพื่อเป็นสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลแก่พระมหานครรัตนโกสินทร์

ตราสัญลักษณ์[แก้]

ตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ภาพมีลักษณะเป็นศิลปไทยทั้งสีและลายเส้น ประกอบด้วย ภาพเทวดาสององค์พนมมือไว้ หันหน้าเข้าหากัน อันมีความหมายว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งชาวเทวดา และได้ร่วมกันเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ในวาระสำคัญครบ 200 ปี เหนือภาพเทวดาเป็นภาพซุ้มวิมาน หมายถึง สิ่งก่อสร้างของกรุงเทพมหานคร (แบบซุ้มนี้ได้แบบมาจากซุ้มประดิษฐานพระสยามเทวาธิราช ในพระบรมมหาราชวัง ตามคำแนะนำของท่านรองราชเลขาธิการ) เบื้องล่างเป็นอักษรข้อความว่า สมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี อยู่ด้านบน พ.ศ. 2525 อยู่ด้านล่าง 

อ้างอิง[แก้]

  1. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน,พระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี