นาจิบ ราซะก์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นาจิบ ราซะก์
นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย คนที่ 6
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
3 เมษายน พ.ศ. 2552
ก่อนหน้า อับดุลละห์ อะห์มัด บาดาวี
รองนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
7 มกราคม พ.ศ. 2547 – 3 เมษายน พ.ศ. 2552
นายกรัฐมนตรี อับดุลละห์ อะห์มัด บาดาวี
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2496 (63 ปี)
พรรคการเมือง พรรคอัมโน
คู่สมรส ปุตรี ไซนะห์ อัสกันดาร์ (1976–1987)
รสมะห์ มันโซร์ (1987–ปัจจุบัน)
ศาสนา อิสลาม

ดาโต๊ะซรี ฮัจญี โมฮัมมัด นาจิบ บิน ตน ฮัจญี อับดุล ราซะก์ (มลายู: Haji Mohammad Najib bin Tun Haji Abdul Razak) หรือ นาจิบ ราซะก์ เป็นนักการเมืองมาเลเซียจากพรรคอัมโน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2552 ต่อจากอับดุลละห์ อะห์มัด บาดาวี เขาเป็นบุตรชายของอับดุล ราซะก์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 2

ข้อกล่าวหาการทุจริต[แก้]

ในปี 2552 หลังจากที่พึ่งเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ รัฐบาลของราซะก์ ได้จัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่ชื่อว่า 1Malaysia Development Berhad หรือกองทุน 1MDB ขึ้น โดยเป็นกองทุนของรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อแสวงหากำไรโดยเฉพาะ รัฐบาลของราซะก์แถลงว่ากองทุนนี้จะทำให้กรุงกัวลาลัมเปอร์เป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค และหวังให้มาเลเซียเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2563 อย่างไรก็ตาม กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาตินี้แตกต่างจากกองทุนความมั่งคั่งฯของประเทศอื่นๆ คือใช้เงินกู้แทนที่จะเป็นเงินจากทุนสำรองระหว่างประเทศ กองทุนนี้ได้กู้ยืมเงินจากต่างประเทศและสร้างหนี้มหาศาลแก่รัฐบาลมาเลเซีย มูลหนี้คิดเป็นมูลค่ากว่า 4.2 หมื่นล้านริงกิตในปี 2015[1]

ในปี 2558 กองทุนได้ผิดนัดชำระหนี้มูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐแก่เจ้าหนี้ต่างชาติ และในปีต่อมา Wall Street Journal ได้เปิดเผยว่า โครงการส่วนใหญ่ที่กองทุน 1MDB ไปลงทุน ซึ่งรวมถึงแหล่งน้ำมันและเหมืองแร่ในต่างประเทศนั้น ไม่สร้างผลกำไร หลังจากที่ได้มีการเปิดเผยเรื่องนี้ อัยการสูงสุด อับดุล ปาลาอิล เริ่มสืบสวนเชิงลึกว่าเงินจากกองทุนนี้ได้ไปยังที่ใดบ้าง และได้ปรากฏหลักฐานว่าตั้งแต่มีนาคม 2556 ถึงกุมภาพันธ์ 2558 มีเงินจำนวนรวมกว่า 681 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2,672 ล้านริงกิต) ได้ถูกโอนจาก 1MDB ไปยังบัญชีส่วนตัวของนาจิบ[2][3]

การเปิดเผยดังกล่าวได้ก่อให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ในกัวลาลัมเปอร์เรียกร้องให้นาจิบลาออก แม้แต่คนในคณะรัฐมนตรีของเขาก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เขา ซึ่งบุคคลเหล่านั้นได้ถูกนาจิบปรับออกในการปรับคณะรัฐมนตรีกลางวาระ โดยนาจิบให้เหตุผลในการปรับออกว่า เขาต้องการทีมที่มีเอกภาพมากกว่านี้[4] ต่อมาในวันที่ 3 สิงหาคม 2558 สำนักงานป.ป.ช.ของมาเลเซียได้ออกมาแถลงว่า เงินโอนดังกล่าวเป็นเงินบริจาค ไม่ใช่เป็นเงินจากกองทุนฯ แต่ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้บริจาคและบริจาคทำไม[5][6] หลังจากนั้นไม่กี่วัน สมาชิกพรรคอัมโนได้ออกมาแถลงว่า เงินบริจาคดังกล่าวเป็นเงินจากซาอุดีอาระเบียเพื่อเป็นการตอบแทนที่ช่วยสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม และยังเสริมอีกว่าชุมชนมุสลิมในประเทศฟิลิปปินส์และในภาคใต้ของไทยก็ได้รับเงินบริจาคดังกล่าวเช่นกัน[7]

ในเดือนกันยายน 2558 สำนักข่าว New York Times รายงานว่า ทางการสหรัฐกำลังสืบสวนข้อกล่าวหาการทุจริตดังกล่าวเช่นกัน และมุ่งเป้าไปที่ทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกาที่นาจิบได้ซื้อผ่านบริษัทนอมินีในตลอดหลายปีที่ผ่านมา[8] นาจิบยังได้ปลดอัยการสูงสุด อับดุล ปาตาอิล ออกและแต่งตั้งคนใหม่ คือนายโมฮัมเหม็ด อาลี เข้ามาแทน โดยอัยการสูงสุดคนใหม่ได้แถลงว่า "ผมขอยืนยันโดยอิงตามหลักฐาน...ว่าเงินจำนวน 681 ล้านดอลลาร์ที่ได้ถูกโอนไปยังบัญชีส่วนตัวของนายกฯ นาจิบ ราซะก์ นั้น เป็นเงินบริจาคส่วนตัว...จากราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย" ในขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศและการคลังของซาอุดีอาระเบียกล่าวว่าไม่พบข้อมูลการส่งเงินของขวัญดังกล่าว[9]

แหล่งข่าวที่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อ[10] ได้ออกมาเปิดเผยว่านาจิบได้คืนเงินจำนวน 620 ล้านดอลลาร์แก่ราชวงศ์ซาอุแล้วในปี 2556 แต่ไม่มีคำอธิบายว่านาจิบได้ทำอะไรกับเงิน 61 ล้านดอลลาร์ที่ไม่ได้คืนไป[11]

อ้างอิง[แก้]

  1. Malaysian leader faces risk of criminal charges over fund. ABC News, 5 July 2015. Retrieved 7 July 2015.
  2. Wright, Tom; Clark, Simon (2 July 2015). "Investigators Believe Money Flowed to Malaysian Leader Najib’s Accounts Amid 1MDB Probe". The Wall Street Journal (Dow Jones & Company). Archived from the original on 3 July 2015. สืบค้นเมื่อ 5 July 2015. 
  3. Zaid: Najib's finest hour when he steps down. Free Malaysia Today, 6 July 2015. Retrieved 7 July 2015.
  4. "1MDB scandal: Malaysia PM Najib Razak sacks deputy, attorney-general as corruption allegations mount". ABC News (Australia). 29 July 2015. สืบค้นเมื่อ 31 July 2015. 
  5. "MACC: RM2.6bil in Najib's account from donors, not 1MDB's". 
  6. "Malaysia's anti-graft unit says funds in PM's account a 'donation', not from state fund". Reuters. 3 August 2015. 
  7. "Najib’s RM2.6 billion is from Saudi Arabia as thanks for fighting Isis, claims Umno leader". 
  8. "Malaysia’s Leader, Najib Razak, Faces U.S. Corruption Inquiry". 
  9. York, Bradley Hope in New; Kong, Tom Wright in Hong; Lumpur, Yantoultra Ngui in Kuala (27 January 2016). "Doubts Raised About Claim of Saudi ‘Donation’ to Malaysia Prime Minister Najib Razak". สืบค้นเมื่อ 9 September 2016 – โดยทาง Wall Street Journal. 
  10. http://www.thestar.com.my/news/nation/2016/02/06/saudi-minister-believes-funds-given-to-najib-was-investment-not-donation/ was identified as the Saudi royal family.
  11. Fuller, Thomas (26 January 2016). "Malaysia Closes Investigation Into Prime Minister Najib Razak’s Funds". The New York Times. ISSN 0362-4331. สืบค้นเมื่อ 30 January 2016. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]