พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 50 พรรษา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 50 พรรษา พุทธศักราช 2520 จัดขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489 เป็นเวลาหมื่นวันเศษ ใน พ.ศ. 2520 ซึ่งเป็นปีที่เจริญพระชนมพรรษาครบ 50 พรรษา อันเป็นมหามงคลพิเศษ สำนักพระราชวัง ด้วยความเห็นชอบของ คณะรัฐมนตรี ในรัฐบาลสมัย พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ได้กราบบังคมทูลถึงราชประเพณีที่เคยปฏิบัติมาในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมอัยกาธิราชเจ้าจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาและพระราชพิธีเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติได้หมื่นวันเศษอันเป็นมหามงคลพิเศษสมัย ในโอกาสนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการสถาปนาพระราชอิสริยศักดิ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอด้วย และพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีหมายกำหนดพระราชพิธี ดังต่อไปนี้[1]

วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2520[แก้]

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปยัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ใน พระบรมมหาราชวัง ไปในการพระราชพิธีหล่อพระพุทธรูป ซึ่งประกอบด้วยพระพุทธรูป ปางลีลา พระพุทธรูปปางห้ามญาติความสูงศอกคืบ พระพุทธรูป ปางนาคปรก และพระพุทธรูป ปางสมาธิ แล้วทรงเททองหล่อพระพุทธรูปที่เกยหน้าพระอุโบสถ โดยมี พระราชครูวามเทพมุนี ถวายน้ำเทพมนต์และวางใบมะตูมที่หุ่นพระพุทธรูป

วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2520[แก้]

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล เสด็จไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์การพระราชพิธีจารึกสุพรรณบัฏและหิรัญบัฏ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง

เจ้าพนักงานอาลักษณ์ กองประกาศิต สำนักนายกรัฐมนตรี ได้จารึกพระสุพรรณบัฏ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา สุพรรณบัฏ สมเด็จพระราชาคณะ 2 รูป คือ สมเด็จพระวันรัต (จับ ฐิตธมฺโม) วัดโสมนัสวิหาร และ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เสงี่ยม จนฺทสิริ) วัดสุทัศนเทพวราราม หิรัญบัฏ รองสมเด็จพระราชาคณะ 1 รูป คือ พระธรรมปัญญาจารย์ (ทิม อุฑาฒิโม) วัดราชประดิษฐฯ เมื่อจารึกเสร็จแล้วพราหมณ์เบิกแว่น โหรและข้าราชการรับแว่นเวียนเทียน 3 รอบ แล้วเชิญไปรักษาไว้ที่กองประกาศิต สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อคอยพระราชพิธีต่อไป

วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2520[แก้]

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปใน พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ลาน พระราชวังดุสิต

วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2520[แก้]

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปในการพระราชพิธีเบิกพระเนตรและฉลองพระพุทธรูป ทรงใช้ผ้าชุบพระสุคนธ์เช็ดที่แววพระเนตรพระพุทธรูปปางลีลาเท่าพระองค์ ปางห้ามญาติ ปางนาคปรก และปางสมาธิ เป็นการถวายเบิกพระเนตร แล้วทรงพระสุหร่าย เจิมแผ่นป้ายถวายนามพระพุทธรูปปางลีลาและปางห้ามญาติ ถวายผ้าตาดทอง ทรงสะพักพระพุทธรูปทุกองค์ แล้วทรงเจิมสุพรรณบัฏ หิรัญบัฏ สมเด็จพระราชาคณะ และพระสุพรรณบัฏสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับแล้ว พราหมณ์เบิกแว่น โหรและข้าราชการรับแว่น เวียนเทียน 3 รอบสมโภชพระพุทธรูป

วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2520[แก้]

เวลาเช้า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จออกมหาสมาคมและสถาปนาพระราชอิสริยศักดิ์ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน พระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชประทับบน พระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ บนพระแท่นราชบัลลังก์ภายใต้ นพปฎลมหาเศวตฉัตร มหาดเล็กรัวกรับ ชาวม่านไขพระวิสูตร เจ้าพนักงานชูพุ่มดอกไม้ทองให้สัญญาณ ชาวพนักงานกระทั่งแตรมโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลง สรรเสริญพระบารมี ขณะนั้น ทหารบก ทหารเรือ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ครั้นสุดเสียงประโคมแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร , พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรี พลอากาศเอกหะริน หงสกุล ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กราบบังคมทูลถวายชัยมงคล แล้วมีพระราชดำรัสตอบ จบแล้วแตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี

สถาปนาพระราชอิสริยศักดิ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์

จากนั้นพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้อาลักษณ์ กองประกาศิต สำนักนายกรัฐมนตรี อ่านประกาศกระแสพระบรมราชโองการ สถาปนาพระราชอิสริยศักดิ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ เฉลิมพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี

ให้ทรงรับพระราชบัญชา และ สัปตปฎลเศวตฉัตร เป็นพระเกียรติประวัติสืบไป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เสด็จขึ้นไปหมอบเฝ้าฯ บนเกยหน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชหลั่งน้ำพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏที่พระเศียร เจิมที่พระนลาฏ แล้วพระราชทานพระสุพรรณบัฏจารึกพระนามาภิไธย เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ และเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ พราหมณ์เป่าสังข์ ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร ดุริยางค์ แล้วมหาดเล็กรัวกรับ ชาวม่านปิดพระวิสูตร เจ้าพนักงานชูพุ่มดอกไม้ทองให้สัญญาณ ชาวพนักงานประโคมเช่นเวลาเสด็จออก ทหารกองเกียรติยศถวายเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี

เวลาบ่าย เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม บรรพชิตญวนและบรรพชิตจีน ถวายพระพรที่มุขหน้าพระอุโบสถ พระสงฆ์ 5 รูป เจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ คือ สวดนพเคราะห์ แล้วพระราชทานสังคหวัตถุแก่ข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้สูงอายุฝ่ายหน้าและฝ่ายในที่เฝ้าฯ อยู่หน้าพระอุโบสถ จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยฯ ทรงสถาปนาสมณศักดิ์พระสงฆ์ชั้นสมเด็จพระราชาคณะ และรองสมเด็จพระราชาคณะ พร้อมกับทรงตั้งสมณศักดิ์ใหม่อีก 49 รูป บรรพชิตจีนนิกาย 1 รูป ต่อจากนั้น พระสงฆ์ 60 รูป เจริญพระพุทธมนต์ในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ระหว่างนี้พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่ข้าราชการ

วันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2520[แก้]

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระนั่งอมรินทรวินิจฉัย ไปในการพระราชพิธีถวายภัตตาหารเพลแด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร สมเด็จพระราชาคณะ และคณะสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์แต่วันวาน แล้วสมเด็จพระสังฆราช ถวายพระธรรมเทศนามงคลวิเศษกถา เมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับแล้ว พราหมณ์ เบิกแว่น โหรและข้าราชการรับแว่นเวียนเทียนสมโภชดวงพระบรมราชสมภพ พระสุพรรณบัฏ พระปรมาภิไธย ดวงพระพิชัยสงคราม และ พระราชลัญจกร

อ้างอิง[แก้]

  1. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน,พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 50 พรรษา พุทธศักราช 2520 kanchanapisek.or.th/kp6