ธนาคารไทยพาณิชย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ธนาคารไทยพานิชย์)
Jump to navigation Jump to search
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
ประเภท บริษัทมหาชน
การซื้อขาย (SET:SCB)
รูปแบบ สถาบันการเงิน
ก่อนหน้า บุคคลัภย์
แบงก์สยามกัมมาจล
ก่อตั้ง 4 ตุลาคม พ.ศ. 2447 (113 ปี ในชื่อบุคคลัภย์)
30 มกราคม พ.ศ. 2449 (112 ปี ในชื่อแบงก์สยามกัมมาจล)
27 มกราคม พ.ศ. 2482 (79 ปี ในชื่อธนาคารไทยพาณิชย์)
ผู้ก่อตั้ง พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ที่อยู่ ถนนรัชดาภิเษก แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
จำนวนที่ตั้ง ศูนย์การเงินรายย่อย 1,070 สาขา และเครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ 9,724 แห่ง
พื้นที่ที่ให้บริการ ทั่วโลก
บุคลากรหลัก

วิชิต สุรพงษ์ชัย (ประธานกรรมการบริหาร)

อาทิตย์ นันทวิทยา (กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร)
อุตสาหกรรม ธนาคาร บริการการเงิน
ผลิตภัณฑ์ การธนาคารลูกค้ารายย่อย การธนาคารพาณิชย์ การประกันภัย วาณิชธนกิจ เงินกู้จำนอง การธนาคารลูกค้าบุคคลรายใหญ่ การบริหารความมั่งคั่ง บัตรเครดิต
มูลค่าตลาด Red Arrow Down.svg 509,311.08 ล้านบาท (2560)[1]
รายได้ Green Arrow Up Darker.svg 166,855.24 ล้านบาท (2560)[2]
กำไร Red Arrow Down.svg 43,151.90 ล้านบาท (2560)[3]
สินทรัพย์ Green Arrow Up Darker.svg 3,024,032.02 ล้านบาท (2560)[4]
ทุน 3,395,427,949 หุ้น (2561)[5]
พนักงาน 27,000 คน (2560)
คำขวัญ ไปด้วยกัน ไปได้ไกล
เว็บไซต์ www.scb.co.th

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (อังกฤษ: The Siam Commercial Bank Public Company Limited ชื่อย่อ: SCB)[6] เป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกและเป็นหนึ่งในห้าธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ก่อตั้งโดยพระบรมราชานุญาต ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2449 ปัจจุบันมีสาขาทั้งสิ้น 1,070 สาขา

ประวัติ[แก้]

กิจการของธนาคารเริ่มต้นขึ้นในนาม “บุคคลัภย์” (Book Club) ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2447 ก่อตั้งโดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย เนื่องจากขณะนั้นทรงเชื่อว่า สยามประเทศมีความจำเป็น ต้องมีระบบการเงินธนาคาร เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจการเงินของประเทศ หลังจากบุคคลัภย์ขยายตัวทางธุรกิจขึ้นเป็นลำดับ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานอำนาจพิเศษ ให้จัดตั้ง “บริษัท แบงก์สยามกัมมาจล ทุนจำกัด” เพื่อประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์อย่างเป็นทางการ นับแต่วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2449 ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์อย่างเป็นทางการ นับแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน[7]

ธนาคารไทยพาณิชย์เป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบในประเทศประจำปี 2560[8]ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 17/2560

ลำดับเหตุการณ์สำคัญ[แก้]

  • พ.ศ. 2449 - ธนาคารฯ เปิดทำการ ในที่ทำการเดิมของบุคคลัภย์ ตำบลบ้านหม้อ อำเภอพระนคร จังหวัดพระนคร
  • พ.ศ. 2453 - ธนาคารฯ ย้ายสำนักงานไปยังอาคารตลาดน้อย ตำบลตลาดน้อย อำเภอสัมพันธวงศ์ จังหวัดพระนคร
  • พ.ศ. 2455 - ธนาคารฯ เปิดสาขาแห่งแรก ย่านท่าน้ำราชวงศ์ ตำบลสำเพ็ง อำเภอสัมพันธวงศ์ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม
  • พ.ศ. 2463 - ธนาคารฯ เปิดสาขาแห่งแรก ในส่วนภูมิภาค คือสาขาทุ่งสง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช (ปัจจุบันเป็นอาคารคลังพัสดุ ในย่านสถานีชุมทางทุ่งสง) เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม
  • พ.ศ. 2470 - ธนาคารฯ เปิดสาขาในส่วนภูมิภาคแห่งที่สอง คือสาขาเชียงใหม่ ข้างโรงแรมรถไฟเชียงใหม่ ซึ่งอยู่หน้าสถานีรถไฟเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 1 มกราคม
  • พ.ศ. 2473 - ธนาคารฯ เปิดสาขาในส่วนภูมิภาคแห่งที่สาม คือสาขาลำปาง จังหวัดลำปาง นับเป็นสาขาภูมิภาคที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งยังคงให้บริการในที่ทำการเดิมมาจนถึงทุกวันนี้
  • พ.ศ. 2476 - ธนาคารฯ ย้ายที่ทำการสาขาเชียงใหม่ เข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่
  • พ.ศ. 2482 - ธนาคารฯ เปลี่ยนชื่อภาษาไทย จากแบงก์สยามกัมมาจล เป็นธนาคารไทยพาณิชย์ และเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษจาก The Siam Commercial Bank, Limited เป็น The Thai Commercial Bank, Limited ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม เป็นต้นไป
  • พ.ศ. 2485 - ธนาคารฯ แต่งตั้ง นายเล้ง ศรีสมวงศ์ เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ชาวไทยคนแรก เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์
  • พ.ศ. 2486 - ธนาคารฯ เปิดสาขาในส่วนภูมิภาคแห่งที่สี่ คือสาขานครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้บริการพ่อค้าประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • พ.ศ. 2489 - ธนาคารฯ เปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษ กลับมาเป็น The Siam Commercial Bank, Limited
  • พ.ศ. 2505 - ธนาคารฯ เริ่มใช้เครื่องลงบัญชีเดินสะพัด โพสต์-โทรนิก ซึ่งเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่นับว่าทันสมัยที่สุดในยุคนั้น เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม
  • พ.ศ. 2514 - ธนาคารฯ ได้เปิดอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ (ปัจจุบันปรับฐานะเป็นสาขาชิดลม และได้ยกอาคารดังกล่าวไปให้เป็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จากนั้นจึงได้ย้ายไปอยู่ที่อาคารหลังใหม่ติดกับหลังเดิม ซึ่งเปิดใช้งานในปี พ.ศ. 2525)
  • พ.ศ. 2516 - ธนาคารฯ เริ่มรับพนักงานสตรีเข้าปฏิบัติงานเป็นครั้งแรก
  • พ.ศ. 2525 - ธนาคารฯ เริ่มให้บริการฝากและถอนต่างสาขา กับบัญชีเงินฝากครบทุกประเภท เป็นแห่งแรกในประเทศไทย
  • พ.ศ. 2526 - ธนาคารฯ เริ่มให้บริการเงินด่วน ด้วยเครื่องเอทีเอ็ม เป็นครั้งแรก และแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม เป็นต้นไป
  • พ.ศ. 2531 - ธนาคารฯ มีปริมาณสินทรัพย์รวม 103,298.1 ล้านบาท เมื่อถึงสิ้นปีดังกล่าว
  • พ.ศ. 25322535 - ธนาคารฯ ได้รับรางวัล "ธนาคารแห่งปี" (Bank of the Year) จากนิตยสารการเงินธนาคาร เป็นเวลา 4 ปีซ้อน ในฐานะที่เป็นธนาคารพาณิชย์ไทย ที่มีผลงานโดดเด่นอย่างรอบด้าน รวมทั้งการขยายตัวของธนาคารฯ และการเตรียมพร้อมรองรับความเจริญในอนาคต
  • พ.ศ. 2536 - ธนาคารฯ เข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป โดยใช้ชื่อภาษาไทยว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และชื่อภาษาอังกฤษว่า Siam Commercial Bank Public Company Limited
  • พ.ศ. 2539 - ธนาคารฯ ย้ายที่ทำการสำนักงานใหญ่ จากถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ไปยังอาคารเอสซีบีพาร์กพลาซา บนถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม เป็นต้นไป
  • พ.ศ. 2541-2542 - สืบเนื่องจากวิกฤตทางการเงินในเอเชีย เมื่อปี พ.ศ. 2540 ส่งผลต่อเนื่องถึงเศรษฐกิจไทยโดยรวม ที่ซบเซาลงอย่างหนัก และการดำเนินมาตรการที่เข้มงวด ตามกรอบนโยบายของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ธนาคารฯ จึงต้องรับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นับเป็นยุควิกฤตของธนาคารฯ เนื่องจากมีปริมาณสินเชื่อด้อยคุณภาพ เพิ่มขึ้นตามลำดับ ทางธนาคารฯ จึงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น ด้วยความพยายามรักษาระดับของเงินกองทุนให้เพียงพอ, การปรับปรุงโครงสร้างหนี้, การปรับปรุงโครงสร้างของธนาคารฯ ตลอดจนตัดทอนค่าใช้จ่ายต่างๆ ร่วมกับการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ด้วยการเพิ่มทุน ซึ่งล้วนแต่สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ทั้งการเสนอขายหุ้นแก่ผู้ถือหุ้นเดิม, แก่ผู้ลงทุนในต่างประเทศ และการออกหุ้นกู้ ซึ่งถือเป็นการขายหุ้นเพิ่มทุน ครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยวารสารการเงินหลายฉบับ กล่าวขวัญว่า เป็นข้อตกลงที่ควรพิจารณาแห่งปีของเอเชีย ซึ่งมาตรการทั้งหมดนั้น ได้รับความร่วมมือร่วมใจ จากพนักงานของธนาคารฯ เป็นอย่างดียิ่ง
  • พ.ศ. 2549 - ธนาคารฯ มีปริมาณสินทรัพย์เป็นอันดับที่สาม มูลค่าเกินหนึ่งล้านล้านบาท โดยมีมูลค่าตลาดรวม เพิ่มสูงขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ตลอดจนมีจำนวนสาขา และเครื่องเอทีเอ็มทั่วประเทศ มากที่สุดในประเทศไทย
  • พ.ศ. 2553 - ธนาคารฯ ปรับปรุงอัตลักษณ์และตราของธนาคาร ให้มีความเรียบง่ายและทันสมัยมากขึ้น และเปิดดำเนินกิจการจนครบหนึ่งพันสาขา โดยสาขาที่ 1,000 ตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดที่ทำการ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม[ต้องการอ้างอิง]
  • พ.ศ. 2555 - บริษัท เงินทุน สินอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ได้โอนบรรดากิจการทั้งหมด ไปเป็นส่วนหนึ่งของธนาคารฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมของปีดังกล่าว[9]

กิจการในเครือ[แก้]

อาคารสำนักงานใหญ่ของธนาคารไทยพาณิชย์
SCB111.jpg
SCB222.jpg
SCB333.jpg

กรรมการบริษัท[10][แก้]

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่[แก้]

  • ข้อมูล ณ วันที่ 8 มีนาคม 2561[11]
ลำดับที่ รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น ร้อยละ
1 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 615,867,085 18.14%
2 กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง โดย บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) 392,649,100 11.56%
3 กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง โดย บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) 392,649,100 11.56%
4 บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 313,806,456 9.24%
5 STATE STREET EUROPE LIMITED 172,930,798 5.09%

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]