พลตรี บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ (ชื่อเดิม : กิมกุ่ย) อดีตประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร อดีตรองนายกรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี
[แก้] ประวัติ
บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ เกิดเมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2462 ที่อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรของนายเอี้ยง กับนางช่วง สุวรรณหงษ์ (ต่อมาเปลี่ยนเป็น "ประเสริฐสุวรรณ") จบการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย และจบหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาครูพิเศษมัธยม (พม.) จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนทหารเสนารักษ์
สมรสกับนางดวงเนตร ประเสริฐสุวรรณ มีบุตรชายคือ ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี
[แก้] การทำงาน
บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ เริ่มทำงานหลังจากจบประกาศนียบัตรครูพิเศษมัธยม (พม.) โดยเป็นครูประจำโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2480 ก่อนจะไปศึกษาต่อที่โรงเรียนทหารเสนารักษ์ และรับราชการมีชั้นยศ "สิบเอก" จากนั้นได้เข้าร่วมในราชการสงครามจนได้รับเหรียญชัยสมรภูมิมหาเอเชียบูรพา และเหรียญชัยสมรภูมิสงครามโลกครั้งที่สอง และกลับมาเป็นอาจารย์สอนประจำที่โรงพยาบาลอานันทมหิดล จังหวัดลพบุรี กระทั่ง พ.ศ. 2488 ได้ลาออกจากราชการเพื่อดูแลครอบครัว และเปิดคลินิกรักษาพยาบาลชื่อว่า "วิริยะการแพทย์"
[แก้] งานการเมือง
บุญเอื้อ ได้เข้าสู่งานการเมืองโดยลงสมัครเป็นสมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) เขตอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี และได้รับเลือกตั้งรวม 4 สมัย จากนั้นจึงได้เข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติโดยการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 จนถึงปี พ.ศ. 2539 รวมถึง 10 สมัย โดยในระยะแรกได้ร่วมงานการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 จึงย้ายมาร่วมงานกับพรรคธรรมสังคม และพรรคชาติไทยในปีถัดมา และยังเป็นผู้ชักชวนนายบรรหาร ศิลปอาชา เข้าสู่งานการเมืองอีกด้วย
บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์[1] ในรัฐบาลของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ต่อมาในปี พ.ศ. 2538 ได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร[2]
บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ ได้รับพระราชทานยศ "พลตรี" เป็นกรณีพิเศษ เมื่อปี พ.ศ. 2540[3][4]
[แก้] เครื่องราชอิสริยาภรณ์
[แก้] อ้างอิง