องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สัญลักษณ์กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล

กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (อังกฤษ: World Wide Fund for Nature - WWF)[1] เป็นองค์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ โดยยับยั้งการทำลายสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนให้มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติ และใช้พลังงานทดแทน ปัจจุบันเน้นการทำงานในด้าน ป่าไม้ ระบบนิเวศวิทยาของพื้นน้ำ มหาสมุทรรวมทั้งชายฝั่งทะเล สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ การบำบัดสารพิษที่เกิดจากสารเคมี องค์การแห่งนี้เป็นองค์กรอนุรักษ์อิสระใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีผู้สนับสนุนมากกว่า 5 ล้านรายจากทั่วโลก ดำเนินโครงการอนุรักษ์ต่างๆ 12,000 โครงการ ใน 153 ประเทศ [2] องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากลมีสถานะเป็นมูลนิธิ[3] ใน ค.ศ. 2010 ได้เกิดกองทุนที่มาจากเงินทุนของประชาชนรวมถึงการยกมรดกให้ที่ 57 เปอร์เซ็นต์ และ 17 เปอร์เซ็นต์จากแหล่งรัฐบาล (เช่น ธนาคารโลก, กระทรวงการพัฒนาระหว่างประเทศ, องค์การบริหารวิเทศกิจแห่งสหรัฐอเมริกา) และ 11 เปอร์เซ็นต์จากสถาบันการเงินต่างๆ[4]

องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากลก่อตั้งเมื่อ 11 กันยายน พ.ศ. 2504 ที่เมืองมอร์เกส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในไทยมีสำนักงานตั้งอยู่ที่ซอยพหลโยธิน 5 มีสำนักงานสาขา เพื่อดำเนินการและกิจกรรมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เชิงปลุกจิตสำนึก และให้ความรู้อยู่หลายแห่ง

ประวัติ[แก้]

{{WWF (World Wide Fund For Nature) ก่อตั้งขึ้นโดยมีจุดเริ่มต้นจากความห่วงใยของ “เซอร์ จูเลียน ฮักซ์ลี่ย์” (Sir Julian Huxley) ในเรื่องการล่าสัตว์ป่าที่เกิดขึ้นในวงกว้าง

ในปี พ.ศ. 2503 ฮักซ์ลี่ย์ เดินทางไปยังอัฟริกาตะวันออก ในการประชุมของ ESO ว่าด้วยเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ป่า ซึ่งทำให้เขาได้พบว่าสัตว์ป่าหลายชนิดกำลังถูกล่าอย่างหนัก และหากไม่มีการจัดการใดในอีก 20 ปี ข้างหน้า สัตว์ป่าเหล่านี้คงสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้อย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้หลังจากที่ฮักซ์ลี่ย์เดินทางกลับสู่อังกฤษ เขาได้เขียนบทความตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ เพื่อกระตุ้นเตือนให้ประชาชนชาวอังกฤษตระหนักถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น บทความของเขาได้สร้างกระแสให้คนอ่านหันมาตระหนักถึงความจริงที่ว่า การอนุรักษ์ธรรมชาติเป็นเรื่องที่ต้องจริงจังและให้ความสำคัญ

ภายหลังจากบทความของฮักซ์ลี่ย์ได้รับการแผยแพร่ มีจดหมายแสดงความห่วงใยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นหลายฉบับถูกส่งกลับมาถึงเขา ซึ่งรวมถึงจดหมายของนักธุรกิจคนสำคัญอย่าง วิคเทอร์ ซโตแลน (Victor Stolan) ที่ได้แนะนำประเด็นสำคัญในการอนุรักษ์ไว้อย่างน่าสนใจว่า สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนในเวลานี้ก็คือ การจัดตั้งองค์กรนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

จากคำแนะนำดังกล่าว ฮักซ์ลี่ย์ ได้หารือกับ แมค นิคโคลสัน (Max Nicholson)ประธานองค์กรพิทักษ์ธรรมชาติของอังกฤษ (Britain’s Nature Conservancy) เพื่อหาแนวทางในการจัดตั้งองค์กรดังกล่าว

ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 นิคโคลสันได้รวบรวมคนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้าจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์ และคณะกรรมการชุดต่างๆ เพื่อจัดตั้งองค์กรนานาชาติด้านการอนุรักษ์ขึ้น ในนาม ESO (World Wildlife Fund) ประธานคนแรกของ ESO ได้แก่ เซอร์ ปีเตอร์ สก๊อต (Sir Peter Scott) ซึ่งในอดีตเคยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (World Conservative Union : IUCN)

WWF มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองกล๊องด์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้ใช้รูปแพนด้าเป็นโลโก้ขององค์กรมาจนถึงปัจจุบัน }}

สัญลักษณ์[แก้]

สัญลักษณ์หมีแพนด้าได้รับแรงบันดาลใจมาจากชิชิ แพนด้ายักษ์เพศเมียที่อยู่ในสวนสัตว์เมืองลอนดอน เมื่อปีพ.ศ. 2504 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่ WWF ได้ริเริ่มก่อตั้งขึ้นมา เนื่องจากแพนด้าเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ รูปร่างสวย ผู้คนต่างให้ความสนใจ รัก และพร้อมที่จะปกป้อง WWF จึงใช้สัญลักษณ์แพนด้าแทนสัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือจากมนุษย์ที่สามารถสร้างการจดจำ ก้าวพ้นกำแพงของภาษา สามารถสื่อสารได้ นอกจากนี้สีดำ-ขาว ยังช่วยประหยัดต้นทุนในการพิมพ์ด้วย

พันธกิจ[แก้]

  • ลดการบุกรุกและยับยั้งการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพของโลก
  • สร้างอนาคตใหม่ให้มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน
  • ส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
  • ผลักดันให้เกิดการลดมลภาวะ และลดการบริโภคอย่างสิ้นเปลือง

ความสำเร็จขององค์การ[แก้]

  • WWF จัดพิมพ์รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลก ภายใต้ชื่อ "Living Planet Report" เพื่อแสดงให้เห็นว่าภายในระยะเวลาเพียง 30 ปี โลกได้สูญเสียทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าไปมากถึง 1 ใน 3 ของที่มีอยู่
  • WWF นำเสนอพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติ 200 แห่งทั่วโลก ภายใต้ชื่อ "Global 200" ให้เป็นพื้นที่เป้าหมาย ที่ความสำคัญเร่งด่วนในการดำเนินการอนุรักษ์ และได้ริเริ่มโครงการต่างๆ ในพื้นที่เป้าหมายทั้ง 200 แห่งไปพร้อมๆ กันทั่วโลก
  • WWF รณรงค์ โครงการ "ของขวัญเพื่อโลก" (Gift to the Earth) ซึ่งเป็นโครงการที่สร้างพันธกิจในการพิทักษ์พื้นที่ที่โดดเด่นของโลก และภายในปีพ.ศ. 2545 ได้ขึ้นทะเบียนพื้นที่ 56 แห่งให้เป็นของขวัญแก่โลก นับตั้งแต่กฎหมายด้านการอนุรักษ์ของประเทศเอกวาดอร์ เพื่อพิทักษ์ชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าในหมู่เกาะกาลาปาโกส ไปจนถึงการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติแห่งใหม่ในประเทศแคนาดา กาบอง มองโกเลีย นิวซีแลนด์ รัสเซีย และอัฟริกาใต้
  • พ.ศ. 2551 - WWF ร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนและอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ตั้งมาตรฐานการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm Oil หรือ RSPO)
  • พ.ศ. 2552 - เดือนพฤษภาคม ผู้นำจาก 6 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ปาปัวนิวกินี ฟิลิปปินส์ หมู่เกาะโซโลมอน และติมอร์ตะวันออก ให้คำมั่นว่าจะดำเนินแผนงานอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรชายฝั่งและใต้น้ำอย่างยั่งยืน ในเขตสามเหลี่ยมปะการัง (Coral Triangle) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของปะการังกว่าร้อยละ 76 ของปะการังที่มีอยู่บนโลก นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งทำประมงทูน่าของโลกอีกด้วย
  • พ.ศ. 2553 - ปัจจุบัน จากความมุ่งมั่นสร้างความตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม งานรณรงค์ Earth Hour ปิดไฟให้โลกพัก ของ WWF มีผู้สนับสนุนเป็นจำนวนมากและได้เป็นต้นแบบในการรณรงค์สร้างจิตสำนึกประหยัดพลังงาน กิจกรรม Earth Hour ที่จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2550 ที่เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย มีบ้านเรือนและอาคารสำนักงานทั่วโลกถึง 2.2 ล้านหลัง ในปี 2553 มีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกกว่าหลายร้อยล้านคน ในการผลักดันให้นักการเมือง รัฐบาลและผู้นำโลกปฏิบัติตามสนธิสัญญาเกียวโต (Kyoto Protocol) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศของตน

องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ประเทศไทย[แก้]

WWF สำนักงานประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2538 ในฐานะสำนักงานโครงการวิจัย ก่อนเริ่มพัฒนาโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอีกหลายโครงการ จนยกสถานะขึ้นเป็นสำนักงานโครงการ เมื่อปี 2542 และรวมเข้ากับสำนักงานในกลุ่มประเทศอินโดจีน (กัมพูชา ลาว และ เวียดนาม) ภายใต้ชื่อ WWF Greater Mekong เมื่อปี 2548

โดยมีจุดมุ่งหมายในการขยายขอบเขตความร่วมมือและการทำงานด้านอนุรักษ์ให้กว้างไกลครอบคลุมสู่ระดับภูมิภาค โดยให้ความสำคัญต่อ 4 เขต นิเวศภูมิภาคที่ระบุไว้ใน WWF Global 200 อันประกอบด้วย เขตนิเวศภูมิภาคเทือกเขาตะนาวศรี- ถนนธงชัย ป่าดิบแล้งในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ลุ่มน้ำโขง และทะเลอันดามัน ครอบคลุมประเด็นการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์ที่อยู่ในสถานภาพเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (Critical species) การอนุรักษ์ระบบนิเวศที่สำคัญและมีความเปราะบาง (Critical places) การลดผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ที่ส่งผลต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Ecological Footprint)

งานอนุรักษ์ของ WWF Thailand[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ชื่ออย่างเป็นทางการขององค์การใช้ชื่อ ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ (WWF) โดยเปลี่ยนจากชื่อเดิม World Wildlife Fund
  2. WWF - WWF conservation projects around the world
  3. "How is WWF run?". สืบค้นเมื่อ 21 July 2011. 
  4. WWF-INT Annual Review. World Wide Fund for Nature. 2010. p. 43. สืบค้นเมื่อ 21 July 2011. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]