ข้ามไปเนื้อหา

สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก พระเจ้าปราสาททอง)
สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง
พระบรมรูปแทนพระองค์สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ประดิษฐาน ณ หอเหมมณเฑียรเทวราช พระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พระเจ้ากรุงศรีอยุธยา
รัชสมัยพ.ศ. 2173–2199[1] (27 ปี)
อัครมหาเสนาบดีเจ้าพระยาอภัยราชา (ชื่น) (สมุหนายก)
ก่อนหน้าสมเด็จพระอาทิตยวงศ์
(ราชวงศ์สุโขทัย)
ถัดไปสมเด็จเจ้าฟ้าไชย
ข้อมูลส่วนพระองค์
ราชวงศ์ปราสาททอง
พระบรมราชสมภพพ.ศ. 2143[2]
สวรรคตพ.ศ. 2199[1] (56 พรรษา)
พระบรมวงศานุวงศ์
พระราชโอรส-ธิดาสมเด็จเจ้าฟ้าไชย
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
กรมหลวงโยธาทิพ
เจ้าฟ้าอภัยทศ
เจ้าฟ้าน้อย
ข้อมูลอื่น ๆ
ศาสนาพุทธ

สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง[3] หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 5 เป็นพระเจ้ากรุงศรีอยุธยารัชกาลที่ 24 และทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ปราสาททอง ราชวงศ์ที่ 4 แห่งอาณาจักรอยุธยา​

พระราชประวัติ

[แก้]

สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เสด็จพระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ. 2143 เป็นบุตรของ ออกญาศรีธรรมาธิราช[2] ซึ่งเยเรเมียส ฟาน ฟลีตกล่าวว่าเป็นพี่ชายคนใหญ่ของพระชนนีของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม[2] เดิมเป็นขุนนางในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม มีบรรดาศักดิ์เป็นพระมหาอำมาตย์ และออกญาศรีวรวงศ์ ภายหลังมีความชอบจากการปราบกบฏญี่ปุ่น จึงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ และได้รับพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวนมาก[4]

เมื่อสมเด็จพระเชษฐาธิราชสืบราชสมบัติต่อมาได้ 4 เดือน พระราชมารดาเจ้าพระยากลาโหมถึงแก่กรรม มีข้าราชการใหญ่น้อยไปช่วยงานมากสมเด็จพระเชษฐาธิราชทรงเชื่อว่าเจ้าพระยากลาโหมเตรียมการจะก่อกบฏ จึงโปรดให้ตั้งกองทหารไว้ แล้วให้ขุนมหามนตรีไปเรียกเจ้าพระยากลาโหมมาดูมวย แต่เจ้าหมื่นสรรเพธภักดีส่งข่าวไปแจ้งแผนการก่อน เจ้าพระยากลาโหมจึงบอกขุนนางว่า "เจ้าแผ่นดินว่าเราเป็นกบฏแล้วเราจะทำตามรับสั่ง" แล้วยกกองกำลังเข้ายึดพระราชวังได้ ส่วนสมเด็จพระเชษฐาธิราชกับข้าหลวงเดิมลงเรือหนีไป[5] เจ้าพระยากลาโหมให้พระยาเดโชและพระยาท้ายน้ำออกติดตามในคืนนั้นจนตามจับได้ที่ป่าโมกน้อย แล้วให้นำไปสำเร็จโทษ[6]

เจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ยกพลเข้าปล้นพระราชวังหลวง ชิงราชสมบัติจากสมเด็จพระเชษฐาธิราชก่อนถวายต่อสมเด็จพระอาทิตยวงศ์ ภาพจากจิตรกรรมชุดโคลงภาพพระราชพงศาวดาร ภาพที่ 41 "ภาพเจ้าพระยากระลาโหมเป็นขบถ" วาดโดยศิลปินไม่ปรากฏชื่อ เมื่อ พ.ศ. 2430

จากนั้นจึงอัญเชิญสมเด็จพระอาทิตยวงศ์ขึ้นสืบราชสมบัติต่อ แต่ผ่านไปได้ประมาณ 6 เดือน เหล่ามุขมนตรีก็เห็นว่าสมเด็จพระอาทิตยวงศ์ยังทรงพระเยาว์เกินไป ไม่รู้จักว่าราชการจนเสียการแผ่นดิน[7] จึงถวายราชสมบัติแก่เจ้าพระยากลาโหมให้ขึ้นครองราชย์ทรงพระนามว่าพระเจ้าปราสาททอง[8] ทรงมีพระนามก่อนขึ้นครองราชย์พระนามว่า พระศรีธรรมราชาธิราช ส่วนในกฎหมายพระธรรมนูญ กรมศักดิ์ ลักษณะอาญาหลวง ออกพระนามว่าสมเด็จพระเอกาทศรถอิศวรบรมนาถบรมบพิตร[9] แล้วทรงปูนบำเหน็จมากมายแก่ขุนนางที่สวามิภักดิ์ และทรงตั้งพระอนุชาเป็นสมเด็จพระศรีสุธรรมราชา[10]

ถึงปี พ.ศ. 2199[1] สมเด็จพระเจ้าปราสาททองประชวรหนัก ทรงย้ายไปประทับที่พระที่นั่งเบญจรัตน์ ได้ตรัสมอบราชสมบัติและพระแสงขรรค์ชัยศรีแก่สมเด็จเจ้าฟ้าไชย หลังจากนั้น 3 วัน ก็เสด็จสวรรคต ครองราชย์ได้ 25 ปี[11]

พระราชกรณียกิจ

[แก้]
ด้านศาสนา

สมเด็จพระเจ้าปราสาททองโปรดให้สร้างวัดไชยวัฒนาราม วัดชุมพลนิกายารามราชวรวิหาร สร้างพระปรางค์วัดมหาธาตุ ในช่วงพระราชพิธีลบศักราชได้โปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์พระอารามกว่าร้อยแห่ง เช่น วัดหน้าพระเมรุ เป็นต้น และโปรดเสด็จบำเพ็ญพระราชกุศลในโอกาสต่าง ๆ เช่น สมโภชพระพุทธบาท เป็นต้น

ด้านเศรษฐกิจ

รัชสมัยของพระองค์เป็นยุคที่การค้าทางเรือระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังรุ่งเรือง โดยเฉพาะบริษัทอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ที่เข้ามารับซื้อของป่า หนังกระเบน ดีบุกและข้าวสาร ต่อมายังได้รับพระราชทานสิทธิ์ขาดในการส่งออกหนังสัตว์ด้วย นอกจากนี้ยังมีพ่อค้าสเปน โปรตุเกส อินเดีย เปอร์เซีย และอาร์มีเนีย เข้ามาค้าขาย ทำให้การเงินของประเทศมั่งคั่งขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดรัชกาล[12]

ด้านสถาปัตยกรรม

สมเด็จพระเจ้าปราสาททองโปรดให้สร้างปราสาทนครหลวง พระที่นั่งจักรวรรดิ์ไพชยนต์ พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ พระตำหนักธารเกษม และพระที่นั่งวิหารสมเด็จ นอกจากนี้ยังโปรดให้ตกแต่งพระตำหนักท่าเจ้าสนุกและสร้างศาลาตามรายทางที่ไปนมัสการพระพุทธบาทเพื่อให้ประชาชนได้พักผ่อนและอาศัย

ด้านการปกครอง

สมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงปรับการบริหารให้รวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง โดยให้เจ้าเมืองต่าง ๆ มาปฏิบัติหน้าที่เข้าเฝ้าที่ศาลาลูกขุนในพระราชวังทุกวัน แล้วส่งผู้รั้งเมืองไปปกครองหัวเมืองแทน นอกจากนี้ยังโปรดให้ตรากฎหมายขึ้นหลายฉบับ เช่น พระไอยการทาส พระไอยการลักษณะมรดก พระไอยการลักษณะกู้หนี้ พระไอยการลักษณะอุทธรณ์ และกฎหมายพระธรรมนูญ อันเป็นรากฐานแห่งกฎหมายตราสามดวง

พระราชบุตร

[แก้]

สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง มีพระราชโอรสธิดาเท่าที่ปรากฏพระนามในพงศาวดาร ดังนี้

พระอัครมเหสี
พระราชเทวี (เชื่อว่าเป็นพระราชธิดาในสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม)[13]
พระมเหสี (ไม่ทราบพระนาม)
พระสนม (ไม่ทราบนาม)[14]
พระสนมเลื่อน ธิดาของเจ้าพระยาอภัยราชา (ชื่น)[15]

ส่วน คำให้การชาวกรุงเก่า ระบุว่าสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ทรงรับพระราชธิดาทั้งแปดพระองค์ในสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมมาเป็นพระมเหสี โดยแบ่งเป็นพระมเหสีฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาอย่างละสี่พระองค์ และมีพระราชโอรสที่ประสูติแต่พระปทุมาเทวีและพระสุริยารวมกันเจ็ดพระองค์ ดังนี้[16]

ในวัฒนธรรมสมัยนิยม

[แก้]

มีนักแสดงผู้รับบท สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ได้แก่

อ้างอิง

[แก้]
เชิงอรรถ
  1. 1 2 3 นามานุกรมพระมหากษัตริย์ไทย, หน้า 144
  2. 1 2 3 เรื่องพระชาติกำเนิดสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง หนังสือเล่ม พระเจ้าปราสาททอง เลขส่วนเนื้อหา 4 หน้าที่ ๑๘ เรียบเรียงโดย เกริกฤทธิ์ ภพสุริยะ
  3. ↑ ราชกิจจานุเบกษา, รายนามแลพระนาม ผู้ที่ทำลับแลไฟ ทรงพระราชอุทิศในพระเจ้าแผ่นดิน ในพระราชกุศลบรรจบรอบเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ ๒๕ ปี, เล่ม ๑๐ ตอนที่ ๓๐ หน้า ๓๑๙, ๒๒ ตุลาคม ๑๑๒
  4. ↑ พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม), หน้า 262
  5. ↑ พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) หน้า 267
  6. ↑ พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม), หน้า 268
  7. ↑ พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม), หน้า 269
  8. ↑ พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม), หน้า 271
  9. ↑ อธิบายพระนามพระเจ้าแผ่นดิน ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี, หน้า 22
  10. ↑ พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม), หน้า 272
  11. ↑ พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม), หน้า 283
  12. ↑ นามานุกรมพระมหากษัตริย์ไทย, หน้า 143
  13. ↑ นามานุกรมพระมหากษัตริย์ไทย, หน้า 152
  14. ↑ พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม), หน้า 274
  15. ↑ พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ (บรรณาธิการ) "เล่าเรื่อง...เฉกอะหมัด ต้นสกุลบุนนาค จากเอกสารพิมพ์ดีด ๒๔๘๒ กรุงเทพฯ:บันทึกสยาม พ.ศ. 2553 หน้า 48
  16. ↑ ประชุมคำให้การกรุงศรีอยุธยา รวม 3 เรื่อง, หน้า 92
บรรณานุกรม
  • พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ. อธิบายพระนามพระเจ้าแผ่นดิน ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี. พระนคร : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, 2468. 29 หน้า.
  • พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) และเอกสารอื่น. นนทบุรี : ศรีปัญญา, 2553. 800 หน้า. ISBN 978-616-7146-08-9
  • มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา. นามานุกรมพระมหากษัตริย์ไทย. กรุงเทพฯ : มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา, 2554. 264 หน้า. ISBN 978-616-7308-25-8
  • ประชุมคำให้การกรุงศรีอยุธยา รวม 3 เรื่อง. กรุงเทพฯ : แสงดาว, 2553. 536 หน้า. ISBN 978-616-508-073-6

ดูเพิ่ม

[แก้]