มหาเถรสมาคม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มหาเถรสมาคม
The Sangha Supreme Council of Thailand
Buddhism dham jak.png
ตราธรรมจักร
ที่ทำการ
ไทย
อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ พุทธมณฑล ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 1 มกราคม พ.ศ. 2506 (55 ปี)[1]
เขตอำนาจ ทั่วราชอาณาจักร
บุคลากร 300,000 รูป (จำนวนพระสงฆ์ในประเทศไทยโดยประมาณ)
ผู้บริหาร สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร), ประธานกรรมการ
คณะกรรมการชุดปัจจุบัน, ดูในบทความ
พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์[2], เลขาธิการ
สิปป์บวร แก้วงาม, ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการมหาเถรสมาคม ในฐานะโฆษกมหาเถรสมาคม
ลูกสังกัด ดูในบทความ
เจ้าคณะทั่วประเทศไทย
พระสงฆ์ทั่วประเทศไทย
เว็บไซต์
mahathera.onab.go.th

มหาเถรสมาคม (อังกฤษ: The Sangha Supreme Council of Thailand) เป็นองค์กรสูงสุดในการปกครองคณะสงฆ์ไทยตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทำหน้าที่คล้ายกับคณะรัฐมนตรี โดยมีสมเด็จพระสังฆราชหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการอื่นอีกไม่เกิน 20 รูปซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ หรือพระภิกษุซึ่งมีพรรษาอันสมควรและมีจริยวัตรในพระธรรมวินัยที่เหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์

ประวัติ[แก้]

การจัดตั้งมหาเถรสมาคมครั้งแรก[แก้]

มหาเถรสมาคมเป็นถ้อยคำที่ใช้ครั้งแรกใน พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ (ร.ศ. 121) อันตราขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[3] คำว่า "เถระ" หมายถึง "พระผู้ใหญ่, ตามพระวินัยกำหนดว่า พระมีพรรษาตั้งแต่สิบขึ้นไป เรียกว่า พระเถระ"[4] โดยตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ (ร.ศ. 121) มาตรา 4 ให้เรียกสมเด็จเจ้าคณะใหญ่ และพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ตำแหน่งต่าง ๆ ว่า "มหาเถระ" และมหาเถระเหล่านี้จะประชุมกันเพื่อถวายความเห็นแก่พระมหากษัตริย์ในเรื่องพุทธศาสนาตามที่ทรงปรึกษา ที่ประชุมนี้เรียกว่า "มหาเถรสมาคม" โดยต้องมีมหาเถระอย่างน้อยห้ารูปมาประชุม จึงจะเป็นองค์ประชุม[5] พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ (ร.ศ. 121) ไม่ได้ใช้บังคับทันที แต่จะมีประกาศให้ใช้บังคับในมณฑลต่าง ๆ เป็นรายมณฑลเรื่อยไปจนทั่วประเทศสยาม (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ประเทศไทย)

ยุคสังฆสภา[แก้]

ต่อมาใน พ.ศ. 2484 สภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 3 ยกเลิก พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ (ร.ศ. 121) แล้วตรา พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2484 ขึ้นใช้แทน[6] โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2484[7] พระราชบัญญัติใหม่นี้เปลี่ยนชื่อ "มหาเถรสมาคม" เป็น "สังฆสภา" โดยให้ประกอบด้วยกรรมการที่เรียก "สังฆสภาสมาชิก" จำนวนไม่เกินสี่สิบห้ารูป และประธานสังฆสภานั้นมาจากการแต่งตั้งของสมเด็จพระสังฆราชตามคำแนะนำของสังฆสภา[8]

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2484 เป็นแนวคิดของจอมพลแปลก พิบูลสงคราม ที่จะเลียนการปกครองฝ่ายอาณาจักรมาใช้แก่ฝ่ายศาสนจักร โดยเรียก "สังฆสภา" ให้เป็นทำนองเดียวกับ "รัฐสภา" และมีอำนาจหน้าที่ทำนองเดียวกันด้วย คือ ตราสังฆาณัติ แล้วถวายให้สมเด็จพระสังฆราชลงพระนาม จะเห็นได้ว่าบทบัญญัติหลาย ๆ บทเลียนมาจากกฎหมายฝ่ายอาณาจักรหมวดหมู่กฎหมายปกครองและกฎหมายรัฐธรรมนูญ อาทิ ให้สังฆสภามีอำนาจตราสังฆาณัติได้ ถ้าสมเด็จพระสังฆราชไม่ทรงเห็นด้วยหรือไม่ทรงลงพระนามตามกำหนด และสังฆสภาลงมติเห็นชอบตามเดิม ทำนองเดียวกับรัฐสภามีอำนาจตราพระราชบัญญัติที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นด้วยหรือไม่ทรงลงพระปรมาภิไธยตามกำหนด และรัฐสภามีมติเห็นชอบตามเดิม

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505[แก้]

  • มหาเถรสมาคม มีอำนาจและหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 [9]

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535[แก้]

  • มหาเถรสมาคม มีอำนาจและหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 [10]

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560[แก้]

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2560 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐[11] ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 7 ว่าด้วยการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช จากเดิมเป็น "พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง และให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ" โดยให้เหตุผลว่า โดยที่ตามโบราณราชประเพณีที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านานนั้น เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งต่อมาได้เริ่มมีบัญญัติเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔ เป็นต้นมา สมควรบัญญัติกฎหมายให้สอดคล้องเพื่อเป็นการสืบทอดและธำรงรักษาไว้ซึ่งโบราณราชประเพณีดังกล่าวโดยให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561[แก้]

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2561 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑[12] ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยส่วนใหญ่เป็นการมอบพระราชอำนาจให้พระมหากษัตริย์เกี่ยวกับการแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมโดยทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้งหรือให้ออก โดยจะทรงปรึกษาหารือกับสมเด็จพระสังฆราชก่อนก็ได้ เกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชโดยทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการที่จะทรงพระกรุณาโปรดหรือมีพระราชวินิจฉัยให้ปฏิบัติเป็นประการอื่นได้ตามพระราชอัธยาศัย โดยทั้งหมดให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ การกำหนดวาระของกรรมการมหาเถรสมาคม การแต่งตั้งกรรมการขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างลง การแต่งตั้งเจ้าคณะใหญ่หรือเจ้าคณะภาคและตำแหน่งอื่นตามพระราชดำริ

กรรมการมหาเถรสมาคมชุดปัจจุบัน[แก้]

กรรมการมหาเถรสมาคม ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย
สถานะตามพระราชบัญญัติเดิม รายนาม วัด เริ่มวาระ วันเกิดและอายุ
ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อัมพร อมฺพโร) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร พ.ศ. 2560 26 มิถุนายน พ.ศ. 2470 (91 ปี)
กรรมการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร) วัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร พ.ศ. 2544 29 ธันวาคม พ.ศ. 2460 (100 ปี)
กรรมการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร พ.ศ. 2552 17 กันยายน พ.ศ. 2479 (82 ปี)
กรรมการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย) วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร พ.ศ. 2553 22 ตุลาคม พ.ศ. 2490 (71 ปี)
กรรมการมหาเถรสมาคมโดยแต่งตั้ง พระพรหมเมธาจารย์ (คณิศร์ เขมวํโส) วัดบุรณศิริมาตยาราม พ.ศ. 2555 22 ตุลาคม พ.ศ. 2471 (90 ปี)
กรรมการมหาเถรสมาคมโดยแต่งตั้ง พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร พ.ศ. 2556 22 มกราคม พ.ศ. 2493 (68 ปี)
กรรมการมหาเถรสมาคมโดยแต่งตั้ง พระพรหมวิสุทธาจารย์ (มนตรี คณิสฺสโร) วัดเครือวัลย์วรวิหาร พ.ศ. 2555 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2484 (77 ปี)
กรรมการมหาเถรสมาคมโดยแต่งตั้ง พระธรรมธัชมุนี (อมร ญาโณทโย) วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร พ.ศ. 2555 23 เมษายน พ.ศ. 2483 (78 ปี)
กรรมการมหาเถรสมาคมโดยแต่งตั้ง พระธรรมบัณฑิต (อภิพล อภิพโล) วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก พ.ศ. 2555 13 มีนาคม พ.ศ. 2480 (81 ปี)
กรรมการมหาเถรสมาคม ฝ่ายมหานิกาย
สถานะตามพระราชบัญญัติเดิม รายนาม วัด เริ่มวาระ วันเกิดและอายุ
กรรมการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พ.ศ. 2538 26 สิงหาคม พ.ศ. 2468 (93 ปี)
กรรมการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) วัดพิชยญาติการามวรวิหาร พ.ศ. 2554 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2484 (77 ปี)
กรรมการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร พ.ศ. 2557 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2485 (75 ปี)
กรรมการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) วัดญาณเวศกวัน (จังหวัดนครปฐม) พ.ศ. 2559 12 มกราคม พ.ศ. 2481 (80 ปี)
กรรมการมหาเถรสมาคมโดยแต่งตั้ง พระพรหมวชิรญาณ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร) วัดยานนาวา พ.ศ. 2556 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2480 (81 ปี)
กรรมการมหาเถรสมาคมโดยแต่งตั้ง พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พ.ศ. 2556 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2480 (80 ปี)
กรรมการมหาเถรสมาคมโดยแต่งตั้ง พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พ.ศ. 2557 23 ตุลาคม พ.ศ. 2497 (63 ปี)
กรรมการมหาเถรสมาคมโดยแต่งตั้ง พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร พ.ศ. 2555 17 กันยายน พ.ศ. 2498 (63 ปี)

หมายเหตุ : กรรมการมหาเถรสมาคมชุดนี้ดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าพระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมชุดใหม่ ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 4 พ.ศ. 2561 ดังนั้น จึงไม่มีการแบ่งกรรมการมหาเถรสมาคมเป็นกรรมการโดยตำแหน่งและกรรมการโดยแต่งตั้ง ทุกรูปดำรงตำแหน่งสถานะเดียวกัน ยกเว้นประธานกรรมการ จนกว่าจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่

หน่วยงาน[แก้]

หน่วยงานในปกครองมหาเถรสมาคม[แก้]

หน่วยงานในบัญชาของมหาเถรสมาคม[แก้]

หน่วยงานด้านศาสนวิเทศ พระธรรมทูต การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ[แก้]

หน่วยงานรับสนองงานของมหาเถรสมาคม[แก้]

หน่วยงานเผยแพร่พระศาสนาในประเทศ[แก้]

หน่วยงานด้านการศึกษาในความดูแลของมหาเถรสมาคม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๙ ตอนที่ ๑๑๕ ฉบับพิเศษ หน้า ๒๙-๔๔ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๐๕
  2. มาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ บัญญัติให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นเลขาธิการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง
  3. "พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์' (ร.ศ. 121)". ราชกิจจานุเบกษา (เล่ม 19, แผ่นที่ 13, 29 มิถุนายน ร.ศ. 121, หน้า 213). สืบค้นเมื่อ 2011-08-16. 
  4. "พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542". ม.ป.ป.  Text "urlhttp://rirs3.royin.go.th/dictionary.asp" ignored (help);
  5. พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ (ร.ศ. 121) มาตรา 4:

    "สมเด็จเจ้าคณะใหญ่ทั้ง 4 ตำแหน่ง คือ เจ้าคณะใหญ่คณะเหนือ 1 เจ้าคณะใหญ่คณะใต้ 1 เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุติกา 1 เจ้าคณะใหญ่คณะกลาง 1 ทั้งพระราชาคณะเจ้าคณะรองในคณะเหนือ คณะใต้ คณะธรรมยุติกา คณะกลาง ทั้ง 4 ตำแหน่งนั้น ยกเป็นพระมหาเถระที่ทรงปรึกษาในการพระศาสนาและการปกครองบำรุงสังฆมณฑลทั่วไป ข้อภารธุระในพระศาสนาหรือในสังฆมณฑลซึ่งได้โปรดให้พระมหาเถระทั้งนี้ประชุมวินิจฉัยในที่มหาเถรสมาคมตั้งแต่ 5 พระองค์ขึ้นไป คำตัดสินของมหาเถรสมาคมนั้น ให้เป็นสิทธิ์ขาด ผู้ใดจะอุทธรณ์หรือโต้แย้งต่อไปอีกไม่ได้"

  6. "พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2484". ราชกิจจานุเบกษา (เล่ม 58, 14 ตุลาคม 2484, หน้า 1391). สืบค้นเมื่อ 2011-08-16. 
  7. พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2484 ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา (เล่ม 58/14 ตุลาคม 2484/หน้า 1391) และมาตรา 2 ว่า:

    "ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป"

  8. พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2484:

    "มาตรา 11. สังฆสภาประกอบด้วยสมาชิก มีจำนวนรวมกันไม่เกินสี่สิบห้ารูป คือ

    " (1) พระเถระชั้นธรรมขึ้นไป

    " (2) พระคณาจารย์ชั้นเอก

    " (3) พระเปรียญเอก

    "...

    "มาตรา 12. ทุกคราวสมัยประชุมสามัญ สมเด็จพระสังฆราชทรงตั้งสมาชิกในสังฆสภาตามมติของสังฆสภา ให้เป็นประธานสภาหนึ่งรูป เป็นรองประธานหนึ่งรูปหรือหลายรูปก็ได้

    "ในการตั้งประธานและรองประธานสังฆสภา ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการลงนามรับสนอง"

  9. http://www.thailandlawyercenter.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538973928&Ntype=19
  10. http://www.songbr.org/main/god/prb_all.htm
  11. พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒ ก หน้า ๑-๒ วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๐
  12. พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๐ ก หน้า ๑-๔ วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑